
ปารีสพิศวาสหวาม
ตอน 3
เช้าวันต่อมา
อลิชชาลงไปช่วยแม่บ้านลัวโซเตรียมอาหารตั้งแต่เช้า ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่บ้านผู้สูงวัยดีขึ้นเป็นลำดับ
“เมื่อคืนนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่มั้ย” แม่บ้านชราแกล้งถาม ทั้งๆ ที่นางพอจะทราบคำตอบดีอยู่แล้ว
เพราะเมื่อคืน นางตั้งใจจะแอบดูเรื่องของเจ้านายหนุ่มกับอลิชชาเป็นครั้งแรก เพราะอยากจะรู้ว่าอลิชชาจะหายไปนอนในห้องของเอริคทั้งคืนหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ นางก็คงจะรู้สึกไม่ชอบใจแม่สาวน้อยคนนี้มากนัก แต่พอเห็นอลิชชาเดินออกมาจากห้องของเจ้านายหนุ่ม มันจึงทำให้แม่บ้านที่แสนจะเข้มงวดอย่างลัวโซ พอที่จะยอมรับอลิชชาได้บ้าง
“ไม่มีค่ะ เรียบร้อยดีค่ะ”
“ที่ฉันถามนี่ส่วนหนึ่งเพราะเป็นห่วงเธอ เอริคไม่เคยนอนกับผู้หญิงคนไหนเกินสามเดือน เขายังรักใครไม่เป็น แต่ดูท่าทางของเธอเหมือนจะเป็นคนอ่อนไหวง่าย อย่าหลงรักเขาเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบล่ะ เอริคเขาอยู่สูงเกินกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก ที่จริงคู่หมายของเขาก็มี แต่เขาก็ยังไม่ได้หมั้นหมายกันหรอก”
“ใช่ผู้หญิงที่ชื่อลูซี่หรือเปล่าคะ” จู่ๆ อลิชชาก็โพล่งคำถามนี้ขึ้นมา ทำให้แม่บ้านผู้สูงวัยรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
“เปล่าหรอก ลูซี่คือคู่ควงคนล่าสุดของเขา และพวกเขาคบกันได้เกือบสามเดือนแล้ว แต่อีกไม่กี่วัน เอริคก็คงจะบอกเลิก เหมือนอย่างผู้หญิงทุกคนที่ผ่านๆ มาของเขา” แม่บ้านผู้สูงวัยอธิบายเนิบๆ ตามความเป็นจริง เพราะไม่อยากให้สาวน้อยหน้าตาใสซื่ออย่างอลิชชาต้องเสียใจ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนางถึงได้รู้สึกถูกชะตากับสาวน้อยคนนี้นัก
“เหรอคะ” หญิงสาวขานรับออกมาลอยๆ
“ฉันขอถามอะไรเธอหน่อยได้ไหม” สายตาผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดู หันมามองใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นด้วยแววตาจริงจังเป็นครั้งแรก
“ได้สิคะ คุณแม่บ้านอยากจะถามอะไรอริสก็ถามมาได้เลยค่ะ อริสยินดีที่จะตอบ”
“ก่อนถาม กรุณาเรียกฉันว่าป้าลัวโซจะได้ไหม” อลิชชายิ้มกว้างออกมา เพราะคุณแม่บ้านที่ดูภายนอกแสนจะเย็นชาคนนี้ กำลังจะให้เธอเรียกป้า นั่นหมายความว่าหญิงชราเปิดใจรับเธอเป็นคนที่สนิทมากขึ้นแล้วสินะ
“ค่ะป้าลัวโซ” สาวน้อยตอบรับเสียงใส ใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม
“เธอมาที่ปารีสนี้ด้วยจุดประสงค์อะไร” คำถามตรงๆ ของป้าลัวโซ ทำให้อลิชชาหน้าเศร้าลงทันที ก่อนที่จะตอบว่า
“อริสเดินทางมาที่นี่ เพื่อออกตามหาพ่อที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาก่อนค่ะ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ แม่ของอริสได้จากอริสไป และคำสั่งเสียของแม่ก่อนตายก็คือ ให้เอาจดหมายฉบับหนึ่งที่แม่เขียนถึงพ่อเอามาให้พ่ออ่านให้ได้ แต่ทั้งเงินทั้งกระเป๋าที่มีเอกสารของพ่อกับแม่หายไปหมด เพราะโจรมันฉกชิงเอาไป แต่อริสไม่ท้อหรอกค่ะ อริสจะต้องตามหาพ่อให้เจอค่ะ”
แม่บ้านสูงวัยฟังด้วยสีหน้าที่สลดลงเล็กน้อย เพราะน้องชายที่นางรักมากก็เพิ่งจากนางไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี่เอง การสูญเสียคนที่รักไปมันคงเป็นอะไรที่ทำใจได้ยากเย็นที่สุด
“ฉันเสียใจด้วยนะเรื่องแม่ของเธอ”
“ขอบคุณค่ะ”
“ว่าแต่พ่อของเธอชื่ออะไรเหรอ”
“คริสเตียน โรแปง ค่ะ”
เพล้ง!
มีดที่กำลังถืออยู่ในมืออวบเหี่ยวหล่นตกลงพื้นทันที ที่อลิชชาบอกชื่อและนามสกุลของพ่อเธอจบ ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยซีดเผือดลงเล็กน้อย อลิชชารีบก้มเก็บมีดด้ามที่ตกลงพื้นขึ้นมาให้ด้วยความตกใจมากพอสมควร
“ป้าลัวโซ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าซีดจัง” หญิงสาวถามหญิงชราด้วยความเป็นห่วง
“เปล่า ฉันไม่เป็นอะไรหรอก” ร่างอวบสูงใหญ่รีบเมินหน้าหนีไปอีกทางเพื่อเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ให้มิดชิดที่สุด
“ป้าลัวโซพอจะรู้จัก คนที่ใช้นามสกุลเหมือนพ่อของอริสมั้ยจ๊ะ”
“ไม่รู้จักหรอก ฉันจะไปรู้จักกับพ่อของเธอได้ยังไง” นางรีบตอบโดยไม่มองหน้าหญิงสาว
เพราะรู้ว่าอลิชชากำลังจะกลายไปเป็นนางแบบดังให้กับมาร์ติเนซกรุ๊ป สาวน้อยคนนี้จะรู้อดีตของตัวเองตอนนี้ไม่ได้โดยเด็ดขาด!
ลัวโซเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เอง ว่าสาวน้อยที่ฟ้านำพามาพบเจอคนนี้ ที่แท้ก็เป็นหลานสาวแท้ๆ ของนางเอง แต่นางจะบอกความจริงกับหลานสาวตอนนี้ยังไม่ได้ เพราะประวัติที่ต่ำต้อยของเธอจะทำให้สินค้าของเอริค เจ้านายผู้มีพระคุณจะต้องมัวหมอง อลิชชากำลังจะไปเป็นนางแบบดัง กำลังจะมีชื่อเสียง มันยังไม่ถึงเวลาที่อลิชชาจะต้องมารู้ความจริงทุกอย่างในวันนี้
“คุยอะไรกันอยู่ครับสาวๆ” ร่างสูงที่ยืนพิงอยู่ตรงขอบประตูห้องครัว ส่งเสียงเข้ามาทักทายสองสาวต่างวัยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“อ้าวคุณเอริค ตื่นแล้วหรือคะ เมื่อคืนดิฉันเห็นคุณเมามาก คิดว่าคุณจะนอนตื่นสายเสียอีกค่ะ” แม่บ้านผู้สูงวัยเอ่ยทักทายเจ้านายหนุ่มออกมาเสียงเรียบเช่นเคย
“เมื่อคืน ผมนอนหลับสบายน่ะครับ ก็เลยตื่นเช้าได้ ว่าแต่เช้านี้มีแม่ครัวถึงสองคนช่วยกันทำอาหารเช้า กับข้าวมื้อนี้คงจะพิเศษกว่าทุกวันแน่เลยใช่มั้ยครับ” ขณะที่พูดสายตาคมก็กวาดมองไปยังแม่ครัวสาวคนใหม่ด้วยรอยยิ้มเป็นนัยๆ
อลิชชาไม่รู้ว่าเขาอารมณ์ดีอะไรนักหนา แต่ก็ไม่ได้สนใจนัก เพราะหล่อนกำลังสนใจแตงกวาลูกใหญ่ที่อยู่ในมือมากกว่า
“ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากหรอกค่ะ คงมีอีกหนึ่งเมนูที่เพิ่มขึ้นมา” แม่บ้านลัวโซบอก หันไปมองอลิชชาทำนองว่าให้แม่ครัวสาวเป็นคนบอกชื่ออาหารที่ทำมาจากฝีมือของเธอเองจะดีกว่า
“เอ่อ มีต้มจืดแตงกวาค่ะ น่าจะทำให้หายจากอาการเมาค้างได้” ร่างบางก้มหน้าตอบเหมือนเคย เพราะไม่อยากสบตาที่เป็นประกายเจ้าชู้ของเขาสักเท่าไหร่นัก ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ หว่านเสน่ห์ได้ตลอดเวลา
“ถ้างั้นผมรีบไปอาบน้ำก่อนนะครับ จะได้มาชิมฝีมือการทำอาหารของแม่ครัวคนใหม่ว่าจะอร่อยกินได้หรือเปล่า” จบประโยคร่างหนาก็ผลุบหายไปจากตรงประตู
“เอ่อ ป้าลัวโซคะ อริสกลัวจังเลยค่ะว่า คุณเอริคเขาจะทานอาหารด้วยฝีมือของอริสไม่ลง” ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยตามวัยส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย เมื่อได้ฟังในสิ่งที่สาวน้อยพูดออกมา
“การที่ใครสักคนจะทานอาหารที่เราทำลงหรือไม่ลง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติของอาหารเพียงอย่างเดียวหรอกนะ หากเธอทำให้เขากินด้วยใจ มันก็คงจะอร่อยเหมือนกันนั่นแหละ”
คำอธิบายเรียบๆ ของแม่บ้านผู้สูงวัย ทำให้อลิชชามีกำลังใจขึ้นมาบ้าง และยิ้มออกมาได้ เพราะกับข้าวมื้อนี้ เธอตั้งใจจะทำให้เอริคทานเพื่อขอบคุณเขาในบางเรื่อง และตั้งใจจะให้ป้าลัวโซได้ชิมฝีมือการทำอาหารไทยของเธอด้วย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา อาหารหน้าตาน่าทานก็ถูกนำมาเสิร์ฟอยู่ที่โต๊ะอาหารกว้างสุดหรู ตรงหน้าเจ้าของบ้านหนุ่มรูปหล่อ ที่ลงมานั่งตรงเก้าอี้ประจำตำแหน่งทันทีเมื่อเห็นสองสาวต่างวัยยกอาหารมาวางเรียงกันอย่างน่าทาน โดยมีอลิชชาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเสิร์ฟ
“อริส นั่งทานอาหารเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ ผมมีธุระจะคุยกับคุณด้วย” พอชายหนุ่มเอาเรื่องงานมาอ้างก็ทำให้สาวน้อยรู้สึกลังเลใจ เธอหันมามองลัวโซอย่างขอความเห็น ว่าเธอสมควรหรือเปล่าที่จะไปนั่งทานข้าวร่วมกันกับเขา ผู้มากวัยกว่าพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงว่า อลิชชาควรจะไปนั่งทานข้าวกับเอริคตามที่เขาสั่งจะดีกว่า
“เอ่อ คุณเอริคมีธุระอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ”
“ลงมือทานข้าวสักหน่อยก่อนสิแล้วค่อยคุย ไม่ต้องใจร้อนหรอกน่า”
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำสั้นๆ ก่อนที่จะนั่งลง และตักอาหารเข้าปากช้าๆ อย่างผะอืดผะอม และเงยหน้ามองชายหนุ่มในบางครั้ง แต่เขากลับมีท่าทางใจเย็นไม่ยอมพูดธุระออกมาสักที
“กับข้าวอร่อยหมดทุกอย่างเลยนะ โดยเฉพาะต้มจืดแตงกวานี่ ทานแล้วรู้สึกโล่งคอดี ไม่คิดว่าคุณจะทำกับข้าวเป็นด้วย” เขาเอ่ยชมเสียงนุ่ม มันทำให้แววตาคู่สวยเต้นระริกด้วยความดีใจ แต่หล่อนก็พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกดีใจเอาไว้ พยายามไม่แสดงออกมามาก เพราะไม่รู้ว่าเขาพูดจากใจจริงหรือเปล่า
“มันเป็นเมนูง่ายๆ ค่ะ ใครก็ทำได้” อลิชชาอธิบายเสียงเรียบ
“แล้วทำกับข้าวอย่างอื่นเป็นด้วยมั้ย เช่นต้มยำกุ้ง ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว อาหารไทยสามอย่างนี้ ชนชาติไหนก็พอจะรู้จัก คุณพอจะทำให้ผมทานได้มั้ย ในมื้อต่อๆ ไป” ชายหนุ่มพูดขณะที่สายตาก็แอบมองสำรวจใบหน้าที่เป็นสีชมพูระเรื่อนั้นไปมาอย่างเพลิดเพลินใจ
“ฉันพอทำเป็นนิดหน่อยค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอร่อยถูกปากคุณเอริคหรือเปล่า” เธอตอบแบบถ่อมตัวเอง เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองทำกับข้าวอร่อย อย่างมากเธอก็ทำกับข้าวแต่ละอย่างที่พอจะกินได้ไม่ถึงกับท้องเสียเท่านั้น
“ก็แค่ลดความเผ็ดลงมาหน่อย ผมกินง่ายอยู่แล้วละ แต่ก็อยากทานอาหารไทยจากฝีมือของคนไทยตัวเป็นๆ ดูบ้าง น่าจะรู้สึกอยากกินอาหารมากขึ้น ตกลงพรุ่งนี้เช้าเริ่มทำผัดไทยให้ผมกินเลยนะ เดี๋ยวเย็นนี้จะพาไปตลาดสดบนห้าง”
“ค่ะ”
อลิชชาไม่อยากจะขัดใจเขาหรอก อีกอย่างตอนนี้เธอก็มาอาศัยเขาอยู่ ทั้งอยู่ฟรีกินฟรี มีแต่อาหารดีๆ ราคาแพงๆ ทั้งนั้น หากอะไรที่เขาขอแล้วเธอพอจะทำให้เขาได้ก็อยากทำ แต่เธอก็เจียมตัวเองอยู่เสมอ เพราะจำที่ป้าลัวโซบอกกับเธอเมื่อตอนที่ทำอาหารช่วยกันได้
‘เอริคเขาอยู่สูงเกินกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก ที่จริงคู่หมายของเขาก็มี...’ เธอจะไม่ยอมเผลอใจไปชอบเขาเด็ดขาด
“ซานดร้าโทรมาหาผมแล้ว เขาบอกว่าอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงจะมาถึงที่นี่ เตรียมตัวไว้ให้พร้อมละ แค่คุณตั้งใจฟังและตั้งใจปฏิบัติตามที่เขาเทรน ก็โอเคแล้ว” เอริคเปรยให้ว่าที่นางแบบสาวคนใหม่ฟัง ขณะที่นั่งทานข้าวไปด้วย
อเล็กซานดร้าคือเพื่อนหญิงที่สนิทของเขาคนหนึ่ง ทำงานร่วมกันมานานหลังจากที่อดีตซูเปอร์โมเดลสาวถอนตัวออกจากการเป็นนางแบบมาทำหน้าที่ภรรยาให้กับสามีชาวสวีเดน แต่หลังจากแต่งงานอยู่กินกับสามีมาได้แค่สามปีก็หย่าเพราะไม่ค่อยมีเวลาให้กัน แล้วอเล็กซานดร้าก็หันมาทำงานอยู่เบื้องหลังงานบันเทิงเต็มตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
“ค่ะ” คำตอบรับสั้นๆ ของอลิชชาทำให้ คนที่พูดยาวๆ อย่างเอริค ต้องจ้องมองหญิงสาวด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย รู้สึกว่าหล่อนจะสงบปากสงบคำมากเหลือเกิน
“คุณพูดอย่างอื่นเป็นมั้ย นอกจากคำว่า...ค่ะ” ชายหนุ่มชักจะมีอารมณ์
“ค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมกับพยักหน้าอีกครั้ง
นั่นไงล่ะ มันน่าตีจริงๆ ขนาดพูดยังไม่ทันขาดคำแท้ๆ
คุณอาจจะชอบ





