ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชะตาลิขิต

ชะตาลิขิต

พันธสัญญาหมั้นหมายเก่าแก่ระหว่างตระกูลหรงและตระกูลเหร่วนนำพาคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน หรงเฮ่าชวนทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสแสดงความรังเกียจเหร่วนฉิงอย่างชัดเจน เขาถึงขั้นประชดให้ไปขุดบรรพบุรุษขึ้นมาจัดงานแต่งเองเพราะมองว่าเธอไร้คุณสมบัติ ทว่าหญิงสาวกลับไม่ยอมถอยง่ายๆ เธอตัดสินใจเข้าพิธีโดยหวังเพียงส่วนแบ่งจากทรัพย์สินมหาศาลหากต้องแยกทางกันในอนาคต ท่ามกลางความขัดแย้งและผลประโยชน์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของชีวิตคู่ครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

บรรยายกาศภายในวัดช่างเงียบสงบ จะมีเพียงแต่เสียงเคาะไม้ดังกังวาลทั่วทั้งเขตวัดโดยหญิงวัยกลางคนเป็นผู้รับหน้าที่ดังกล่าว กลิ่นหอมของธูปและเทียนลอยฟุ้งโอบล้อมทั่ววิหาร ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ไม่อาจจะละจากกลิ่นนั้นได้

ที่นี่ไม่เหมือนวัดทั่วไป เพราะไม่มีพระภิกษุหรือแม่ชีอาศัยอยู่ที่นี้แม้แต่รูปเดียว ส่วนใหญ่มีเพียงเหล่าผู้เฒ่าผู้แก่คนในพื้นที่ที่คอยทำนุบำรุงดูแลรักษาวัดนี้

หร่วนฉิงคุ้นเคยกับพระพุทธรูปทุกองค์ของที่นี่มาก เพราะเธอเองมักจะมาที่นี่กับแม่บ่อย ๆ ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก

หลังจากวางเครื่องบูชาทั้งหมดลงบนโต๊ะแล้ว เธอก็คุกเข่าลงบนเบาะนุ่มกลมแล้วก้มศีรษะลงกราบสักการะ

หากคนนอกได้เห็นคงต่างก็รู้สึกดีและทึ่งกับการกระทำด้วยความเคารพความศรัทธาของเธอ

ขณะที่ในอีกห้องหนึ่ง เฮ่าชวนก็ได้ทำการนำเครื่องสักการะบูชาของตนวางลงบนโต๊ะเช่นเดียวกัน เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ในวันนี้ไม่ถูกกาลเทศะและไม่เหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้เท่าไหร่

สำหรับเขาแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากหรือเป็นอุปสรรคอะไรที่จะโค้งคำนับทำความเคารพบรรพบุรุษ แต่เขาไม่เคยคิดที่จะโค้งคำนับประติมากรรมที่สร้างจากดินเหนียวเหล่านี้

ชายหนุ่มนั่งลงบนเบาะ กะว่าจะอยู่ที่นี่อีกสักพักจนกว่าจะถึงเวลากลับ พอนั่งรอเวลาไปเรื่อย ๆ เขาก็รู้สึกเบื่อมากจนทนไม่ไหว จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเริ่มดูเอกสารที่ถูกเก็บไว้อยู่ในเครื่อง

ในขณะที่เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับข้อมูลในโทรศัพท์มือถือนั้น

ก็มีบางอย่างมาทำลายความเงียบนั้นลง

เขาได้ยินเสียงพูดคุยกันดังมาจากห้องอื่น

เสียงนั้นดังมากจนเขาไม่มีสมาธิที่จะอ่านอีกต่อไป เขาขมวดคิ้วเข้ม ๆ ของเขาเป็นปม ดวงตาคู่งามและสดใสของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาปะทุความโกรธออกมาทันที

“วัดควรจะเป็นสถานที่เงียบสงบไม่ใช่หรือไง?

แล้วเสียงโหวกเหวกนี่มาจากไหน?” เขาบ่นกับตนเอง

ในอีกห้องหนึ่ง หร่วนฉิงดึงเบาะของเธอขยับเข้าไปใกล้ ๆ ผู้ดูแลวัด เธอเป็นคนช่างพูด เธอเอาแต่พูดไม่หยุดกับผู้ดูแลวัด

หญิงวัยกลางคนผู้ดูแลวัดนั้นเป็นคนในหมู่บ้านที่รู้จักกับหร่วนฉิงมานานแล้ว ตอนแรกเธอไม่กล้าเข้าไปคุยด้วย เพราะกลัวจะเป็นการรบกวนความสงบของวัดและผู้เข้ามาสักการะบูชา แต่หร่วนฉิงก็เอาแต่พูด และชวนเธอคุยไม่หยุด

“คุณน้าคะ ตอนที่ฉันเดินเข้ามา ฉันเห็นหญิงชราคนหนึ่งบริจาคเงินจำนวนมากให้กับวัด เงินนั่นก้อนโตขนาดเท่านี้เลยค่ะ ” หร่วนฉิงพูดพลางยกมือขึ้นทำท่าทางประกอบ “หนูอดสงสัยไม่ได้เลยค่ะ ถ้าเธอรวยขนาดนั้น ทำไมไม่นำเงินไปช่วยการกุศลแทนล่ะคะ? หนูคิดว่าคงจะดีกว่า ถ้าเธอนำเงินไปช่วยเด็กยากจนเพื่อให้พวกเขาได้เรียนหนังสือ...”

หร่วนฉิงรู้อยู่แล้วว่าวัดไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แถมผู้คนที่เข้ามากราบสักการะบูชาที่วัดนั้น ก็ยังมีมาไม่ขาดสาย ดังนั้น เธอจึงคิดว่ามันช่างน่าเสียดายจริง ๆ กับการที่คนพวกนี้เอาเงินมาทำบุญเพื่อไถ่บาปของตัวเอง

แต่สำหรับคุณน้านั้น เหตุการณ์พวกนี้เธอเห็นจนชินแล้ว เธอแค่ส่ายหน้าและไม่ตอบอะไรกลับ เธอรู้ดีว่า คนเหล่านี้มาทำบุญเพราะความรู้สึกผิดภายในใจของพวกเขา จึงคิดอยากที่จะบริจาคเงินเพื่อให้ตัวเองได้สบายใจขึ้น ทุกคนก็ต่างรู้เรื่องนี้ดี

“อ้อ แล้วก็ยังมีอีกนะคะ คุณน้า คือว่าฉันเห็น...” หร่วนฉิงกล่าวต่อ

ส่วนเฮ่าชวนนั้น ที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาอยากจะเอาผ้าไปยัดปากหร่วนฉิง เพื่อให้เธอหยุดส่งเสียงน่ารำคาญนั่นเสีย

ห้องทั้งสองถูกคั่นด้วยแผ่นผนังบางกับผ้าม่านสีเหลืองสองผืนเท่านั้น ดังนั้นเสียงจึงเล็ดลอดผ่านได้โดยง่าย

ฝั่งหร่วนฉิงกำลังคุยกับคุณน้าอย่างออกรส โดยไม่รู้ตัวเลยว่าภัยกำลังจะมาถึง

ลมหนาวพัดผ่านหน้าของเธออย่างฉับพลัน นอกจากนั้นเธอยังได้กลิ่นน้ำหอมที่อ่อนโยนหอมละมุนโอบล้อมรอบ ๆ ตัวเธอ

นี่เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ ที่หร่วนฉิงรู้สึกว่าผู้ชายที่ฉีดน้ำหอมนั้นทำให้รู้สึกสบายได้ขนาดนี้

“เธอจะเงียบปากได้หรือยัง?” เธอได้ยินเสียงหงุดหงิดทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือหัวตัวเอง

ความประทับใจดี ๆ ทั้งหลายหายวับไปกับสายลมทันที หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ก่อนจะตกตะลึงกับใบหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับว่าควันกำลังจะออกจากหู แต่ก็ไม่อาจจะบดบังความดูดีมีสง่าของอีกฝ่ายได้ เขาหล่อเหลาเอาการมากราวกับเหล่าดาราดัง

เฮ่าชวนรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้เห็นหร่วนฉิง ใบหน้าของเธอไม่ได้เหมือนเป็นคนช่างพูดช่างนินทาเลยสักนิด ในทางตรงกันข้าม ใบหน้าของเธอเรียวเล็กประกอบกับดวงตาสีดำที่เปร่งประกายทำให้เธอนั้นดูสดใสเป็นอย่างมาก ขณะที่เธอมองเขาด้วยความประหลาดใจ ขนตายาวงอนของเธอสั่นไหวราวกับผีเสื้อกระพือปีก

เมื่อหร่วนฉิงมองย้อนตามไปเส้นทางที่เฮ่าชวนเพิ่งเดินเข้ามา แล้วเธอก็นึกขึ้นมาได้ จึงพูดว่า “คุณมาจากตระกูลหรงเหรอคะ? ขอโทษด้วยนะคะ! ฉันไม่รู้ว่ามีคนอยู่ในห้องนั้นค่ะ”

สำหรับทุกคนในหมู่บ้านเซียงหวยไม่มีใครไม่รู้ถึงอำนาจของตระกูลหรง

แม้แต่วัดแห่งนี้เองก็สร้างจากเงินบริจาคของพวกเขา ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลแล้วที่พวกเขาจะได้มีห้องพิเศษสำหรับการสักการะบูชา

เฮ่าชวนรู้สึกหายโกรธลงมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำขอโทษจากหร่วนฉิง ไม่นานนัก เขาก็ได้ยินต่อ...

“แต่ว่า คนตระกูลหรงต่างก็เป็นคนที่ไม่สุภาพอย่างนี้เหรอคะ? ถึงฉันจะส่งเสียงดัง แต่คุณจำเป็นที่จะต้องพูดข่มขู่ฉันขนาดนั้นเลยหรือคะ?” หร่วนฉิงเลิกคิ้วขึ้นระหว่างที่เธอพูดสิ่งเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

เฮ่าชวนกล้าดีอย่างไรถึงมาบอกให้หร่วนฉิงเงียบปาก?

หร่วนฉิงคุ้นเคยและรู้จักครอบครัวตระกูลหรงเป็นอย่างดี

ข้อตกลงระหว่างตระกูลหร่วนกับตระกูลหรงเป็นสิ่งที่เธอรู้จากผู้อาวุโสตั้งแต่เธอยังเด็ก แล้วเธอก็ได้ยินมันมาเป็นพัน ๆ ครั้งแล้วก็ว่าได้

ภายในใจลึก ๆ แล้ว เธอไม่ค่อยประทับใจกับตระกูลหรงสักเท่าไหร่

ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของเฮ่าชวนดูเยือกเย็นขึ้นมากขึ้นในทันที “ข่มขู่เธออย่างนั้นเหรอ?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ทำให้รู้สึกราวกับว่าห้องทั้งห้องนั้นถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งที่เย็นยะเยือก “นี่เธอบอกว่าฉันกำลังข่มขู่เธออยู่อย่างนั้นเหรอ? ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะก็ ฉันคงจะต้อง ‘ข่มขู่’ ให้เธอเห็นจริง ๆ แล้วสิ”

เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาหร่วนฉิง ก่อนที่เขาจะยื่นแขนออกไปรวบเอวหญิงสาวเข้ามาหาเขา “ฉันเกลียดผู้หญิงที่ชอบซุบซิบนินทา ถ้าเธอชอบซุบซิบนินทามากขนาดนี้ ก็ใช้โทรโข่งป่าวประกาศให้ชาวบ้านเขารู้ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?”

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนหร่วนฉิงไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่เธอจะถูกเฮ่าชวนกอดเอวเธอไว้แน่นอย่างไร้มารยาท

“โถ่! ลูก ๆ จ๋า พวกเธออยู่ในวัดกันนะ หร่วนฉิง หนูหยุดต่อปากต่อคำกับเขาสักทีได้ไหมลูก?” ในขณะที่พวกเขาดูเหมือนจะทะเลาะกันรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม หญิงผู้ดูแลวัดจึงลุกขึ้นโดยเร็ว เพื่อที่จะพยายามเกลี่ยกล่อมพวกเขาให้เลิกเถียงกันเป็นเด็ก ๆ สักทีด้วยสำเนียงภาษาท้องถิ่นของเธอ

พอได้ยินสิ่งที่หญิงวัยกลางคนคนนั้นพูดจบ เฮ่าชวนก็ขมวดคิ้วเป็นปมมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเขาไม่ได้เกิดในหมู่บ้านเซียงหวย เขาจึงไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดเลยสักนิด แต่มีคำหนึ่งที่ชัดเจนมากสำหรับเขาคือ “หร่วน”

‘เธอมาจากตระกูลหร่วนอย่างนั้นเหรอ?’ เฮ่าชวนพึมพำกับตัวเอง

ช่างบังเอิญเหลือเกิน! เฮ่าชวนก็คุ้นเคยและรู้จักครอบครัวตระกูลหร่วนเป็นอย่างดีเช่นกัน

เขาเองก็ไม่มีความประทับใจที่ดีกับตระกูลหร่วนเหมือนกัน

เดี๋ยวก่อน

ตระกูลหร่วนงั้นเหรอ?

“บอกฉันมานะ! เธอเป็นอะไรกับชิงซาน?”

เฮ่าชวนจำได้ว่าเมื่อเขายังเด็ก คุณปู่ของเขาที่กำลังนั่งบนเก้าอี้โยกเคยบอกกับเขาว่า “เฮ่าชวน ปู่เจอคนที่จะมาเป็นว่าที่ภรรยาแสนสวยของแกแล้ว เด็กผู้หญิงคนนั้นอ่อนโยนและยังเป็นคนที่มีคุณธรรมมากอีกด้วย ปู่แน่ใจว่าแกจะต้องชอบกับสิ่งที่ปู่ทำนี้ แกโชคดีมาก ๆ เลยหลานรักเอ๋ย

พราะอย่างนั้นต่อไปนี้ แกก็ต้องทำดีกับเธอไว้ด้วย โอ้ ใช่! จำชื่อเธอไว้ล่ะ ชื่อของเธอคือ... ขอปู่คิดก่อนนะ”

“ฉันชื่อหร่วนฉิง แล้วชิงซานก็เป็นพ่อของฉันค่ะ คุณรู้จักพ่อของฉันได้อย่างไร?” หร่วนฉิงมองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเธออย่างสงสัย ทั้งพ่อและแม่ของเธอมาจากหมู่บ้านเซียงหวย และในหมู่บ้านมีเพียงตระกูลใหญ่สองตระกูลคือ ตระกูลหร่วนและตระกูลหรง

แต่พ่อของเธอเสียชีวิตจากไปนานแล้ว แล้วเขาพูดถึงพ่อของเธอทำไมกัน?

เฮ่าชวนเลิกคิ้วขึ้น ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะปรากฏรอยยิ้มเยาะขึ้นอีกครั้ง ปู่ของเขานี่ช่างน่าหัวเราะเสียยิ่งกระไรที่มาบอกว่าเธอ “อ่อนโยนและมีคุณธรรม”

‘ฉันสงสัยว่าตอนนั้นคุณปู่คงจะสายตาฝ้าฝางไปแล้วแน่ ๆ ’ เฮ่าชวนคิด

หร่วนฉิงถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันทีที่เฮ่าชวนปล่อยแขนออกจากเอวเธอ ใบหน้าของหญิงสาวแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความรำคาญใจ ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นรัดเอวเธอเสียแน่นจนเจ็บไปหมด

“ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบตระกูลหรงแล้วก็ฉันสินะ” เฮ่าชวนพูดออกมาโดยไม่สนใจถามอีกฝ่าย พยายามมองเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่

“แน่นอนสิ! โหดร้าย ป่าเถื่อน แถมชอบข่มขู่คนอื่น! ฉันได้ยินมาว่าครอบครัวหรงเริ่มทำธุรกิจจากการขนส่งสินค้า ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอก ที่คนในตระกูลถึงได้หยาบคายมากขนาดนี้” หร่วนฉิงทำงานในวงการการตลาด และเธอเองก็เป็นหัวหน้าทีมการตลาดที่เก่งที่สุด นั่นก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเธอถึงได้เป็นคนที่พูดเก่งเช่นนี้

ตระกูลหรงได้ส่งของขวัญให้ตระกูลหร่วนมาตลอดหลายปีแล้ว ถึงพวกเขาจะไม่ได้พบเจอกันเป็นการส่วนตัวก็ตาม เห็นชัดเลยว่าพวกเขาดูถูกตระกูลหร่วน แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นมีมิตรไมตรีต่อกัน หร่วนฉิงเกลียดพวกเขาเข้ากระดูกดำ เกลียดจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ

เฮ่าชวนทำเป็นปัดฝุ่นออกจากตัว ราวกับว่าเขาไม่ต้องการให้มีร่องรอยของของผู้หญิงที่ไม่มีมารยาทหลงเหลือบนตัวของเขา หลังจากนั้น เขาจึงเอ่ยต่อ “ช่างเป็นหญิงสาวที่แสนดีอะไรเช่นนี้ ในเมื่อคุณดูถูกตระกูลหรงขนาดนี้ ก็อย่าปล่อยให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทำให้ต้องเข้ามาอยู่ร่วมกับตระกูลหรงของเราก็แล้วกัน

“ฉันสาบานได้เลย! ฉันจะไม่มีวันเข้าไปอยู่กับพวกคุณหรอก! แล้วทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้น? เข้าไปร่วมกับตระกูลคุณอย่างนั้นเหรอ? คุณล้อฉันเล่นใช่ไหม? ต่อให้คุณคุกเข่าขอร้อง ฉันก็จะไม่ทำมันเด็ดขาด!” หร่วนฉิงหัวเราะดังลั่นอย่างห้ามไม่ได้ เธอคิดว่าผู้ชายคนนี้ช่างน่าขันจริง ๆ เขาคิดอะไรอยู่ถึงนึกว่าเธอจะเข้าไปร่วมกับตระกูลของเขา?

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีมาก จำสิ่งที่เธอพูดไว้ให้ดีล่ะ”

ดูเหมือนเฮ่าชวนจะไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับสิ่งที่หร่วนฉิงพูดเลยสักนิด แต่กลับส่งยิ้มให้แทน เขาจ้องมองไปที่ใบหน้าขาวกระจ่างใสของเธอ ก่อนจะเอ่ยอย่างช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำว่า “จำสิ่งที่เธอพูดเอาไว้ให้ดี! ฉันจะคอยจับตาดูเธอ!”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกแฟนเก่า ฉันเลือกการแก้แค้น
8.2
ในวันวิวาห์ คิรากรทิ้งฉันกลางงานเพื่อกลับไปหาโสภิตา แฟนเก่าที่ความจำเสื่อมและจำได้เพียงรักอันแสนหวานของพวกเขา เขาบังคับให้ฉันอยู่ในฐานะแขกที่คฤหาสน์เพื่อเฝ้าดูเขารื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเธอ โดยอ้างว่าต้องรอให้เธอหายดีก่อนจะกลับมาแต่งงานกับฉัน แต่ความจริงคือเขามียารักษาแต่จงใจเก็บไว้เพื่อเสพสุขกับรักครั้งเก่าและหวังจะเก็บฉันไว้เป็นของตาย เมื่อเขาใช้ชื่อพี่ชายมาดูหมิ่นฉัน ฉันจึงเดินไปหาธนากรผู้ทรงอำนาจตัวจริงเพื่อยื่นข้อเสนอให้เราแต่งงานกันและใช้เขาเป็นเครื่องมือทำลายคิรากรให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย ซ่อนสายใยนายซาตาน
9.5
เมื่อวิกฤตการเงินบีบให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจอมซุ่มซ่ามต้องสู้สุดตัว เธอจึงยอมรับหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัวให้มหาเศรษฐีหนุ่มมาดเซอร์ผู้รักสันโดษและเบื่อหน่ายผู้หญิงที่แม่เลี้ยงพยายามยัดเยียดให้ เขาหวังจะใช้เธอเป็นเกราะป้องกันความวุ่นวาย แต่ความเปิ่นของเธอกลับสร้างปัญหาใหม่ไม่เว้นวัน ท่ามกลางความใกล้ชิด ความลับบางอย่างเริ่มปรากฏ เมื่อลูกชายตัวน้อยของเธอกลับมีใบหน้าที่ถอดแบบมาจากเจ้านายหนุ่มอย่างน่าอัศจรรย์จนยากจะปฏิเสธได้
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักเจ้านายใจร้าย
9.8
เมื่อนพรดาตั้งท้องกับเจ้านายใจร้ายที่ยืนกรานว่าไม่ต้องการมีพันธะหรือรับผิดชอบเธอในฐานะภรรยา ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี แม้เขาจะยื่นข้อเสนอเพียงเรื่องเงินหรือการรับเลี้ยงเด็กโดยปราศจากความรัก แต่เธอกลับประกาศกร้าวว่าจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังและให้เขาตายไปจากใจ หากวันใดที่ลูกต้องการพ่อ เธอพร้อมจะหาคนใหม่มาแทนที่เขา บทเรียนราคาแพงครั้งนี้คนใจดำอย่างเขาจะต้องเป็นฝ่ายเสียดายไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หลังสลับคู่ ฉันจะพลิกผันชะตากรรม
8.2
ซูชิงหยวนเคยถูกหลิงโม่เฉินทรยศและขโมยผลงานจนต้องจบชีวิต ส่วนน้องสาวอย่างซูหยูรานก็เผชิญความโดดเดี่ยวจนตายพร้อมลูก เมื่อทั้งคู่ได้โอกาสเกิดใหม่ น้องสาวจึงรีบคว้าอดีตสามีพี่มาหวังความรุ่งโรจน์ โดยไม่รู้ว่านั่นคือกับดักเดิม ขณะที่ชิงหยวนเลือกแต่งงานใหม่กับหลิงเยี่ยนโจวภายใต้ข้อตกลงลับ ทว่าท่ามกลางอุปสรรค เขากลับประกาศกร้าวจะปกป้องเธอเพียงผู้เดียว การสลับคู่ครั้งนี้จะช่วยให้พวกเธอหลุดพ้นจากโศกนาฏกรรมในชาติก่อนและเปลี่ยนชะตาชีวิตให้กลายเป็นความสุขได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรหวนคืนรัก
8.4
เมื่อแผนการอันเห็นแก่ตัวของพ่อที่หวังจะผูกมัดเขาด้วยการแต่งงานทำให้เขาเลือกแก้แค้นอย่างแสนสาหัส ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อผู้หญิงที่เขาเคยจงเกลียดจงชังและทำลายจนย่อยยับ กลับกลายเป็นเพียงคนเดียวที่หัวใจเขาถวิลหาอย่างที่สุด ในวันที่ความจริงปรากฏ เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจยอดดวงใจและลูกน้อยกลับคืนมาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง แม้ว่าสิ่งที่เขาเคยทำไว้จะยากเกินกว่าจะได้รับการอภัยจากนางฟ้าผู้แสนดีคนนี้ก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เหลี่ยมกามเทพ
8.5
เปรม เจนาส นักธุรกิจหนุ่มผู้มีปมในอดีตจนไม่เชื่อในรักแท้ เขาใช้ชีวิตเสเพลและบริหารอาณาจักรเจนาสกรุ๊ปอย่างเย็นชา แม้คุณหญิงย่าจะพยายามติดต่อให้เขากลับไปหาครอบครัวที่ไทยแต่ชายหนุ่มก็เมินเฉยมาตลอด ทว่ากำแพงหัวใจที่ปิดตายกลับสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ กาสะลอง หญิงสาวผู้กตัญญูที่ยอมใช้เสน่ห์และอุบายล่อลวงให้เขาติดกับ เพื่อหวังพาชายหนุ่มหัวแข็งกลับไปตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณตามความต้องการของตระกูล กลายเป็นบทพิสูจน์รักท่ามกลางเล่ห์เหลี่ยมที่เขาไม่อาจต้านทานได้