
ข้ามเวลามาพบองครักษ์
ตอน 2
ณ บริษัทผลิตเครื่องสำอางค์ชื่อดังแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซู บริษัทแห่งนี้มีความใหญ่โตและทันสมัยมาก เป็นบริษัทที่รับผลิตเครื่องสำอางค์ให้กับแบรนด์ชื่อดังต่างๆ ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ความสำเร็จของบริษัทไม่ใช่แค่เพียงด้านธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในวงการความงามระดับสากล
จี้หยวน ทำงานในบริษัทนี้เป็นนักวิจัยและนักคิดค้นเครื่องสำอางค์ เธอได้รับการยกย่องในความสามารถของเธอในการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติพิเศษ มันเป็นความหลงใหลและความตั้งใจของเธอที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความสวยความงาม แต่ยังปลอดภัยและดีต่อผิวพรรณ จี้หยวนพยายามทุกวิถีทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะสร้างมาตรฐานในวงการนี้
แต่ในขณะที่เธอกำลังขับเคลื่อนตามความฝันของตัวเอง ก็มีคนที่ไม่ชอบเธอ ในหมู่เพื่อนร่วมงาน เฉินหลิง หนึ่งในทีมวิจัยมักจะขัดแย้งกับจี้หยวนในหลายๆ โปรเจ็ค การทำงานร่วมกันของพวกเธอไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันอยู่บ่อยครั้ง และเฉินหลิงมักจะพยายามแย่งความสำเร็จของจี้หยวนมาทำให้ตัวเองได้รับเครดิต
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อทั้งสองได้รับมอบหมายให้คิดค้นเครื่องสำอางค์ที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาเกี่ยวกับริมฝีปาก ลิปสติกที่แก้ปัญหาริมฝีปากคล้ำ โดยเฉพาะการพัฒนาเครื่องสำอางค์ที่จะช่วยให้ริมฝีปากดูสดใสและมีสุขภาพดีขึ้น ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ดีสำหรับจี้หยวน แต่เธอไม่เคยคาดคิดว่าเฉินหลิงจะได้นำเสนอผลงานของตัวเองก่อนที่เธอจะมีโอกาส
“มันคืองานของฉัน!”
จี้หยวนคิดในใจขณะที่ยืนอยู่ในห้องประชุมพร้อมกับทีมงาน เธอพยายามสงบสติอารมณ์ แต่มันก็ไม่ง่ายเลย เมื่อเห็นเฉินหลิงยิ้มอย่างพึงพอใจหลังจากที่ได้พรีเซนต์งานของตัวเอง
เมื่อจี้หยวนกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ความโกรธและความรู้สึกที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เธอรู้ทันทีว่าเฉินหลิงขโมยผลงานของเธอไป แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่มีหลักฐานที่จะสามารถจับได้ เฉินหลิงได้ผลงานนั้นไปเพราะการขาดหลักฐานที่ชัดเจนว่าเขาขโมยงานของเธอ
ในขณะที่คิดอย่างหงุดหงิดและเสียใจ เย็นวันนั้นจี้หยวนกำลังขับรถกลับบ้านอย่างเหม่อลอย ความเครียดทำให้เธอไม่สามารถมีสมาธิในการขับขี่ได้ดี ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดและรถยนต์บนถนนมีไม่มากนัก เธอไม่ทันได้สังเกตรถที่สวนมา จนเธอตกใจอย่างรุนแรง เธอหักพวงมาลัยรถอย่างกระทันหันจนรถเสียการทรงตัว หมุนคว้างไปตามถนนและพุ่งลงไปในแม่น้ำ
ความรู้สึกเจ็บปวดจากกระจกที่แตกและขาที่โดนบาดทำให้เธอรู้สึกมึนงง แต่เธอไม่ยอมแพ้ ขณะที่น้ำท่วมเข้ามา เธอพยายามทุบกระจกรถ และถีบตัวออกจากรถ จี้หยวนกัดฟันและพยายามว่ายน้ำไปหาฝั่ง เธอเห็นฝั่งไม่ไกลจากตัวเองเลย แต่ทุกๆ การว่ายน้ำทำให้ร่างกายเธอรู้สึกเหนื่อยล้าและเจ็บปวดจนเธอไม่สามารถจะทนได้มากกว่านี้ หลังจากที่ขึ้นฝั่งได้ เธอสลบไปทันที
เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาและมองไปรอบๆ เธอพบว่าตัวเองไม่อยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยเลย เธอเห็นทิวทัศน์ที่แปลกใหม่และผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงในวัยกลางคนยืนอยู่ข้างๆ เธอใส่ชุดจีนโบราณเหมือนในหนังที่เธอเคยดู แต่ไม่คิดว่าจะเป็นความจริง
“เจ้าเป็นยังไงบ้าง?”
ป้าผู้หญิงนั้นถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นจี้หยวนยังไม่ขยับตัว เธอจึงรีบเข้ามาพยุง และถามว่า
“เจ้าต้องการไปหาหมอหรือไม่?”
จี้หยวนที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์และไม่รู้จักที่ไหนก็รีบถามกลับไปทันที
“โรงพยาบาลอยู่ที่ไหน?”
คำถามของเธอทำให้ป้าคนนั้นดูงงๆ เพราะคำพูดของจี้หยวนฟังดูแปลกประหลาด ป้าจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สงสัยว่า
“เจ้าพูดจาแปลกๆ แต่ถ้าไม่เป็นอะไรถ้ายังไงไปพักที่บ้านข้าก่อนเถอะ”
หลังจากนั้นป้าคนนั้นจึงพาจี้หยวนไปที่บ้านของเธอระหว่างทางที่เดินไป จีหยวนรู้สึกมึนงงขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างรอบตัวดูแปลกไปจนทำให้เธอเริ่มสับสน คนที่เธอเห็นทั้งหมดล้วนแต่งตัวในชุดจีนโบราณและบางคนยังมองมาที่เธอด้วยความประหลาดใจ
บ้านของป้าคนนั้นเป็นบ้านที่ดูเก่าและไม่ได้หรูหราอะไร ภายในบ้านมีกลิ่นอับๆ พอเห็นแล้วก็รู้สึกได้ว่าฐานะของป้าคนนี้ไม่ค่อยดีนัก ป้าเหวินอี่บอกให้จีหยวนพักในห้องของเธอก่อนที่จะไปหาอาหารมาให้ แต่นั่นก็ยังไม่ช่วยให้จี้หยวนรู้สึกดีขึ้นเลย เธอเริ่มสงสัยว่าที่นี้มันที่ไหน
นางเอกเดินออกมาจากห้องพักเล็กๆ ของป้าเหวินอี่ เมื่อก้าวข้ามประตูบ้าน เธอก็พบกับบรรยากาศที่แตกต่างจากที่เคยเห็นมาก ทุกอย่างดูเก่าและไม่คุ้นเคย บ้านของป้าเหวินอี่มีลักษณะคล้ายบ้านไม้เก่า มีข้าวของเครื่องใช้มากมายวางระเกะระกะเต็มไปหมด บางชิ้นดูเก่าเก็บจนแทบจะกลายเป็นขยะที่ไม่น่าจะมีคนใช้อีกแล้ว บางชิ้นก็เป็นสิ่งของที่ดูเหมือนจะมีอายุหลายสิบปีขึ้นไป แต่ยังคงดูเหมือนของที่ถูกใช้งานอยู่
มีตะกร้าสานไม้ขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนมุมโต๊ะ มันเก่าและมีรอยขาดที่มุมหนึ่ง แต่ยังคงมีพวกใบไม้แห้งและผ้าผืนเล็กๆ อยู่ในนั้น เหมือนว่ามันเคยถูกใช้งานมาก่อน แต่ไม่มีใครดูแลมันอย่างจริงจังแล้ว จี้หยวนเดินไปใกล้ๆ และสังเกตเห็นข้าวของอื่นๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วบ้าน บางชิ้นเธอไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไร เครื่องมือนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน บางชิ้นเหมือนจะใช้ในการทำอาหาร หรือทำการเกษตร แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าใช้ทำอะไร
เมื่อเดินผ่านโต๊ะไม้เก่าๆ ที่เต็มไปด้วยสิ่งของเก่าแก่ จี้หยวนได้เห็นหม้อทองเหลืองขนาดเล็กตั้งอยู่บนโต๊ะมุมหนึ่ง มันมีสีที่ซีดจางและลวดลายบนหม้อก็ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์หรือรูปแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ว่ามันจะดูเก่าและชำรุด แต่เธอก็รู้สึกได้ว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์หรือมีความหมายบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ
นอกจากนี้ยังมีกรอบรูปไม้ที่แขวนอยู่บนผนัง มีภาพคนในชุดโบราณที่เธอไม่สามารถจำได้ว่าคือใคร แต่ภาพเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกถึงความแปลกประหลาดและบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยอย่างมาก ภายในกรอบรูปมีฝุ่นเกาะอยู่บางส่วน ซึ่งทำให้เธอรู้สึกถึงเวลาและประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในบ้านนี้
จี้หยวนเดินไปต่อ และพบกับชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าๆ หลายเล่มที่ปกแตกและหน้ากระดาษเหลืองกรอบ หนังสือเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่เธอเคยเห็นมาก่อน บางเล่มเธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเรื่อง หลายเล่มมีตัวอักษรจีนโบราณที่เธอแทบจะไม่สามารถอ่านได้ ชื่อหนังสือบางเล่มทำให้เธอรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับยุคสมัยที่เธอกำลังอยู่
ท่ามกลางข้าวของมากมายที่วางอยู่ จี้หยวนไม่สามารถหยุดสงสัยได้ว่าเธอกำลังอยู่ในที่ใดกันแน่ ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นโลกที่เธอไม่รู้จัก และบางทีอาจจะไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต แต่เธอก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ทันที แม้จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่สถานที่ที่เธอคุ้นเคย แม้ว่าจะมีสิ่งของบางชิ้นที่ยังคงใช้ได้ แต่การที่เธอไม่รู้จักทุกอย่างที่นี่กลับทำให้ความสับสนในใจของเธอเพิ่มขึ้นมากยิ่งกว่าเดิม
คุณอาจจะชอบ





