ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชะตาลิขิต

ชะตาลิขิต

พันธสัญญาหมั้นหมายเก่าแก่ระหว่างตระกูลหรงและตระกูลเหร่วนนำพาคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน หรงเฮ่าชวนทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสแสดงความรังเกียจเหร่วนฉิงอย่างชัดเจน เขาถึงขั้นประชดให้ไปขุดบรรพบุรุษขึ้นมาจัดงานแต่งเองเพราะมองว่าเธอไร้คุณสมบัติ ทว่าหญิงสาวกลับไม่ยอมถอยง่ายๆ เธอตัดสินใจเข้าพิธีโดยหวังเพียงส่วนแบ่งจากทรัพย์สินมหาศาลหากต้องแยกทางกันในอนาคต ท่ามกลางความขัดแย้งและผลประโยชน์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของชีวิตคู่ครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

บรรยายกาศภายในวัดช่างเงียบสงบ จะมีเพียงแต่เสียงเคาะไม้ดังกังวาลทั่วทั้งเขตวัดโดยหญิงวัยกลางคนเป็นผู้รับหน้าที่ดังกล่าว กลิ่นหอมของธูปและเทียนลอยฟุ้งโอบล้อมทั่ววิหาร ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ไม่อาจจะละจากกลิ่นนั้นได้

ที่นี่ไม่เหมือนวัดทั่วไป เพราะไม่มีพระภิกษุหรือแม่ชีอาศัยอยู่ที่นี้แม้แต่รูปเดียว ส่วนใหญ่มีเพียงเหล่าผู้เฒ่าผู้แก่คนในพื้นที่ที่คอยทำนุบำรุงดูแลรักษาวัดนี้

หร่วนฉิงคุ้นเคยกับพระพุทธรูปทุกองค์ของที่นี่มาก เพราะเธอเองมักจะมาที่นี่กับแม่บ่อย ๆ ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก

หลังจากวางเครื่องบูชาทั้งหมดลงบนโต๊ะแล้ว เธอก็คุกเข่าลงบนเบาะนุ่มกลมแล้วก้มศีรษะลงกราบสักการะ

หากคนนอกได้เห็นคงต่างก็รู้สึกดีและทึ่งกับการกระทำด้วยความเคารพความศรัทธาของเธอ

ขณะที่ในอีกห้องหนึ่ง เฮ่าชวนก็ได้ทำการนำเครื่องสักการะบูชาของตนวางลงบนโต๊ะเช่นเดียวกัน เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ในวันนี้ไม่ถูกกาลเทศะและไม่เหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้เท่าไหร่

สำหรับเขาแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากหรือเป็นอุปสรรคอะไรที่จะโค้งคำนับทำความเคารพบรรพบุรุษ แต่เขาไม่เคยคิดที่จะโค้งคำนับประติมากรรมที่สร้างจากดินเหนียวเหล่านี้

ชายหนุ่มนั่งลงบนเบาะ กะว่าจะอยู่ที่นี่อีกสักพักจนกว่าจะถึงเวลากลับ พอนั่งรอเวลาไปเรื่อย ๆ เขาก็รู้สึกเบื่อมากจนทนไม่ไหว จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเริ่มดูเอกสารที่ถูกเก็บไว้อยู่ในเครื่อง

ในขณะที่เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับข้อมูลในโทรศัพท์มือถือนั้น

ก็มีบางอย่างมาทำลายความเงียบนั้นลง

เขาได้ยินเสียงพูดคุยกันดังมาจากห้องอื่น

เสียงนั้นดังมากจนเขาไม่มีสมาธิที่จะอ่านอีกต่อไป เขาขมวดคิ้วเข้ม ๆ ของเขาเป็นปม ดวงตาคู่งามและสดใสของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาปะทุความโกรธออกมาทันที

“วัดควรจะเป็นสถานที่เงียบสงบไม่ใช่หรือไง?

แล้วเสียงโหวกเหวกนี่มาจากไหน?” เขาบ่นกับตนเอง

ในอีกห้องหนึ่ง หร่วนฉิงดึงเบาะของเธอขยับเข้าไปใกล้ ๆ ผู้ดูแลวัด เธอเป็นคนช่างพูด เธอเอาแต่พูดไม่หยุดกับผู้ดูแลวัด

หญิงวัยกลางคนผู้ดูแลวัดนั้นเป็นคนในหมู่บ้านที่รู้จักกับหร่วนฉิงมานานแล้ว ตอนแรกเธอไม่กล้าเข้าไปคุยด้วย เพราะกลัวจะเป็นการรบกวนความสงบของวัดและผู้เข้ามาสักการะบูชา แต่หร่วนฉิงก็เอาแต่พูด และชวนเธอคุยไม่หยุด

“คุณน้าคะ ตอนที่ฉันเดินเข้ามา ฉันเห็นหญิงชราคนหนึ่งบริจาคเงินจำนวนมากให้กับวัด เงินนั่นก้อนโตขนาดเท่านี้เลยค่ะ ” หร่วนฉิงพูดพลางยกมือขึ้นทำท่าทางประกอบ “หนูอดสงสัยไม่ได้เลยค่ะ ถ้าเธอรวยขนาดนั้น ทำไมไม่นำเงินไปช่วยการกุศลแทนล่ะคะ? หนูคิดว่าคงจะดีกว่า ถ้าเธอนำเงินไปช่วยเด็กยากจนเพื่อให้พวกเขาได้เรียนหนังสือ...”

หร่วนฉิงรู้อยู่แล้วว่าวัดไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แถมผู้คนที่เข้ามากราบสักการะบูชาที่วัดนั้น ก็ยังมีมาไม่ขาดสาย ดังนั้น เธอจึงคิดว่ามันช่างน่าเสียดายจริง ๆ กับการที่คนพวกนี้เอาเงินมาทำบุญเพื่อไถ่บาปของตัวเอง

แต่สำหรับคุณน้านั้น เหตุการณ์พวกนี้เธอเห็นจนชินแล้ว เธอแค่ส่ายหน้าและไม่ตอบอะไรกลับ เธอรู้ดีว่า คนเหล่านี้มาทำบุญเพราะความรู้สึกผิดภายในใจของพวกเขา จึงคิดอยากที่จะบริจาคเงินเพื่อให้ตัวเองได้สบายใจขึ้น ทุกคนก็ต่างรู้เรื่องนี้ดี

“อ้อ แล้วก็ยังมีอีกนะคะ คุณน้า คือว่าฉันเห็น...” หร่วนฉิงกล่าวต่อ

ส่วนเฮ่าชวนนั้น ที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาอยากจะเอาผ้าไปยัดปากหร่วนฉิง เพื่อให้เธอหยุดส่งเสียงน่ารำคาญนั่นเสีย

ห้องทั้งสองถูกคั่นด้วยแผ่นผนังบางกับผ้าม่านสีเหลืองสองผืนเท่านั้น ดังนั้นเสียงจึงเล็ดลอดผ่านได้โดยง่าย

ฝั่งหร่วนฉิงกำลังคุยกับคุณน้าอย่างออกรส โดยไม่รู้ตัวเลยว่าภัยกำลังจะมาถึง

ลมหนาวพัดผ่านหน้าของเธออย่างฉับพลัน นอกจากนั้นเธอยังได้กลิ่นน้ำหอมที่อ่อนโยนหอมละมุนโอบล้อมรอบ ๆ ตัวเธอ

นี่เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ ที่หร่วนฉิงรู้สึกว่าผู้ชายที่ฉีดน้ำหอมนั้นทำให้รู้สึกสบายได้ขนาดนี้

“เธอจะเงียบปากได้หรือยัง?” เธอได้ยินเสียงหงุดหงิดทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือหัวตัวเอง

ความประทับใจดี ๆ ทั้งหลายหายวับไปกับสายลมทันที หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ก่อนจะตกตะลึงกับใบหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับว่าควันกำลังจะออกจากหู แต่ก็ไม่อาจจะบดบังความดูดีมีสง่าของอีกฝ่ายได้ เขาหล่อเหลาเอาการมากราวกับเหล่าดาราดัง

เฮ่าชวนรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้เห็นหร่วนฉิง ใบหน้าของเธอไม่ได้เหมือนเป็นคนช่างพูดช่างนินทาเลยสักนิด ในทางตรงกันข้าม ใบหน้าของเธอเรียวเล็กประกอบกับดวงตาสีดำที่เปร่งประกายทำให้เธอนั้นดูสดใสเป็นอย่างมาก ขณะที่เธอมองเขาด้วยความประหลาดใจ ขนตายาวงอนของเธอสั่นไหวราวกับผีเสื้อกระพือปีก

เมื่อหร่วนฉิงมองย้อนตามไปเส้นทางที่เฮ่าชวนเพิ่งเดินเข้ามา แล้วเธอก็นึกขึ้นมาได้ จึงพูดว่า “คุณมาจากตระกูลหรงเหรอคะ? ขอโทษด้วยนะคะ! ฉันไม่รู้ว่ามีคนอยู่ในห้องนั้นค่ะ”

สำหรับทุกคนในหมู่บ้านเซียงหวยไม่มีใครไม่รู้ถึงอำนาจของตระกูลหรง

แม้แต่วัดแห่งนี้เองก็สร้างจากเงินบริจาคของพวกเขา ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลแล้วที่พวกเขาจะได้มีห้องพิเศษสำหรับการสักการะบูชา

เฮ่าชวนรู้สึกหายโกรธลงมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำขอโทษจากหร่วนฉิง ไม่นานนัก เขาก็ได้ยินต่อ...

“แต่ว่า คนตระกูลหรงต่างก็เป็นคนที่ไม่สุภาพอย่างนี้เหรอคะ? ถึงฉันจะส่งเสียงดัง แต่คุณจำเป็นที่จะต้องพูดข่มขู่ฉันขนาดนั้นเลยหรือคะ?” หร่วนฉิงเลิกคิ้วขึ้นระหว่างที่เธอพูดสิ่งเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

เฮ่าชวนกล้าดีอย่างไรถึงมาบอกให้หร่วนฉิงเงียบปาก?

หร่วนฉิงคุ้นเคยและรู้จักครอบครัวตระกูลหรงเป็นอย่างดี

ข้อตกลงระหว่างตระกูลหร่วนกับตระกูลหรงเป็นสิ่งที่เธอรู้จากผู้อาวุโสตั้งแต่เธอยังเด็ก แล้วเธอก็ได้ยินมันมาเป็นพัน ๆ ครั้งแล้วก็ว่าได้

ภายในใจลึก ๆ แล้ว เธอไม่ค่อยประทับใจกับตระกูลหรงสักเท่าไหร่

ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของเฮ่าชวนดูเยือกเย็นขึ้นมากขึ้นในทันที “ข่มขู่เธออย่างนั้นเหรอ?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ทำให้รู้สึกราวกับว่าห้องทั้งห้องนั้นถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งที่เย็นยะเยือก “นี่เธอบอกว่าฉันกำลังข่มขู่เธออยู่อย่างนั้นเหรอ? ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะก็ ฉันคงจะต้อง ‘ข่มขู่’ ให้เธอเห็นจริง ๆ แล้วสิ”

เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาหร่วนฉิง ก่อนที่เขาจะยื่นแขนออกไปรวบเอวหญิงสาวเข้ามาหาเขา “ฉันเกลียดผู้หญิงที่ชอบซุบซิบนินทา ถ้าเธอชอบซุบซิบนินทามากขนาดนี้ ก็ใช้โทรโข่งป่าวประกาศให้ชาวบ้านเขารู้ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?”

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนหร่วนฉิงไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่เธอจะถูกเฮ่าชวนกอดเอวเธอไว้แน่นอย่างไร้มารยาท

“โถ่! ลูก ๆ จ๋า พวกเธออยู่ในวัดกันนะ หร่วนฉิง หนูหยุดต่อปากต่อคำกับเขาสักทีได้ไหมลูก?” ในขณะที่พวกเขาดูเหมือนจะทะเลาะกันรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม หญิงผู้ดูแลวัดจึงลุกขึ้นโดยเร็ว เพื่อที่จะพยายามเกลี่ยกล่อมพวกเขาให้เลิกเถียงกันเป็นเด็ก ๆ สักทีด้วยสำเนียงภาษาท้องถิ่นของเธอ

พอได้ยินสิ่งที่หญิงวัยกลางคนคนนั้นพูดจบ เฮ่าชวนก็ขมวดคิ้วเป็นปมมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเขาไม่ได้เกิดในหมู่บ้านเซียงหวย เขาจึงไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดเลยสักนิด แต่มีคำหนึ่งที่ชัดเจนมากสำหรับเขาคือ “หร่วน”

‘เธอมาจากตระกูลหร่วนอย่างนั้นเหรอ?’ เฮ่าชวนพึมพำกับตัวเอง

ช่างบังเอิญเหลือเกิน! เฮ่าชวนก็คุ้นเคยและรู้จักครอบครัวตระกูลหร่วนเป็นอย่างดีเช่นกัน

เขาเองก็ไม่มีความประทับใจที่ดีกับตระกูลหร่วนเหมือนกัน

เดี๋ยวก่อน

ตระกูลหร่วนงั้นเหรอ?

“บอกฉันมานะ! เธอเป็นอะไรกับชิงซาน?”

เฮ่าชวนจำได้ว่าเมื่อเขายังเด็ก คุณปู่ของเขาที่กำลังนั่งบนเก้าอี้โยกเคยบอกกับเขาว่า “เฮ่าชวน ปู่เจอคนที่จะมาเป็นว่าที่ภรรยาแสนสวยของแกแล้ว เด็กผู้หญิงคนนั้นอ่อนโยนและยังเป็นคนที่มีคุณธรรมมากอีกด้วย ปู่แน่ใจว่าแกจะต้องชอบกับสิ่งที่ปู่ทำนี้ แกโชคดีมาก ๆ เลยหลานรักเอ๋ย

พราะอย่างนั้นต่อไปนี้ แกก็ต้องทำดีกับเธอไว้ด้วย โอ้ ใช่! จำชื่อเธอไว้ล่ะ ชื่อของเธอคือ... ขอปู่คิดก่อนนะ”

“ฉันชื่อหร่วนฉิง แล้วชิงซานก็เป็นพ่อของฉันค่ะ คุณรู้จักพ่อของฉันได้อย่างไร?” หร่วนฉิงมองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเธออย่างสงสัย ทั้งพ่อและแม่ของเธอมาจากหมู่บ้านเซียงหวย และในหมู่บ้านมีเพียงตระกูลใหญ่สองตระกูลคือ ตระกูลหร่วนและตระกูลหรง

แต่พ่อของเธอเสียชีวิตจากไปนานแล้ว แล้วเขาพูดถึงพ่อของเธอทำไมกัน?

เฮ่าชวนเลิกคิ้วขึ้น ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะปรากฏรอยยิ้มเยาะขึ้นอีกครั้ง ปู่ของเขานี่ช่างน่าหัวเราะเสียยิ่งกระไรที่มาบอกว่าเธอ “อ่อนโยนและมีคุณธรรม”

‘ฉันสงสัยว่าตอนนั้นคุณปู่คงจะสายตาฝ้าฝางไปแล้วแน่ ๆ ’ เฮ่าชวนคิด

หร่วนฉิงถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันทีที่เฮ่าชวนปล่อยแขนออกจากเอวเธอ ใบหน้าของหญิงสาวแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความรำคาญใจ ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นรัดเอวเธอเสียแน่นจนเจ็บไปหมด

“ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบตระกูลหรงแล้วก็ฉันสินะ” เฮ่าชวนพูดออกมาโดยไม่สนใจถามอีกฝ่าย พยายามมองเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่

“แน่นอนสิ! โหดร้าย ป่าเถื่อน แถมชอบข่มขู่คนอื่น! ฉันได้ยินมาว่าครอบครัวหรงเริ่มทำธุรกิจจากการขนส่งสินค้า ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอก ที่คนในตระกูลถึงได้หยาบคายมากขนาดนี้” หร่วนฉิงทำงานในวงการการตลาด และเธอเองก็เป็นหัวหน้าทีมการตลาดที่เก่งที่สุด นั่นก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเธอถึงได้เป็นคนที่พูดเก่งเช่นนี้

ตระกูลหรงได้ส่งของขวัญให้ตระกูลหร่วนมาตลอดหลายปีแล้ว ถึงพวกเขาจะไม่ได้พบเจอกันเป็นการส่วนตัวก็ตาม เห็นชัดเลยว่าพวกเขาดูถูกตระกูลหร่วน แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นมีมิตรไมตรีต่อกัน หร่วนฉิงเกลียดพวกเขาเข้ากระดูกดำ เกลียดจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ

เฮ่าชวนทำเป็นปัดฝุ่นออกจากตัว ราวกับว่าเขาไม่ต้องการให้มีร่องรอยของของผู้หญิงที่ไม่มีมารยาทหลงเหลือบนตัวของเขา หลังจากนั้น เขาจึงเอ่ยต่อ “ช่างเป็นหญิงสาวที่แสนดีอะไรเช่นนี้ ในเมื่อคุณดูถูกตระกูลหรงขนาดนี้ ก็อย่าปล่อยให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทำให้ต้องเข้ามาอยู่ร่วมกับตระกูลหรงของเราก็แล้วกัน

“ฉันสาบานได้เลย! ฉันจะไม่มีวันเข้าไปอยู่กับพวกคุณหรอก! แล้วทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้น? เข้าไปร่วมกับตระกูลคุณอย่างนั้นเหรอ? คุณล้อฉันเล่นใช่ไหม? ต่อให้คุณคุกเข่าขอร้อง ฉันก็จะไม่ทำมันเด็ดขาด!” หร่วนฉิงหัวเราะดังลั่นอย่างห้ามไม่ได้ เธอคิดว่าผู้ชายคนนี้ช่างน่าขันจริง ๆ เขาคิดอะไรอยู่ถึงนึกว่าเธอจะเข้าไปร่วมกับตระกูลของเขา?

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีมาก จำสิ่งที่เธอพูดไว้ให้ดีล่ะ”

ดูเหมือนเฮ่าชวนจะไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับสิ่งที่หร่วนฉิงพูดเลยสักนิด แต่กลับส่งยิ้มให้แทน เขาจ้องมองไปที่ใบหน้าขาวกระจ่างใสของเธอ ก่อนจะเอ่ยอย่างช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำว่า “จำสิ่งที่เธอพูดเอาไว้ให้ดี! ฉันจะคอยจับตาดูเธอ!”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ราคี(ร้าย)รักอชิระ
8.2
When Pakwan reveals her pregnancy to Achira, the billionaire is skeptical of her four-month disappearance. Desperate and poor, Pakwan proves his paternity, leading to a heartbreaking contract: she must surrender her child and vanish after giving birth. Despite her deep love for him and baby Sun, she accepts the financial compensation and leaves, knowing their lives are parallel lines that can never truly meet. It is a sacrifice made by a woman who has nothing left but her love.
หน้าปกนวนิยาย บ่วงสวาทเจ้าบ่าวทมิฬ
9.4
เฟื่องลดา นักเขียนอิสระสาวเริ่มต้นทริปตามฝันที่สเปน แต่โชคชะตากลับพาเธอไปพบกับ ลีโอนาร์ด ดีเอซ กอนซาเลซ มหาเศรษฐีเจ้าของฉายานักล่าแห่งสเปนโดยบังเอิญ การพบกันครั้งนี้ดึงดูดเธอเข้าสู่บ่วงเสน่หาที่ยากจะถอนตัว แม้เธอจะพยายามปฏิเสธความเร่าร้อนของเขา แต่สัมผัสที่อ่อนโยนและรุกรานจากชายหนุ่มกลับทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนจนแทบเสียอาการ ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็นคนรักจริงของเขาจนไม่อาจหนีพ้น
หน้าปกนวนิยาย ซ่อนสายใยนายซาตาน
9.5
เมื่อวิกฤตการเงินบีบให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจอมซุ่มซ่ามต้องสู้สุดตัว เธอจึงยอมรับหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัวให้มหาเศรษฐีหนุ่มมาดเซอร์ผู้รักสันโดษและเบื่อหน่ายผู้หญิงที่แม่เลี้ยงพยายามยัดเยียดให้ เขาหวังจะใช้เธอเป็นเกราะป้องกันความวุ่นวาย แต่ความเปิ่นของเธอกลับสร้างปัญหาใหม่ไม่เว้นวัน ท่ามกลางความใกล้ชิด ความลับบางอย่างเริ่มปรากฏ เมื่อลูกชายตัวน้อยของเธอกลับมีใบหน้าที่ถอดแบบมาจากเจ้านายหนุ่มอย่างน่าอัศจรรย์จนยากจะปฏิเสธได้
หน้าปกนวนิยาย วันวิวาห์ของเขา แค้นสมบูรณ์แบบของเธอ
8.8
จากชายบาดเจ็บในซอกตึก ฉันปั้นอิสระจนกลายเป็นราชาแห่งสาทรและสามีลับๆ แต่เขากลับหักหลังด้วยการดูถูกฉันลับหลังและทำลายตึกรำลึกถึงลูกสาวที่เสียชีวิตเพื่อสร้างสปาเอาใจชู้รัก แถมยังโยนความผิดเรื่องการสูญเสียลูกมาที่ฉัน เมื่อเขาพยายามลบอดีตและสร้างชีวิตใหม่บนความพินาศของฉัน ฉันจึงตอบรับคำเชิญงานแต่งงานของเขาด้วยรอยยิ้ม เพราะก่อนจะทำลายเขาให้ย่อยยับจนไม่เหลือซาก ฉันจะปล่อยให้เขาได้สัมผัสความสุขให้ถึงขีดสุดเสียก่อนในวันสำคัญนั้น
หน้าปกนวนิยาย อรุณกนกสยบน่านฟ้า (หลงเด็กซีรีส์1)
9.5
เมื่อน่านฟ้า ประธานหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์พยายามใช้ชั้นเชิงเหนือเมฆในคลับหรูเพื่อล่อลวงเด็กเอ็นมาปรนนิบัติแบบไม่ต้องจ่ายเงิน แต่แผนการที่คิดว่าสมบูรณ์แบบกลับพังทลายลง เมื่อเขาได้พบกับคู่ปรับที่ร้ายกาจยิ่งกว่าที่คิดไว้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เพียงแค่รู้ทัน แต่ยังใช้เล่ห์เหลี่ยมตลบหลังจนท่านประธานผู้เย่อหยิ่งถึงกับเสียอาการและไปไม่เป็น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดป่วนที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบในโลกของมหาเศรษฐี
หน้าปกนวนิยาย รักอันบ้าระห่ำของเขา ชีวิตที่พังทลายของเธอ
8.6
ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา ชีวิตของกอหญ้าถูกผูกมัดไว้กับธาวิน อัศวโภคิน ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เธอถูกขายให้ครอบครัวเขาตั้งแต่อายุสิบหกเพื่อหาเงินรักษาแม่ จากเพื่อนเล่นสู่เลขาและกลายเป็นคนรักในที่สุด ทว่าความสัมพันธ์กลับพังทลายเมื่อเคนซี่ รักแรกของเขากลับมา ธาวินตัดสินใจแต่งงานกับหญิงคนนั้นพร้อมยื่นเงินก้อนโตเพื่อเขี่ยเธอทิ้งอย่างเลือดเย็น เงินเพียงไม่กี่ร้อยล้านกลับถูกนำมาใช้แลกกับเวลาทั้งชีวิตที่เธอสูญเสียไปให้เขาเพียงผู้เดียว