
คุณอา ยอดดวงใจ
ตอน 2
“น้องตาหวานสวัสดีคุณอาพงศ์ หรือยังลูก” คุณพ่อถามพลางส่งสายตาดุให้ หากเธอไม่ทำตาม
“ตาหวานสวัสดีผมแล้วครับพี่อิฐ น้องน่ารักจังเลยครับ หน้าตาดีเหมือนพี่อิฐอย่างกะ Copy paste กันมาเลยนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเย้ารุ่นพี่ที่ห่างกันกว่า 5 ปี อย่างสนิทสนม
“ธรรมดา คนมันหน้าตาดีกันทั้งบ้านเว้ย แล้วเมื่อไหร่แกจะมีเป็นของตัวเองซะทีละจะได้ไม่ต้องมาคอยชมลูกคนอื่นเขาแบบนี้ หึๆ”
“ผมยังไม่คิดไปไกลขนาดนั้นหรอกครับ เพิ่งจะ 25 เอง ยังใช้ความโสดไม่คุ้มเลย”
“เออ มัวแต่สนุกสนานไปวันๆ ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอนนะ จะทำอะไรก็รีบๆ ทำ จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้เลย” อิทธิวัฒน์เอ่ยเรียบๆ อย่างไม่แสดงอารมณ์ใด แต่กลับเรียกสีหน้าตระหนกให้เกิดกับพงศกร
“ทำไมพี่อิฐพูดแบบนั้นล่ะครับ ไม่เป็นมงคลเลย” ชายหนุ่มติงเสียงขรึม
“พี่ก็พูดไปเรื่อยเปื่อยไม่มีอะไรหรอกน่าพงศ์ แกคิดมากไปได้” หนุ่มรุ่นพี่กล่าวตอบเสียงเรียบก่อนจะหันไปมองลูกสาวที่นั่งปั้นดินน้ำมันเล่นอยู่บนพื้นพรมของห้องรับแขก ใกล้ๆ กับโซฟาที่เขาและพงศกรคุยกันอยู่ โดยที่เด็กน้อยไม่ได้รับรู้เรื่องที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่เลย
“ตาหวานมาหาพ่อซิลูก”
ร่างเล็กผละจากของเล่นในมือและถลามาหาคุณพ่ออย่างรวดเร็ว สาวน้อยปืนขึ้นไปนั่งบนตักคุณพ่อ ก่อนจะยื่นหน้าเล็กๆ ของตนไปหอมแก้มสากของบิดาซ้ายทีขวาทีอย่างที่เคยทำเป็นประจำเวลาที่คุณพ่อกลับมาจากที่ทำงาน และพาเธอเข้านอน
“ทำไมหนูถึงเดินมาพร้อมกับอาพงศ์ได้ละลูก ไปเจอกันตรงไหน” ถามพลางลูบศีรษะเล็กเบาๆ อย่างอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความรักใคร่
เด็กหญิงก้มหน้าลงอย่างกลัวๆ เธอรู้ว่าคุณพ่อรักและเป็นห่วงเธอมาก ท่านจะไม่สบายใจเลย เวลาที่เห็นเธอเจ็บป่วยแม้จะเล็กน้อย หรือเล่นซนจนเกือบได้รับอันตราย หากท่านรู้ว่าเธอแอบปีนต้นไม้ เธอคงไม่แคล้วโดนดุแน่ๆ แต่อย่างไรก็ตาม การสารภาพและยอมรับความจริงก็เป็นสิ่งที่เธอทำตลอดมา ครั้งนี้ก็ต้องเป็นอย่างนั้นเช่นกัน
“ตาหวานปีนต้นไม้ไปช่วยแมวน้อย แล้วเกือบตกลงมา แต่พอดีว่าอาพงศ์ช่วยเอาไว้ได้ทันค่ะ คุณพ่อ” เสียงอ่อยๆ เอ่ยเล่า พลางเรียกคุณพ่อเสียงอ้อน
“น้องตาหวาน!” อิทธิวัฒน์เรียกบุตรสาวคนเดียวเสียงเข้ม ขณะพยายามข่มอารมณ์โมโหปนห่วงใยไว้อย่างสุดคณา
พงศกรทนมองภาพเด็กหญิงตัวน้อยนั่งก้มหน้า น้ำเสียงสั่นๆ เหมือนจะร้องไห้ไม่ไหว จึงเอื้อมมือไปอุ้มร่างเล็กมาวางบนตักของตน ก่อนจะหันไปบอกคุณพ่อยังหนุ่มเสียงแผ่ว
“อย่าดุตาหวานนักเลยพี่ ตาหวานยังเด็กอาจจะซนไปบ้าง แต่น้องก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่นา” ชายหนุ่มก้มลงมองเด็กน้อยที่ตอนนี้เอาหน้าเล็กๆ ซุกกับบ่ากว้างและกอดคอเขาไว้แน่น
“พงศ์ไม่รู้หรอกว่าหัวอกคนเป็นพ่อรักลูกขนาดไหน แค่ลิ้นไรมาไต่มาตอมพี่ยังทนมองไม่ได้เลย ตาหวานเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของพี่ เป็นตัวแทนของดวงใจ เพราะมีตาหวานอยู่พี่ถึงมีชีวิตอยู่ได้ แม้ดวงใจจะจากพี่ก็ตาม” อิทธิวัฒน์ใบหน้าสลดลงยามเอ่ยถึงภรรยาสุดที่รักที่จากเขาไปหลังจากให้กำเนิดบุตรสาวได้เพียงสองปี
“ตาหวานรู้ใช่ไหมลูก ว่าฝ่าฝืนคำตักเตือนของคุณพ่อ ต้องโดนลงโทษ” หันไปบอกแก่ลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมอกของรุ่นน้อง แม้ไม่ปรารถนาจะเห็นลูกเจ็บ แต่หากรักวัวก็ต้องให้ผูกรักลูกก็ต้องให้ตี เพราะไม่อยากให้เธอทำอะไรโดยไม่ระวังอีก แม้ลูกจะยังเล็กเขาก็จะต้องสอนให้เธอเข้าใจเหตุผลของเขา เผื่อวันหนึ่งเขาจากไปเธอจะได้ดูแลตัวเองได้ เขาไม่อยากเป็นพ่อที่ตามใจลูกมากเกินไป จนละเลยเรื่องเล็กน้อย หากเรื่องเล็กน้อยแล้วยังปรามกันไม่อยู่ แล้วเรื่องใหญ่ๆ จะตักเตือนให้เชื่อฟังกันได้อย่างไร
อิทธิวัฒน์เอื้อมมือไปดึงลูกน้อยออกจากตักพงศกร โดยที่เด็กหญิงพยายามฝืนตัวไว้และกอดคอเขาไว้แน่น เพราะกลัวการลงโทษของคุณพ่อ ก่อนที่จะนึกได้ว่าคุณพ่อจะยิ่งโกรธจึงยอมปล่อยมือออกจากชายหนุ่ม และลุกไปตามแรงดึงของคุณพ่อที่รั้งให้ร่างเธอยืนอยู่บนพื้น
“ยื่นมือมาตาหวาน” คุณพ่อสั่งเสียงเข้ม
คุณอาจจะชอบ





