ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หวานใจคุณพ่อลูกติด

หวานใจคุณพ่อลูกติด

โชคชะตาเล่นตลกกับน้ำหวาน สาวแว่นสุดมั่นที่ต้องมาเผชิญหน้ากับคุณคชา นักธุรกิจพ่อม่ายหนุ่มพราวเสน่ห์อีกครั้ง หลังคืนที่ความเมาทำให้เขาเข้าใจเธอผิดไปไกล ครั้งนี้เธอหนีไม่พ้นเมื่อต้องมารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลหนูนิด ลูกสาววัยแปดเดือนสุดน่ารักของเขา ท่ามกลางความใกล้ชิดในบ้านหลังใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างพี่เลี้ยงสาวกับคุณพ่อจอมรุกจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ในนิยายรักโรแมนติกที่เต็มไปด้วยความละมุนและหัวใจพองโต
ตอน
แชร์

ตอน 1

เรื่อง...หวานใจคุณพ่อลูกติด

คำโปรย // ความเมาของเธอในวันนั้น ทำให้ผมเข้าใจผิดแต่โชคชะตาดันเข้าข้าง ทำให้ผมได้พบกับเธออีกครั้ง ในสถานะที่เธอหนีไม่พ้น

แนะนำตัวละคร

คุณคชา (อายุ 34 ปี) // นักธุรกิจ พ่อม่ายลูกติด หล่อ รวย หื่น

น้ำหวาน (อายุ 24 ปี) // พี่เลี้ยงสาวแสนสวย เธอสายตาสั้นมากๆ ใส่แว่นหนาเตอะ ไม่ยอมคนแต่รักเด็ก

หนูนิด (อายุ 8 เดือน) // ลูกสาวคุณคชา เลี้ยงง่าย น่ารัก

นิยายเซ็ตนี้ มีทั้งหมด 4 เรื่องค่ะ

1.เฮียช้าง = หวานใจคุณพ่อลูกติด

2.คุณสิงห์ = หวานใจนายสิงหราช

3.เฮียธรณ์ = หวานใจนายเพลย์บอย

4.เฮียมังกร = หวานใจเฮียมังกร

#เนื้อเรื่องไม่มีปมสามารถแยกอ่านได้ค่ะ

------------------

ตอนที่ 1 หาพี่เลี้ยงให้ลูกสาว / เฮียช้าง

สวัสดีครับผม...คชา ชื่อเล่นช้าง เป็นนักธุรกิจทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ มีลูกสาวตัวเล็กหนึ่งคนชื่อหนูนิด เมียไม่มีครับ...ผมโสด

ในบ้านของผมอยู่กันหลายคน มีผม คุณแม่ ป้านวล หนูนิดและเด็กในบ้านอีกสองสามคน

ผมมีน้องชายสองคน ชื่อไอ้สิงห์กับไอ้กร คลานตามกันออกมาจากท้องแม่ แต่พวกมันแยกย้ายกันออกไปทำงานที่ตัวเองรัก อีกคนทำรีสอร์ต อีกคนทำฟาร์มโคนม ส่วนผมทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ถึงพวกผมสามคนลูกคุณแม่จะอยู่กันคนละจังหวัด แต่พวกเราก็ไปมาหาสู่กันตลอด

“ช้าง...ลูก หาพี่เลี้ยงให้หนูนิดได้หรือยัง” คุณทับทิม คุณย่าของหนูนิด ก็คุณแม่ของผมนั่นแหละครับ ช่วงนี้ลูกสาวคนเก่งของผมวัยของแกกำลังซน ที่บ้านก็มีแต่คนแก่ วิ่งตามเด็กที่ไวยิ่งกว่าลิงอย่างยัยหนูนิดไม่ค่อยไหว ก็เลยคิดว่าจะจ้างพี่เลี้ยงสักคนมาช่วยดูแล แต่คุณแม่อยากได้แบบอยู่ประจำไม่ต้องเดินทางไปกลับ สาเหตุก็มาจากผมที่ชอบออกจากบ้านไปเที่ยวหาความสุขเล็กๆน้อยๆตามประสาผู้ชายช่วงกลางคืนนั่นแหละครับ

“ยังเลยครับคุณแม่ แต่เห็นไอ้มิตรมันบอกผมว่าเข้าตาอยู่คนนึง ทำงานเป็นครูสอนเด็กอนุบาล เห็นว่ากำลังจะหมดสัญญา น่าจะเลี้ยงยัยหนูนิดของเราได้” ไอ้มิตรที่ผมพูดถึงก็คือเลขาคนเก่งของผมเองครับ นอกจากมันจะเป็นเลขาแล้ว มันยังเป็นน้องชายของเพื่อนสนิทผมอีกด้วย

“ถามเค้าก่อนนะ มาอยู่ประจำได้หรือเปล่า เดี๋ยวก็เหมือนที่ผ่านๆมาอีก”

“ครับ เดี๋ยวผมให้ไอ้มิตรโทรไปถามให้” ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออกหาเลขา คุยเรื่องพี่เลี้ยงลูกสาวอยู่สักครู่แล้วจึงวางสายลง

“หนูนิดคะ มาเร็วให้ป๊ะป๋าอุ้มหน่อย” หนูนิดยิ้มหวานคลานเข้ามาหาผมแล้วอ้าแขนให้อุ้ม ผมรับเอาแกมาอุ้มไว้บนแขนแล้วหอมแก้มซ้ายแก้มขวาด้วยความคิดถึง ผมเล่นกับลูกสาวอยู่สักครู่ สายโทรศัพท์จากเลขาก็โทรเข้ามา

“หนูนิดคะ ขอป๊ะป๋ารับสายนี้สักครู่นะคะ” ผมพูดกับลูกสาวตัวเล็กที่วัยของแกกำลังน่ารัก แล้วกดรับสายของลูกน้องที่โทรเข้ามา

“ว่าไงไอ้มิตร”

“เรียบร้อยครับ เธอพร้อมทำงานเลย ที่หลังหัดทำเองบ้างนะครับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้” ไอ้นี่อะไรก็ดีหมดเสียอย่างเดียวมันชอบกวนตีน ความเกรงใจในเวลางานมีพอสมควรแต่ถ้านอกเวลางาน ฮึ! แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรมันหรอกครับเพราะมันเป็นน้องชายเพื่อนสนิทผมที่ชื่อไอ้ธรณ์

“กูอยากจะใช้มึงมีอะไรมั้ย”

“ไม่กล้ามีหรอกครับ พรุ่งนี้เช้าผมนัดเธอที่บ้านนายนะครับ อ๋อพรุ่งนี้มีประชุมเช้า เรื่องนี้ผมจัดการให้ มาให้ทันประชุมนะครับ”

“กูรู้แล้ว สั่งกูอย่างกับมึงเป็นเจ้านายกูเลยเนอะ”

“ไม่กล้าหรอกครับ เจ้านาย...” นี่ขนาดมันไม่กล้านะยังขนาดนี้ แล้วถ้ามันกล้าจะขนาดไหน!

“แล้วเรื่องที่พัก เธอไม่ติดใช่มั้ย”

“ครับ เธอเป็นคนต่างจังหวัดมีที่พักให้ด้วย เธอดีใจมากเลยครับ”

“ขอบใจนายมาก” พูดคุยกันจนรู้เรื่องก็วางสายไป

“หนูนิดคะ พรุ่งนี้หนูนิดกำลังจะได้พี่เลี้ยงแล้วดีใจมั้ยคะ” เสียงใสๆของเด็กน้อยทำเสียงอ้อแอ้เหมือนจะรับรู้สิ่งที่ผมพูด

“ได้คนแล้วเหรอลูก” เป็นจังหวะที่คุณแม่เดินเข้ามาได้ยินสิ่งที่ผมกำลังพูดคุยอยู่กับยัยหนูนิดพอดี

“ครับคุณแม่ เห็นว่าเธอจะมาพรุ่งนี้เลย ก็ดีนะครับเร็วทันใจดี”

"เรื่องที่พักเค้าต้องมาอยู่กับเรา เค้าโอเคใช่มั้ย" คุณแม่คงเป็นห่วงเรื่องนี้มากเพราะที่ยังหาพี่เลี้ยงไม่ได้ก็ติดเรื่องที่พักนี่แหละ คนส่วนมากไม่สะดวกอยู่ประจำเรื่องนี้ผมก็เข้าใจอยู่

"โอเคครับ เห็นว่าเป็นคนต่างจังหวัดมีที่พักให้ด้วย เธอไม่ติดอะไรครับ" คุณแม่พยักหน้าแล้วเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาใกล้ๆที่ผมกับหนูนิดนั่งเล่นกันอยู่

"ว่าไงยัยหนู จะได้พี่เลี้ยงแล้วดีใจมั้ยลูก" คุณย่าลูบศีรษะหลานสาวเบาๆอย่างรักใคร่เอ็นดู

"แอ๊ แอ๊"

@ทางด้านน้ำหวาน

“หวาน...ปะขึ้นรถ วันนี้ไม่เมาไม่เลิก”

“ที่จริงไม่ต้องไปเลี้ยงส่งหวานกันก็ได้นะคะ หวานก็แค่ครูลูกจ้างเอง ลำบากทุกคนเปล่าๆ” คุณครูห้าคนกำลังพาน้ำหวานไปเลี้ยงส่งตามธรรมเนียมเวลามีคนเข้าคนออกจากงาน หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหาเรื่องกินนั่นเอง ส่วนคำว่าเลี้ยงส่งมันก็แค่ข้ออ้าง

“ไม่ลำบาก พวกพี่เต็มใจ แล้วหางานใหม่ได้หรือยังล่ะ”

“ได้แล้วค่ะ พรุ่งนี้เริ่มงานวันแรก”

“ป่ะถ้างั้นก็ฉลองได้งานใหม่ด้วยเลย วันนี้ไม่เมาไม่เลิกจ้า...” ทุกคนถอดชุดคุณครูออกแล้วเรียบร้อย เมื่อชุดถูกถอดออกพวกเขาก็คือคนธรรมดานี่เอง สถานที่วันนี้ก็คือผับหรูชานเมือง

“ถ้างั้นหวานไม่เกรงใจแล้วนะคะ” น้ำหวานขึ้นรถไปกับคุณครูรุ่นราวคราวเดียวกันห้าคนผู้หญิงสามผู้ชายสอง ตรงไปที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งแถวๆชานเมือง

@ทางด้านคชา

เวลานี้เป็นเวลาที่คชากำลังจะเข้านอนแล้วแต่เสียงโทรศัพท์มือถือดันดังขึ้นมาเสียก่อน แล้วมันก็คงจะเป็นเบอร์ใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ไอ้ธรณ์ เจ้าของผับเพื่อนสนิทของคชา

“โทรมาไม่รู้จักเวล่ำเวลา” เสียงทุ้มพูดกรอกลงไปในสายทันทีที่กดรับ

“เวลานี้แหละ ออกมาเพื่อน...กูรออยู่” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าที่ไหน

“กูไม่ไป” เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมแต่เช้า

“หนูนิดนอนแล้ว มึงไม่มีข้ออ้างออกมาเจอกันหน่อย วันนี้วันเกิดกู”

“เออ...ไปก็ไป” ในเมื่อวันนี้เป็นวันสำคัญของเพื่อนผมไม่รู้จะปฏิเสธมันยังไง สุดท้ายก็ยอมออกไป

“ก๊อกๆๆ คุณแม่คร๊าบ...หลับหรือยังคร๊าบ...” น้ำเสียงของผมก็จะอ้อนๆหน่อย สักครู่คุณแม่ก็เปิดประตูออกมา

“จะไปไหนอีกล่ะ” น้ำเสียงของท่านรู้เลยว่าอยากจะด่า ผมก็เลยยิ้มรอไว้ก่อนแล้ว

“ไอ้ธรณ์มันโทรตามครับ วันนี้วันเกิดมัน” ผมไม่ได้โกหก ยังไงก็ขอยืมชื่อมาเป็นข้ออ้างหน่อยแล้วกัน

“อย่ากลับให้มันดึกนักล่ะ ลูกก็มีแล้วยังเที่ยวไม่รู้จักโตอีก”

“ครับๆ ผมจะรีบกลับนะครับ ฝากคุณแม่ไปนอนเป็นเพื่อนยัยหนูสักคืนนะครับ” ปกติถ้าผมไม่ได้ไปไหน ผมนี่แหละจะเป็นคนนอนกับแก ส่วนวันที่ผมไม่อยู่ก็จะเป็นคุณแม่ที่ต้องไปดูแลให้

"อ้าว...มาแล้วเหรอนั่งก่อนเพื่อน" ผมเดินตรงเข้าไปที่ประจำก็เห็นว่าไอ้ธรณ์มันกำลังนั่งรอผมอยู่คนเดียว

“มึงไม่มีคนคบเหรอ ถึงได้โทรตามกู” ผมถามมันด้วยสีหน้าเซ็งๆ

“ไม่มี” ตอบออกมาได้! ผมปรายตามองมันนิดหน่อยก่อนที่จะยกแก้วเหล้าที่มันเป็นคนชงให้ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด

"ของขวัญไม่มีนะ ติดไว้ก่อน" จะเกิดเชี้ยอะไรทุกปี เอาจริงๆผมก็ไม่เคยให้อะไรมันสักปี

"เฮ้ยไม่เป็นไร กูไม่ได้ต้องการของขวัญ กูต้องการมึง" ผมรีบหันขวับไปมองหน้ามัน

"พูดเชี้ยอะไร ขนลุก!"

"กูหมายถึงต้องการเพื่อนกินเหล้าเว้ย"

"แล้วไป! ที่หลังก็พูดให้เคลียร์ๆหน่อย" ผมนั่งดื่มกับเพื่อนไปได้สักพัก มันก็ถามขึ้นมาว่า...

"สักคนมั้ยไอ้ช้าง วันนี้มีสาวมาใหม่" ผมทำท่าคิด คิดไปคิดมา...เอาก็เอา!

"จัดมาสิกูกำลังเบื่อๆพอดี" ไอ้เพื่อนคนนี้มันช่างรู้ใจผมเป็นที่สุด ถ้าได้ออกมาแบบนี้ ต้องมีของติดไม้ติดมือกลับไปทุกครั้ง ถึงผมจะมีลูก แต่ผมไม่มีเมีย ส่วนแม่ของลูก ผมก็แค่ทำเธอท้อง พอคลอดออกมาเธอก็เอาลูกมาส่งให้ ส่วนเธอก็คงไปที่ชอบๆแล้วมั้ง เราจบกันด้วยดีครับ

"กูนึกแล้วว่ามึงต้องไม่ปฏิเสธ ไปรอที่รถเลยเดี๋ยวกูให้ลูกน้องเอาไปส่งให้" ที่เก่าเวลาเดิม ผมเป็นนักธุรกิจค่อยข้างเป็นที่จับตามอง ถ้าเดินไปแบบเอิกเกริกแล้วมีคนมาเห็นเข้าอาจจะไม่ดีต่อภาพลักษณ์และธุรกิจที่ผมทำอยู่ ทุกครั้งไอ้เพื่อนรู้ใจของผมมันก็มักจะบริการผมดีแบบนี้เสมอ

"อือ..." ผมอือในลำคอไม่รู้ว่ามันจะได้ยินหรือเปล่าเพราะว่าเสียงในนี้มันดังมากแต่ผมก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปรอที่รถตามที่ไอ้ธรณ์มันบอก ก่อนที่ผมจะเดินออกมาผมเห็นมันกระดิกนิ้วเรียกลูกน้องของมันอย่างใจเย็น ผมรออยู่ที่รถติดเครื่องเปิดแอร์รออยู่สักครู่ ไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางจะเมามากพอสมควรเปิดประตูรถแล้วขึ้นมานั่ง

“ออกรถ...” เธอพูดแค่นี้น้ำเสียงอู้อี้แล้วก็หลับไป ผมได้แต่คิดในใจว่านี่เหรอวะ สินค้ามาใหม่ของไอ้ธรณ์ แต่ไหนๆก็มาแล้วผมก็เลยเหยียบคันเร่งขับรถออกไป แล้วพายัยนี่ขึ้นคอนโดส่วนตัวของผม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ละทิ้งทรยศมรณะ  โอบรับชีวิตใหม่
7.9
หลังครองรักมาสิบปี ฉันกลับถูกคู่หมั้นทิ้งกลางงานแต่งเพื่อไปหาหญิงอื่นที่อ้างว่าป่วยหนัก เขาบีบคั้นให้ฉันบริจาคเลือด สั่งฆ่าแมวฉัน และปล่อยให้ฉันจมน้ำตายอย่างเลือดเย็น ท้ายที่สุดเขายังทิ้งฉันที่กำลังจะขาดใจตายเพราะอาการแพ้ถั่วเพื่อพาเธอไปโรงพยาบาล ความเจ็บปวดนี้ทำให้ฉันตาสว่างว่าเขาพร้อมฆ่าฉันได้ทุกเมื่อ เมื่อพ่อเสนอให้ฉันแต่งงานใหม่กับอคิน CEO ผู้ทรงอิทธิพลเพื่อแก้ปัญหา ฉันจึงตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล เพราะหัวใจที่แตกสลายนี้ไม่เหลือที่ว่างให้ความรักลวงโลกอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ชัง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
8.1
แม็กซิมัสจำใจแต่งงานกับปั้นหยาหลังมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เขาคิดว่าเธอจงใจจัดฉาก เขาตอบแทนเธอด้วยความเกลียดชังและการทารุณราวกับโสเภณี พร้อมพาคนรักเก่ามาหยามเกียรติแม้ปั้นหยาจะแอบรักเขามาตลอดและยืนยันในความบริสุทธิ์ใจก็ตาม เมื่อความเจ็บปวดถึงขีดสุดเธอจึงขอหย่าขาดจากเขาเพื่อไปเริ่มต้นใหม่พร้อมความลับเรื่องลูกในครรภ์ที่เธอตั้งใจจะปกปิดเขาไปตลอดกาล ทิ้งให้เขาได้รับอิสรภาพตามที่ต้องการโดยไม่เรียกร้องสิ่งใดนอกจากความจบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย รอยรักปมพิศวาส
9.6
มาริสาพนักงานทำความสะอาดผู้ถูกคนรอบข้างตราหน้าว่าเป็นแม่ลูกอ่อนเพียงลำพัง ต้องตกตะลึงเมื่อได้พบกับมาร์แชล เมดิสัน ผู้บริหารหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่ดูสูงส่งเกินเอื้อม ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันกลับทำให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอคือแขกผู้ทรงเกียรติ มาริสาจึงตัดสินใจถลำลึกเข้าสู่เกมแห่งการโกหกเพื่อไขว่คว้าความสุขชั่วคราว แต่เมื่อความจริงเริ่มปรากฏพร้อมความลับอันอื้อฉาวในอดีตของพี่สาวที่ถูกขุดคุ้ย ปมปัญหาใหญ่ที่ซ่อนอยู่กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความรักระหว่างเธอกับเขาแทบไม่มีวันเป็นไปได้
หน้าปกนวนิยาย คำขาดอันโหดร้ายของซีอีโอ สู่การผงาด
8.4
หนึ่งปีเต็มที่ฉันยอมลดตัวเป็นเพียงพนักงานระดับล่างในบริษัทที่ร่วมสร้างกับคราม ผู้เป็นซีอีโอและคู่หมั้น แต่ความอดทนก็สิ้นสุดลงเมื่อเขาเลือกเข้าข้างเจด้า หญิงสาวจอมบงการที่จงใจราดกาแฟร้อนใส่ฉันจนบาดเจ็บ ครามสั่งให้ฉันก้มหัวขอโทษเธอต่อหน้านักลงทุนผ่านวิดีโอคอลเพื่อรักษาหน้าแขกคนสำคัญ โดยไม่สนศักดิ์ศรีหรือความจริงใจของฉันเลย เมื่อเขาเลือกทำลายความเชื่อใจ ฉันจึงตัดสินใจโทรหาพ่อเพื่อประกาศถอนหุ้นและตัดขาดความสัมพันธ์ที่แสนโหดร้ายนี้ให้จบสิ้นลง
หน้าปกนวนิยาย อดีตรัก สามีเก่า
9.4
ตลอดสามปีที่แต่งงาน เจียงซุ่ยทุ่มเทดูแลยู่จินเฉินในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ แต่ความดีของเธอกลับไม่เคยชนะใจเขาได้ เธอจึงตัดสินใจหย่าเพื่อให้เขาไปหาคนรักที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงดูถูกจากสังคมไฮโซที่มองว่าเธอสิ้นหวัง เจียงซุ่ยกลับประกาศว่าเธอจะกลับไปรับมรดกพันล้านที่บ้าน ซึ่งไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งเธอปรากฏตัวในฐานะเศรษฐินีที่รวยที่สุดในโลก เมื่อได้พบกันอีกครั้ง ยู่จินเฉินที่เห็นอดีตภรรยาถูกห้อมล้อมด้วยหนุ่มหล่อจึงเริ่มหึงหวงและพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวโดยยอมสละทุกอย่างเพื่อเธอ
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักวิวาห์จำเป็น [Bond of Love - Wedding]
8.2
เรโนลต์ ประธานหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ต้องสูญเสียความโสดและเงินก้อนโตเพื่อแต่งงานกับหญิงสาวปริศนาตามคำสั่งประกาศิตของบิดา แม้เธอจะเป็นเพียงหญิงกำพร้าธรรมดาที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่ในเมื่อเขาต้องลงทุนจ่ายไปมหาศาล เขาจึงตั้งใจจะตักตวงผลประโยชน์จากเมียที่ได้มาโดยไม่เต็มใจคนนี้ให้คุ้มค่าที่สุด ทั้งเรื่องบนเตียงและการใช้งานเธอให้หนักสมกับดอกเบี้ยที่เขาเสียไป วิวาห์จำเป็นครั้งนี้จึงไม่ใช่การยกย่องขึ้นหิ้ง แต่คือการเอาคืนให้สาสมกับสถานะที่ต้องเสียไป