ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปารีสพิศวาสหวาม

ปารีสพิศวาสหวาม

เมื่อเอริค มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยถูกปฏิเสธ ต้องมาเผชิญหน้ากับอลิชชา หญิงสาวธรรมดาที่แสนพยศและไม่ยอมศิโรราบให้แก่เขาโดยง่าย เขาจึงงัดเล่ห์เหลี่ยมและเสน่หาอันเจนจัดมาล่อลวงเพื่อดึงเธอเข้าสู่กรงพิศวาส แม้เขาจะปั้นดินให้เป็นดาวและมอบความหรูหราให้เพียงใด แต่อลิชชากลับพยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดของอสูรร้ายในร่างเทพบุตร เพราะเธอไม่อาจยอมเป็นเพียงทาสสวาทท่ามกลางผู้หญิงมากมายที่รายล้อมเขา ท้ายที่สุดเล่ห์กลของเขาจะสามารถสยบหัวใจที่แข็งกร้าวของเธอได้หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

เอริคพาอลิชชาไปพบญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ชื่อ ฟรังค์เดย์ ฌาร์เรวูร์ เจ้าของห้างสรรพสินค้าดังที่ใหญ่ที่สุดในปารีส

“สวัสดีครับคุณลุง”

“สวัสดีเอริค แล้วสาวน้อยคนนี้เป็นใครหรือ” สายตาของผู้สูงวัยทอดมองไปยังใบหน้าอ่อนเยาว์น่าเอ็นดูนั้นอย่างพิศวง ไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนเป็นอะไรกับเอริคลูกชายของเพื่อนรักของเขา

“เธอกำลังจะมาเป็นนางแบบโฆษณาให้กับผมครับ ชื่อ อริส ครับ อริสนี่คุณลุงฟรังค์เดย์ เป็นเพื่อนรักของพ่อผม”

อลิชชาค้อมศีรษะให้ผู้อาวุโสยิ้มๆ และยื่นมือออกไปสัมผัสตามธรรมเนียมตะวันตก ทั้งที่ในใจยังอึ้งกับการกล่าวแนะนำสถานะของเธอต่อชายสูงวัยคนนี้จากปากของเอริค โดยที่เธอยังไม่ได้ตกลงอะไรกับเขาเลยสักคำ แต่เพื่อไม่ให้เสียมารยาท อลิชชาจึงต้องปล่อยเลยตามเลย

“ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะหนูอริส เรียกฉันว่าคุณลุงเหมือนที่เอริคเรียกฉันก็ได้นะ” น้ำเสียงของชราดูอ่อนโยนจนอลิชชารู้สึกได้

“ยินดีเช่นกันค่ะ คุณลุง”

“เอ่อ คุณลุงครับ ผมมีเรื่องอยากจะรบกวน ขอเราสองคนเข้าไปคุยกันข้างในบ้านหน่อยนะครับ”

“โอ๊ะ ได้สิ เชิญๆ เลยไอ้เสือ”

สาเหตุที่ต้องเรียกเอริคว่าไอ้เสือ เพราะฟรังค์เดย์รู้ดีว่า เอริคเป็นเสือผู้หญิง ที่ใครๆ ก็ต่างขนานนามเขาว่า ‘เสือร้ายคาสโนวาแห่งปารีส’ เพราะชายหนุ่มควงสาวสวยไม่เคยซ้ำหน้าในแต่ละเดือน และคบผู้หญิงก็ไม่เคยเกินสามเดือนก็เปลี่ยนคู่ควงคนใหม่ไปเรื่อย และสำหรับแม่หนูน้อยคนนี้ฟรังค์เดย์ก็คิดว่า เอริคคงจะคบได้ไม่เกินสามเดือนเช่นกัน

“คือผม อยากให้คุณลุงรับอริสเป็นลูกสาวบุญธรรมได้มั้ยครับ ให้เธอได้ใช้นามสกุลร่วมด้วย จนกว่างานของผมจะเสร็จสิ้นลง ได้มั้ยครับคุณลุง”

ผู้มากวัยกว่าอมยิ้มอ่อนโยน ก่อนตอบว่า “ถ้ามันเป็นความต้องการของหลานชาย ฉันก็ยินดีนะ เพราะฉันไม่มีลูกสาว มีแต่ลูกชายซึ่งไม่ค่อยจะกลับมาอยู่บ้านเท่าไหร่เลย หากได้แม่หนูคนนี้มาอยู่ร่วมบ้านด้วย ฉันก็คงคลายเหงาไปได้เยอะ”

“เอ่อ แล้วปีเตอร์ไปเที่ยวยังไม่กลับเหรอครับ”

ปีเตอร์ หรือชื่อเต็มๆ คือจูปีเตอร์ เคยเป็นเพื่อนเล่นกับเขามาก่อน แต่เพราะจูปีเตอร์เพิ่งจะอกหักจากคนรัก เขาก็เลยไม่ค่อยจะอยู่ติดบ้านเหมือนอย่างเคย หลายเดือนที่ผ่านมาชายหนุ่มเอาแต่ท่องเที่ยวไปทั่วเพื่อให้ลืมคนรัก และนี่ก็ห้าเดือนแล้วที่จูปีเตอร์ก็ยังไม่ยอมกลับมาที่ปารีส

“ยังเลยเอริค ฉันโทรไปหาเขาทีไรเขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะกลับๆ อยู่นั่นแหละ จนถึงวันนี้ฉันก็ยังไม่เห็นเขาโผล่หน้ากลับมาเลย” น้ำเสียงของชายชราฟังดูเหงาๆ เล็กน้อย จนคนฟังรู้สึกได้

“เขาคงยังทำใจเรื่องที่เขาอกหักไม่ได้มั้งครับ เอาเป็นว่าเรื่องของอริส ผมขอบคุณคุณลุงมากเลยนะครับ ผมจำเป็นจริงๆ” เอริคกล่าวอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอกไอ้หลานชาย เธอเป็นลูกชายของเพื่อนรักของฉันก็เหมือนกับเป็นลูกชายของฉันด้วย ถ้าช่วยเหลืออะไรกันได้ฉันก็ยินดีช่วยเหลือเต็มที่” สายตาของผู้อาวุโสเต็มไปด้วยความเมตตา จนอลิชชาพลอยรู้สึกอบอุ่นหัวใจไปด้วย

“ขอบคุณมากครับ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวผมขอตัวพาอริสไปแจ้งความกระเป๋าสตางค์หาย เพราะถูกพวกอันธพาลมันฉกชิงไปก่อนนะครับ”

“อ้าว กระเป๋าสตางค์หายเหรอหนูอริส” ฟรังค์เดย์หันมาสาวน้อยด้วยความเห็นใจ

“ใช่ค่ะ เอกสารสำคัญของหนูก็หายไปด้วย ตอนนี้หนูเลยเหมือนคนเถื่อนเลยค่ะ” อลิชชากล่าวเศร้าๆ

“ไม่เป็นไร ถ้าให้หลานชายของฉันจัดการ อีกไม่นานก็คงหาเจอ เขาเส้นสายเยอะ ไม่ต้องกังวลไปหรอก”

“ค่ะ” สาวน้อยก้มหน้า แต่เธอก็ยังไม่เชื่อมั่นหหรอกว่าเอริคจะยอมช่วยเธอจริงๆ หรือเปล่า แล้วถ้าช่วยได้จริง เขาจะขออะไรเป็นสิ่งตอบแทน เพราะขนาดค่าอาหารที่เขาให้เธอรับประทานมื้อที่ผ่านมา เขายังคิดทวงบุญคุณแบบปัจจุบันทันด่วนเลย

“ผมไปก่อนนะครับ”

“ตามสบายนะ ว่างๆ ก็พาแม่หนูอริสมาเที่ยวที่บ้านหลังนี้บ้างละ ฉันยินดีต้อนรับเธอเสมอนะ แม่เทพธิดาตัวน้อย” เพราะเห็นว่าอลิชชาตัวเล็กบอบบางมาก เมื่อเทียบกับร่างสูงใหญ่ของผู้ชายทั้งสองคน จึงทำให้ฟรังค์เดย์เรียกเธอว่า เทพธิดาตัวน้อย เพราะเธอดูน่ารักสมชื่อจริงๆ อลิชชายิ้มบางๆ ไปให้ผู้สูงวัยที่ดูท่าทางใจดี เมื่อเขากล่าวมาถึงเธอ

“ขอบคุณมากค่ะท่าน” ร่างบางค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนที่จะหมุนตัวเดินตามเอริคไปขึ้นรถ

ตอนนี้อลิชชายังมองไม่ออกเลยว่าเอริคเป็นคนดีหรือว่าคนไม่ดี แต่ ณ เวลานี้เธอคงต้องเสี่ยงไว้ใจเขาไปสักพัก เพราะยังไม่มีทางไปหรือทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้

วันนี้ทั้งวันเอริค พาอลิชชาไปทำธุระมากมาย จากนั้นก็พาเธอไปเลือกซื้อเสื้อผ้าสวยๆ รวมถึงพาเธอไปเข้าสปาผมและผิว เพื่อเตรียมตัวเป็นนางแบบน้ำหอมสูตรใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวประมาณไม่ถึงสองอาทิตย์นี้

หนำซ้ำชายหนุ่มยังไปติดต่อให้เพื่อนหญิงที่สนิทมากที่สุดของเขา อดีตซูเปอร์โมเดลชื่อดัง อเล็กซานดร้า ที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของโมเดลลิ่งชื่อดังของปารีสให้มาเทรนอลิชชา นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะถึงวันถ่ายทำโฆษณาอีกด้วย

ตอนแรกอลิชชาก็ไม่อยากจะรับงานนี้ แต่พอเอริคพาเธอไปแวะชมบริษัทผลิตเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในปารีส ที่เธอคุ้นชื่อเป็นอย่างดี ซึ่งก็คือบริษัทผลิตเครื่องสำอางมาร์ติเนซกรุ๊ป นั่นเอง

เอริคบอกว่าเขาเป็นเพียงลูกจ้างของบริษัทเท่านั้น และกำลังถูกรับเลือกให้มาเป็นนายแบบให้กับน้ำหอมสูตรใหม่ของบริษัทเช่นเดียวกัน ซึ่งอลิชชาคงจะรู้ความจริงเร็วๆ นี้ ว่าเขาเป็นถึงบุตรชายเพียงคนเดียวที่สืบทอดอาณาจักรความงามแห่งมาร์ติเนซกรุ๊ป

“คุณเอริคคะ ฉันกลัวว่าจะทำงานให้คุณไม่ได้ค่ะ ฉันไม่เคยสัมผัสงานด้านนี้มาก่อนเลย”

“ไม่มีใครเป็นทุกอย่างมาตั้งแต่เกิดหรอกคุณ ของแบบนี้มันหัดกันได้ พรุ่งนี้ซานดร้าเขาจะมาเทรนให้คุณเอง ไม่ต้องห่วงหรอกว่าคุณจะทำไม่ได้ ถ้าซานดร้าเขาลงมือเทรนเองแบบนี้ รับรองว่าคุณจะกลายเป็นนางแบบมืออาชีพได้ไม่ยากเลย”

อลิชชารู้สึกหวั่นใจเหลือเกินว่า เธอจะไม่สามารถทำงานนี้ได้ และเธอก็อยากจะหางานอย่างอื่นทำมากกว่า เพราะหญิงสาวกลัวว่าถ้าหากเธอต้องทำงานนี้จริงๆ แล้วเกิดเอริคไม่ยอมปล่อยเธอให้ไปตามหาพ่อเพราะกลัวจะเสียประวัติ มันก็ไม่มีความหมายอะไร เธอไม่อยากเด่นไม่อยากดัง เธอแค่อยากมีเงินเพียงพอที่จะออกไปตามหาพ่อ ที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่เธอยังอยู่ในครรภ์ของแม่ก็เท่านั้น

“แต่ว่าฉันอยากทำงานอย่างอื่นเพื่อชดใช้เงินให้คุณมากกว่าค่ะ จะให้ฉันเป็นแม่บ้าน หรือว่าเป็นสาวใช้ก็ได้ ฉันยอมทั้งนั้น ฉันอยากจะบอกตรงๆ ว่าฉันไม่อยากรับงานนี้เลย”

“มันสายไปแล้วล่ะอริส ผมตัดสินใจแล้ว และวันนี้คุณจะต้องเซ็นสัญญาเป็นนางแบบให้กับมาร์ติเนซกรุ๊ป พ่วงด้วยตำแหน่งเลขาส่วนตัวให้กับผมเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ครบหนึ่งปีเมื่อไหร่คุณถึงจะเป็นอิสระ”

“แล้วเรื่องพ่อของฉันล่ะคะ”

“เรื่องพ่อของคุณไม่ต้องห่วง ผมรับปากว่าจะส่งคนออกตามหาพ่อของคุณให้พบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางตำรวจจะต้องได้รูปที่ถูกโจรขโมยไปให้ได้เสียก่อน แต่ตอนนี้กลับบ้านเราเถอะนะ ผมเหนื่อยกับเรื่องของคุณมาทั้งวันแล้ว”

‘เฮอะ เหนื่อยกับเรื่องของคุณมาทั้งวัน เหนื่อยกับเรื่องของเขาต่างหากละไม่ว่า’ อลิชชาแอบค่อนขอดคนข้างๆ ในใจ แต่ก็ไม่กล้าถกเถียงอะไรกับเขาตอนนี้ ร่างบางแอบมองซีกหน้าคมสันนั้นอยู่บ่อยๆ

ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะเอาเธอไปเป็นนางแบบโฆษณาให้กับมาร์ติเนซกรุ๊ป บริษัทที่มีชื่อเสียงมากขนาดนั้น น่าจะเอานางแบบชื่อดังมาเป็นนางแบบโฆษณาให้จะไม่ดีกว่าเหรอ ทำไมเขาจะต้องเลือกเธอด้วยนะ

ทั้งๆ ที่หน้าตาของเธอก็แสนจะธรรมดา ไม่ได้สวยโดดเด่นอะไรมากมาย อย่างมากเธอก็แค่สูงเกินพิกัดมาตรฐานหญิงไทยไปหน่อยแค่นั้นเอง แต่เมื่อเทียบกับร่างสูงสง่าแกร่งกำยำของเขาแล้ว เธอก็กลายเป็นผู้หญิงที่รูปร่างบอบบางและเตี้ยลงไปถนัดตา

“แอบมองผมบ่อยๆ คิดอะไรกับผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย ถ้าชอบก็บอกได้นะ” โชเฟอร์หนุ่มอารมณ์ดีเปรยออกมายิ้มๆ เมื่อเห็นอลิชชาหันมามองเขาอยู่บ่อยๆ โดยไม่พูดไม่จา แต่พอเขาหันไปสบตา เธอก็มักจะเมินหน้าหนีไปอีกทาง

สาวน้อยยังคงเงียบไปตลอดทาง เพราะไม่รู้จะพูดอะไรกับเขาดี เพราะปกติเธอก็เป็นคนไม่ค่อยจะพูดมากอยู่แล้ว ออกจะเป็นคนเก็บกดเสียด้วยซ้ำ

“ว่าไงล่ะ ทำไมถึงไม่ตอบ” คนถามก็เหมือนจะไม่ได้อยากรู้คำตอบมากนักหรอก

ใบหน้าคมคายอมยิ้มไปตลอดทาง วันนี้เป็นวันแรกในรอบสัปดาห์นี้จริงๆ ที่เขาสามารถยิ้มออกมาได้ หลังจากที่พยายามออกค้นหานางแบบมานาน แต่ก็ไม่เคยได้คนที่เขาถูกใจเลยสักที

แต่วันนี้ภารกิจการเฟ้นหานางแบบโฆษณาของเขาก็เสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อมาเจอเธอ แม้ว่าท่าทางของสาวน้อยดูจะฝึกยากอยู่สักหน่อย แต่ถ้าได้ครูดีๆ อย่างอดีตซูเปอร์โมเดลชื่อดังอย่างอเล็กซานดร้ามาเทรนให้ ชายหนุ่มก็สบายใจไปได้อีกเปราะหนึ่ง

ที่จริงอลิชชาก็อยากจะคัดค้านอะไรเขาตั้งหลายอย่าง แต่ดูท่าทางเอริคคงไม่มีทางยอมให้หล่อนได้ปฏิเสธเขาเป็นแน่ ในเมื่อชายหนุ่มว่าเขาได้ตัดสินไปแล้ว แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีที่พึ่งอย่างเธอจะเรียกร้องสิทธิ์อะไรได้บ้าง ในเมื่อตอนนี้ชีวิตของเธอก็เหมือนกับลูกไก่ที่ตกมาอยู่ในกำมือใหญ่ๆ ของเขา หากเขาจะบีบเธอก็ตาย หากเขาคลายเธอก็รอด สู้ทำงานหนึ่งปีให้มันจบๆ ไปดีกว่า บางทีภายในหนึ่งปีนี้ เธออาจจะตามพ่อจนพบก็ได้

‘หนูจะอดทนนะคะพ่อ หนูจะต้องออกตามหาพ่อจนเจอให้ได้ค่ะ’

แอสตันมาร์ตินคันหรูเลี้ยวเข้ามาในบ้านรูปทรงเรขาคณิตสีขาวหลังใหญ่ช้าๆ ประตูรั้วบานใหญ่ก็ปิดลงด้วยรีโมทคอนโทรลโดยอัตโนมัติ อลิชชาไม่รอให้เจ้าของรถเดินมาเปิดประตูให้ หล่อนรีบเดินลงจากรถทันที แล้วรีบเดินเข้าไปหาแม่บ้านที่เดินออกมาต้อนรับ ด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามแบบฉบับของนาง

“กลับมากันแล้วหรือคะ ทานข้าวกันมาหรือยังคะ” แม่บ้านสูงวัยถามเสียงเรียบ

“เรียบร้อยแล้วครับลัวโซ” เอริคตอบ

แม่บ้านชรารู้สึกว่าสาวน้อยตรงหน้าดูเปลี่ยนไป ผิวดูผุดผ่องขาวใสมากขึ้น ใบหน้าก็ได้รับการแต่งแต้มบางๆ ดูสวยมากขึ้น ผมตรงที่ดูเป็นสีดำธรรมชาติแต่แรก ถูกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลช็อกโกแลต ดูเป็นสาวลูกครึ่งมากยิ่งขึ้น แต่ลัวโซก็ไม่ได้เอ่ยวิพากษ์วิจารณ์หรือส่งสายตาชื่นชมแต่อย่างใด เพราะมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนาง

“เอ่อ อริสขอตัวไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนนะคะ” จบประโยค ร่างโปร่งอรชรก็เดินเลี่ยงเข้าไปในบ้าน เพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวเข้านอน

ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกอยากจะอยู่คนเดียวเงียบๆ สักพัก ยังไม่อยากคุยกับใคร เพราะตอนนี้เธอแทบจะไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว ก็เอริคนั่นแหละที่หอบหิ้วเธอไปโน่นไปนี่เกือบจะครึ่งวัน จัดการเรื่องทุกอย่างให้กับเธอ ไม่ว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ เขาก็พยายามที่จะยัดเยียดในสิ่งที่เขาเห็นว่าสมควรให้กับเธอทุกอย่าง โดยที่ไม่ถามความเห็นของเธอสักคำ

เอริคมองตามแผ่นหลังบางไปจนหล่อนเดินหายเข้าไปในบ้าน ร่างสูงใหญ่จึงหันมาพูดกับแม่บ้านเก่าแก่ของเขา เกี่ยวกับอลิชชา

“ลัวโซ อีกประมาณอาทิตย์หนึ่ง อริสจะต้องไปเป็นนางแบบให้กับผม ถ้าหากใครมาถามว่าอริสเป็นใคร ให้ลัวโซตอบเขาไปว่าอริสเป็นลูกสาวของคุณฟรังค์เดย์ เพื่อนรักของคุณพ่อผมนะ แต่กว่าจะถึงวันนั้น ช่วงเวลาที่อริสอยู่ที่นี่ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปซานดร้าจะมาเทรนการเป็นนางแบบให้กับเธอ แล้วเมื่อถึงวันเปิดตัวสินค้า อริสถึงจะย้ายไปอยู่กับคุณลุงพรังค์เดย์ในฐานะลูกสาวบุญธรรม”

“ดิฉันเข้าใจแล้วค่ะ”

“โอเค ถ้างั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะ นี่อาหารสด เอาไปเก็บเข้าตู้ให้ผมทีนะครับ”

“ค่ะ” พูดจบ ร่างอวบสูงใหญ่ของแม่บ้านลัวโซ ก็รีบเอาพวกเนื้อ หมูและผักผลไม้เดินเข้าไปเก็บในห้องครัวทันที

เอริคเดินขึ้นไปบนบ้าน เขาก็อยากจะรีบอาบน้ำพักผ่อนเช่นกัน แต่ว่าคืนนี้ เขาคงต้องให้อลิชชาร่างสัญญาการเป็นลูกจ้างของเขาก่อน และคงจะมีข้อตกลงอะไรกับหล่อนอีกเล็กน้อย

ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปในห้องนอนกว้างของเขา แล้วจึงปลดเสื้อโค้ทตัวหนาออก มือหนาปลดอาภรณ์ท่อนบนออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนลูกสวยงามแบบซิกแพค จากนั้นก็ถอดท่อนล่างออก จนเหลือแต่อันเดอร์แวร์สีขาวผืนเล็กตัวเดียวที่ปกปิดมังกรตัวใหญ่ที่กำลังขดตัวนอนสงบอยู่ในนั้น

เมื่ออาภรณ์ผืนเล็กชิ้นสุดท้ายหลุดออกจากร่างแกร่งกำยำ ผ้าขนหนูสีขาวก็ถูกนำมาพันหมิ่นเหม่เอาไว้รอบเอวหนาที่ไร้ไขมันส่วนเกิน เขาค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องน้ำ ปลดผ้าขนหนูออกแล้วก้าวลงไปในอ่างน้ำ เปิดฝักบัวน้ำอุ่นให้สาดลงมากระทบผิวกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนั้นด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย

ตอนนี้อลิชชาก็คงจะกำลังอาบน้ำอยู่เหมือนกันสินะ พลันสมองที่ไม่เคยหยุดคิดเรื่องผู้หญิงของชายหนุ่มก็จินตนาการไปว่า ร่างขาวผุดผ่องอมชมพู ที่มีส่วนโค้งส่วนเว้าราวกับนาฬิกาทรายของอลิชชา คงกำลังอาบน้ำอยู่ใต้ฝักบัวเหมือนกันกับเขา รูปร่างเปลือยเปล่าของหล่อนจะสวยงามและเย้ายวนมากแค่ไหนนะ แค่คิดสิ่งที่แสดงความเป็นชายของเขาก็เด่นผงาดขึ้นมา

ทั้งๆ ที่อยู่กันคนละห้อง เขายังรุ่มร้อนได้ถึงเพียงนี้ เอริคไม่อยากจะเชื่อเลยว่า การจินตนาการไปถึงอลิชชาจะให้ความรู้สึกรุนแรงถึงเพียงนี้ สงสัยคืนนี้เขาคงจะไม่ให้หล่อนแค่เซ็นสัญญาเฉยๆ เสียแล้วล่ะมั้ง ลองหว่านเสน่ห์ดูก็ได้ ถ้าหล่อนให้ก็เอา แต่สถิติที่ผ่านมา ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ต้านทานเสน่ห์ของเขาได้สักราย

อีกห้องหนึ่งซึ่งมีผนังกั้น ร่างหอมกรุ่นที่ยังอยู่ในผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ กำลังค้นหาชุดนอนที่เอริคเป็นคนเลือกซื้อให้กับเธอขึ้นมาดู แต่ละชุดดูพลิ้วบางเซ็กซี่จนเธอไม่ค่อยกล้าที่จะสวมใส่ แต่เพราะคิดว่าอย่างน้อยมันก็มีเสื้อคลุมสวมทับ หญิงสาวจึงได้หยิบชุดนอนผ้าซาตินเรียบลื่นสีโอรสอ่อนๆ สายเดี่ยวมาสวมใส่ แล้วคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีเดียวกันอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้ดูมั่นใจมากขึ้น หากมีใครพรวดพราดเข้ามาในห้อง

เจ้าของร่างบางเดินไปอยู่หน้าตู้กระจกบานใหญ่ของตู้เสื้อผ้า เธอลูบไล้โลชั่นไปตามเรียวขาขาวผ่อง เรียวแขนกลมกลึงไปมาจนทั่วผิวกาย หลังจากที่ทาไนท์ครีมบางๆ ที่ใบหน้านวลเนียนเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะพรมน้ำหอมอ่อนๆ ที่เอริคบอกว่ามันคือน้ำหอมสูตรใหม่ของเขา ที่เขาเป็นคนทดลองผลิตขึ้นมาจากอำพันทอง หรือ Ambergris ที่ผสมผสานกับส่วนผสมสำคัญบางอย่างที่จะทำให้ผู้หญิงดูมีเสน่ห์น่าค้นหามากยิ่งขึ้น

“ก็หอมดีนะ” หญิงสาวเอ่ยออกมากับตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะเอาน้ำหอมขวดนั้นวางไว้ที่เดิม

ภาพผู้หญิงที่ดูเหมือนจะแปลกตามากขึ้นที่อยู่ในกระจกเงาที่สะท้อนออกมา ทำให้อลิชชาเผลอมองตัวเองด้วยสายตาแปลกๆ รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นักกับสีผมที่ดูเปลี่ยนไป แต่เอริคบอกว่าผมสีนี้แหละที่เหมาะกับเธอมากที่สุด

“ทำไมคุณถึงเลือกฉันคะเอริค ฉันไม่เข้าใจคุณเลย ทำไมคุณถึงไม่เลือกนางแบบดังๆ มาเป็นนางแบบโฆษณาน้ำหอมให้กับคุณ คุณไม่กลัวน้ำหอมของคุณจะขายไม่ออกหรือยังไง ถ้าฉันเป็นนางแบบโฆษณาให้ แล้วถ้าฉันทำไม่ได้อย่างที่คุณคาดหวังล่ะ คุณจะทำยังไง” อลิชชาเฝ้าถามวนเวียนไปมาอยู่ในหัวของตนเองคนเดียวอยู่หน้ากระจก

“เฮ้อ! ช่างเถอะ เราจะไปคิดแทนเขาทำไมล่ะเนี่ย” ท่าทางของเขาไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินสักนิด หากเขาจะต้องขาดทุนเขาก็คงจะไม่ไส้แห้งเหมือนกับเธอหรอก

ร่างบางเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอกยามค่ำคืน ข้างนอกตอนนี้อากาศคงจะหนาวมาก หญิงสาวไม่รู้ว่าตนเองโชคดีหรือโชคร้ายที่มาเจอผู้ชายอย่างเอริค นั่นคงเพราะเธอไม่รู้ว่าเขาคือคาสโนวาหมายเลขหนึ่งของปารีสนั่นเอง ถ้าเธอรู้คงรู้สึกหวาดผวามากกว่านี้แน่

ก๊อกๆ !

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ทำให้หญิงสาวลังเลใจว่าควรจะเปิดประตูดีมั้ย แต่ห้องนอนของเธอใช่ว่าจะมีกลอนประตูมือด้านในเสียเมื่อไหร่ หากเจ้าของบ้านหรือคนใช้จะไขกุญแจเข้ามาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ ดังนั้นจึงเปล่าประโยชน์ถ้าเธอคิดจะขังตัวเองเอาไว้ในห้องเพื่อให้ปลอดภัยจากเจ้าของบ้านหนุ่ม

ร่างบางกระชับเสื้อคลุมแนบอก แล้วค่อยๆ ก้าวไปยังประตูห้องนอนช้าๆ มือเล็กบิดลูกบิดประตูเบาๆ คล้ายกลัวว่ามันจะพัง พลางมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู อลิชชาเผลอสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และกลิ่นน้ำหอมแนวสปอร์ตเข้าไปเต็ม เธอรู้สึกว่ากลิ่นหอมจากร่างกายของเขามันช่างยั่วยวนความรู้สึกของเธอเหลือเกิน

สายตาคมปลาบมองร่างโปร่งอรชรในชุดนอนซาตินสีหวานเนื้อบาง ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น เอริคไม่คิดเลยว่านางแมวสาวขี้เหร่ข้างถนน จะกลายมาเป็นนางแมวแสนสวาทในค่ำคืนนี้ ผิวของหล่อนช่างขาวนวลผ่องไร้ที่ติ ใบหน้าแม้จะไม่สวยคมบาดตา แต่ทว่าดวงตาสวยซึ้งคู่นั้นกับหวานบาดใจ ริมฝีปากจิ้มลิ้มอิ่มเล็ก ช่างน่าลิ้มลอง แก้มสีขาวอมชมพูทั้งสองข้างก็น่าสัมผัสลูบไล้ยิ่งนัก

บางอย่างที่เติบโตในร่างกายส่วนกลางของชายหนุ่มกำลังบอกเขาให้รู้ว่า สาวน้อยรูปร่างเย้ายวนตรงหน้า มีเสน่ห์เหลือร้ายจริงๆ สายตาแสนประหม่าคู่นั้นที่กำลังจ้องมองเขาอย่างหวาดหวั่น มันยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มอยากเดินเข้าไปใกล้ อยากรวบร่างบอบบางแต่ได้สัดส่วนนั้นเข้ามากอดแนบอก แต่พรานหนุ่มก็กลัวว่าแมวน้อยของเขาจะตื่นกลัวเสียก่อน จึงได้แค่เดินเข้ามาในห้อง โดยมีเอกสารฉบับหนึ่งติดมือเข้ามาด้วย

“อริส”

“คะ” อลิชชามองเอกสารในมือของเขาก็พอจะรู้ว่ามันคงเป็นสัญญาจ้างแน่นอน เพราะเมื่อตอนกลางวันเอริคบอกเธอว่า เธอจะต้องเซ็นสัญญาจ้างกับเขาเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

“นี่คือสัญญาจ้างระหว่างเราสองคน เอาไปอ่านดูสิ”

มือเรียวเอื้อมไปหยิบสัญญาสองฉบับนั้นมาไว้ในมือ และเปิดออกอ่านประมาณสามนาทีก็จบ ในสัญญาระบุแค่ว่า เธอจะต้องทำงานให้เขาในตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์พ่วงกับตำแหน่งเลขาส่วนตัวให้กับเขาเป็นเวลาหนึ่งปี หากผิดสัญญา เธอจะต้องหาเงินมาใช้หนี้เขาเป็นจำนวนเงินห้าหมื่นยูโร หรือประมาณสองล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทไทย

“ทำไมฉันถึงได้เป็นหนี้คุณเยอะแยะขนาดนี้ล่ะคะ” หญิงสาวสงสัย มองชายหนุ่มด้วยสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ที่จริงคุณเป็นหนี้ผมแค่ห้าพันยูโรเท่านั้นแหละ แต่ถ้าคุณผิดสัญญา คุณต้องใช้หนี้ผมเป็นสิบเท่าของหนี้เดิม แต่ผมว่าเวลาแค่หนึ่งปี คุณคงไม่คิดจะผิดสัญญากับผมหรอกนะ”

“แล้วถ้าหากฉันสามารถหาเงินมาใช้หนี้คุณ ห้าพันยูโรตอนนี้ล่ะ ฉันยังจะต้องทำงานให้กับคุณอยู่หรือเปล่า”

เอริคหัวเราะเสียงดัง มองหน้าผู้หญิงตรงหน้าด้วยประกายตาเย้ยหยันเล็กน้อย หน้าอย่างหล่อนน่ะเหรอ จะมีปัญญาไปสมัครงานที่ไหนได้ง่ายๆ เอกสารที่แสดงความเป็นตัวตนของตนเองสักใบก็ไม่มี ทุกคนก็ต้องคิดว่าหล่อนเป็นคนเถื่อนแอบลอบเข้าเมืองมาน่ะสิไม่ว่า

“คุณคิดเหรอว่าคุณจะมีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ผมได้ภายในหนึ่งปี ที่จริงวันนี้ผมหมดเงินกับคุณไปตั้งเยอะเลยนะ คุณไม่คิดมั่งเหรอว่าวันนี้ผมหมดกับคุณไปตั้งเท่าไหร่แล้ว ฮึ...สาวน้อย”

“แต่ว่าฉันไม่ได้ร้องขอให้คุณทำอะไรให้ฉันเลยนะ”

“แน่ใจเหรอว่าคุณไม่เรียกร้องอะไร ไหนลองพูดใหม่อีกทีซิ แล้วลองคิดดูให้ดี ว่าคุณไม่ได้ร้องขออะไรผมเลยแม้แต่อย่างเดียวจริงหรือเปล่า แล้วคิดดูอีกทีว่า ตอนนี้คุณมีที่ไปเหรอ เอกสารสำคัญของคุณอยู่ที่ไหนล่ะ ออกไปไหนใครๆ ก็ต้องคิดว่าคุณเป็นคนเถื่อนแอบลอบเข้าเมืองมา คิดดูให้ดีนะอริส”

มันก็จริงอย่างที่เขาพูด เธอเถียงเขาไม่ได้สักอย่างเลยพอเจอไม้นี้ของเขาเข้า ผู้ชายคนนี้ฉลาดมาก เขารู้ทันเธอทุกอย่าง อลิชชาจึงตัดสินใจเดินไปเปิดกระเป๋าที่เขานั่นแหละเป็นคนซื้อให้ หยิบปากออกมาเพื่อเซ็นชื่อด้านล่างทั้งสองฉบับ และยื่นฉบับหนึ่งให้เขา เอริคยื่นมือออกมารับเอกสารไปดูลายเซ็นของเธออย่างพอใจ ในที่สุดทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เขาต้องการ แต่คืนนี้มันยังไม่จบแค่นี้

ร่างสูงใหญ่วางเอกสารสัญญาในมือลงบนหัวเตียง เอานาฬิกาปลุกทับเอาไว้ ก่อนที่จะมองหน้าสวยหวานนั้นอีกครั้ง เขายิ้มหวานให้หล่อน เดินเข้ามาหาหล่อนช้าๆ อลิชชาค่อยๆ ถอยหลังร่นไปจนชิดขอบเตียงและสะดุดล้มนั่งลงบนที่นอนเพราะเสียหลัก

“นี่คุณ ฉันเซ็นสัญญาให้คุณแล้ว คุณก็ออกไปจากห้องของฉันสิ ฉันอยากจะนอนพักผ่อนแล้ว” ร่างบางก้มหน้าก้มตาพูด และหลบหลีกใบหน้าคมสากระคายนั้นไปมาอย่างหวาดหวั่นมากขึ้น เมื่อเขาเข้าประชิดตัว จนแทบจะหายใจรินรดพวงแก้มของเธออยู่แล้ว

“แต่นี่มันเป็นบ้านของผมนะครับ” เขาตอบยียวน จนอลิชชาเริ่มหน้าแดงก่ำมากขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะว่าประหม่าขัดเขินกันแน่ แต่ที่แน่ๆ เธอกำลังไม่พอใจเขาที่เขาทำเหมือนคนใจแคบ หาทางต้อนเธอให้จนมุม จนเธอแทบไม่มีหนทางสู้

“ถึงที่นี่จะเป็นบ้านของคุณ คุณก็ควรจะให้เกียรติฉันบ้างนะคะ ฉันมีเลือดไทยครึ่งหนึ่ง ที่ยังคงรักนวลสงวนตัว ไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่าที่คุณคิดอยากจะทำอะไรก็ทำได้ ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณเชิงชู้สาว ฉันเป็นเพียงแค่ลูกจ้างจนๆ คนหนึ่ง ที่พลัดถิ่นมาพึ่งคุณ คุณจะไม่คิดสงสารฉันเลยหรือคะ คุณชายเอริค”

จากสาวน้อยที่ไม่ค่อยพูด เธอกลับพูดออกมาเสียยืดยาวอย่างน่าสงสาร เพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากอุ้งมือมาร จนเสือร้ายอย่างเอริคถึงกับใจอ่อนยวบลง เมื่อได้ฟังคำที่หญิงสาวผู้น่าสงสารพูดจนจบประโยค

‘ตัวเล็กๆ แค่นี้รู้จักพูดเอาตัวรอดเป็นเสียด้วย เขาประเมินค่าหล่อนผิดไปจริงๆ’ กายแกร่งยืนขึ้นเต็มความสูง จ้องมองร่างบอบบางที่รีบลุกขึ้นไปยังประตูและเปิดมันออก คล้ายกับจะพยายามไล่เขาออกไปจากห้องอย่างกรายๆ แม้ว่าปากของเธอจะไม่พูด แต่สายตาคู่สวยกับการกระทำของหล่อนกำลังขับไล่เขาอย่างชัดเจน ให้เขารีบออกจากห้องไปไวๆ

เจ้าของร่างสูงกำยำถอนหายใจหนักๆ ออกมา ส่ายหน้าเล็กน้อยเพราะเสียอารมณ์ ทั้งๆ ที่เขาสามารถเขมือบหรือสามารถที่จะทำอะไรหล่อนก็ได้ แต่เขากลับทำไม่ลง ชายหนุ่มเริ่มจะไม่เข้าใจตนเองเหมือนกัน ว่าเขากลายเป็นสุภาพบุรุษไปตั้งแต่เมื่อไหร่

‘บ้าชะมัด!’

อลิชชารีบปิดประตูและกดล็อก หัวใจของเธอยังเต้นตึกตักอยู่เลย ทั้งกลัวทั้งหวาดหวั่น กลัวว่าตนเองจะไม่รอด กลัวว่าเขาจะไม่ยอมฟังที่เธออ้อนวอน แต่พอเอริคใจอ่อนยอมปล่อยเธอออกจากกรงแขนของเขา หญิงสาวถึงกับหอบหายใจเหมือนคนที่เพิ่งจะรอดตายมาหมาดๆ หวังว่าพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป คงจะไม่เกิดเหตุการณ์น่าหวาดเสียวแบบนี้อีกนะ

“คุณเอริค ฉันหวังว่าคุณคงจะไม่ทำกับฉันแบบนี้อีกนะคะ” หญิงสาวพูดกับตัวเองเบาๆ พิงหลังกับประตูบานใหญ่ พยายามสูดเอาอากาศเข้าปอดลึกๆ ก่อนที่จะเดินขึ้นไปนอนบนเตียงกว้าง ดวงตากลมโตจับจ้องอยู่ที่ประตูห้องตลอดเวลา

ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ห้องข้างๆ จะเข้าห้องนอนไปหรือยัง ร่างเล็กนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงหลายนาที จึงได้ลุกขึ้นมายืนอยู่ริมหน้าต่าง พลันสายตาก็ก้มลงไปเห็นรถสีบรอนซ์มันปลาบแล่นออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว

‘เขาไปไหน หรือว่าพอเขาไม่ได้เธอเขาก็เลย ออกไปหาที่ระบายกับผู้หญิงคนอื่นอย่างงั้นหรือ’ พอคิดเดาส่งเดชแบบนี้ หัวใจของเธอก็ชักจะไม่เป็นสุข มันร้อนรนวูบวาบในหัวใจแปลกๆ

ร่างบางที่ยืนพิงอยู่ริมหน้าต่าง รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก มือเย็นขึ้นมาเล็กน้อย นี่เธอกำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ ความรู้สึกเหมือนแฟนกำลังจะนอกใจเลย แต่ว่าเอริคไม่ใช่แฟนของเธอนี่ แล้วทำไมเธอจะต้องรู้สึกแบบนั้นด้วย เขาจะไปไหนก็เรื่องของเขาสิ เธอจะต้องไปแคร์ทำไม

ไม่ใช่ว่าอลิชชาจะไม่เคยชอบใครมาก่อน สมัยที่เธอยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย เธอก็เคยคบกับเพื่อนชายคนหนึ่ง เขาดูดี ใจดี และเรียนเก่ง เป็นรุ่นพี่ที่คอยติววิชาเรียนให้ตลอด แต่เมื่อเธอกับเขาตกลงคบกันเป็นแฟนเพียงแค่ไม่ถึงเดือน และวันนั้นก็เป็นวันวาเลนไทน์พอดี เขาขอมีอะไรกับเธอ แต่เธอไม่ยอม เขาก็เลยเปลี่ยนใจไปคบกับเพื่อนของเธอแทน ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หญิงสาวก็ยังไม่คิดที่จะเปิดใจมีใครอีกเลยมาจนถึงวันนี้

เธอเดินทางจากเมืองไทยมาที่ปารีส ก็เพื่อออกมาตามหาพ่อผู้ให้กำเนิด เธอเซ็นสัญญาเป็นลูกจ้างเขาก็เพราะความจำเป็น เธอกับเอริคเพิ่งรู้จักกันได้สองวันเท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่เธอจะมีจิตพิศวาสต่อเขาในเวลาอันรวดเร็วปุบปับแบบนี้ พอคิดได้ดังนั้นร่างบางก็เดินมานอนบนเตียงนุ่มอีกครั้ง แล้วก็หลับไปในที่สุด

เวลาประมาณเที่ยงคืน อลิชชาก็ตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำ แต่แสงไฟจากตารถสองข้างสาดส่องมากระทบทางหน้าต่าง ทำให้หญิงสาวต้องเดินเข้าไปแหวกผ้าม่านดู ก็เห็นแอสตันมาตินคันหรูกำลังขับเลี้ยวเข้ามาจอดในบ้านอย่างรวดเร็ว และจอดกึกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่เดินโงนเงนไปมาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่

แม่บ้านผู้สูงวัยเดินออกไปรับเจ้านายหนุ่ม ลัวโซต้องคอยประคองร่างหนาไม่ให้ล้มตรงทางขึ้นบันไดตรงหน้าบ้าน อลิชชาเห็นเข้าจึงรีบเดินลงไปดู เผื่อว่าจะช่วยอะไรแม่บ้านลัวโซได้บ้าง เพราะท่าทางของเอริคคงจะเมาจัด

“คุณแม่บ้านคะ ให้อริสช่วยมั้ยคะ” อลิชชาถามหลังจากที่เห็นแม่บ้านลัวโซพาคุณชายของเธอมานอนแผ่อยู่บนโซฟา โดยดวงตาของชายหนุ่มแทบจะไม่ลืมเลยด้วยซ้ำ แต่ร่างหนาก็พยายามที่จะลุกขึ้นนั่ง

“ลัว...โซ พาผมขึ้นปายนอน...ในห้องนอน...หน่อยสิ” เสียงห้าวฟังดูอ้อแอ้เต็มที

“ได้ค่ะ อริสช่วยฉันพาคุณชายไปนอนที่ห้องของเขาหน่อยนะ” หญิงชราหันมาขอความช่วยเหลือเด็กสาว เพราะไม่อยากปฏิเสธน้ำใจของสาวน้อย

“ได้ค่ะคุณแม่บ้าน” แล้วอลิชชาก็เดินมาหิ้วปีกอีกข้างของคนตัวโตที่เมาไม่ค่อยจะรู้เรื่องขึ้นไปยังชั้นสอง และตรงไปยังห้องนอนของเขา

อลิชชากับแม่บ้านลัวโซค่อยๆ วางร่างที่แสนหนักอึ้งนั้นลงบนที่นอนไม่ค่อยจะเบานัก เพราะเขาตัวโตมาก ขนาดแรงผู้หญิงสองคนช่วยกันหามก็ยังหิ้วมาลำบากขนาดนี้ อลิชชาไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าปล่อยให้คนแก่ๆ อย่างแม่บ้านลัวโซหิ้วปีกเขาขึ้นมาบนห้องคนเดียว จะทุลักทุเลมากแค่ไหน

“เอ่อคุณแม่บ้านคะ นี่มันก็ดึกมากแล้ว คุณแม่บ้านไปพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวที่เหลือให้อริสจัดการให้เอง” สาวน้อยรับอาสา เพราะสงสารคนแก่ที่ต้องมาดูแลคนเมาดึกๆ ดื่นๆ แต่เธอยังวัยอ่อนกว่า หนำซ้ำในสัญญาเธอก็คือลูกจ้างของเอริคคนหนึ่ง ก็เลยคิดอยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้าง

“เธอแน่ใจนะ ว่าทำคนเดียวได้” อลิชชากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะตอบแม่บ้านว่า

“แน่ใจค่ะ”

“ตกลง ฉันยกหน้าที่ดูแลคุณเอริคให้เธอก็แล้วกัน เพราะพรุ่งนี้ฉันต้องตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารและทำงานบ้านแต่เช้า ส่วนเธอก็คงต้องเตรียมตัวรับการเทรนจากคุณซานดร้าที่จะมาถึงในตอนเช้าเหมือนกัน แต่คงสายๆ หน่อย ฉันขอตัวนะ”

“ค่ะ” อลิชชาขานรับเสียงเบาหวิว รู้สึกหนักใจกับหน้าที่ที่เธออาสารับทำเองเหมือนกัน

เจ้าของร่างบางที่ตอนนี้หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง มองไปยังร่างที่นอนกรนอยู่บนที่นอนด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เวลาที่เขาเมาและหลับแบบนี้ก็ดูเหมือนไม่มีพิษสงอะไร แต่เธอคงต้องเปลี่ยนชุดนอนให้เขานี่สิที่ทำให้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมากพอสมควร

“ลูซี่” ชายหนุ่มเพ้อออกมาเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์แน่ๆ อลิชชาคิด และพยายามเงี่ยหูฟังว่าเขากำลังเรียกชื่อของใครอยู่

“ลูซี่” คนเมาละเมอพูดออกมาอีกครั้ง

‘ลูซี่นี่ใครนะ ใช่คู่ควงของเขาหรือเปล่า สงสัยเขาคงจะพิศวาสผู้หญิงที่ชื่อลูซี่นี่มาก จนถึงขนาดเพ้อเรียกหาแต่หล่อน’ อลิชชาแอบเดาเอาเองในใจ ก่อนที่จะลงมือถอดถุงเท้า และถอดเข็มขัดของเขาออก

มือเรียวกำลังพยายามปลดกระดุมเสื้อของเขาตรงแผงอกของชายหนุ่มออก หญิงสาวพยายามที่จะไม่มองแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อท้องที่เป็นลอนลูกสวยงามนั่น มือเล็กเริ่มสั่นเมื่อกระดุมเม็ดสุดท้ายหลุดออก

“อื้อ ลูซี่ มือเธอนิ่มจังเลยนะ”

“นี่คุณ ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่ใช่ยัยลูซี่อะไรของคุณนะ ปล่อยซี่!” หญิงสาวพยายามแกะมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของคนเมาที่นอนละเมอจนสำเร็จ

อลิชชารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่เขาคิดว่าเธอเป็นยัยลูซี่อะไรนั่น แต่พอคิดได้ว่าไม่ควรถือสาคนเมา หล่อนจึงหันไปปลดตะขอกางเกงของเขาออกอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เร็วเท่ากับมือหนาที่คว้าเอาร่างนุ่มลื่นของเธอลงไปคลุกอยู่บนที่นอนใต้ร่างของเขา เมื่อมือเล็กดึงกางเกงขายาวออกให้เขาได้ไม่ถึงวินาที

“ลูซี่ ทำไมวันนี้ตัวคุณหอมจังเลย” ร่างหนาละเมอเพ้อเรียกชื่อของผู้หญิงคนอื่นออกมาอีกแล้ว จนอลิชชาชักโมโห

“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ! ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันไม่ใช่ยัยลูซี่อะไรนั่นของคุณยังไงล่ะ ได้ยินหรือเปล่า อื้อ อึ๊ย ปล่อยฉันนะ!” อลิชชาร้องเสียงหลง เมื่อเอริคไม่ยอมฟังเสียงของเธอเลย

เอริคใช้จมูกซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างเมามัน ใช้ริมฝีปากร้อนระอุจุมพิตพร่างพรมไปทั่วไปหน้าที่เริ่มแดงก่ำของอลิชชาไปตามอารมณ์ปรารถนาที่เขาไม่รู้ตัว แต่มันก็เต็มไปด้วยสัญชาตญาณแห่งบุรุษเพศที่ต้องการการปลดปล่อย

“อริส” ร่างบางนิ่งไป เมื่อชายหนุ่มเรียกชื่อของเธอออกมาเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบ

“อริส คุณรู้ตัวมั้ย...ว่าผมต้องการคุณมาก...เป็นของผมเถอะนะสาวน้อย อย่าปฏิเสธผมเลยนะ ผมต้องการ...คุณมากเหลือเกิน”

สายตาที่เยิ้มหวานที่ส่วนหนึ่งมาจากฤทธิ์ของน้ำเมา มองสาวน้อยใต้ร่างด้วยอารมณ์พิศวาสอย่างเต็มเปี่ยม ขณะที่อลิชชาพยายามผลักไสร่างหนาเต็มแรง จนคนเมาเสียหลักกลิ้งออกไปจากร่างบางจนเกือบตกเตียง

ร่างบางหอบแฮ่กๆ มองร่างเกือบเปลือยนั้นด้วยหัวใจที่แทบจะกระเด็นกระดอนออกมาข้างนอก ก่อนที่จะยกขาของเขาขึ้นไปอยู่กลางที่นอน และรีบดึงผ้าห่มมาคลุมร่างให้ชายหนุ่ม เพราะตอนนี้เขาเหมือนจะหลับไปอีกแล้ว

“หลับฝันดีนะคะ คนบ้าจอมหื่น เชิญคุณนอนหลับฝันถึงยัยลูซี่ได้ตามสบายเลย” แล้วใบหน้าที่เหมือนจะงอนๆ นั้น ก็สะบัดเชิดคางออกไปจากห้อง แต่ถ้าหากหญิงสาวจะหันกลับมามองอีกครั้ง ก็คงจะเห็นรอยยิ้มขี้เล่นนั้นคลี่ยิ้มออกมา พร้อมกับสายตาคมซึ้งที่ทอดมองไปยังประตู

“พยศเหมือนกันนะเนี่ยตัวแค่นี้ ถ้าผมเมามากกว่านี้ คุณเสร็จผมแน่สาวน้อย” เอริคหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนที่จะหลับไปอย่างอารมณ์ดี โดยที่ไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้เลยว่า ร่างบอบบางที่ยืนพิงอยู่นอกบานประตูนั้น หล่อนมีอาการอกสั่นขวัญแขวนเพราะเขามากขนาดไหน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้านายวายร้ายสุดที่รัก (เจ้านายขามา xxx กันชุดที่ 1)
8.0
เมื่อกี้มีใครได้จูบคุณหรือเปล่าคะ” ดวงตาคู่หวานจ้องมองอย่างจับผิด ไม่มี” เดร็ครีบตอบ แต่เมื่อเห็นความหวงในแววตานั้นเขารู้สึกถูกใจ ถ้าเป็นคนอื่นอาจผลักลงจากเตียงไปแล้ว แต่เป็นคามิล่าที่แสดงความหวงแหน และเขาก็ชอบมัน “อืม แต่ชักแน่ใจแล้ว บางทีอาจจะมี…” พูดยังไม่ทันจบคามิล่าก็ก้มลงประกบริมฝีปาก เธอจูบไม่เป็นแต่พยายามขบริมฝีปากหนา แล้วแทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเขา เดร็คจูบตอบทันทีความเงอะงะไม่เป็นภาษา กระตุ้นอารมณ์ร้อนภายในร่างกาย จูบของคามิล่าเต็มไปด้วยความหวงแหน แสดงความเป็นเจ้าของผ่านจูบดูดดื่ม“มาลองคิดดูดีๆ ไม่น่ามี” เดร็คถอนริมฝีปากออกแล้วกดจูบที่ข้างแก้มสวย เธอน่ารักน่าเอ็นดู มีเสน่ห์แบบที่ไม่ต้องทำอะไร เขาก็หลงหัวปักหัวปำไปหมดแล้ว
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักซ่อนร้าย Bad Romance
8.2
ภากรจำใจเข้าพิธีวิวาห์เพื่อทวงสมบัติคืนตามเงื่อนไขล้างหนี้ แม้จะเต็มไปด้วยความแค้นจากการถูกว่าที่พ่อตาจัดฉากมัดมือชกด้วยการนำเขาไปพัวพันกับนาตาลีจนกลายเป็นข่าวดัง ท่ามกลางเกมชิงไหวชิงพริบระหว่างลูกเขยกับพ่อตา นาตาลีกลับต้องกลายเป็นเพียงเบี้ยบนกระดานที่ถูกคนในครอบครัวปั่นหัว กว่าเธอจะรู้ตัวว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้คือแผนการซ้อนแผน เธอก็เผลอมอบหัวใจให้สามีที่จ้องจะแก้แค้นไปเสียแล้ว บทสรุปของรักซ่อนร้ายครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักเจ้าบ่าวอสูร
8.2
วิลเลี่ยม เนลสัน นายตำรวจทายาทมหาเศรษฐีถูกพักงานเพราะข่าวฉาวเรื่องผู้หญิง เขาใช้ชีวิตเสเพลจนเสียงกิจกรรมรักรบกวนจอมขวัญ เพื่อนบ้านสาวไทยที่เกลียดเขาเข้าไส้ แต่เมื่อจอมขวัญเผชิญวิกฤตหนี้สิน วิลเลี่ยมจึงยื่นข้อเสนอช่วยเครียร์หนี้แลกกับการให้เธอสวมรอยเป็นแฟนกำมะลอเพื่อตบตาคุณย่าที่อยากมีเหลน ทว่าแผนการนี้กลับซ่อนเร้นความต้องการส่วนตัว เมื่อวิลเลี่ยมหวังจะเปลี่ยนสถานะปลอมๆ ให้กลายเป็นความสัมพันธ์เร่าร้อนบนเตียงที่เธอจะไม่มีวันลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย หวานใจคุณพ่อลูกติด
8.5
โชคชะตาเล่นตลกกับน้ำหวาน สาวแว่นสุดมั่นที่ต้องมาเผชิญหน้ากับคุณคชา นักธุรกิจพ่อม่ายหนุ่มพราวเสน่ห์อีกครั้ง หลังคืนที่ความเมาทำให้เขาเข้าใจเธอผิดไปไกล ครั้งนี้เธอหนีไม่พ้นเมื่อต้องมารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลหนูนิด ลูกสาววัยแปดเดือนสุดน่ารักของเขา ท่ามกลางความใกล้ชิดในบ้านหลังใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างพี่เลี้ยงสาวกับคุณพ่อจอมรุกจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ในนิยายรักโรแมนติกที่เต็มไปด้วยความละมุนและหัวใจพองโต
หน้าปกนวนิยาย คุณใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณตามลำพัง
9.2
ในวันที่ฉันเข้าพิธีวิวาห์กับทายาทตระกูลดัง กลับไร้เงาญาติพี่น้องฝ่ายชายมาร่วมงาน มีเพียงสายเรียกเข้าจากคุณยายของเขาที่ยื่นข้อเสนอเดิมพันครั้งใหญ่ หากภายในสามปีความรักของพวกเรายังมั่นคง ท่านจะยอมรับฉันเข้าสู่ครอบครัว แต่ถ้าล้มเหลว ฉันต้องเดินจากไปเพื่อให้ผู้หญิงที่เหมาะสมมาแทนที่ ฉันตอบตกลงอย่างมั่นใจ เพราะสามีผู้แสนดีเคยยอมสละทุกอย่างเพื่อเลือกฉัน ทว่าเมื่อเข้าสู่ปีที่สาม เขากลับทรยศความเชื่อใจด้วยการนอกใจอย่างคาดไม่ถึง
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์บุรินทร์
8.9
บุรินทร์เคยสูญเสียทุกอย่างรวมถึงพ่อแม่จากความล้มเหลวทางธุรกิจ ทว่าเขาสู้จนกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง แต่แล้วเส้นทางเศรษฐีหนุ่มกลับถูกขัดขวางจนเกือบเสียหลัก เขาเริ่มระแวงว่าสาริศา หญิงสาวแสนซื่อที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น จะเป็นเพียงหมากอีกตัวที่ศัตรูส่งมาทำลายเขา แม้จะให้เธอเข้าบ้านในฐานะภรรยาเพื่อคอยดูแลความเรียบร้อยและทำอาหารให้ แต่ความลับที่ซ่อนอยู่หลังภาพลักษณ์ไร้พิษสงของเธอก็ยังเป็นปริศนาที่เขาต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเธอคือรักแท้หรือแผนร้ายกันแน่