
ล่ารักเจ้าสาวแจ็คพ็อต
ตอน 3
รอยยิ้มสดใสราวดอกไม้บานของหญิงสาวแปลกหน้า ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงกว่าปกติ ชายหนุ่มอยากเห็นเธอยิ้มบ่อยๆ ด้วยสัญชาติญาณของช่างภาพ เพื่อเก็บภาพแห่งช่วงเวลานั้นเอาไว้ แปลกจริงที่จู่ๆ ก็นึกอยากได้เธอมาเป็นนางแบบซะอย่างนั้น
ธันยาพัฒน์ เจ. วิลเลี่ยมส์ เกริกกานต์อนันต์ หรือแทนคือชื่อเล่นของเขา ส่วนนามสกุลที่ฟังดูไพเราะและบ่งบอกว่าฐานะไม่น่าจะลำบากเรื่องเงิน แถมเป็นลูกเสี้ยวไทย-อังกฤษ เพราะมีพ่อเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ไม่บอกใครจะเชื่อว่าเขาต้องการเงินรางวัลไปจ่ายค่ารถบิ๊กไบค์คันโปรด ที่ไม่ได้จ่ายค่างวดมาถึงตอนนี้ก็หลายเดือน รถคันนี้เขาแอบซื้อมันเองเพราะธนพัฒน์ผู้เป็นบิดา นักธุรกิจใหญ่ไม่ยอมซื้อให้ เหตุเพราะไม่อยากเห็นลูกชายได้รับอันตรายจากการขับขี่ การจราจรบนท้องถนนสมัยนี้อันตรายจะตายไป ว่ากันว่า รถยนต์มันเหล็กหุ้มเนื้อแต่ไอ้เจ้าบิ๊กไบค์ซุปเปอร์ไบค์ มันก็คืออวตารหนึ่งของมอร์เตอร์ไซค์ ที่ในสายตาของคนสูงวัยก็คิดว่ามันก็ยังเป็นหนังหุ้มเหล็กอยู่ดี
สรุปคือมันอันตราย!
สำหรับธันยาพัฒน์แล้ว เขาไม่ใช่ผู้ชายสิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้น ไม่มีทางแน่ๆ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรอก ความเป็น ‘เกริกกานต์อนันต์’ หลายคนในวงสังคมไฮโซรู้จักดีว่าเขาคือทายาทหนุ่มของตระกูลดังในธุรกิจอสังหาริมทรพย์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย หากธันยาพัฒน์ไม่ใช่ผู้ชายที่จะเอาต้นทุนชีวิตของครอบครัวที่มีเงินถุงเงินถังมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เขาหยิ่งในศักดิ์ศรีและชอบที่จะ ‘ล่าเงิน’ ด้วยตนเองมากกว่า ช่างภาพอิสระอย่างเขาจึงต้องสรรหาคนรักกำมะลอ เพื่อเข้าไปเล่นเกมโชว์ล่าเงินรางวัลกว่าครึ่งล้านนั่น จะอย่างไรภารกิจหลักต้องสำเร็จ เงินห้าแสนต้องนอนอยู่ในบัญชีธนาคารของเขาในเวลาอันใกล้นี้ แล้วอะไรทำทายาทเศรษฐีต้องมาเล่นเกมโชว์เพื่อหาเงินแบบนี้ด้วยล่ะ
‘ถ้าแกไม่ยอมแต่งงานกับเชอร์รี่ เงินสักแดงเดียวแกก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้’ เสียงเข้มขึงจากคนเป็นพ่อดุจคำบงการ
‘ไม่เป็นไรครับ เพราะตั้งแต่เล็กจนโต ผมก็ไม่เคยแตะต้องเงินของพ่ออยู่แล้ว’ ธันยาพัฒน์โต้ทันควัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและเย็นชา
‘อวดดีเข้าไป แกนี่มันลูกนอกคอกจริงๆ ฉันไม่น่าให้แกเกิดมาเลยจริงๆ’ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลูกที่เขารักที่สุด แต่ความดื้อรั้นไม่ได้ดั่งใจของธันยาพัฒน์ ก็ทำคนเป็นพ่อพลั้งปากพูดในสิ่งที่ตรงข้ามใจเสมอ เขาอยากกำราบลูกชายหัวดื้อ แต่เป็นเรื่องยาก ธันยาพัฒน์เป็นลูกชายที่ห่างเหิน...
‘ผมเพิ่งรู้เองนะครับว่าผมไม่ได้เกิดมาจากความรัก’ ชายหนุ่มโต้เถียงทั้งที่ใจก็เจ็บปวด รู้สึกไม่ต่างกันจากผู้เป็นบิดา แววตาชราสั่นระริกด้วยความเสียใจ
‘แกเอาอะไรมาพูด’ คนเป็นพ่อคำราม
‘ตั้งแต่แม่จากไป ผมก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากพ่ออยู่แล้ว แม้แต่นามสกุลที่ติดตัวผม ฉะนั้นพ่อก็อย่าบังคับผม โดยเฉพาะเรื่องแต่งงาน ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ’
‘เจ้าแทน หยุดเดี๋ยวนี้! แกหยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้!!!’ คำสั่งของบิดาดูเหมือนจะเป็นเพียงสายลมผ่าน เพราะธันยาพัฒน์เดินออกไปจากคฤหาสน์อันโอ่โถงอย่างรีบเร่ง โดยไม่หันหลังกลับมาอีกเลยนับจากวันนั้น
ชายหนุ่มสูญเสียมารดาไปตอนที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองนอก ในเวลานั้นขณะที่เขากำลังคร่ำเคร่งกับการสอบ ก็ได้ข่าวการเสียชีวิตแบบกระทันหันของมารดา เขาไม่ทันมาดูใจคนเป็นแม่ด้วยซ้ำ
‘แทน ตั้งสติเอาไว้ดีๆ นะลูก’
‘เกิดอะไรขึ้นครับ’
‘แม่จากเราไปแล้วลูก’
วะ... ว่าไงนะครับ ไม่จริงใช่มั้ยพ่อ ไม่จริงใช่มั้ยครับ
‘แม่ประสบอุบัติเหตุระหว่างไปเปิดงานศิลปะน่ะลูก’ คราวนั้นกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลเทพรักษ์ ซึ่งตระกูลเกริกกานต์อนันต์เป็นเจ้าของ ร่วมมือกันแสดงภาพผลงานศิลปะวาดสีน้ำมันของแพทย์ พยาบาลและคนในวงการแพทย์ เพื่อนำเงินรายได้ส่งไปช่วยเหลือทหารสามชายแดนภาคใต้ ในโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์รักษา ซึ่งจัดขึ้นในทุกๆ ปีจนเป็นที่รู้กันดี แต่โชคร้ายที่ศศิฤทัยประสบอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง คนขับรถเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่มารดาเขาพร้อมเลขาผู้ติดตาม ต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่นาน ก่อนที่มารดาเขาจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
‘ไม่จริง’
‘แม่พักรักษาตัว กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรามานานหลายเดือน’ ธนพัฒน์เล่า เสียงสะอื้น หัวใจเขาแตกสลายลงไม่มีชิ้นดี
‘ทำไมพ่อไม่บอกผม ทำไมพ่อเพิ่งมาบอก’
‘พ่อเสียใจนะลูก พ่อไม่อยากให้มีเรื่องกวนสมาธิ พ่ออยากให้แกเรียนจบก่อน’
‘ทำไมไม่ให้ผมกลับไปดูใจแม่ พ่อใจร้าย’
‘แทน อภัยให้พ่อนะลูก’
‘ผมเกลียดพ่อ!’ ชายหนุ่มแผดเสียงลั่นด้วยหัวใจสลาย ภาพความรักและอ่อนโยนของมารดาผ่านขึ้นมาในมโนสำนึก น้ำตาเขาไหลพรากกับการจากไปไม่มีวันกลับของคนเป็นแม่
หลังการจากไปของมารดาเพียงไม่นาน เขากลับมาร่วมงานศพมารดา หลังจากนั้นก็ได้ข่าวว่าพ่อแต่งงานใหม่อย่างเอิกเกริกกับนางพยาบาลสาวสวย ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแม่ ความใกล้ชิดที่พยาบาลสาวใช้เวลาดูแลแม่ของเขาแต่กลับไปสนิทสนมกับสามีคนไข้ จนเกิดเป็นงานแต่งงานใหญ่โต ทั้งที่แม่เขาเผาไปยังไม่ทันครบร้อยวันด้วยซ้ำ แล้วแม่เลี้ยงก็ดูเหมือนจะไม่ชอบหน้าเขา พยายามกีดกันออกจากกิจการทุกอย่างของตระกูล เหมือนว่าเขาไม่มีตัวตน
เวลาล่วงผ่านไปหลายปี เขาเรียนจบกลับเมืองไทยและเลือกใช้ชีวิตอิสระเอง โดยไม่พึ่งพิงทางบ้าน เรียกว่าสะใจคนเป็นแม่เลี้ยงอย่าง ‘งามพร้อม’ เต็มที เพราะไม่ต้องมีเขาอยู่ขวางหูขวางตา แล้วก็ไม่ต้องมีหอกข้างแคร่อย่างเขาให้ระแวงว่าจะมีตัวเพิ่มในการแย่งมรดก ถ้าหากประมุขของบ้านอย่างบิดาเขาจากไป แต่เขาน่ะสิ คิดถึงมารดาครั้งใดก็กล้ำกลืน น้ำตาลูกผู้ชายจะหลั่งออกมาให้โลกเห็นไม่ได้ แต่หัวใจคนเป็นลูกอย่างเขาเจ็บร้าวเหลือเกิน เขาจึงตั้งปณิธานว่าจะไม่ให้อภัยบิดา รวมทั้งจะไม่ยอมกลับไปข้องเกี่ยวกับบ้านนั้นอีกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
คุณอาจจะชอบ





