
คุณอา ยอดดวงใจ
ตอน 3
มือน้อยค่อยๆ ยื่นไปหาบิดา ก่อนที่จะถูกจับข้อมือ และไม้เรียวเส้นเล็กๆ ฟาดลงมาบนกลางฝ่ามือน้อยสองครั้ง
“ฮึกๆ ตาหวานเจ็บ คุณพ่อใจร้าย ฮือๆ” น้ำใสๆ ไหลอาบเต็มวงหน้า พลางมองคุณพ่ออย่างตัดพ้อ ก่อนจะวิ่งไปเกาะแขนของพงศกรและร้องไห้วางใบหน้าเกลือกกลิ้งที่แขนเสื้อของชายหนุ่มจนชุ่ม พงศกรอุ้มเธอขึ้นมาบนตัก กอดปลอบคนตัวเล็กพร้อมกับโยกร่างเธอเบาๆ เพื่อปลอบโยน
“พ่อรักตาหวานมากนะลูก ถ้าตาหวานเล่นซนโดยไม่ระวังแล้วเป็นอะไรขึ้นมา พ่อจะอยู่ได้ยังไงลูก”
ได้ยินเสียงคุณพ่อเอ่ยตัดพ้อ ร่างเล็กจึงค่อยๆ คลายสะอื้น ก่อนละลุกไปนั่งตักบิดา กอดเอวหนาไว้แน่น อย่างคนที่สำนึกได้ว่าคุณพ่อตีเธอเพราะรัก
“ตาหวานก็รักคุณพ่อค่ะ ตาหวานขอโทษนะคะ คุณพ่ออย่าโกรธตาหวานนะคะ”
เอ่ยพลางขยับตัวเข้าซุกอกอุ่นอย่างอ้อนๆ ตั้งแต่เล็กจนโตเธอก็ไม่เคยคิดที่จะออกห่างจากอ้อมอกอุ่นนี้เลย ขณะที่บิดากอดกระชับตัวเธอเอาไว้แน่น
พงศกรมองภาพตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง เขาเองก็อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น พ่อกับแม่ดูแลเขาและน้องชายเป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่เป็นลูกผู้ชายทั้งสองคน ความออดอ้อนระหว่างพ่อกับพวกเขาก็เลยไม่มีมากซักเท่าไหร่ จะมีแต่กับแม่ของเขามากกว่า
พลันชายหนุ่มรู้สึกอิจฉาเพื่อนรุ่นพี่เป็นยิ่งนักที่ชีวิตประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งเรื่องเรียนและเรื่องงาน มีความรักที่ดี แม้ภรรยาจะจากไปก่อนวัยอันควร มีลูกที่น่ารัก และนิสัยก็ดีมากๆ ไม่งอแงหรือเอาแต่ใจเลย ท่าทางโตขึ้นจะสวยน่าดู
ถ้าเขามีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้ก็ดีสินะ ชายหนุ่มสลัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน คนอย่างเขายังมีอนาคตอีกไกล เรื่องอะไรจะมาหยุดชีวิตตัวเองที่การแต่งงาน คงอีกนานกว่าจะเจอใครที่ทำให้เขาอยากหยุดตรงนี้ที่เธอได้
“กลับมาแล้วค่า” เสียงหวานกังวานดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะเดินเฉิดฉายเข้ามาในห้องรับแรก ตรงดิ่งมาหาอิทธิวัฒน์ที่กำลังนั่งสอนการบ้านอักษิพรอยู่
“อากล้วยขา” เด็กหญิงรีบวิ่งเข้าไปหา เมื่อเห็นอาสาวเดินเข้ามาใกล้
“ว่าไงคะคนเก่งของอา ไหนมากอดหน่อยซิ คิดถึงจัง” นวียายกหลานสาวขึ้นอุ้มและกอดเอาไว้แน่น ก่อนจะหอมแก้มเด็กแรงๆ ซ้ายขวาอย่างแสนรัก
“ทำไมวันนี้กลับช้าจัง ตาหวานชะเง้อรอเราตั้งแต่หัวค่ำแล้ว” เสียงพี่ชายเอ่ยถามตามปกติหากเธอกลับบ้านผิดเวลาจากที่เคย ด้วยความเป็นห่วงน้องสาวคนเดียว แถมยังเป็นสาวสวยเสียด้วย
“พอดีว่าวันนี้เพื่อนๆ ในกลุ่มนัดประชุมเรื่องแบ่งงานที่ต้องทำรายงาน Term project น่ะค่ะ กว่าจะสรุปกันได้ก็เลยช้าไปหน่อย”
“อืม แล้วเรียบร้อยดีนะ มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า”
“เรียบร้อยดีค่ะพี่อิฐ แต่ตอนนี้กล้วยค่อนข้างกังวลว่าจะไปหาบริษัทที่เป็นประเภทธุรกิจส่งออกข้าวหอมได้ที่ไหน พอดีว่าในส่วนที่กล้วยต้องทำข้อมูลมันต้องอ้างอิงกับธุรกิจที่ว่า แล้วเราต้องเข้าไปฝึกงานจริง เพื่อให้ได้ข้อมูลอ้างอิงจากการเข้าไปร่วมงานในองค์กรนั้นๆ น่ะค่ะ กล้วยกลุ้มใจจะแย่แล้ว” น้องสาวบ่นพลางทำหน้ายู่ ก่อนจะพาร่างตัวเองนั่งแหมะลงที่โซฟานุ่ม พร้อมๆ กับวางร่างหลานสาวให้นั่งซ้อนบนตักนิ่ม
“แล้วเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในกลุ่มล่ะ ไปฝึกงานกันที่ไหน” ถามพลางคิดหาวิธีช่วยน้องสาว
“เพื่อนๆ แต่ละคนก็แยกกันไปทำคนละหัวข้อ ตามแต่ละประเภทธุรกิจ พวกเขาบอกกล้วยว่า ไม่มีปัญหา เพราะที่บ้านมี Connection กับหลายๆ บริษัท หัวข้อที่ได้ก็เลยไม่ยากค่ะ แต่เขาบอกว่ากล้วยมีคุณตาที่เคยทำนาน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับข้าวเป็นพื้นฐานมากกว่าพวกเขา” นวียาเม้มปากแน่น เมื่อนึกไปถึงเพื่อนๆ ของเธอที่ปัดงานมาให้ โดยไม่ถามเธอก่อนซักนิด คิดได้ไงว่าคุณตาเธอเคยทำนาแล้วเธอจะรู้เรื่องข้าวไปด้วย บ้าจริงๆ
คุณอาจจะชอบ





