ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มิปองรัก

มิปองรัก

ปอไหมในวัยยี่สิบสองตกหลุมรักราชันย์ ชายวัยสี่สิบผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ แม้เขาจะมองว่าเธอเป็นเพียงเด็กแก่แดดที่ไว้ใจไม่ได้และตีราคาความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยเงินตรา แต่ความเร่าร้อนที่เขาโอบกอดกลับทำให้เธอถอนตัวไม่ขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งในใจและสถานะอันไม่เหมาะสม ปอไหมพยายามพิสูจน์ความรู้สึกที่มีต่อเขา แม้ราชันย์จะตราหน้าว่าเธอเป็นมืออาชีพที่หวังเพียงผลประโยชน์ แต่เธอกลับยอมเสี่ยงเล่นกับไฟเพียงเพราะคำว่ารักที่เกิดขึ้นในใจอย่างไม่อาจห้ามได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“คิดมาก ไม่จริงหรอก เห็นมั้ยเราสองคนก็คบกันตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้จะจบแล้ว พ่อก็ไม่เห็นจะว่าอะไรเลย นะ...ปอนะ ไปค้างบ้านเรานะ” อุมารินทร์ขยับมาจับแขนของปอไหมเขย่าเบาๆ พร้อมกับอ้อนทั้งน้ำเสียงและสีหน้าแววตา ทำเอาปอไหมต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างคนจนใจจะปฏิเสธ แต่ก็ยังทำใจแข็ง

“ไม่เอา...”

“งั้นเราจะมาค้างกับปอ ไหนๆ คุณพ่อก็ไม่อยู่แล้วนี่”

“จะบ้าเหรออุ๋ม ถ้าพ่อเธอรู้เข้าจะยิ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิม เธอนี่มันดื้อเงียบและตื้อเก่งจริงๆ เลยนะ โอเคๆ เราไปค้างด้วยก็ได้ แต่แค่วันเดียวนะ”

“โอเค วันเดียวก็ยังดี”

ทั้งสองคนตกลงกันได้แบบพบกันครึ่งทาง ปอไหมจึงต้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้เพื่อไปนอนค้างบ้านอุมารินทร์ จากนั้นทั้งสองก็ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยกันที่ย่านถนนชื่อดังในกรุงเทพฯ บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก เพราะเพื่อนๆ สมัยมัธยมของปอไหมมาจับกลุ่มเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานอยู่ก่อนแล้ว  

อุมารินทร์ตอนนี้เปียกโชกไปทั้งตัว โดนทั้งสาดน้ำ ทาแป้ง แต่เธอกลับรู้สึกสนุกสนานจนยิ้มร่าตลอดเวลา ตามประสาคนที่ไม่เคยสัมผัสบรรยากาศเช่นนี้มาก่อน และประสบการณ์แปลกใหม่นั้นก็ทำให้คุณหนูคนสวยติดลมและไม่ยอมกลับบ้านง่ายๆ ซึ่งปอไหมเห็นว่าเพื่อนกำลังมีความสุขก็เลยปล่อยเลยตามเลย กว่าจะชวนกันกลับได้ เวลาจึงล่วงเลยไปจนถึงหนึ่งทุ่มกว่าๆ  

รถแท็กซี่แล่นเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ หลังจากอุมารินทร์ส่งเงินให้คนขับเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองสาวก็ก้าวลงจากรถในสภาพเปียกปอนทั้งคู่ เสียงอันสดใสร่าเริงของอุมารินทร์เหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจ ยังดังอยู่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่บนรถกระทั่งลงจากรถและกำลังจะก้าวเข้าบ้าน อุมารินทร์ก็ยังคุยจ้อไม่หยุด

“ปอพรุ่งนี้ไปแต่เช้ากันเลยเนอะ เดี๋ยวมีเวลาเล่นน้อย” 

“ไปทำไมแต่เช้า เขาเริ่มเล่นกันก็เกือบเที่ยง”

“ก็ไปคุยกับเพื่อนๆ ของปอก่อนไง เสียดายน่าจะได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ไม่งั้นคงเป็นเพื่อนซี้กันหมดแก๊ง มีแต่คนคุยสนุกน่ารักๆ”

“ขนาดคบกับเราคนเดียวพ่ออุ๋มยังหน้าหงิกขนาดนี้ ถ้าอุ๋มคบกับแก๊งนั้นด้วยมีหวังพ่ออุ๋มเส้นเลือดในสมองแตกแน่ๆ พวกนั้นยิ่งมีแต่ห่ามๆ เซี้ยวๆ จะเรียบร้อยหน่อยก็มีแต่หยีเท่านั้นแหละ” 

“ใครว่าพ่อเราหน้าหงิก พ่อเราออกจะหล่อ” อุมารินทร์คิดว่าตัวเองไม่ได้พูดเกินจริงเลย พ่อของเธอหล่อมาก ชนิดที่ว่าดาราหรือนายแบบบางคนยังอาย

“ใช่...พ่ออุ๋มหล่อ...หล่อมาก...ยิ่งเวลาที่ทำหน้าดุๆ นะยิ่งหล่อ หล่อเหมือนยักษ์วัดแจ้งเลย” ปอไหมลากเสียง พูดจบก็หัวเราะออกมาอย่างถูกใจคำพูดตัวเอง เพราะดูเหมือนมันจะเหมาะกับบุคลิกของพ่ออุมารินทร์มากที่สุด

“ดูเธอมีความสุขมากนะกับการนินทาผู้ใหญ่”

เสียงเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอุมารินทร์ แต่เป็นเสียงของ...

“เวรละ!” ปอไหมอุทานออกมาเบาๆ ขาหยุดชะงักแบบก้าวไม่ออกเอาดื้อๆ ตาเบิกโพลงขึ้นอย่างตกใจ ไม่ต่างอะไรกับอุมารินทร์

“คุณพ่อ!”

ทั้งปอไหมและอุมารินทร์ต่างอยู่ในอาการที่ตกใจไม่แพ้กัน เมื่อคนซึ่งเป็นหัวข้อสนทนากำลังยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ตรงหน้าบ้าน 

“พ่อคงไม่ต้องถามใช่มั้ยว่าอุ๋มไปทำอะไรมา” ราชันย์พูดกับลูกสาวเสียงราบเรียบ แต่ฟังดูดุจนชวนขนลุก

“อุ๋มขอโทษค่ะคุณพ่อ อุ๋มแค่อยากไปสนุกกับเพื่อนๆ บ้าง”

“อุ๋มเข้าบ้านไปก่อน พ่อมีเรื่องจะคุยกับเพื่อนอุ๋มสักหน่อย”

“โธ่...คุณพ่อคะ อุ๋มอยากไปเองนะคะคุณพ่อ ปอไม่ผิด” อุมารินทร์รีบอธิบายให้พ่อเข้าใจ เมื่อเห็นว่าตอนนี้สายตาของราชันย์พุ่งไปยังเพื่อนของตนอย่างไม่พอใจรุนแรง

“พ่อบอกให้เข้าบ้าน” โทนเสียงของราชันย์ยังคงราบเรียบแต่เฉียบขาดเสียจนอุมารินทร์ไม่กล้าขัดคำสั่ง

อุมารินทร์หันมาสบตากับปอไหมอย่างเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ตนทำให้เพื่อนเดือดร้อน แต่ปอไหมก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร อุมารินทร์จึงจำต้องเดินเข้าบ้านตามคำสั่งของบิดา จึงกลายเป็นว่าตอนนี้ปอไหมกำลังยืนเผชิญหน้ากับราชันย์ตามลำพัง

ชั่วขณะหนึ่งสาววัยยี่สิบสองอดคิดไม่ได้ว่า หากเปรียบเป็นมวยที่กำลังจะขึ้นชกบนเวที เธอคือคนที่เสียเปรียบคู่ชกในทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างที่ต่างกันชัดเจน วัยวุฒิซึ่งห่างกันเกือบสองรอบ หรือแม้แต่การควบคุมอารมณ์ ราชันย์ยังคงดูเยือกเย็น แต่สายตาที่มองมายังเธอทำเอาปอไหมสะบัดร้อนสะบัดหนาว แววตาคู่นั้นฉาบฉายไปด้วยการตำหนิ โลมเลีย และจงใจทำให้อาย โดยเฉพาะเวลาที่เขาจดจ้องมองหน้าอกอวบอิ่มที่กลมกลึงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเสื้อสีขาวเปียกลู่เช่นนี้ ขณะที่ปอไหมใจเต้นไม่เป็นส่ำ ทั้งโกรธทั้งอาย แก้มร้อนผ่าว ตัวแดงระเรื่อ แต่ก็ยังคงฝืนยืนเชิดหน้าปะทะกับเขา

“คุณมีอะไรจะพูดกับปอคะ” 

“เธอมีอะไรจะแก้ตัวมั้ย กับสิ่งที่เธอทำลงไป”

“ไม่มีค่ะ เพราะปอคิดว่ามันไม่ได้ผิดอะไรกับการที่ปอพาอุ๋มไปเที่ยวสงกรานต์อย่างคนธรรมดาทั่วไป” ปอไหมเชิดหน้าขึ้นขณะต่อปากต่อคำอย่างฉะฉาน ตอนนี้เธอเหมือนคนปากกล้าขาสั่น ถ้ามีใครสักคนเข้าไปเดินเล่นในหัวใจของเธอคงรู้ว่ามันกระตุกแรงและผิดจังหวะมากแค่ไหน

“ฉันไม่ได้หมายถึงการที่เธอพายัยอุ๋มไปเที่ยว แต่ฉันหมายถึงการแต่งเนื้อแต่งตัวที่ล่อแหลมแบบนี้ ยัยอุ๋มคงไม่ได้ลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าแบบเธอ เพราะอยากใส่เองกระมัง”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย การหลอกลวงห้าปี การชดใช้ตลอดชีวิต
9.3
อลินาคิดว่าเธอได้พบความสุขในฐานะทายาทตระกูลดังพร้อมสามีที่แสนดีอย่างไอศูรย์ แต่ความจริงอันเลวร้ายถูกเปิดเผยในวันเกิด เมื่อเธอพบว่าสามีแอบใช้ชีวิตครอบครัวอย่างอบอุ่นกับคีรติและลูกชายวัยห้าขวบ ทั้งพ่อแม่และคนรักต่างรวมหัวกันสร้างละครตบตาเพื่อหลอกใช้เธอมาตลอดห้าปี คำบอกรักที่เคยได้รับเป็นเพียงคำลวงที่น่าสมเพช พวกเขาประเมินค่าเด็กกำพร้าอย่างเธอต่ำเกินไป และอลินาก็พร้อมจะทำให้ทุกคนที่ทรยศได้รู้ซึ้งถึงความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่นี้
หน้าปกนวนิยาย เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน
8.4
หลังคบกันสิบปี ฉันกลับพบว่าคู่หมั้นอย่างธวัชชัยแอบลึกซึ้งกับนิชานันท์ น้องสาวเพื่อนผู้ล่วงลับที่เขาอ้างว่าคิดแค่พี่น้อง ในยามที่ฉันป่วยหนักเขากลับทิ้งฉันไว้เพื่อไปดูแลเธอที่แค่กลัวเสียงฟ้าร้อง ซ้ำยังเมินเฉยต่ออาการแพ้กุ้งรุนแรงของฉันอย่างเลือดเย็น เมื่อตระหนักว่ารักแท้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ ฉันจึงตัดสินใจหันไปหาเอกภพคู่แข่งเบอร์หนึ่งของเขาเพื่อเสนอดีลหุ้นใหญ่และยกเลิกงานแต่งงานทันที ถึงเวลาที่เขาต้องชดใช้ด้วยการสูญเสียทุกอย่างในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย พันธะร้ายนายโฮสต์สุดหล่อ
9.4
โรมราชันในวัยสามสิบตัดสินใจทิ้งธุรกิจครอบครัวเพื่อมาคุมบาร์โฮสต์ เขาตกหลุมรักเฌอรีน สาวเก่งวัยสามสิบแปดผู้เย็นชาและมองว่าผู้ชายเป็นเหมือนไวรัสอันตราย แม้เฌอรีนจะประสบความสำเร็จอย่างสูงในการบริหารแบรนด์เครื่องหนังจนโด่งดังไปทั่วโลกและดูเหมือนไม่ต้องการใครดูแล แต่ความจริงเธอกลับซ่อนความลับในใจเกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เคยพบกันในอดีต ท่ามกลางความห่างเหินที่เธอมอบให้ โรมราชันยังคงมุ่งมั่นจะเอาชนะใจหญิงสาวผู้เก่งกาจคนนี้ให้ได้แม้จะมีกำแพงน้ำแข็งกั้นขวางอยู่ก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย จำนนรักจอมเผด็จการ
9.0
แสงเหนือ เจ้าของฟาร์มหนุ่มโสดสุดเนี้ยบผู้เกลียดเด็ก ต้องจำใจรับดูแลแคทรียา ลูกสาววัยยี่สิบสองของเพื่อนรุ่นพี่เพื่อดัดนิสัย แม้ตอนแรกจะปฏิเสธแต่ความลับบางอย่างทำให้เขาเลี่ยงไม่ได้ ด้านแคทรียาคุณหนูจากเมืองกรุงต้องระเห็จมาตรากตรำทำงานฟาร์มเพื่อหนีการคลุมถุงชนที่แม่ยัดเยียดให้ แต่การหนีร้อนมาพึ่งเย็นครั้งนี้กลับทำให้หัวใจเธอสั่นคลอน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้าของฟาร์มจอมเผด็จการที่ขยันบริหารเสน่ห์จนเธอเริ่มใจอ่อนและหวั่นไหวอย่างไม่คาดคิด
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์รักสวาทร้าย
8.4
แม้ฮัมดีนจะเป็นมหาเศรษฐีรูปงามที่เพียบพร้อมด้วยอำนาจและเงินทอง แต่ปัณฑารีย์กลับไม่ได้มองว่าเขาน่าสนใจ เธอตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอของเขาอย่างไร้เยื่อใย พร้อมตอกย้ำว่าชายผู้เพียบพร้อมคนนี้แก่และน่าเบื่อเกินกว่าจะมาเป็นคนดูแลชีวิตเธอ ก่อนจะใช้บทเรียนที่เขาเคยสอนมาจัดการทำร้ายร่างกายเขาเพื่อเอาตัวรอด ทิ้งให้ชายหนุ่มต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและความอัปยศจากการถูกลบเหลี่ยมโดยผู้หญิงที่เขาคิดว่าจะควบคุมได้อยู่หมัด
หน้าปกนวนิยาย ซาตานหัวใจพยศ
9.0
เมื่อน้องชายของปุณิกาถูกกล่าวหาว่าลักพาตัวน้องสาวของสรวิชญ์หนีไป ความแค้นจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยโทสะตัดสินใจใช้มาตรการตาต่อตาฟันต่อฟันด้วยการฉุดคร่าตัวเธอมาเป็นตัวประกันเพื่อชำระหนี้แค้นในครั้งนี้ ท่ามกลางความขัดแย้งของสองครอบครัว ปุณิกาต้องเผชิญกับพายุอารมณ์ของซาตานร้ายที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้เป็นจุณเพียงเพื่อความสะใจและชัยชนะเหนือศัตรูที่เขาตราหน้าไว้