
ดั่งต้องมนต์มาร
ตอน 2
“ขอบคุณค่ะพี่ต้น แต่แสนไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ อีกอย่างวันนี้แสนได้หยุดครึ่งวันด้วยค่ะ”
หญิงสาวยิ้มกว้าง แต่ต้นกล้าหาได้รู้สึกดีขึ้นไม่ เขาเป็นห่วงแสนรักเหลือเกิน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องแบกรับภาระทุกอย่างภายในบ้านหลังนี้ ตั้งแต่ค่าอยู่ค่ากินของสามชีวิต ค่าเล่าเรียนของกิ่งดาวที่เรียนมาไม่รู้กี่ปีก็ไม่ยอมจบสักที แล้วไหนจะค่าใช้จ่ายที่กันเกราผู้เป็นแม่คอยไถเอาไปถลุงในบ่อนการพนันอีก เขาล่ะเหนื่อยใจเหนื่อยกายแทนแสนรักจริงๆ แต่พอจะหยิบยื่นเงินทองช่วยเหลือเจ้าหล่อนก็ปฏิเสธเสียงแข็งเสียทุกครั้งไป และนั่นก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะช่วยเหลือหล่อนด้วยเงินทองอีก ทำได้แค่เพียงคอยดูแลอยู่ห่างๆ เท่านั้นเอง
“ได้หยุดงานครึ่งวันในรอบสามปีใช่ไหมล่ะ”
แสนรักรู้ดีว่าชายหนุ่มประชด แต่หล่อนก็ยังยิ้ม
“ความจริงแสนไม่อยากหยุดงานหรอกค่ะ แสนอยากทำงานทุกวันนั้นแหละ แสนอยากได้เงิน”
“งั้นไปทำงานที่บริษัทเพื่อนของพ่อพี่สิเดี๋ยวพี่จัดการให้ รับรองว่าแสนจะสบายกว่านี้ และได้เงินมากกว่านี้ด้วย”
นี่เป็นเรื่องที่เขาเอ่ยปากกับแสนรักมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมหญิงสาวถึงได้ปฏิเสธที่จะไปทำงานกับเขานัก ทั้งๆ ที่งานดีกว่า เงินดีกว่า และที่สำคัญไม่ต้องเหนื่อยทำงานทั้งกลางวันกลางคืนแบบนี้ด้วย
“แสนจบแค่มอหกพี่ต้นก็รู้...”
“ที่แสนต้องจบแค่มอหกก็เพราะถูกแม่ของตัวเองให้ออกจากมหาวิทยาลัยทั้งๆ ที่แสนเอ็นทรานซ์ติด”
“แต่แสนยินดีทำเพื่อแม่เพื่อน้องค่ะ”
“แสนยินดีแต่พี่เสียดายแทนแสนนะ”
ต้นกล้าคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรก็อดเสียดายและโกรธเคืองกันเกราและกิ่งดาวแทนแสนรักไม่ได้ แสนรักอุตส่าห์เอ็นทรานซ์ติดในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเมืองไทยแล้ว แต่เข้ามาเรียนได้แค่ไม่ถึงเดือนก็ถูกกันเกราแม่แท้ๆ สั่งให้หยุดเรียน โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเงินส่งเสีย พอเขาจะยื่นมือเข้าไปช่วยโดยการหาทุนการศึกษาให้กันเกราก็ยังปฏิเสธอีก โดยบอกว่าแสนรักจะต้องทำงานส่งกิ่งดาวเรียน เขาพยายามช่วยเหลือทุกอย่างแต่สุดท้ายแสนรักก็เชื่อฟังคำสั่งของกันเกรายอมออกจากมหาวิทยาลัยทั้งน้ำตา เขารู้ว่าหญิงสาวเสียใจมากที่ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ แต่หล่อนพยายามที่ซ่อนมันเอาไว้ภายในรอยยิ้มเศร้าๆ ของตัวเอง
ทำไมถึงแสนดีแบบนี้นะแสนรัก
ต้นกล้าคิดในใจขณะจ้องหน้าของหญิงสาวที่งดงามทั้งกายและใจเบื้องหน้า รอยยิ้มของหล่อนเหมือนสายธารที่ชโลมลงบนหัวใจแห้งแล้งของทุกคน เขาก็ได้แต่หวังว่าความดีของแสนรักจะทำให้ทั้งแม่และน้องสาวของหล่อนมองเห็นสักวัน
“พี่ต้น... แสนสบายดีจริงๆ ค่ะ แค่เห็นแม่เห็นน้องมีความสุข แสนก็มีความสุขแล้ว”
คนฟังถอนใจออกมาเบาๆ อย่างยอมแพ้ ทำไมนะคนดีถึงได้ดีมากมายขนาดนี้ แต่เวลาคนที่มันเลวมันร้ายมันถึงได้ชั่วระยำนักอย่างเช่นกิ่งดาวยังไงล่ะ
“ก็เพราะแสนเป็นคนดีอย่างนี้ไงพี่ถึงรักแสนมาก...”
แสนรักระบายยิ้มเศร้าๆ มองหน้าคู่สนทนา
“พี่ต้น... แสน... แสนอยากจะบอกว่า...”
ต้นกล้ารู้ดีว่าหญิงสาวจะพูดอะไรออกมา เขาไม่อยากจะฟัง ดังนั้นเขาจึงหยุดหล่อนเอาไว้ด้วยคำพูดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“อย่าพูดเลยแสน พี่รู้ดีว่าแสนจะพูดอะไรออกมา ขอให้พี่หวังของพี่ไปอย่างนี้เถอะนะ”
มือบางยื่นมากุมมือหนาของผู้ชายตรงหน้า แสนรักยิ้มหวานให้กับเขา โดยหารู้ไม่ว่าแค่รอยยิ้มของหล่อนก็สามารถทำให้ต้นกล้าสะเทือนไปถึงหัวใจได้แล้ว หล่อนสวยงามราวกับนางฟ้า ดวงหน้างดงามขาวสะอาดไร้การแต่งแต้มใดๆ อย่างสิ้นเชิง ดวงตากลมโตดำขลับหวานฉ่ำอยู่ในกรอบของขนตาที่ทั้งยาวทั้งงอน จมูกโด่งเชิดพองาม กลีบปากอิ่มเต็มสีแดงสด ไม่ต้องแต่งแต้ม ไม่ต้องเติมเต็มอะไรเลย เพราะแสนรักงดงามปานนางสวรรค์ตลอดเวลาอยู่แล้ว ต้นกล้าเต็มไปด้วยความรักความห่วงใยให้กับหญิงสาว
“พี่ต้น... แสนอยากให้พี่ต้นมองน้องกิ่งบ้าง”
ชายหนุ่มหน้าบูดบึ้งลงทันทีเมื่อนึกถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เขารู้มาตลอดว่ากิ่งดาวหลงรักเขา และจ้องจะงาบเขาทุกเวลาแต่กระนั้นเขาก็ฝืนใจมองยายแม่มดตนนี้ไม่ได้ ผู้หญิงเอาแต่ใจ ขี้อิจฉาริษยา เขาชายตาแลไม่ลงจริงๆ
“พี่รู้ว่าแสนไม่ได้รักพี่ แต่ได้โปรดอย่ายัดเยียดพี่ให้กับคนอื่นเลยนะแสน”
“แต่กิ่งรักพี่ต้นนะคะ”
“แสน... อย่าทำร้ายพี่มากไปกว่านี้เลย ได้โปรดเถอะ”
คำวิงวอนของผู้ชายตรงหน้าทำให้แสนรักเต็มไปด้วยความละอายใจ ใช่ว่าหล่อนอยากจะพูด อยากจะขอร้องเขาแบบนี้ แต่มันเป็นความต้องการของกิ่งดาว กิ่งดาวบอกให้หล่อนอยู่ห่างๆ ต้นกล้า เพราะกิ่งดาวสนใจและต้องการครอบครองต้นกล้า ซึ่งหล่อนเองก็พยายามหลีกทางให้ แต่ดูเหมือนว่ากิ่งดาวจะยังไม่พอใจ เพราะกิ่งดาวยังบังคับให้หล่อนพูดให้ต้นกล้ายอมรับความรักของกิ่งดาวอีกด้วย
“แสนขอโทษค่ะพี่ต้น... แสน... คือแสน...”
“พี่รู้ว่าแสนลำบากใจมากแค่ไหน พี่เข้าใจทุกอย่างดี...”
ชายหนุ่มคว้ามือบางขึ้นมากุมเอาไว้แน่น
“เพราะกิ่งดาวคือน้องของแสน แสนถึงต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ”
คุณอาจจะชอบ





