ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ล่ารักเจ้าสาวแจ็คพ็อต

ล่ารักเจ้าสาวแจ็คพ็อต

หลังถูกเพื่อนสนิทแย่งคนรัก ปภาณพิชญ์พยายามหาผู้ชายมาควงเพื่อประชดแฟนเก่า จนกระทั่งเธอได้พบกับธันยาพัฒน์ ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มที่มาร่วมรายการเกมโชว์ด้วยเหตุผลบางอย่างจนกลายเป็นคู่แจ็คพ็อตของเธอ แม้ตอนแรกหญิงสาวจะหวังใช้เขาเป็นเพียงเครื่องมือ แต่เสน่ห์ที่ดึงดูดใจกลับทำให้เขาไม่ยอมเป็นเพียงแฟนกำมะลอ ชายหนุ่มมาดเผด็จการพร้อมจะทำทุกทางเพื่อล่าหัวใจเธอมาครอง และพิสูจน์ให้เธอได้รู้ซึ้งว่ารักแท้ที่จริงใจนั้นเป็นเช่นไร
ตอน
แชร์

ตอน 2

ดวงตาคู่โตของหญิงสาวหมองลงไป เมื่อรอนานจนเริ่มสับสนหมดหวัง ในแววตานั้นกำลังหาทางออกให้กับตนเองว่าหากปกรณ์ไม่มาตามนัดแล้วตนจะทำอย่างไรต่อไป การถ่ายทำยังไม่เริ่ม เธอจึงเดินกลับออกมานั่งที่ม้านั่งข้างนอกโรงถ่าย แสงแดดยามบ่ายเจิดจ้า ลมร้อนพัดผ่าน ความร้อนอ้าวของด้านนอกทำให้หญิงสาวเริ่มมีเหงื่อซึม

“โธ่... เชอร์รี่ ฟังพี่ก่อนนะครับ เราก็เล่นเกมไม่กี่ชั่วโมงเอง” ปภาณพิชญ์หันไปมองตามเสียงสนทนาที่เธอได้ยินแว่วๆ ภาพชายหนุ่มหน้าตาดีเจ้าของร่างสูงสมาร์ทในเสื้อยืดแบรนด์ดังพอกันกับกางเกงยีนส์ในสไตล์หนุ่มมาดเซอร์แต่ดูดีแบบเว่อร์วังในสายตาของครีเอทีฟสาว ดูเหมือนว่าเขากำลังงอนง้อคนรักที่มีอาการงอแง เพราะความคิดบางอย่างไม่ตรงกันฃ

‘อย่างน้อย... แฟนเขาก็มา ไม่เหมือนเรา... พี่หมอไปอยู่เสียที่ไหนแล้วก็ไม่รู้...’ ปภาณพิชญ์คิดอย่างน้อยอกน้อยใจ นัยน์ตาว่างเปล่าทอดมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย นาทีนั้นเสียงหญิงสาวคนหนึ่งก็โวยวายเกือบถึงขั้นเหวี่ยงก็ผ่านเข้ามาในโสตประสาทของเธอเข้า จนอดไม่ได้ที่จะปรายตาไปมอง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“พี่แทนจะให้เชอร์รี่ทนฟังคนที่โกหกเชอร์รี่มาตลอดอย่างนี้เหรอคะ เชอร์รี่ไม่ฟัง และเราเลิกกันนับจากนี้!” คนเป็นแฟนกำลังเหวี่ยง ท่าทางเกรี้ยวกราด

“โอเค เชอร์รี่ เราจะเลิกกันก็ได้นะ แต่เชอร์รี่ทิ้งพี่ไปตอนนี้ไม่ได้” หนุ่มมาดเซอร์ยื่นคำขาด สีหน้าเขาเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ สีหน้าแบบนั้นถ้าไม่เพราะว่าเขาเป็นคนใจเย็นละก็ เขาต้องเป็นคนเย็นชาแน่ๆ คนแอบฟังคิด

“ทำไมไม่ได้ล่ะ?” หญิงสาวหน้างอตอบออกไปอย่างขัดใจ ปภาณพิชญ์เดาว่าหญิงสาวคงเป็นคุณหนูเอาแต่ใจที่กำลังไม่พอใจแฟนหนุ่มข้างๆไม่เบาเลย

“ก็เกมกำลังจะเริ่ม พี่จะแข่งในรายการกับใครล่ะ? ไม่มีใครหาคนมาแทนเชอร์ได้ทันหรอกนะครับ เกมใกล้เริ่มแล้ว” เขาสรุป

“งั้นเหรอ?” หญิงสาวมาดคุณหนูจ้องตาชายคนรักอย่างเอาเรื่อง “รั้งเชอร์รี่ไว้ ไม่ใช่เพราะแทนแคร์เชอร์รี่หรอกเหรอคะ แต่รั้งไว้เพราะแทนกลัวจะไม่ได้เล่นเกมโชว์บ้าบอนั่น!” เธอตัดพ้ออย่างน้อยใจ สีหน้าก็ปริ่มจะมีน้ำตา

“พูดเบาๆ หน่อยสิเชอร์รี่!” เขาเอ็ดแฟนสาวก่อนหยุดหันมองรอบๆ เพราะไม่อยากให้ทีมงานได้ยินเสียงแฟนสาวที่กำลังพูดถึงรายการในทางที่ไม่ดี ‘เกมโชว์บ้าบอที่ไหนให้เงินรางวัลตั้งห้าแสนล่ะเชอร์รี่!’ เขาคิด

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ เข้าใจผิดไปใหญ่แล้วนะเชอร์รี่” ชายหนุ่มพูดตอนนี้หน้าที่นิ่งเริ่มมีคิ้วขมวดเข้าชนกันแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามสถานการณ์

“เชอร์รี่จะกลับ!” หญิงสาวมาดคุณหนูบอกอย่างคนเอาแต่ใจโดยไม่ใยดีสักนิดว่าแฟนหนุ่มจะเสียหน้าและพังพินาศมากแค่ไหนถ้าเธอทิ้งเขาไปกลางคันแบบนี้

แต่เธอก็ทำจริงๆ

“เชอร์รี่!” เขาเรียกชื่อคนรักสาวแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ฟังเขาอีกต่อไปแล้ว

“ไม่ต้องตามมานะ เราขาดกัน” สิ้นคำแค่นั้นร่างบอบบางก็สะบัดหน้ากลับหลังหัน กึ่งเดินกึ่งวิ่งจากเขาไปแบบไม่ใยดีเลยสักนิดว่าชายหนุ่มจะตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอย่างไรนับจากนี้

“ปัดโธ่เว้ย!” ธันยาพัฒน์ชกต้นไม้อย่างหัวเสีย สายตาคมมองเข้าไปในโรงถ่าย มันอาจจะมืดสักหน่อยแต่ก็พอรู้ได้ว่าข้างในกำลังเตรียมการถ่ายทำ ทีมงานต่างกุลีกุจอเตรียมฉากและเริ่มเช็ครายชื่อผู้เข้าร่วมแข่งขันกันแล้ว เขาลงชื่อแฟนสาวในการสมัครมาตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้ชายหนุ่มยังลังเลว่าจะเดินเข้าไปดีไหม เพราะสภาพตอนนี้เขาไม่มีคู่แล้วน่ะสิ

ทันใดนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวท่าทางเรียบร้อยติดจะทึนทึกด้วยซ้ำ หล่อนนั่งเงียบๆ หากทว่ามีแววร้อนรน ขณะเดียวกันมือเรียวสวยหยิบโทรศัพท์แนบใบหูเล็กนั่นเอาไว้ หญิงสาวกรอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ เธอมองมาสบประสานเข้าพอดีกับดวงตาของเขานับได้ครั้งสองครั้ง ชายหนุ่มหวังว่าเธอคงจะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งจะทะเลาะกับแฟนสาวไปหรอกนะ

ธันยาพัฒน์ละสายตาจากหญิงสาว ‘จะสนใจทำไมเรื่องคนอื่นวะเนี่ยไอ้แทน? คิดหาทางรอดให้ตัวเองดีกว่าว่าจะเอายังไงดี ตอนนี้เชอร์รี่โกรธหนีไปแล้ว’ เขาคิด ก็จะไม่ให้แฟนสาวโกรธเขาได้อย่างไรในเมื่อเชอร์รี่เธอเป็นหญิงสาวขี้อายแม้จะมีหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้มพริ้มเพราระดับเน็ตไอดอล หรือเป็นดาราได้สบายๆ เลย แต่เธอก็ไม่ชอบแสดงออกเอาเสียเลย อีกอย่างเธอโกรธที่เขาไม่ยอมบอกเธอตรงๆ ว่าจะมาเล่นเกมโชว์เพื่อชิงเงินรางวัล เกมแต่ละอย่างโหดเข้าขั้น รายการที่ว่า‘แจ็คพ็อตรัก เลิฟเวอร์คูเปอร์เกม’ ไม่ใช่ไม่เคยดูทางทีวีดิจิตอลชั้นนำ แต่ถ้าให้เลือกระหว่างเป็นคนดู กับผู้ร่วมเล่นเกมเหล่านั้นแล้วเชอร์รี่เลือกที่จะเป็นคนดูอยู่ทางบ้านดีกว่า อีกอย่างเธอเพิ่งจะรู้ความจริงในวันนี้เองว่าธันยาพัฒน์หรือแทนร้อนเงินถึงขั้นต้องมาเล่นเกมโชว์ล่าเงินรางวัล ‘ก็ไหนยัยปิงเพื่อนสนิทของเจ้าหล่อนโฆษณาสรรพคุณ ‘นายนั่น’ นักหนาว่าเป็นถึงทายาทโรงแรมดังที่ภูเก็ต แถมคุณแม่ยังยุให้ ‘จับ’ เขาให้อยู่หมัด เพราะนามสกุลดัง แม้โม้นักหนาว่าเขาเป็นทายาทเศรษฐี แต่ไหงเป็นอย่างนี้ไปได้ล่ะ รวยจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือไม่ได้รวยแต่กำลังจะล้มละลาย แล้วคราวนี้เป็นไงล่ะ?’ พอเธอรู้ความจริงก็นอกจากจะไม่ได้เล่นเกมแน่ๆแล้ว แฟนยังทิ้งหน้างานแบบนี้ มันซวยยิ่งกว่าซวยซะอีก

“น้องแทนใช่ไหมคะ? พร้อมยังคะ แล้วแฟนน้องล่ะ?” ทีมงานเดินเข้ามาถามธันยาพัฒน์

“เอ่อ ขอเวลาสักพักครับ?” ชายหนุ่มตอบขณะแค่นยิ้มเจตนากลบเกลื่อนปัญหาที่ตนเองกำลังเผชิญ

“แฟนยังไม่มาเหรอ?” ทีมงานสาวอายุไม่น่าจะเกินสามสิบปีท่าทางทะมัดทะแมงเอ่ยถามขึ้น เพราะดูสีหน้าชายหนุ่มผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะไม่สู้ดีนัก

“ครับ... เอ่อเข้าห้องน้ำครับ แฟนผมตื่นเต้น... เธอขี้อายครับผม” อ้อมแอ้มตอบไปแต่รู้อยู่แก่ใจว่าตนนั้นกำลัง ‘มุสา’ คำโต แล้วถ้าทีมงานสาวเดินตามไปดูแฟนที่กำลังอ้างถึงในห้องน้ำแล้วไม่เจอใครล่ะจะว่ายังไง แฟนสาวของเขาป่านนี้ไปถึงไหนต่อไหนแล้วกระมัง

“อ๋อ... ทางรายการเราก็กำลังรอดาราที่มาร่วมเกมด้วยน่ะจ้ะเห็นตะกี้โทร.มาบอกว่ากำลังเดินทาง น้องก็บอกแฟนน้องได้เลยว่าไม่ต้องรีบนะคะดาราเค้ารถติดอยู่ ยังไงก็ปลดปล่อยได้ตามสบายเลยจ้ะ” สาวทีมงานรายการบอก เธอคงเข้าใจว่าแฟนสาวของชายหนุ่มผู้เข้าร่วมแข่งขันคงจะตื่นเต้นจนท้องเสียหรือไม่ก็ฉี่ราดกลางกองถ่ายหรืออะไรประมาณนั้น

“ครับๆ ขอบคุณครับ” ธันยาพัฒน์ตอบรับอย่างนอบน้อม

ทีมงานรายการเกมโชว์ชื่อดัง มองซ้ายทีขวาที ราวประเมินผู้เข้าร่วมเกมมากันครบหรือยัง และกะเกณฑ์จำนวนเอ็กตร้า และคนร่วมชมรายการในห้องส่งด้วยสายตา ว่ากี่คนเพื่อจะได้จัดข้าวกองและเครื่องดื่มให้ ขณะเดียวกันก็ก้มลงเช็ครายชื่อผู้ร่วมสนุกจากทางบ้านจากแฟ้ม “เอ... ยังเหลืออีกคู่นี่นา...” ทีมงานคนหนึ่งพูดพึมพำเขาว่านับไม่ผิดแล้วนะ หายไปไหนหนึ่งคู่

“พี่กรณ์ถึงไหนแล้วค่ะ?” ปภาณพิชญ์ถาม หญิงสาวมีสีหน้าเป็นกังวลมากยิ่งขึ้นเมื่อเวลาเหลือน้อยเต็มทีราวว่ามีการนับถอยหลัง คนเดินวุ่นวายขวักไขว่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจใคร

“น้องโยเกิร์ต... พี่คงไปไม่ได้แล้วนะครับ” เสียงของนายแพทย์หนุ่มส่งมาตามสายโทรศัพท์ ส่งผลให้ดวงหน้าหวานสลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“อ้าว! ทำไมล่ะคะ?” ปภาณพิชญ์เอ่ยขึ้นถามขณะแววตาเศร้าลงอย่างชัดเจน ความจริงคำตอบนี้เธอนึกเอาไว้ก่อนแล้ว แต่ไม่คิดว่าคนรักเก่าจะมาบอกกัน ‘หน้างาน’ แบบนี้ แล้วอย่างนี้เธอจะหาใครมาแทนพี่หมอได้ล่ะ เครียดจนปวดหัวตุ้บๆ ไปหมดแล้ว ร้อนผ่าวที่ดวงตาราวว่าน้ำตาจะไหลอย่างนั้นล่ะ ปกติปภาณพิชญ์ไม่ใช่คนอ่อนไหวร้องไห้ง่ายแบบนี้หรอกนะ แต่ในวันนี้เธอมาพร้อมกับความหวัง... ไม่ใช่รางวัลครึ่งล้านนั่นหรอก แต่เธอมีความหวังจะได้คืนดีหรือง้องอนคนรักหนุ่มที่คบหากันมานานต่างหาก แต่ตอนนี้ฝันของเธอสลาย เหลือไว้เพียงคราบน้ำตาที่ร่วงเผาะ ลงมาอาบแก้ม โดยที่เธอก็ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่า กำลังร้องไห้อยู่คนเดียวเงียบๆ ขณะถือสมาร์ตโฟนแนบใบหูของตนเอง

“เอ่อ... พี่คงไม่สะดวกแล้ว” นายแพทย์หนุ่มกระอักกระอ่วนที่จะตอบ ความจริงมันเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจคนรักเก่าได้อย่างไม่ยากเย็น

“พี่กรณ์ทำไมเพิ่งบอกละคะ?” ปภาณพิชญ์บอกอย่างรู้สึกผิดหวัง หัวใจเต้นแรงเพราะความโกรธที่กำลังคุกรุ่นแต่ต่อให้โกรธสักแค่ไหนเธอก็คงทำอะไรมากกว่าการยอมรับสภาพไม่ได้ และดูเหมือนว่าเธอกำลังเผชิญกับปัญหาในเวลาไม่ช้านับจากนาทีนี้

“พี่ขอโทษเราก็แล้วกัน คือเอ่อ....” แล้วก็มีเสียงหญิงสาวที่เสียงแหลมเปี๊ยบส่งมาตามสาย

“เธอเป็นใครเที่ยวชวนแฟนชาวบ้านไปหาน่ะ?” แรกที่ได้ยินปภาณพิชญ์รู้สึกคุ้นหูกับน้ำเสียงและจังหวะจะโคนการพูดจาแบบนี้ แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเสียงใครเพราะกำลังอยู่ในความเสียใจ

‘แฟนชาวบ้านงั้นหรือ... จำได้ว่าพี่ปกรณ์เป็นแฟนฉันนะถึงจะงอนกันบ่อยๆ รักๆ เลิกๆ กันก็หลายครั้งก็เถอะ แต่ถึงยังไง พี่หมอปกรณ์ ก็ยังเป็นแฟนฉันอยู่’ ปภาณพิชญ์คิดในใจและเธอแปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆ มีผู้หญิงคนอื่นพูดแบบนี้กับตนจากมือถือส่วนตัวของผู้ชายที่เธอเรียกเขาว่า ‘แฟน’

“ขอโทษนะคะ ขอพูดกับพี่ปกรณ์ค่ะ” ปภาณพิชญ์เอ่ยอย่างกลั้นโกรธ หากยังคงรักษาความสุภาพเอาไว้ เธอยินดีไว้หน้าทุกคนนั่นล่ะ เป็นธรรมดามีแฟนหล่อก็ต้องใจกว้าง

“เธอจะคุยอะไรกับแฟนฉันเหรอ? แล้วก็ไม่ต้องรออีกต่อไปแล้วนะ แฟนของฉันคงไปพบเธอตามนัดอีกต่อไปแล้วเข้าใจตรงกันนะ” ปลายสายเว้นจังหวะสูดลมหายใจ ก่อนกระแทกคำพูดแบบเน้นๆ กลับมาอีกครั้ง “เลิก-ยุ่ง-กับ-แฟน-ฉัน-สักที!!”

เธอวางสายใส่เธออย่างห้วนๆ แต่ทำไมมันถึงเจ็บขนาดนี้นะ ‘เจ็บปวดจังเลย... ปริ่มๆเหมือนใจจะขาด’

หญิงสาวเจ็บจนมิอาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไปมือเรียวเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาความรู้สึกโดดเดี่ยวแห้งเหี่ยวแล้วเหมือนโลกทั้งใบกำลังหันหลังให้เธอ

“น้องๆ เป็นอะไรจ๊ะ?” ทีมงานสาวห้าวถามขึ้นมา เธอตามหาคู่รักที่เข้าแข่งขันอีกคู่ที่เหลือก็ไม่เจอใครเลย นอกจากน้องคนนี้ ตอนนี้ดาราที่รอกำลังจะมาถึงโรงถ่ายแล้ว ฉากก็พร้อมทุกอย่างมีทีมงาน มีคนที่มาคอยให้เสียงตบมือก็ประจำที่กันหมดแล้ว

“ปละ... เปล่าค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ” ว่าพร้อมก้มหน้าปาดน้ำตาเงียบๆ

“แล้วน้องร้องไห้ทำไม?” ทีมงานอีกคนที่มาพร้อมกันถามขึ้นบ้าง

“ไม่ได้ร้องค่ะ” อ้อมแอ้มแก้ตัวไปทั้งที่หลักฐานที่เรียกว่า ‘น้ำตา’ มันเห็นอยู่ทนโท่

“น้องใช่คนที่จะเล่นเกมใช่ไหม เหลืออีกคู่ พี่ตามหาแทบแย่ แล้วนี่แฟนไปไหน?” ทีมงานถามขึ้น เพราะในเวลาที่ใกล้แข่งขันแบบนี้ แต่ละคนเขาอยู่กันเป็นคู่ๆ รอทีมงานฝ่ายประสานงานกองถ่ายเรียกตัว เข้าประจำที่แล้ว แต่ที่เห็นมีอยู่สองคนที่ยืนรอแฟน คนหนึ่งก็ชายหนุ่มมาดเซอร์กับน้องสาวคนนี้ หรือสองคนนี้จะเป็นแฟนกัน แต่ทะเลาะแง่งอนกันหน้างานแบบนี้นะ ขอให้รีบเคลียร์ทำความเข้าใจกันซะจะแข่งแล้ว ทีมงานสาวได้แต่คิดไปเรื่อยเพราะตั้งแต่ทำรายการมาเธอเห็นบ่อยที่คนรักมาแข่ง แล้วงอนกันทะเลาะกันกลางกองถ่ายแบบนี้น่ะ เธอชินเสียแล้ว

“อยู่นี่ครับ!” ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงเอ่ยมาแต่ไกล สิ่งนั้นทำเอาปภาณพิชญ์ที่เพิ่งจะเช็ดน้ำตาจนแห้งตกใจเช็ดน้ำตารวดเร็วอีกครั้งเพื่อจะได้เห็นชัดๆว่าเสียงใคร ชีวิตนี้มีแฟนคนเดียวนะ แล้วก็เพิ่งถูกแย่งไปถ้าจะต้องมีแฟนใหม่ทำไมฟ้าส่งมาไวนักล่ะ ยังไม่ได้อธิษฐานเลยด้วยซ้ำ ปภาณพิชญ์คิดขณะสายตาก็เริ่มมองเห็นหน้าหล่อๆ ของหนุ่มมาดเซอร์เจ้าของประโยคบาดใจนั้นชัดเจนขึ้น

พระเจ้าช่วย... กล้วยทอดของปภาณพิชญ์!

“หนีมานั่งตรงนี้เอง ไปล้างหน้าก่อนไป เกมใกล้จะเริ่มแล้ว” เขาบอกด้วยท่าทีสนิทสนม พร้อมเผยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าที่เคยได้รับฉายาว่า ‘บุรุษหน้าเดียว’ หรือ ‘ช่างภาพหน้าเดียว’ อันเป็นฉายาจากบรรดานางแบบและสไตลิสต์หลายๆ คนในวงการนิตยสารแฟชั่น หากรอยยิ้มของเขานั้นสดใสอย่างยากอธิบาย ปกติธันยาพัฒน์เป็นผู้ชายยิ้มยากอยู่เป็นทุนแล้ว จนเป็นสาเหตุให้เขาได้รับฉายาว่า ‘ผู้ชายหน้าเดียว’ มาตั้งแต่เด็ก พอโตเป็นหนุ่มหล่อเลี้ยงตัวเองโดยไม่พึ่งเงินทางบ้านด้วยอาชีพช่างภาพอิสระ เขาก็ได้รับฉายาจากบรรดานางแบบนายแบบและสไตล์ลิ้สต์ทั้งหลายว่าเขาน่ะ เป็น ‘ช่างภาพหน้าเดียว’ จะดีใจเสียใจมีความสุขหรือทุกข์ ใบหน้าเขาก็เรียบนิ่ง หน้าเดียว นานทีจึงจะเผยรอยยิ้มสักครั้ง แต่ก็เป็นเพียงรอยยิ้มบางๆ เหมือนคนขี้เกียจจะยิ้ม คนที่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของเขานับว่าเป็นคนโชคดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

“อ้าว! เมื่อกี้น้องบอกแฟนเข้าห้องน้ำ?” ทีมงานท้วงขึ้น มองมาด้วยดวงตาเจือแววสงสัย

“ครับ แฟนผมขี้อาย เรางอนกันนิดหน่อยครับเลยแอบมานั่งร้องไห้ตรงนี้ มาถึงแล้วไม่อยากเล่นเกมจะหนีกลับบ้านท่าเดียว” เขาบอกเหตุผล มันคือมุสาคำโตเลยนะนั่น!

“อ๋อๆ เออรีบๆ ทำความเข้าใจกันซะ แล้วรีบตามพี่เข้าไปข้างในล่ะ” ทีมงานสาวว่า คิดไว้แล้ว... ‘หนุ่มสาวฮอร์โมนพลุ่งพล่านก็งี้ เอะอะทะเลาะเอะอะงอนง้อ... แหมเห็นใจคนโสดบ้างสิวะพวกแกเอ๊ย...’ ทีมงานคิดในใจก่อนเดินส่ายศีรษะเข้าไปในฮอลล์จัดการถ่ายทำ

“นี่คุณ?” ปภาณพิชญ์กำลังคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าช่างเสียมารยาท เธอยอมรับว่าเขาหน้าตาดีรูปร่างพอๆนายแบบเลยล่ะแต่ไม่น่าเลยเสียมารยาทขนาดนี้ เธอนึกตำหนิเขาในใจ

“ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะครับ แต่ที่คุณทะเลาะกับแฟนในโทรศัพท์ดังขนาดนั้น... ดีแค่ไหนแล้วที่ทีมงานไม่ได้ยินเข้า”

“คุณมายุ่งทำไมเล่า!” เธอบอกอย่างเซ็งๆ พร้อมก้มหน้าหลบสายตาเขาที่กำลังจับจ้องสังเกตเธอ

“ตอนนี้เราตกอยู่ในเรือลำเดียวกันน่ะ จะไม่ได้ยังไง?”

“คุณหมายความว่าไง?” ปภาณพิชญ์เงยหน้าถามอย่างนึกสงสัยขณะสายตาสบประสาน นาทีนั้นเองหญิงสาวจึงได้พบว่าดวงตาของผู้ชายหน้าเดียวมีสีเทาอมฟ้า... มันน่าหลงใหลพอๆกับพระเอกภาพยนตร์ฮอลลิวูดชื่อดังหลายๆ คนเลย

“แฟนผมหนีกลับบ้านไปแล้ว ส่วนคุณคงไม่ต้องให้บอก...” ชายหนุ่มหยุดจ้องตาคู่นั้นที่กำลังช้ำแดงเพราะผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ แล้วชายหนุ่มก็พูดต่อไปอีกว่า “ปัญหาที่เกิดกับคุณไม่ใช่ผมไม่รู้” พูดจบเขาก็มองเห็นละอองน้ำตาที่กำลังสั่นระริกในดวงตาคู่สวย ก่อนที่มันจะเอ่อรื้นขึ้นมาอย่างยากจะห้ามเอาไว้ได้...

“อืม” หญิงสาวพยักหน้าหงึกๆ น้ำตาก็พาลจะไหล

“คุณหยุดร้องไห้ก่อนได้ไหมครับ... เรามาคิดช่วยกันว่าจะผ่านวันนี้ไปได้ยังไงดีกว่า” เขาเอ่ยชวนสายตาที่มองก็คล้ายว่ากำลังปลอบโยน แต่ตอนนี้เขายังอยู่ในฐานะคนแปลกหน้า ซึ่งทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้

หญิงสาวแหงนหน้าสบประสานสายตาเขา

“แล้วคุณว่าเราควรทำไง?” หญิงสาวเอ่ยถาม... หวังว่าสิ่งที่เขาจะตอบออกมา คงไม่ตรงกับที่เธอกำลังเดานะ

“ในเมื่อแฟนเราต่างก็ไม่มาที่นี่ ไม่อยู่ตรงนี้ และเรากำลังจะแข่ง เราก็มาจับคู่กันสักพัก?” เขาบอกอย่างมีแผนการแต่สีหน้าเขายังคงนิ่งเรียบเช่นเดิม

“แล้วมันก็ต้องมีคู่หนึ่งที่หายไป” ปภาณพิชญ์ตั้งข้อสังเกต เพราะแผนการที่ทั้งสองกำลังจะทำนั้นมันมีช่องโหว่!

“เราแค่...” เขาจ้องเธออย่างครุ่นคิดก่อนโน้มหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเธอเบาๆที่ข้างหู “เงียบๆ ไว้ แล้วผมจะเข้าไปช่วยทีมงานหาคนมาแทนแฟนของเราเอง” เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง หากทว่าลมหายใจอุ่นร้อนของเขามันเป่ารดใบหูบอบบางของเธอพาให้หัวใจหญิงสาวเต้นแรงไม่เป็นส่ำ คนบ้า! เพิ่งรู้จักกันก็ถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ ทำไมอันตรายขนาดนี้เนี่ย กับพี่หมอคบกันมาเป็นปียังไม่เคยทำใจเต้นรัวแบบนี้เลยนะ! “คิดว่าเขาน่าจะมีสแตนอินน่า อย่างน้อยเอาคนตบมือพวกนั้นมาสวมสิทธิ์เล่นเกมก่อน แหมคุณ... รายการโทรทัศน์ระดับมืออาชีพอย่างพวกเขา ไม่เตรียมงานไว้แค่แผนเดียวหรอก”

“คุณรู้ได้ไง?” ปภาณพิชญ์เอ่ยถามออกไปด้วยความแปลกใจ

“ผมเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ สายงานของผมมันก็คล้ายๆ กันน่ะ งานบันเทิง วงการมายาเค้ามีก๊อกสอง ก๊อกสาม เป็นแผนสำรอง” เขาหยุดจ้องหน้า “ว่าแต่คุณจะเอาไง?” เขาย้ำคำถามไปที่หญิงสาวที่ตาแดงก่ำ เพราะผ่านการร้องไห้มาพอสมควร ชายหนุ่มหน้าเรียบนิ่ง แม้ดูเหมือนหัวใจเย็นชาก็จริง แต่มันจะทนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นน้ำตาผู้หญิง... ธันยาพัฒน์ไม่เคยทำผู้หญิงต้องร้องไห้ และไม่ชอบเห็นผู้ชายหน้าไหนก็ตามทำร้ายจิตใจผู้หญิง กระทั่งถึงขั้นร้องไห้เสียน้ำตาแบบนี้

สถานการณ์เหมือนทั้งคู่ลงเรือลำเดียวกัน สภาพเธอเอง ตอนนี้ก็เหมือนเดินมาไกลเกินกว่าจะหันกลับหลัง ความจริงเธอก็ไม่ได้หวังรางวัลอยู่แล้ว แค่อยากง้อคนรัก แต่ถ้าเขาไม่อยู่ การทิ้งไปกลางคันมีแต่จะถูกทีมงานด่าตามหลังนั่นน่ะสิ เธออาจจะตกลงกับเขาแล้วแข่งไปให้มันจบๆ ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป

“เอาก็เอาค่ะ” หญิงสาวปาดคราบน้ำตา หายใจเข้าปอดลึกสุดก่อนลุกขึ้น “ฉันตกลง!” เธอบอกดวงตาเธอดูเข้มแข็งขึ้นมา

“ไปล้างหน้าก่อนดีไหม... “ เขาแนะ ก่อนจะพูดเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นราวปลอบโยน “เติมแป้งและลิปสติกสักนิดก็ได้ ผมจะรอแถวๆ ทางเข้านะครับ” เขายิ้มบางอย่างเห็นอกเห็นใจหญิงสาวขี้แยตรงหน้า แน่นอนว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีในรอบปีที่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของเขา

“ค่ะ” ปภาณพิชญ์พยักหน้ารับรู้ก่อนเดินตรงไปที่ห้องน้ำของโรงถ่ายทำ

ปภาณพิชญ์ก้าวออกมาหลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อย พบว่าร่างสูงมาดเซอร์กำลังยืนรอเธออยู่ นานแค่ไหนแล้วที่ปภาณพิชญ์ไม่มีผู้ชายยืนรอหน้าห้องน้ำแบบนี้ เขาทำให้เธอหวนกลับไปนึกถึงเวลาหลังชมภาพยนตร์จบ พี่หมอจะต้องยืนรอเธอหน้าห้องน้ำ เหมือนๆ กับแฟนหนุ่มของสาวๆ ทุกคนที่ไปชมภาพยนตร์เป็นคู่ๆ ใครที่เดินออกมาแต่ไม่มีคนรักยืนรอก็ดูเหมือนจะเก้อเขินไป... หล่อนดูหนังคนเดียวมาพักหนึ่ง หลังจากพี่หมอให้เหตุผลว่า งานที่โรงพยาบาลที่สังกัดนั้นยุ่งมาก คนไข้เยอะ ไปไหนมาไหนกับเธอบ่อยๆ เหมือนเดิมคงจะไม่ได้ ในเวลาต่อมา เพื่อนสนิทของปภาณพิชญ์เล่าให้ฟังว่า พี่หมอของเธอสนิทสนมกับแพทย์สาวที่เธอก็รู้จักแต่... ไม่คิดว่าเขาจะสนิทถึงขั้นคบหากัน และนั่นหมายความว่าพี่หมอคบซ้อนเพราะเขากับเธอยังไม่เลิกกันด้วยซ้ำ

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?” เขาเอ่ยถาม หน้าตาแน่วนิ่งไม่แสดงอารมณ์ แม้จะหน้าตาดีแต่เสียดายหน้าที่นิ่งเรียบเหมือนเจ้าชายน้ำแข็ง ไม่บอกก็คงคิดว่าเขาไปฉีดโบท็อกซ์มามากเกินจำเป็น จนใบหน้าแสดงอารมณ์ไม่ได้ แต่ความจริงเขาเป็นคนนิ่งๆ แบบนั้นเอง

“ค่ะ” ปภาณพิชญ์พยักหน้ารับ ดวงตาที่เคยเศร้าหมอง ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง เหตุผลที่ปภาณพิชญ์ตัดสินใจอยู่ต่อไม่ใช่เพราะอยากได้รางวัล แต่เพราะเธอไม่อยาก ‘เสียคน’ มากกว่า

“พร้อมนะ?” เขาเอ่ยถามถึงความพร้อมของคนตัวเล็ก เขารูปร่างสูงและดูสมาร์ทมาก จากสายตาของปภาณพิชญ์คะเนดูน่าจะร้อยแปดสิบได้ คางของเขาอยู่ระดับเดียวกันกับหน้าผากมนของเธอ ทำให้หญิงสาวนึกถึงการ์ตูนตาหวานที่พระเอกจะรูปร่างสูงยาวขณะที่นางเอกตัวเล็กนิดเดียว แต่ได้ระดับพอดีเหมาะสม หากเขาโน้มหน้าลงมาแนบจูบที่ริมฝีปากอิ่มสวยนั้น... ปภาณพิชญ์กำลังจินตนาการถึงการ์ตูนตาหวานต่างหาก ทำไมชายหนุ่มตรงหน้าถึงเอาแต่ยิ้ม

“อืม” หญิงสาวเปล่งเสียงขานรับในลำคอ คงไม่กล้าจะพูดอะไรมาก กลัวเขาจะจับได้ว่าตนแอบคิด ‘อกุศล’ กับเขาเข้าแล้วไง

“งั้นเราเข้าไปข้างในได้แล้ว” เขาเอ่ยชวน ปภาณพิชญ์เดินตามเขาต้อยๆ

“เอ่อ... คุณคะ ชื่อคุณ...?” หญิงสาวหยุดชะงักครู่หนึ่ง เงยหน้าสบประสานดวงตาคมของเขา

“เรียกผมว่าแทน... ผมชื่อแทนครับ ธันยาพัฒน์คือชื่อไทยของผมครับ” ชายหนุ่มตอบ ดูเหมือนว่ามุมปากข้างหนึ่งจะโค้งเป็นรอยยิ้มบางๆ น่าค้นหา รอยยิ้มนั้นทำให้เขาดูเป็นผู้ชายมากเสน่ห์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

“คุณเป็นลูกครึ่งหรือคะ?” ความจริงปภาณพิชญ์ไม่น่าถามเลยด้วยซ้ำเพราะเชื้อชาติของเขามันชัดเจนที่รูปลักษณ์ของเขา ทั้งดวงตาสีเทาอมฟ้า ปากสีชมพูธรรมชาติ ผมสีน้ำตาลเข้มและรอยกระที่มีแต่พอน่ารัก บนแก้มทั้งสองข้างของเขา

“ไทย-อังกฤษ แพททริค เจ. วิลเลี่ยม ชื่ออังกฤษครับ” เขาตอบน้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งฟังดูมั่นคงดี ปภาณพิชญ์บอกตัวเองอย่างนั้น

“ฉันชื่อปภาณพิชญ์ เรียกโยเกิร์ตก็ได้... นั่นชื่อเล่นฉันค่ะ” เธอตอบเขาแต่กลับเขินอายขึ้นมาเฉยๆ อยู่ดีๆ ก็ใจเต้นแรงพร้อมกับร้อนวูบวาบที่พวงแก้ม

“ยินดี... เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขาหยุดสบประสานสายตา ‘โยเกิร์ต... ผมก็ชอบกินโยเกิร์ตเหมือนกันนะ!’ เขาพบว่าหญิงสาวตรงหน้าก็หน้าตาน่ารัก สวย หวานจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าผู้ชายที่ทำเธอร้องไห้ ทำไมมันโง่ขนาดนี้นะ

“ค่ะ ยินดีเช่นกัน” เธอตอบขณะหัวใจก็เต้นแรงเหลือเกิน ไม่อาจทนสบประสานสายตากับช่างภาพรูปหล่อได้นาน เพราะมันทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบที่พวงแก้มทั้งสองข้าง ถ้าไม่รีบหลบตาตอนนี้มีหวังสีแดงๆ ของแก้มสาว ได้สะท้อนอยู่ในดวงตาของเขาเป็นแน่ มันคงเป็นเรื่องน่าอายน่าดูเลย ถ้าปล่อยให้เกิดเรื่องอะไรแบบนั้นกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกัน

“ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่” เขาบอกอย่างแค่นยิ้ม

“แต่ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องดีนะคะ” เธอตอบพร้อมใช้นิ้วเกี่ยวปรอยผมขึ้นเหน็บใบหูอย่างแก้เก้อ ‘ทำไม... ต้องรู้สึกเขินอายกับผู้ชายคนนี้ด้วยนะ?’ หญิงสาวตำหนิตัวเอง

“ครับผม เราเข้าไปข้างในกันได้แล้ว” เขาชวนน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่พูดเปล่า มืออบอุ่นเกี่ยวมือนุ่มจับจูงเดินเข้าไปด้านใน หากหญิงสาวขืนตัวไว้ ก่อนพูดอะไรบางอย่าง

“ว่าแต่เรื่องที่มันจะต้องมีทีมหนึ่งที่หายไปละคะ?” หญิงสาวยังถามด้วยความเป็นกังวลเพราะกลัวถูกทีมงานจับได้แล้วเรื่องเล็กมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่น่ะสิ

“ผมบอกทีมงานไปแล้วครับ ไม่ต้องกังวล” เขาบอก สิ่งนั้นสร้างความสบายใจให้ปภาณพิชญ์ขึ้นมาทันที

“โอ... ดีจังค่ะ” ปภาณพิชญ์รู้สึกโล่งใจ จนเผยรอยยิ้มหวานละมุนละไมออกมา รอยยิ้มนั้นตรึงอยู่ในหัวใจใครบางคน ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน ผู้ชายอย่างธันยาพัฒน์ ผู้ไม่เคยเชื่อเรื่อง ‘รักแรกพบ’ แต่ตอนนี้ชายหนุ่มชักลังเลสับสน!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย จอมใจ จอมมาร
8.5
มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกอย่างคาร์โลสต้องการครอบครองพรหมจารีของกัญญิกา เขาใช้เงินและอำนาจบีบบังคับให้เธอมาอยู่บนเตียงเพื่อแลกกับการดูแลพ่อที่เจ็บป่วย แม้หญิงสาวจะแสดงความรังเกียจและด่าทอด้วยความแค้น แต่เขากลับดูถูกว่าเธอไม่ต่างจากผู้หญิงขายตัวที่เห็นแก่เงิน คาร์โลสไม่ต้องการความรักจากเธอและพอใจที่จะเรียกใช้เธอซ้ำในฐานะของเล่นชิ้นโปรด ทิ้งให้กัญญิกาต้องจมอยู่กับหยาดน้ำตาและความพยาบาทที่อยากจะทำลายคนใจร้ายคนนี้ให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย ประกาศหาแฟน
9.3
เมื่อเหวินหญ่าถูกคู่หมั้นและแม่เลี้ยงทรยศเพื่อฮุบสมบัติ เธอจึงจ้างชายหนุ่มสุดหล่อมาฉีกหน้าพวกเขาในงานหมั้นเพื่อล้างแค้น เธอเข้าใจผิดว่าเขาเป็นเพียงคนจนที่เห็นแก่เงิน แต่แท้จริงแล้วหมิ่นซือหางคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่คอยหนุนหลังเธออย่างลับๆ จนโชคชะตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะจบงานเขากลับไม่ยอมจากไปพร้อมประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ก่อนที่เธอจะพบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วเขาคือชายแปลกหน้าผู้พรากพรหมจรรย์ของเธอไปในคืนนั้น
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
หน้าปกนวนิยาย อสูรเสน่หา
8.0
ความสัมพันธ์เพียงชั่วคืนที่ควรจบลงกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย เมื่อชายแปลกหน้าคนนั้นคือเจ้านายคนใหม่ของมีนา และเขายังมีฐานะเป็นพี่ชายของแฟนเก่าที่เธอเคยเลิกรากันไปอีกด้วย ค่ำคืนแห่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความเมามายและความขาดสติกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจสลัดหลุดได้ง่ายๆ เมื่อเขาประกาศชัดว่าเธอกำลังทำให้เขาคลั่งจนแทบเสียการควบคุมตัวเอง ท่ามกลางความอัปยศที่ตามหลอกหลอน มีนาต้องเผชิญหน้ากับแรงดึงดูดและฐานะที่ซับซ้อนเกินกว่าจะถอยหลังกลับได้
หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักคือเธอ
8.9
นิ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เด็กกำพร้าสาวผู้โชคดีได้สมรสกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง ทว่าชีวิตคู่ตลอดสามปีกลับไร้ซึ่งความรัก จนกระทั่งวันที่เธอตั้งครรภ์ สามีกลับขอหย่าเพราะปักใจเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างมีคนใหม่ แต่ในจังหวะที่ความสัมพันธ์กำลังจะขาดสะบั้น เขากลับเปลี่ยนใจไม่ยอมปล่อยเธอไป พร้อมสารภาพความในใจที่ทำให้เธอต้องสับสน ท่ามกลางรอยร้าวและความแค้นที่ปนไปกับความรัก ว่าที่คุณแม่มือใหม่จะตัดสินใจอย่างไรกับอนาคตที่ยากจะคาดเดานี้
หน้าปกนวนิยาย วิวาขัดดอก
8.8
เพื่อชดใช้หนี้สินมหาศาลที่ผู้เป็นพ่อก่อเอาไว้ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับว่าตนเองคือผู้หญิงในคลิปอื้อฉาวที่อยู่บนเตียงกับเจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล การก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์ที่ดูหรูหราสมบูรณ์แบบในสายตาคนภายนอก แท้จริงแล้วเป็นเพียงการแต่งงานเพื่อขัดดอกและใช้หนี้คืนเพียงเท่านั้น ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อตกลงทางธุรกิจและพันธะหนี้สินที่ผูกมัดเธอเอาไว้กับบอสหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในฐานะภรรยาที่ไร้ซึ่งสิทธิ์เสียงใดๆ