
มิปองรัก
ตอน 2
แม่ของอุมารินทร์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนที่เธออายุได้เจ็ดขวบ ราชันย์จึงตกพุ่มม่ายมานานเกือบสิบห้าปีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมามีบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่แวะเวียนเข้ามาทอดสะพานไม่ได้ขาด แต่เขาก็ไม่ยอมปลงใจแต่งงานกับใคร ทั้งที่อุมารินทร์ก็ไฟเขียว เพราะอยากให้บิดาซึ่งยังหนุ่มยังแน่นมีคนคอยดูแลและมีเพื่อนคู่ใจ
ปอไหมเคยเจอพ่อของอุมารินทร์ครั้งเดียว ตอนที่ไปเที่ยวบ้านของอุมารินทร์สมัยเรียนปีหนึ่ง เมื่อก่อนปอไหมเคยคิดว่าผู้ชายวัยหลักสี่แก่มากสำหรับผู้หญิงวัยอย่างเธอ แต่เมื่อได้เจอพ่อของเพื่อน ความคิดนั้นก็แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
สายตายามที่ราชันย์มองลูกสาวของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมเอ็นดู ปกป้อง หวงแหน แต่สายตาที่มองมายังเธอนั้นเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจและตำหนิติเตียน เหมือนผู้ใหญ่มองเด็กใจแตกที่กลัวจะพาลูกเขาไปในทางเสียหาย ปอไหมยอมรับว่าเธอเป็นคนที่แต่งตัวตามแฟชั่นสมัยใหม่ ไม่ได้เรียบร้อยสวยหวานเหมือนอุมารินทร์ ทว่าเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่เขาคิด ขนาดแฟนก็ยังไม่เคยมี เสียแรงที่เป็นผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ ไอคิวสูง และใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศตั้งนานสองนาน แต่เขากลับประเมินคนแค่จากการแต่งตัว
“คุณพ่อไม่อยู่ บินไปเยอรมันตั้งแต่สามวันก่อนโน่น เห็นว่าต้องไปคุยงานและต้องอยู่ที่นั่นหลายวัน ก็เลยต้องยกเลิกแพลนที่จะพาเราไปเที่ยว รู้มั้ยว่าเราดีใจแค่ไหนที่คุณพ่อไม่อยู่แบบนี้ เราจะได้ไปเที่ยวกับปอไง เราอยากสัมผัสบรรยากาศสงกรานต์แบบจริงๆ จังๆ บ้าง งั้นพรุ่งนี้เราไปหาปอนะ”
น้ำเสียงของอุมารินทร์ฟังดูตื่นเต้นจริงๆ ทำให้ปอไหมนึกถึงตัวเองตอนเด็กที่แอบพ่อแม่ไปเล่นน้ำฝน จึงอดเห็นใจเพื่อนรักไม่ได้ที่มีพ่อจอมเผด็จการและหวงลูกสาวเกินเหตุ
“แน่ใจนะว่าถ้าพ่ออุ๋มรู้แล้วเราจะไม่โดนดุ”
“คุณพ่อไม่รู้หรอก เราจะบอกทุกคนในบ้านให้ปิดปากเงียบ แถมตอนนี้คนงานที่บ้านเราก็กลับบ้านต่างจังหวัดกันเกือบหมด เหลืออยู่แค่ป้าพลับกับลุงจำนงเท่านั้นเอง สองคนนี้ยังไงก็ตามใจเรา เพราะฉะนั้นทางสะดวกสุดๆ เลย”
“โอเค...งั้นพรุ่งนี้เราจะรอที่หอ ถ้าอุ๋มมาถึงแล้วก็โทร.หาเรานะ”
“ได้เลย เราน่าจะไปถึงไม่เกินเที่ยง พรุ่งนี้เจอกันนะปอ”
อุมารินทร์วางสายไปแค่นั้น ปอไหมจึงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าและเดินเตร็ดเตร่ดูนั่นดูนี่อย่างเพลินๆ อยู่อีกครู่ใหญ่จึงค่อยกลับหอพักของตัวเอง
เสียงโทรศัพท์มือถือของปอไหมดังขึ้นในเวลาห้าโมงเช้า ซึ่งคนที่โทร.เข้ามาก็คืออุมารินทร์นั่นเอง อุมารินทร์บอกว่าตอนนี้รออยู่ที่ชั้นล่าง ปอไหมซึ่งอยู่ในชุดพร้อมเล่นน้ำสงกรานต์จึงรีบลงไปหา
พอลงมาถึงชั้นล่าง ปอไหมถึงกับต้องยิ้มขำแกมส่ายหัว เมื่อเห็นชุดที่อุมารินทร์ใส่ เพื่อนของเธอมาในชุดเดรสยาวผ้าชีฟองลายจุด ดูแล้วยังคงเป็นลุคสวยหวาน เรียบร้อย ดูดี และสลัดคราบคุณหนูไม่ออก เห็นแบบนั้นปอไหมก็เชื่ออย่างสนิทใจ ว่าอุมารินทร์คงไม่เคยสัมผัสกับบรรยากาศสงกรานต์จริงๆ และผู้เป็นพ่อคงจะเข้มงวดกับอุมารินทร์ให้อยู่แต่ในกรอบมาตลอด ไม่อย่างนั้นอุมารินทร์คงไม่เป็นเช่นนี้
“ขำอะไรน่ะปอ เราทำอะไรเปิ่นๆ อีกแล้วใช่มั้ย” อุมารินทร์ถามอย่างไม่มั่นใจในตัวเอง เมื่อเห็นรอยยิ้มเกลื่อนอยู่ทั่วใบหน้าของปอไหมในทันทีที่เห็นเธอ
“เปล่า...แต่เราว่าชุดนี้มันไม่เหมาะกับการออกไปเล่นสงกรานต์เลย”
“แล้วเราควรทำไง เสื้อผ้าที่บ้านก็มีแต่แนวๆ นี้”
“งั้นเอางี้ อุ๋มขึ้นไปเปลี่ยนชุดที่ห้องเรา ใส่เสื้อผ้าเราดีกว่า หุ่นเรากับอุ๋มน่าจะพอๆ กัน อุ๋มใส่เสื้อผ้าเราได้สบายๆ”
“ดีเหมือนกัน เราว่าชุดแบบปอน่าจะคล่องตัวกว่า”
หลังจากตกลงกันเช่นนั้น ปอไหมจึงพาอุมารินทร์ขึ้นไปบนห้องตัวเอง ร่างบางขยับไปยังตู้แล้วเลือกเสื้อผ้าออกมาให้อุมารินทร์ชุดหนึ่ง เป็นเสื้อยืดสีดำขนาดพอดีตัวกับกางเกงยีนขาสั้น ซึ่งเป็นแบบคล้ายๆ กับที่เธอใส่อยู่ตอนนี้
อุมารินทร์รับเสื้อผ้าแล้วเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ครู่หนึ่งก็กลับออกมาในลุคใหม่ คราวนี้จากมาดคุณหนูไฮโซ เปลี่ยนเป็นเด็กสาวที่สดใสดูสวยสมวัย แต่กระนั้นในสายตาของปอไหม เพื่อนของเธอก็ยังคงดูดีและสวยมาก คงเป็นเพราะอุมารินทร์เป็นลูกเสี้ยว หน้าตาจึงงดงามคมคายหมดจด ตลอดเวลานับตั้งแต่เริ่มเป็นเพื่อนกัน อุมารินทร์วางตัวดีมาตลอด พูดจาก็อ่อนหวานนุ่มหู และไม่ถือตัวว่าเป็นลูกสาวเศรษฐี จึงเป็นดาวเด่นของมหาวิทยาลัยซึ่งทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องต่างก็ให้ความชื่นชมเป็นอย่างมาก
“เป็นไงบ้างปอ แบบนี้โอเคหรือยัง” อุมารินทร์ถามเพื่อความมั่นใจอีกรอบ พลางก้มลงมองชุดที่ตัวเองใส่อย่างตื่นเต้น
“โอเคสุดๆ เหมาะจะออกไปเล่นสงกรานต์เลยละ คราวนี้ก็พร้อมลุยแล้ว ไปกันเลยมั้ย”
“ยังก่อนปอ”
“มีอะไรอีก”
“ปอต้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปนอนค้างเป็นเพื่อนเราสักวันสองวันด้วย วันพรุ่งนี้เราจะได้ไปเที่ยวพร้อมกันเลยไง”
“ไม่เอาเด็ดขาด ถ้าพ่ออุ๋มรู้เข้านะ...” ปอไหมปฏิเสธพลางทำสีหน้าสยองบ่งบอกว่าเธอขยาดพ่อของอุมารินทร์มากแค่ไหน
“ไม่ต้องกลัวคุณพ่อหรอก ก็เราบอกแล้วไงว่าคุณพ่อไปต่างประเทศ ปกติคุณพ่อไปทีเป็นอาทิตย์ กว่าจะกลับก็หลังสงกรานต์โน่นแหละ”
“อุ๋มก็รู้ว่าพ่ออุ๋มไม่ชอบเรา”
“ใครบอก...คุณพ่อก็แบบนี้แหละ ถึงปากจะดุแต่ความจริงใจดีสุดๆ เลยนะ”
“ใจดีแต่กับอุ๋มคนเดียวน่ะสิ กับเราอุ๋มก็เคยเห็นแล้วว่าพ่ออุ๋มไม่อยากให้เราคบกับอุ๋มด้วยซ้ำ”
คุณอาจจะชอบ





