
นางบำเรอขัดดอก
ตอน 2
“คุณคะถ้าคุณไม่ส่งลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของคุณไปทำงานใช้หนี้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ บ้านของเราก็จะถูกยึดนะคุณอรัณ” เสียงของคุณนายสายหยุดคุยกับสามีของตัวเอง ด้วยความต้องการให้สามีของเธอส่งลูกสาวไปใช้หนี้แทนเธอ 10 ล้านเพราะเธอเล่นการพนัน เอาโฉนดบ้านของสามีไปจำนองกับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ และตอนนี้มันก็ถึงกำหนดไถ่คืนแล้ว เพื่อแลกกับโฉนดบ้านที่เอาไปจำนองกับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์เธอจึงอยากให้ อลินชา ลูกเลี้ยงไปทำงานใช้หนี้
“คุณก็พูดง่ายเกินไปนะสายหยุดแล้วทำไมคุณไม่ไปทำงานเอง อย่างไร ๆ ผมก็ไม่ยอมให้อลินลูกสาวผมไปทำงานขัดดอกแน่” อรัณเอ่ยด้วยความไม่พอใจ เมื่อภรรยาของเขาจะให้ส่งลูกสาวเพียงคนเดียวไปทำงานลำบาก อีกอย่างเขาก็ไม่อยากให้ลูกสาวไปทำงานกับเสือผู้หญิงอย่างพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ด้วย จึงค้านหัวชนฝา
“ก็ได้คุณอรัณ ถ้าคุณไม่พูด ฉันไปพูดกับอลินลูกสาวของคุณก็ได้” คุณนายสายหยุดเอ่ยทิ้งท้ายก่อนเดินออกจากห้องทำงานของสามีไป เพื่อไปยังห้องของอลินชา
คุณนายสายหยุดไม่เคยชอบหน้าอลินชามาตั้งแต่เด็ก เพราะอลินชามักจะได้รับความสนใจจากคนอื่นเสมอไม่ว่าจะเป็นใคร ๆ ในบ้านก็จะให้ความสำคัญกับเธอก่อนเสมอ คุณนายสายหยุดจึงไม่ชอบใจนัก และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้กำจัดอลินชาออกไปให้พ้นทาง และตอนนี้โอกาสมันก็ได้มาถึงแล้วในวันนี้ วันที่เธอจะได้กำจัดลูกเลี้ยงอย่างอลินชาให้ไปพ้น ๆ จากชีวิตเธอเสียที
“อลิน!”
เมื่อเข้ามาในห้องของอลินชาคุณนายสายหยุดก็ตะโกนเรียกหญิงสาวทันทีด้วยความเกลียดชัง ไม่ว่าอลินชาจะทำดีมากแค่ไหนกับเธอ ถึงจะทำอย่างไร ๆ ก็ไม่มีทางทำให้เธอเปลี่ยนจากความเกลียดมาเป็นชอบได้ แต่วันนี้คุณนายสายหยุดต้องอดทนฝืนพูดดีกับอลินชาเพื่อที่จะให้หญิงสาวไปทำงานใช้หนี้
“ขาคุณแม่...” อลินชาขานรับแม่เลี้ยงด้วยเสียงที่อ่อนหวาน หญิงสาวรู้ว่าแม่เลี้ยงไม่เคยเห็นเธอเป็นลูกเลย แต่อย่างไรก็ถือว่าเป็นเมียพ่อก็เท่ากับเป็นแม่เธออยู่ดี
“แกไม่ต้องมาขานรับซะหวานเลยนังอลิน ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ใช่แม่แก” คุณนายสายหยุดต่อว่าอลินชากลับทันที เมื่อได้ยินหญิงสาวเรียกแม่ ทั้ง ๆ ที่บอกแล้วบอกอีกว่าไม่ให้เรียกแม่แต่อลินชาก็ยังเรียกอยู่ดี จนหลัง ๆ มานี้เธอเริ่มปล่อยให้เลยตามเลยแล้ว
“ค่ะ” หญิงสาวรู้ แต่ก็อยากจะเรียก เธอเชื่อว่าในส่วนลึกของคุณนายสายหยุดนั้นต้องมีสักวัน ไม่วันไหนก็วันหนึ่งที่เปิดใจยอมรับลูกเลี้ยงอย่างเธอ หญิงสาวไม่เคยคิดโกรธแค้นแม่เลี้ยงเลยสักครั้ง ถึงจะโดนทุบตีอย่างไรก็ตามแต่เธอก็ไม่เคยเก็บมาอาฆาตแค้น
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ อลิน...” คุณนายสายหยุดไม่อยากเสียเวลาคุยกับอลินชานานมากกว่านี้ เพราะแค่นี้เธอก็ฝืนจะแย่อยู่แล้วยิ่งตอนนี้ใกล้วันพ่อเลี้ยงพิพัฒน์นัดไถ่โฉนด และใช้หนี้ทุกอย่างคืนแล้วด้วย
“มีอะไรคะคุณแม่?” ถึงจะโดนสั่งไม่ให้เรียกแม่อย่างไรหญิงสาวก็ยังเรียกอยู่ดี จนทำให้คุณนายสายหยุดยอมแพ้เธอในครั้งนี้
“อลินเธออยากตอบแทนบุญคุณพ่อเธอไหม?” คุณนายสายหยุดรู้จักนิสัยใจคอของอลินชาดีจึงยกเอาเรื่องของบุญคุณขึ้นมาพูด เพื่อจะได้กล่อมให้อลินชาไปทำงานใช้หนี้แทนเธอ ยิ่งคนกตัญญูอย่างอลินชามีหรือจะไม่ยอม แค่เธอทำเสียงเศร้าบีบน้ำตาเล็กน้อยแค่นี้ก็ติดกับแล้ว
“มันเรื่องอะไรคะคุณแม่ถึงอยากจะให้อลินตอบแทนบุญคุณคุณพ่อ?” หญิงสาวเอ่ยถามแม่เลี้ยงด้วยความงุนงง ไหนจะสีหน้าของคุณนายสายหยุดตอนนี้อีกที่เศร้าสร้อยดูผิดปกติกว่าทุกวัน
“ก็เรื่องบ้านและก็ไร่ของพ่อเธอไงอลิน ถ้าเธอไม่ช่วยในครั้งนี้บ้านของพ่อเธอและไร่ของพ่อเธอก็จะถูกพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ยึด แต่ถ้าอลินไปทำงานกับเขาทุกอย่างก็จะเป็นของเราไม่เปลี่ยนแปลง” คุณนายสายหยุดเอ่ยด้วยเสียงเศร้าสร้อย พร้อมกับเปลี่ยนสรรพนามที่เคยเรียกอลินชาว่าเธอเปลี่ยนเป็น 'อลิน' ทันทีเพื่อที่จะให้หญิงสาวเห็นใจและคล้อยตาม
“อะไรนะคะคุณแม่?” อลินชาอุทานออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ไม่ใช่ว่าไม่อยากเชื่อนะแต่มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่บ้านของเธอจะเป็นหนี้ใคร
“แกไม่ต้องมาอุทานซะเสียงดังเลยอลิน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันพูดไปเมื่อกี้นี้มันเป็นเรื่องจริง” กะว่าจะพูดดี ๆ ด้วยแล้วแต่อลินชาก็ยังทำให้อารมณ์เธอเสียอยู่ดี ให้ตายเถอะมีสักครั้งไหมที่เธอเคยทนได้เวลาคุยกับอลินชา
“ก็มันไม่น่าเป็นไปได้นิคะคุณแม่เพราะบ้านเราก็อยู่ดีกินดีตลอดเวลาที่เราอยู่นี่คะ” อลินชาเอ่ยออกมาตามตรง ก็ตั้งแต่เกิดมาบ้านหลังนี้ของเธอไม่เคยเป็นหนี้สินใคร แต่มาวันนี้สิมันกลับเป็นเหมือนฝันร้ายที่หญิงสาวได้รู้ในวันนี้เลย
“ฉันถามแกไม่ใช่ให้แกมาย้อนถามฉันกลับแบบนี้นะอลิน ที่ฉันถามเพราะฉันต้องการให้แกช่วยแก้วิกฤตครอบครัวในครั้งนี้ต่างหากที่ฉันต้องการ”
จะไม่ไหวแล้วนะอลินชา ถ้ายังถามมากอยู่แบบนี้แม่มีหวังกระชากเข้ามาตบเหมือนในละครหลังข่าวเป็นแน่ อดทนไว้ ๆ สายหยุด คุณนายสายหยุดบ่นในใจด้วยความเดือดดาล
“อลินจะช่วยค่ะคุณแม่ แต่ว่า...”
อลินชาเอ่ยยังไม่ทันจบประโยคคุณนายสายหยุดก็พูดแทรกประโยคขึ้นมาก่อน
“ถ้าแกจะถามว่าพ่อแกว่ายังไงบ้างน่ะไม่ต้องถามเลยเพราะฉันไปคุยกับพ่อแกมาก่อนที่จะมาคุยกับแกแล้วอลิน”
“ค่ะ ถ้าคุณพ่อว่ายังไง อลินก็ว่าอย่างงั้นค่ะคุณแม่ อลินจะไปทำงานให้เองค่ะ ว่าแต่ว่าอลินจะต้องไปทำงานใช้หนี้ที่ไหนคะ และไปวันไหนคะ?”
หญิงสาวรู้ดีว่าอย่างไรก็ต้องได้ไปทำงานอยู่ดี ก็ในบ้านนี้ไม่มีใครเลยนอกจากเธอ แถมตอนนี้พ่อของเธอก็แก่มากแล้วจะให้ไปทำงานหนักก็คงไม่ไหว ส่วนแม่เลี้ยงของเธอก็ไม่เคยทำงานหนักเลย จะเหลือก็แต่ตัวเธอแล้วที่ต้องไปทำงานในครั้งนี้ หญิงสาวคิดย้อนกลับไปดูตัวเองในวันเก่า ๆ ก็เห็นมีแต่ความลำบากอาภัพ มีแม่ แม่ก็ตายจาก มีแม่เลี้ยง แม่เลี้ยงก็เกลียด ในชีวิตนี้จะมีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีก
“ที่ ๆ เธอจะไปทำงานใช้หนี้ก็คือบ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ และเธอจะต้องไปอาทิตย์หน้าที่จะถึงนี้ เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหมอลิน” ยิ่งใกล้วันแล้วคุณนายสายหยุดก็ไม่อยากให้ทางโน้นเขาเร่งมา
“อะไรนะคะ! อลินจะไปคุยกับคุณพ่อเองค่ะว่าอลินจะต้องไปทำงานใช้หนี้ที่บ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าไหม”
อลินชาไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเลยว่าสถานที่ที่เธอจะต้องไปทำงาน ตอนแรกหญิงสาวคิดว่าจะได้ไปทำงานในที่ที่ลำบากและไกล แต่มันก็ไม่ต่างกันมากหรอกก็ในเมื่อเจ้าของไร่ที่จะไปทำนี้น่ากลัวขนาดไหน โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิงที่ใคร ๆ ต่างเล่าลือกันว่าพ่อเลี้ยงพิพัฒน์เป็นเสือผู้หญิงและใช้ผู้หญิงเปลืองที่สุดในโคราช อีกอย่างรูปร่างหน้าตาของพ่อเลี้ยงที่ใคร ๆ ว่ากันจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ จะน่ากลัวหรือว่าหล่อพิฆาตอย่างที่ใคร ๆ ว่ากัน
“พ่อเลี้ยงครับจะเอายังไงกับเรื่องคุณนายสายหยุดครับ เพราะว่ามันจะถึงกำหนดไถ่โฉนดที่ดินคืนแล้วนะครับ” ไม้เมือง เลขาฯ ของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ถามด้วยความสงสัยในตัวเจ้านายของเขาว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องของคุณนายสายหยุดที่โดนผีพนันเข้าสิง จนต้องเอาโฉนดบ้านมาจำนองกับพ่อเลี้ยงเขา
“หึหึ นายไม่ต้องกังวลไปหรอกไม้ เพราะฉันได้ยื่นข้อเสนอกับคุณนายสายหยุดไปแล้วว่าต้องทำยังไง”
พ่อเลี้ยงพิพัฒน์พูดไปยิ้มไปเมื่อคิดถึงข้อเสนอกับคุณนายสายหยุด ถ้าอยากจะได้โฉนดบ้านคืนนั้นต้องส่งลูกสาวมาทำงานใช้หนี้กับเขา แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่างานที่เขาจะให้สาวน้อยหน้าหวานทำมันคืองานอะไร และเขาก็ได้คิดแผนนี้ขึ้นมาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนหลังจากกลับมาจากตลาด โดยให้คนไปสืบมาว่าสาวน้อยหน้าหวานที่เขาเจออยู่ที่ตลาดในวันนั้นเป็นใครและมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร
ตอนนี้เขาก็ได้รู้แล้วว่าเธอเป็นใคร และยิ่งมารู้อีกว่าแม่เลี้ยงของเธอถูกผีพนันเข้าสิงแบบนี้ เขาจึงได้ยื่นมือเข้าไปช่วยพร้อมกับให้กู้เงินสดจากเขาสิบล้านโดยไม่มีหลักประกันใด ๆ เลย เพียงแค่คุณนายสายหยุดพาลูกสาวมาทำงานใช้หนี้กับเขาได้ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการใช้หนี้ที่คุ้มค่ามากแล้ว
“ทำยังไงครับพ่อเลี้ยง?” อย่างไรไม้เมืองก็งงอยู่ดีว่าพ่อเลี้ยงของเขาหมายถึงอะไร และคิดอะไรถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้ แทนที่จะคิดถึงเงินที่ตัวเองให้คนอื่นกู้ไปโดยไม่มีอะไรเป็นหลักประกันแถมโฉนดบ้านและไร่ก็เอามาจำนองพร้อมกับเอาเงินสดไปอีกตั้งเยอะ แต่นี่อะไรกลับยิ้มหน้าระรื่นหน้าบานเชียว
“เดี๋ยวอาทิตย์หน้านายก็จะรู้เองไม้” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เอ่ยทิ้งท้ายให้เลขาฯ ของตัวเองขบคิดก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องทำงาน
“เดี๋ยวก่อนสิครับพ่อเลี้ยง” ไม้เมืองร้องตามด้วยความไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมต้องรอให้ถึงอาทิตย์หน้า แทนที่จะบอกเขาให้รู้วันนี้เลยให้จบ ๆ ไป แสดงว่าพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่เป็นแน่ถึงได้ยิ้มเจ้าเล่ห์เดินออกไปแบบนั้น
“คุณพ่อคะ เรื่องที่คุณแม่พูดมันจริงใช่ไหมคะ?” อลินชาเข้ามาถามพ่อของตัวเองเพื่อความแน่ใจว่าเรื่องที่แม่เลี้ยงของเธอพูดนั้นมันเป็นเรื่องจริงรึเปล่า
“มันเป็นเรื่องจริงลูก แต่พ่อก็ไม่ให้อลินไปทำงานหรอกนะ” ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว อรัณก็เลยบอกลูกไปตรง ๆ เลยว่าเรื่องที่ภรรยาของเขาพูดกับลูกเขานั้นมันเป็นเรื่องจริง แต่เรื่องที่จะให้ไปทำงานนั้นเขาไม่มีทางจะให้ลูกสาวเขาไปทำแน่ ถ้าไปก็เท่ากับเดินเข้าถ้ำเสือเลยก็ว่าได้ ยิ่งอลินชาตอนนี้โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ถ้าเข้าไปมีหวังโดนเสืออย่างพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จับกินแน่ งานนี้เขาจะค้านหัวชนฝาเลย จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้อลินชาไปทำงานที่นั่น แถมตอนนี้ก็ช่วงปิดเรียน อลินชาจึงได้กลับมาอยู่บ้านกับเขา
“แสดงว่ามันเป็นเรื่องจริง แล้วถ้าคุณพ่อไม่ให้อลินไปทำงานใช้หนี้แล้วคุณพ่อจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้และไถ่โฉนดบ้านของเราคืนมาคะคุณพ่อ” หญิงสาวรู้ว่าพ่อของเธอรักเธอมาก แต่หญิงสาวก็ไม่อยากให้ทุกคนลำบาก ถ้าคนที่จะลำบากจริง ๆ ขอเป็นเธอเถอะ
“อลินไม่ต้องห่วงนะลูก เพราะพ่อไม่มีวันปล่อยให้สมบัติของเราตกไปอยู่ในมือของคนอื่นแน่ ๆ แต่ที่มันเป็นแบบนี้เพราะแม่เลี้ยงของลูกเองที่ติดการพนันจนต้องทำให้ทุกคนในครอบครัวเดือดร้อนกัน”
“คุณอย่ามาว่าฉันนะคุณอรัณ” คุณนายสายหยุดส่งเสียงเข้ามาแต่ไกลเมื่อโดนสามีเอ่ยพาดพิงถึงแบบนี้ แต่มันก็จริงอย่างที่สามีเธอว่า เพราะเธอเป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมาจริง ๆ แต่มีหรือเธอจะแคร์
“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณสายหยุด ก็เรื่องที่ผมพูดมันเป็นเรื่องจริง” อรัณตวาดภรรยาด้วยความไม่พอใจ ทำไมต้องเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ลูกสาวเขาฟังด้วย ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้มันควรจะเป็นความลับสำหรับเขาและภรรยา แต่ภรรยาของเขาก็ยังขัดคำสั่งไปเล่าให้ลูกเขาฟังจนทำให้เขาคิดไม่ตกเลยตอนนี้ ถ้าอลินชาอยากไปทำงานใช้หนี้ขึ้นมาจริง ๆ เขาก็เอาไม่อยู่แล้วงานนี้ นอกจากปล่อยให้ไปทำตามที่ต้องการ
“ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ ก็ในเมื่อมันเป็นปากของฉัน” แทนที่คุณนายสายหยุดจะสำนึกในคำของสามี แต่นี่อะไรยิ่งโดนว่ายิ่งเดือดขึ้นเท่านั้น
“ออกไป!” อรัณชี้หน้าไล่ภรรยาของตัวเองให้ออกจากห้องไป ถ้าขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังได้ทะเลากันเป็นเรื่องใหญ่ให้อลินชาได้เห็นแน่ คนที่เขาเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้ก็มีแต่อลินชาคนเดี๋ยวเท่านั้น
“ฉันไปก็ได้ไม่ต้องมาไล่ฉันหรอกคุณอรัณ อลินฉันหวังว่าเธอจะโตพอที่จะคิดอะไรเป็นนะ” ก่อนออกจากห้องไปคุณนายสายหยุดหันไปพูดทิ้งท้ายกับอลินชาเพื่อย้ำให้รู้ถึงบุญคุณ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเธอไม่มีบุญคุณอะไรให้อลินชาสำนึกเลย
“อลินอย่าไปใส่ใจและเก็บคำพูดของคุณสายหยุดมาคิดเลยนะลูก” เมื่อเห็นว่าเหลือกันสองคนพ่อลูกแล้วอรัณเลยหันมาพูดกับลูกสาวของตัวเอง เขารู้ว่าลูกสาวของเขาเป็นคนขี้สงสารใจอ่อน แต่เขาก็ไม่อยากให้ลูกสาวเอาความสงสารมาทำร้ายตัวเอง
“ค่ะคุณพ่อ งั้นอลินไม่รบกวนคุณพ่อแล้วนะคะ” หญิงสาวรับคำพ่อแล้วขอตัวออกจากห้องไป ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่เรื่องโฉนดบ้าน และไร่ที่แม่เลี้ยงของเธอเล่าให้ฟังเต็มไปหมด ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ตัน แต่มีทางเดียวที่จะช่วยได้ก็คือไปทำงานที่บ้านไร่ใจอสูร
เมื่อเหลือตัวคนเดียวในห้อง อรัณก็พยายามคิดหาหนทางออกกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่จนแล้วจนรอดเขาก็คิดไม่ออกอยู่ดีว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้ทุกอย่างกลับคืนมาเป็นของตัวเอง ถ้าภรรยาของเขาไม่ถูกผีพนันเข้าสิงจนหลงผิดไปเรื่องทุกอย่างมันก็ไม่เป็นแบบนี้ แถมยังไปกู้เงินเขาเพิ่มอีกตั้ง 10 ล้าน ตาย ๆ เขาจะไปหาเงินมาจากที่ไหน จะไปขอให้จักรเพื่อนรักของเขาช่วยก็ไม่ได้ เพราะจักรได้ช่วยเขามาเยอะแล้ว ครั้งนี้เขาจึงอยากจะแก้ด้วยตัวเองบ้าง
ตอนแรกอลินชาว่าจะกลับไปห้องพักของตัวเอง แต่แล้วเธอก็เปลี่ยนทิศทางไปทางที่แม่เลี้ยงของเธออยู่ เพื่อที่จะไปคุยเรื่องทำงานใช้หนี้กับแม่เลี้ยงเธอ ตอนนี้หญิงสาวคิดดีแล้วว่าจะเป็นคนไปทำงานใช้หนี้เอง
คุณนายสายหยุดนอนเล่นอยู่ในสวนกำลังจะหลับแหล่มิหลับแหล่ด้วยความสบายใจ เมื่อรู้ว่าอย่างไรอลินชาก็จะต้องมาหาเธอ และมันก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ เมื่ออลินชาได้เดินเข้ามาหาเธอในสวน
“มีอะไรอลิน ถึงได้มารบกวนเวลาพักผ่อนของฉัน?” ถามด้วยท่าทางหงุดหงิด
“อลินขอโทษคุณแม่ค่ะ แต่เรื่องที่อลินจะคุยกับคุณแม่ มันรอไม่ได้จริง ๆ ค่ะ” อลินชาเอ่ยขอโทษ พร้อมกับนั่งลงม้านั่งตรงข้ามเปลที่แม่เลี้ยงของเธอนอน
“เรื่องอะไรถึงได้รอคุยไม่ได้เลยเหรออลิน?”
“ก็เรื่องที่คุณแม่เข้าไปคุยกับอลินเมื่อตอนเช้าไงคะคุณแม่”
“เรื่องอะไรฉันไม่เห็นจะจำได้เลย” คุณนายสายหยุดเอ่ยพร้อมกับทำท่าเบื่อหน่ายเต็มทีแล้วในตอนนี้
“ก็เรื่องที่คุณแม่บอกว่าบ้านของเราจะถูกยึดถ้าอลินไม่ไปทำงานใช้หนี้ให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ไงคะ”
“ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง แล้วเธอจะมาคุยกับฉันทำไม ก็ในเมื่อพ่อเธอไม่ให้เธอไปอยู่ดี” คุณนายสายหยุดแกล้งถามไปอย่างงั้นเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วเธอรู้อยู่แล้วว่าอลินชาหาทางพูดให้อรัณเปลี่ยนใจได้อยู่แล้ว
“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องคุณพ่อหรอกค่ะ” อลินชาพูดด้วยความจริงจัง หญิงสาวรู้ว่าถ้าไปขอร้องพ่ออย่างไรก็ต้องได้ไปทำงานแน่
“แสดงว่าเธอตกลงที่จะไปทำงานที่บ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ใช่ไหม?” คุณนายสายหยุดยิ้มแทบไม่หุบเมื่อลูกเลี้ยงเธอจะไปทำงานที่ไร่ของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์
“ค่ะ อลินจะไป” อลินชาพูดย้ำคำอีกครั้งให้คุณนายสายหยุดเชื่อในคำพูดของเธอ
“เธอคิดถูกแล้วอลินที่เธอจะไปทำงานกับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์”
คุณนายสายหยุดพูดพร้อมกับกระชากอลินชาเข้ามาสวมกอดด้วยความลืมตัว ตอนนี้อะไรทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางหมดแล้ว จะเหลือก็แต่รอให้อลินชาไปทำงานกับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ไม่ว่าอลินชาจะไปทำงานอะไรที่นั่นเธอก็ไม่สนใจ เพราะตอนนี้เธอได้กำจัดลูกเลี้ยงออกไปให้พ้นทางเธอแล้ว แต่มันก็ยังแปลกใจอยู่ดีว่าทำไมพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ถึงอยากได้อลินชาไปทำงานด้วยนักหรือ...ว่า...คงไม่หรอกมั้ง ก็ในเมื่ออลินชาเพิ่งปิดเรียนกลับมาอยู่บ้านแค่สองอาทิตย์กว่า ๆ เองพ่อเลี้ยงจะเคยเห็นได้อย่างไร
“ค่ะคุณแม่ แล้วจะให้อลินไปวันไหนคะ อลินจะได้เตรียมตัวไว้?” หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกในตอนนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอ้อมกอดของแม่เลี้ยงในครั้งนี้มันเป็นอ้อมกอดที่ไม่เต็มใจ แต่ก็ยังดีที่ได้รับไออุ่นแบบนี้จากแม่เลี้ยงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่อยู่ด้วยกันมา
“อาทิตย์หน้า” คุณนายสายหยุดพูดพร้อมกับผละออกจากอลินชาด้วยความเขินอายที่ตัวเองเผลอกอดอลินชาออกไปแบบนั้น
“ค่ะ ถ้างั้นอลินไปก่อนนะคะคุณแม่จะได้พักผ่อนต่อค่ะ”
เมื่อลับร่างของอลินชา คุณนายสายหยุดก็รีบหยิบโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดของเธอขึ้นมาต่อสายไปหาพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ทันที
“ฮัลโหลพ่อเลี้ยง นี่ฉัน คุณนายสายหยุดนะคะ”
“ครับคุณนายสายหยุด มีอะไรถึงได้โทร.มาครับ?” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เลิกให้ความสนใจงานตรงหน้าทันทีเมื่อคุณนายสายหยุดโทร.หา จะไม่ให้เขาสนใจได้ไง ก็ในเมื่อเขารอโทรศัพท์จากคุณนายสายหยุดแทบทุกวัน
“ก็เรื่องที่พ่อเลี้ยงให้อิฉันทำไงคะ อิฉันจะโทร.มาบอกว่าอลินลูกเลี้ยงของฉันตกลงไปทำงานกับคุณค่ะ อาทิตย์หน้ารอเจอได้เลยค่ะ อย่าลืมที่ตกลงกันไว้นะคะ” คุณนายสายหยุดไม่ลืมที่จะพูดถึงข้อตกลงของเธอกับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ คนอย่างเธอไม่มีทางที่ใครจะมาเอาเปรียบหลอกใช้เอาง่าย ๆ ได้อยู่แล้ว
เมื่อชายหนุ่มได้ฟังเพียงแค่นั้นหัวใจของเขาก็พองโตโบยบินไปหาสาวน้อยหน้าหวานแล้วในตอนนี้ ยิ่งคิดยิ่งอยากให้อาทิตย์หน้ามาถึงเร็ว ๆ
“ไม่ลืมครับ ถ้างั้นแค่นี้นะครับ ผมมีธุระ” ชายหนุ่มวางสายเสร็จก็หันมาสั่งงานใหม่ให้กับไม้เมืองไปทำให้ด่วนในตอนนี้เลยยิ่งดี อาทิตย์หน้าแล้วสินะที่เขาจะได้เจอเธอจริง ๆ “อลินชา”
“พ่อเลี้ยงมีเรื่องอะไรให้อารมณ์ดีครับ?” เลขาฯ หนุ่มมองอยู่นานแล้วตั้งแต่รับโทรศัพท์จนมาถึงตอนท้ายก่อนที่จะวางสายไปนั้นมันทำให้เขาจับพิรุธของคนเจ้าชู้ไก้แจ้ได้
“นายนี่สอดรู้สอดเห็นทุกเรื่องของฉันจริง ๆ นะไม้” เขาว่าแล้วไม้เมืองต้องจับพิรุธเขาได้ แต่เขาก็ไม่แคร์ อย่างไร ๆ สักวันไม้เมืองก็จะรู้เอง แต่จะให้เล่าให้ฟังไม่มีทาง
“ก็ผมอยากรู้นี่ครับพ่อเลี้ยง” รู้ว่าถูกเหน็บแหนมแต่ก็ไม่ยักจะสนใจ ถ้าไม่สอดรู้สอดเห็นก็ไม่ใช่ไม้เมืองเพื่อนรักของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์สิ
“นายนี่นะ...ไม้ รอนิดรอหน่อยก็ไม่ได้ ยังไงฉันต้องเล่าให้นายฟังอยู่แล้วแต่รอก่อนและตอนนี้ก็มีงานที่จะให้นายไปจัดการด่วนด้วยไม้” ชายหนุ่มหน่ายใจกับเลขาฯ ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทของเขาจริง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับตัวเขาก็จะอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่องเลย
“แหะ ๆ พ่อเลี้ยงก็น่าจะรีบบอกไม้เมืองคนนี้เร็ว ๆ นะครับ ไม้เมืองจะได้ไม่สอดรู้ แล้วงานด่วนอะไรอีกครับ” ไม้เมืองไม่ได้สนใจกับคำพูดของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์เท่าไรนัก แต่จะงานอะไรอีกถึงได้ด่วนขนาดนั้น ก็ไหนบอกว่าวันนี้มีแค่ตรวจเอกสารแค่นั้นเอง แต่ทำไมตอนนี้เพิ่มมาอีกแล้ว งงเลยทีนี้
“ครับคุณไม้เมือง ต่อไปผมพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูร คนนี้จะรีบรายงานคุณไม้เมือง เลขาฯ คนนี้ให้เร็วกว่านี้นะครับผมจะได้ไม่ต้องมาคอยฟังคุณไม้เมืองซักอยู่แบบนี้อีกครับ” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์พูดลากเสียงล้อเลียนไม้เมืองด้วยความตลก จะมีวิธีไหนบ้างที่ทำให้ไม้เมืองเชื่อฟังเขา แต่ก็อย่างว่าแหละ เพื่อนกันย่อมรู้ทันกันทุกทาง
“ครับ ถ้างั้นก็รีบ ๆ บอกมาเร็ว ๆ สิครับพ่อเลี้ยง ไม้เมืองคนนี้อยากรู้จนเต็มแก่แล้วครับ” ถึงพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จะพูดอย่างไรเขาก็ไม่สน ก็ในเมื่อตอนนี้ต่อมอยากรู้มันได้กระจายไปทั่วร่างเขาแล้ว
“ได้ ๆ ครับคุณเลขาฯ ไม้เมืองจอมสอด” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เชื่อเลยจริง ๆ ว่าไม้เมืองสอดได้ทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องอะไร เขาบอกอยู่แท้ ๆ ว่าให้รอ แต่ก็ยังซักอยู่ได้
“ขอบคุณครับที่ชมไม้เมือง ฮ่า ๆ ๆ” เอ่ยขอบคุณพร้อมกับท่าทางทะเล้นจนพ่อเลี้ยงพิพัฒน์อยากฉะให้สักดอก
“คือเรื่องของคุณนายสายหยุดที่นายอยากรู้ไงอีกอาทิตย์หน้าที่จะถึงนี้ นายก็จะได้รู้แล้ว แต่ตอนนี้ฉันอยากให้นายไปทำความสะอาดเรือนพิกุลที่ท้ายไร่หน่อยนะ อาทิตย์หน้าจะมีคนย้ายเข้าไปอยู่แล้ว” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เอ่ยจริงจังขึ้นมาทันทีหลังจากที่พูดเล่นกับไม้เมืองมาจนสนุกปากแล้ว
“มันเกี่ยวกับเรื่องของคุณนายสายหยุดยังไงครับพ่อเลี้ยง และใครจะย้ายเข้าไปอยู่เรือนพิกุลที่ท้ายไร่กันครับ?” ไม้เมืองปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทันเมื่อคู่สนทนาเปลี่ยนอารมณ์เร็วแบบนี้แต่จะว่าไปแล้วเรื่องที่เขาได้ยินเมื่อกี้มันเกี่ยวอย่างไรกับคุณนายสายหยุดถึงให้เขาไปทำความสะอาดเรือนพิกุล
“ฉันสั่งอะไรนายก็ไปทำเถอะน่า...ไม้ ฉันบอกว่าเกี่ยวก็ต้องเกี่ยวสิ” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์อยากจะบ้าตายกับเลขาฯ จอมจุ้นและช่างสอดรู้เป็นที่หนึ่งของเขานักที่ชอบสงสัยอยู่ตลอดเวลา จะมีสักครั้งไหมที่ไม้เมืองไปทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
“แล้วมันเกี่ยวยังไงครับพ่อเลี้ยง?” ไม้เมืองซักอีกครั้งด้วยความสงสัย ก็มันติดนิสัยแล้วนี่ จะให้เลิกอย่างไรได้ไอ้นิสัยสอดรู้น่ะ
“เอ๊ะ! นายนี่นะไม้ รอให้ถึงอาทิตย์หน้านายก็จะรู้ด้วยตาของนายเอง ฉันขอสั่งห้ามให้นายเลิกถามเรื่องนี้ฉันได้แล้ว และรีบไปทำตามที่บอกด้วยล่ะ” เขาตวาดไม้เมืองด้วยความรำคาญเต็มทน ก็จะไม่ให้รำคาญได้ไงซักอยู่นั่นแหละจนน่าเบื่อ
“ครับพ่อเลี้ยง” ไม้เมืองยอมแพ้ให้พ่อเลี้ยงพิพัฒน์แต่โดยดี ด้วยความที่รู้จักนิสัยของพ่อเลี้ยงดี เขาจึงไม่อยากซักอีก แต่จะให้อดสอดรู้มันทำยาก อย่างไรเขาก็ต้องรู้ให้ได้ในไม่ช้านี้แน่ เขาหมายมาดในใจก่อนที่จะเดินจากไปเพื่อไปตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์
เมื่อเลขาฯ อย่างไม้เมืองออกไปจากห้องแล้วพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ก็ลุกขึ้นเดินไปยืนชมวิวที่ระเบียงของห้องทำงานของตัวเอง คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย ๆ จนมาถึงเรื่องของอลินชาที่อีกไม่นานแล้วเขาก็จะได้เจอเธอจริง ๆ จัง ๆ ไม่ใช่ได้แต่มองเธอใกล้ ๆ เหมือนอย่างวันนั้นแล้ว ยิ่งคิดถึงใบหน้าหวาน ๆ ของหญิงสาวมันก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงมารดาผู้ลาลับไป ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มบนใบหน้านั้น และยังจะสายตาหวาน ๆ ของหญิงสาวที่ไม่ว่าใครได้สบเป็นต้องมนต์ของสาวเจ้าเป็นแน่
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาอลินชาก็ได้ไปลาพ่อและแม่เลี้ยงที่ห้องของทั้งสองก่อนที่หญิงสาวจะเดินทางไปทำงานที่บ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ถึงตอนแรกจะโดนพ่อคัดค้านหัวชนฝาก็ตามแต่แล้วพ่อของเธอก็ยอมใจอ่อนให้ไปทำงานที่บ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จนได้
“คุณพ่อคะ อลินมาลาคุณพ่อค่ะ” อลินชาเอ่ยคำลาพร้อมกับก้มลงกราบแทบเท้าของบิดาบังเกิดเกล้าของตัวเองด้วยความอาลัย ก็ตั้งแต่เกิดมาเป็นครั้งแรกที่เธอออกจากบ้านเพื่อไปทำงานไม่ได้ไปเรียนเหมือนอย่างที่ผ่านมา
“อลิน พ่อว่าลูกน่าจะคิดให้ดีก่อนนะลูกอีกอย่างลูกก็ยังเรียนอยู่” อรัณก็ไม่ล้มเลิกความพยายามที่จะพูดให้ลูกสาวเปลี่ยนใจไม่ไปทำงานที่ไร่กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ทั้ง ๆ ที่เขาพยายามมาตลอดก่อนที่จะมาถึงวันนี้แต่ลูกสาวของเขาก็หัวดื้อไม่ยอมเปลี่ยนความคิดสักทีจนเขาจนปัญญาแล้วตอนนี้
“โธ่!…พ่อคะอลินดูแลตัวเองได้ค่ะคุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เอางี้ค่ะ คุณพ่อก็คิดซะว่าอลินไปเรียนเหมือนอย่างที่ผ่านมาก็สิ้นเรื่องค่ะ นะคะ อย่าห่วงอลินเลย อลินโตแล้วค่ะ อีกอย่าง ถึงอลินจะไปทำงานที่ไร่ของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ อลินก็ยังจะไปเรียนต่อให้จบเหมือนเดิมค่ะ และจะกลับมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อย ๆ ด้วยนะคะ”
“จะล่ำลากันอีกนานไหม หา!” คุณนายสายหยุดที่นั่งอยู่ด้วยอดหมั่นไส้สามีกับลูกเลี้ยงที่ล่ำลากันไม่ได้เลยพูดแทรกขึ้นบ้าง ก็ตั้งแต่ที่อลินชาเข้ามาเธอก็เป็นเหมือนส่วนเกินไปเลย
“เอ๊ะ! คุณสายหยุด คุณจะไปไหนก็ไปเลยไป ผมจะคุยกับลูกผมสองคน” อรัณตวาดกลับทันทีด้วยความโกรธ มันเป็นความผิดพลาดของเขาเองที่เลือกแต่งงานกับเธอจึงทำให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาต้องไปลำบากทำงานใช้หนี้แทนภรรยาที่ติดการพนันของเขา และเขาก็รู้ว่าที่ลูกสาวเขาไปครั้งนี้ไม่ได้ไปเพื่อภรรยาของเขาแต่ไปเพื่อเขา แต่ถึงอย่างไรก็เถอะ เขายอมเสียบ้านที่เขารักไปดีกว่าให้ลูกไปทำงานกับเสือผู้หญิงอย่างพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูร แต่เขาก็ไม่อาจขัดขวางความต้องการของลูกได้เขาจึงยอมปล่อยให้ลูกสาวสุดที่รักไปทำงานที่นั่นด้วยความกังวล
คุณนายสายหยุดรีบออกจากห้องไปทันทีเมื่อโดนสามีตวาดกลับมาแบบไม่ไว้หน้าต่อหน้าอลินชา ซึ่งมันก็มักเป็นแบบนี้เสมอ ยิ่งสามีเธอให้ความสำคัญกับอลินชามากเท่าไร ไฟริษยาในทรวงเธอก็ลุกขึ้นแรงเท่านั้น
เมื่อคุณนายสายหยุดออกไปจากห้องแล้วสองพ่อลูกก็หันมาล่ำลากันต่อด้วยความอาลัยในตัวกันและกัน ก็ตั้งแต่เกิดมาลูกสาวของเขาไม่เคยไปทำงานลำบากที่ไหน แล้วมาตอนนี้ล่ะ จะต้องได้ไปทำงานนอกบ้านและอยู่ประจำ เขาล่ะไม่อยากให้ไปเลย
“อลินพ่อว่าลูกควรคิดให้ดี ๆ ก่อนนะที่จะไป” อรัณไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเปลี่ยนใจลูกสาว เขาจะพูดจนกว่าจะถึงระยะสุดท้ายเลยก็ว่าได้
“โธ่...คุณพ่อคะ อลินบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร อลินคิดดีแล้ว” อลินชาก็ไม่ยอมล้มเลิกความคิดเช่นกัน เมื่อตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปก็คือต้องไปให้ได้
“ถึงพ่อจะพูดอย่างไร อลินก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจใช่ไหม?”
“ค่ะคุณพ่อ อลินตั้งใจแล้ว”
“ถ้างั้นพ่อขอให้เราทำงานอย่างมีความสุขนะ และว่าง ๆ พ่อจะไปเยี่ยม หรือไม่ถ้าลูกว่างก็มาเยี่ยมพ่อที่บ้านด้วยนะลูก” เขายอมแพ้ให้กับความตั้งใจของลูกสาวของเขาจริง ๆ แล้วครั้งนี้ ปกติลูกสาวเขาจะเป็นคนว่านอนสอนง่าย แต่พอจะดื้อ ๆ แบบเอาไม่อยู่เลย
“ค่ะคุณพ่อ อลินจะหาเวลาว่างมาเยี่ยมนะคะ”
เมื่อพูดล่ำลากันเสร็จสองพ่อลูกก็สวมกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ลูกสาวจะไปทำงานที่บ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ พอกอดกันพอใจแล้ว อรัณก็เดินมาส่งลูกสาวขึ้นรถที่หน้าบ้านที่มีคนของพ่อเลี้ยงมารอรับอยู่แล้ว
คุณนายสายหยุดที่มายืนรอส่งลูกเลี้ยง เมื่อเห็นสองพ่อลูกเดินมาก็เปิดประเด็นทันทีด้วยความอิจฉาริษยาในตัวลูกเลี้ยงที่มีแต่คนคอยเอาอกเอาใจจนไม่มีใครสนใจเธอ
“ล่ำลากันอยู่ได้ ทำยังกับว่าจะไม่ได้เจอกันอีก” คุณนายสายหยุดพูดแขวะทันทีเมื่อเห็นสองพ่อลูกเดินมา
“เอ๊ะ! คุณสายหยุดนี่ อยู่เฉย ๆ ไม่มีใครว่าเป็นใบ้หรอกนะ” อรัณโต้กลับโดยไม่ไว้หน้าภรรยาของตัวเองเช่นกัน ว่าเขาได้ แต่อย่ามาว่าลูกสาวเขาเชียวไม่อย่างนั้นเจอดีแน่
“กรี๊ด!!!!!!! คุณอรัณคุณกล้าว่าฉันต่อหน้าคนอื่นเหรอ” คุณนายสายหยุดร้องกรี๊ดทันทีเมื่อโดนสามีว่าให้ต่อหน้าคนอื่นจนอับอายสาวใช้ และก่อนที่จะวิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความอับอาย คุณนายสายหยุดก็ไม่ลืมหันมาพูดทิ้งท้ายให้อลินชา
“นังอลิน แกอย่าหวังเลยว่าแกจะได้กลับมา หึหึ”
“อย่าไปสนใจคำพูดคุณสายหยุดเลยลูก” อรัณหันมาปลอบลูกสาวที่มองตามหลังภรรยาเขาไป
“ค่ะคุณพ่อ อลินไม่สนใจและไม่เก็บไปคิดมากหรอกค่ะ” หญิงสาวไม่เก็บไปคิดมากอยู่แล้วเรื่องแค่นี้เอง แต่ที่มองตามแม่เลี้ยงไปนั้นก็เพราะเธออยากจะได้อ้อมกอดอุ่น ๆ ก่อนจากลากันบ้าง
“ถ้างั้นไปขึ้นรถเถอะลูก คนของพ่อเลี้ยงคงรอนานแล้ว”
“ค่ะคุณพ่อ” พร้อมกับสวมกอดพ่ออีกครั้งก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถ
อรัณยืนมองลูกสาวขึ้นรถและนั่งออกไปจนสุดลูกหูลูกตาค่อยเดินกลับเข้าไปในบ้าน เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการไปของลูกสาวของเขาในครั้งนี้ทำไมมันทำให้เขารู้สึกใจหาย หรืออาจจะเป็นเพราะเขาไม่อยากให้ลูกไปตั้งแต่แรกก็เป็นได้
คุณอาจจะชอบ





