
พร่าพรหมจรรย์นางฟ้า
ตอน 3
สิ้นเสียงเคฮิลล์ก็เดินผ่านช่องประตูออกไปเสียแล้ว พลอยใสน้ำตาร่วง เธอเจ็บแปลบๆ ที่หัวใจดวงน้อย จริงอยู่ว่าเธอยอมเป็นเมียเก็บ ยอมเป็นนางบำเรอของเคฮิลล์เพราะหวังสบาย เมื่อเขาร่ำรวยเหลือกินเหลือใช้ การที่เธอจะขอแบ่งเศษเงินในกระเป๋าของเขามาใช้จ่ายบ้าง มันก็คงไม่ได้ทำให้เขาสะเทือนสักเท่าไรหรอก แต่...ครั้นเมื่อได้อยู่ในวงแขนแข็งแรงคู่นั้น หัวใจอ่อนแอของตัวเองกับปฏิพัทธ์รักใคร่เขาขึ้นมาเฉยๆ มอบความรักที่มีทั้งหมดให้เขาไป ทั้งหมดทุกห้องหัวใจแต่ไม่เคยได้สิ่งนั้นตอบแทนกลับมาเลย ชายหนุ่มกระด้างเย็นชา ไร้หัวใจ เขาต้องการแค่เรือนร่างของเธอเพื่อปลดปล่อยความต้องการของตัวเองแค่นั้นเอง...
“ฮื่อๆ...” หัวไหลกลมกลึงสะท้านเยือก น้ำตาร้อนๆ ไหลรินด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แม้จะเป็นได้แค่นางบำเรอสนองอารมณ์ แต่มันก็เป็นโอกาสเดียวที่ทำให้เธอได้อยู่ใกล้ชิดเคฮิลล์ ผู้ชายที่อยู่แค่ในความฝัน เพราะในโลกความจริง หางตาเขาไม่เคยเหลือบแลเธอเลยด้วยซ้ำ หากไม่เพราะข้อเสนอแลกกับเงินที่เขาหยิบยื่นให้ เธอหวังแค่จะได้อยู่ใกล้ๆ เขาไปอีกสักหน่อย ในวันที่เขาทิ้งขว้าง หัวใจของเธอคงเหมือนถูกเหยียบย่ำและแหลกเป็นผุยผง
...
“ตึกรอย” สำนักงานใหญ่ของ “รอยโพส์” หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในลอนดอน รถสปอร์ตสีดำเหมือนท้องฟ้ายามไร้แสงจันทร์มันมืดมิดและหม่นมัว แต่เป็นความลึกลับที่น่าท้าทาย เพราะเจ้าของยานพาหนะพลังสูงผู้นี้ คือ เคฮิลล์ รอย” หนุ่มหล่อแสนเสน่ห์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมบังเหียนของ “รอยโพส์” ประตูด้านข้างเปิดออกด้วยฝีมือการ์ดใบหน้านิ่ง เบนส์ถอยหลังออกมาห่างๆ เปิดทางให้เจ้านายหนุ่มออกมายืนข้างรถยนต์คันโปรด
“ว่าไงเบนส์”
“ครับ... ได้ตามคำสั่งของบอส เธอจะมานอนบนเตียงของบอสในคืนนี้แน่ๆ ครับ”
“ดี...ฉันจะนับเวลารอ!! หึๆ มันคงสนุกสุดเหวี่ยงเชียวแหละ” ชายหนุ่มครางเสียงต่ำๆ ในลำคอ เขาเอื้อมมือปลดกระดุมสูทช่วงเอว ที่จู่ๆ ก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาครามครัน เมื่อนึกถึงแม่สาวพราวเสน่ห์ นาม “นางฟ้า”
เบนส์เสก้มหน้าลง ชายหนุ่มค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ การกระทำอุกอาจเย้ยกฎหมาย มีแต่เจ้านายเท่านั้นที่กล้าลงมือ เพราะอะไรนะหรือ? เคฮิลล์มีทั้งเงินและอำนาจ แม้แต่ผู้รักษากฎหมายยังต้องยำเกรง เงินสนับสนุนมากโข ที่เจ้านายหนุ่มบริจาคเป็นทุนในการพัฒนาองค์กร มันสามารถปิดหูปิดตาเหล่านั้นได้ ไม่ให้เงื้อมือกฎหมายเฉียดเข้ามาในรัศมีรอบตัวชายหนุ่ม เป็นเกราะป้องกันภัยอย่างดี
เวลาในการทำงานวันนี้...มันช่างแสนเชื่องช้า เข็มนาฬิกากว่าจะขยับได้แต่ละทีมันช่างนานแสนนาน เคฮิลล์เหลือบมองหน้าปัดนาฬิการอบที่ร้อย เข็มสั้นเข็มยาวมันก็ขยับไปได้ไม่ไกล ยิ่งตัวหนังสือบนหน้ากระดาษด้วยแล้ว...มันยิ่งทำให้ชายหนุ่มเบื่อ!! ทุกสิ่งอย่างรอบตัวดูจะขวางหูขวางตา ชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเขาตั้งตารอเจอ เนตรอัปสรแบบใจจดใจจ่อ มันแปลกแตกต่างกับสาวๆ หลายนางที่เขาอยากได้ เธอเป็นคนแรกที่ทำให้เขาสนใจเพียงแค่มองผ่านจอแก้วและสบนัยน์ตากลมโตคู่นั้น...
“เห้อ!! นานฉิบหาย...เมื่อไร? เมื่อไร!! จะถึงเวลาสักที ไอ้เบนส์แม่งหายเงียบ นานเกินไปแล้วนะโว้ย!!” เขาบ่นงึมๆ งำๆ ร่างสูงใหญ่ทะลึ่งพรวดเขาเดินงุ่นง่านอยู่ในห้อง จนพื้นพรมและรองเท้าแทบจะสึก เพราะปลายรองเท้าหนังเดินเหยียบย่ำไปๆ มาๆ
นาฬิกาเรือนทองฝังเพชรแพงหูฉี่ ยี่ห้อดังกระหึ่มโลก เขายกขึ้นดูแล้วก็ดูอีก มันก็ยังไม่ถึงกำหนดนัดหมายเสียที? จะให้ค่าเวลาด้วยการทำงานอันแสนจะยุ่งเหยิง ตัวเลข ตัวหนังสือมันไม่เข้าสมองสักนิด เมื่อมันใจจดใจจ่ออยู่แค่...
ตู๊ดดดดด...
หน้าจอโทรศัพท์ส่วนตัวกระพริบวิบวับ ตัวเครื่องสั่นไม่หยุด!! ชายหนุ่มกระโจนพรวด!! เขารีบตะครุบโทรศัพท์และกดรับสาย เมื่อปลายสายคือคนที่กำลังรอ?
“ว่าไงเบนส์!!”
มุมปากกระตุกยิ้ม เขาค่อยๆ ทรุดนั่งหลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ แผ่นหลังตึงแน่นเอนพิงพนักเก้าอี้ ตวัดเรียวขาแข็งแรงขึ้นมาวางเหนือโต๊ะทำงาน และกระดิกดุกดิ๊ก “บ้านพักริมทะเลสาปวินเดอร์เมียร์!! เอาเธอไปที่นั่น แล้วฉันจะตามไปคืนนี้” เคฮิลล์วางโทรศัพท์ลง เขากระตุกยิ้มด้วยความสาแก่ใจ เบนส์ทำงานได้ดีไม่มีที่ติ แม้ครั้งนี้ถึงกับต้อง ‘ฉุด’ เพราะเจ้าหล่อนดันเล่นแง่ เขาพร้อมจะสนองความต้องการของเธอเลย หากเธอต้องการมากว่าทุกๆ คน ไม่ว่าบ้าน รถ หรือขวัญถุงปลอบใจ ยามที่เขาเบื่อ!!
คุณอาจจะชอบ





