ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้ามเวลามาพบองครักษ์

ข้ามเวลามาพบองครักษ์

เมื่อนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องสำอางจากโลกปัจจุบันต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ดึงดูดเธอให้ทะลุมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคจีนโบราณอย่างปาฏิหาริย์ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยและไร้ซึ่งทักษะการเอาตัวรอดในด้านอื่น เธอจึงมีเพียงความรู้และความสามารถในการสร้างสรรค์เครื่องประทินโฉมเป็นอาวุธข้างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มาร่วมลุ้นไปกับเส้นทางชีวิตบทใหม่ที่เธอต้องใช้ศาสตร์แห่งความงามเพื่อพิสูจน์คุณค่าและเอาชนะอุปสรรคในดินแดนต่างยุคแห่งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ณ บริษัทผลิตเครื่องสำอางค์ชื่อดังแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซู บริษัทแห่งนี้มีความใหญ่โตและทันสมัยมาก เป็นบริษัทที่รับผลิตเครื่องสำอางค์ให้กับแบรนด์ชื่อดังต่างๆ ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ความสำเร็จของบริษัทไม่ใช่แค่เพียงด้านธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในวงการความงามระดับสากล

จี้หยวน ทำงานในบริษัทนี้เป็นนักวิจัยและนักคิดค้นเครื่องสำอางค์ เธอได้รับการยกย่องในความสามารถของเธอในการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติพิเศษ มันเป็นความหลงใหลและความตั้งใจของเธอที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความสวยความงาม แต่ยังปลอดภัยและดีต่อผิวพรรณ จี้หยวนพยายามทุกวิถีทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะสร้างมาตรฐานในวงการนี้

แต่ในขณะที่เธอกำลังขับเคลื่อนตามความฝันของตัวเอง ก็มีคนที่ไม่ชอบเธอ ในหมู่เพื่อนร่วมงาน เฉินหลิง หนึ่งในทีมวิจัยมักจะขัดแย้งกับจี้หยวนในหลายๆ โปรเจ็ค การทำงานร่วมกันของพวกเธอไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันอยู่บ่อยครั้ง และเฉินหลิงมักจะพยายามแย่งความสำเร็จของจี้หยวนมาทำให้ตัวเองได้รับเครดิต

ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อทั้งสองได้รับมอบหมายให้คิดค้นเครื่องสำอางค์ที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาเกี่ยวกับริมฝีปาก ลิปสติกที่แก้ปัญหาริมฝีปากคล้ำ โดยเฉพาะการพัฒนาเครื่องสำอางค์ที่จะช่วยให้ริมฝีปากดูสดใสและมีสุขภาพดีขึ้น ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ดีสำหรับจี้หยวน แต่เธอไม่เคยคาดคิดว่าเฉินหลิงจะได้นำเสนอผลงานของตัวเองก่อนที่เธอจะมีโอกาส

“มันคืองานของฉัน!”

จี้หยวนคิดในใจขณะที่ยืนอยู่ในห้องประชุมพร้อมกับทีมงาน เธอพยายามสงบสติอารมณ์ แต่มันก็ไม่ง่ายเลย เมื่อเห็นเฉินหลิงยิ้มอย่างพึงพอใจหลังจากที่ได้พรีเซนต์งานของตัวเอง

เมื่อจี้หยวนกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ความโกรธและความรู้สึกที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เธอรู้ทันทีว่าเฉินหลิงขโมยผลงานของเธอไป แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่มีหลักฐานที่จะสามารถจับได้ เฉินหลิงได้ผลงานนั้นไปเพราะการขาดหลักฐานที่ชัดเจนว่าเขาขโมยงานของเธอ

ในขณะที่คิดอย่างหงุดหงิดและเสียใจ เย็นวันนั้นจี้หยวนกำลังขับรถกลับบ้านอย่างเหม่อลอย ความเครียดทำให้เธอไม่สามารถมีสมาธิในการขับขี่ได้ดี ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดและรถยนต์บนถนนมีไม่มากนัก เธอไม่ทันได้สังเกตรถที่สวนมา จนเธอตกใจอย่างรุนแรง เธอหักพวงมาลัยรถอย่างกระทันหันจนรถเสียการทรงตัว หมุนคว้างไปตามถนนและพุ่งลงไปในแม่น้ำ

ความรู้สึกเจ็บปวดจากกระจกที่แตกและขาที่โดนบาดทำให้เธอรู้สึกมึนงง แต่เธอไม่ยอมแพ้ ขณะที่น้ำท่วมเข้ามา เธอพยายามทุบกระจกรถ และถีบตัวออกจากรถ จี้หยวนกัดฟันและพยายามว่ายน้ำไปหาฝั่ง เธอเห็นฝั่งไม่ไกลจากตัวเองเลย แต่ทุกๆ การว่ายน้ำทำให้ร่างกายเธอรู้สึกเหนื่อยล้าและเจ็บปวดจนเธอไม่สามารถจะทนได้มากกว่านี้ หลังจากที่ขึ้นฝั่งได้ เธอสลบไปทันที

เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาและมองไปรอบๆ เธอพบว่าตัวเองไม่อยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยเลย เธอเห็นทิวทัศน์ที่แปลกใหม่และผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงในวัยกลางคนยืนอยู่ข้างๆ เธอใส่ชุดจีนโบราณเหมือนในหนังที่เธอเคยดู แต่ไม่คิดว่าจะเป็นความจริง

“เจ้าเป็นยังไงบ้าง?”

ป้าผู้หญิงนั้นถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นจี้หยวนยังไม่ขยับตัว เธอจึงรีบเข้ามาพยุง และถามว่า

“เจ้าต้องการไปหาหมอหรือไม่?”

จี้หยวนที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์และไม่รู้จักที่ไหนก็รีบถามกลับไปทันที

“โรงพยาบาลอยู่ที่ไหน?”

คำถามของเธอทำให้ป้าคนนั้นดูงงๆ เพราะคำพูดของจี้หยวนฟังดูแปลกประหลาด ป้าจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สงสัยว่า

“เจ้าพูดจาแปลกๆ แต่ถ้าไม่เป็นอะไรถ้ายังไงไปพักที่บ้านข้าก่อนเถอะ”

หลังจากนั้นป้าคนนั้นจึงพาจี้หยวนไปที่บ้านของเธอระหว่างทางที่เดินไป จีหยวนรู้สึกมึนงงขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างรอบตัวดูแปลกไปจนทำให้เธอเริ่มสับสน คนที่เธอเห็นทั้งหมดล้วนแต่งตัวในชุดจีนโบราณและบางคนยังมองมาที่เธอด้วยความประหลาดใจ

บ้านของป้าคนนั้นเป็นบ้านที่ดูเก่าและไม่ได้หรูหราอะไร ภายในบ้านมีกลิ่นอับๆ พอเห็นแล้วก็รู้สึกได้ว่าฐานะของป้าคนนี้ไม่ค่อยดีนัก ป้าเหวินอี่บอกให้จีหยวนพักในห้องของเธอก่อนที่จะไปหาอาหารมาให้ แต่นั่นก็ยังไม่ช่วยให้จี้หยวนรู้สึกดีขึ้นเลย เธอเริ่มสงสัยว่าที่นี้มันที่ไหน

นางเอกเดินออกมาจากห้องพักเล็กๆ ของป้าเหวินอี่ เมื่อก้าวข้ามประตูบ้าน เธอก็พบกับบรรยากาศที่แตกต่างจากที่เคยเห็นมาก ทุกอย่างดูเก่าและไม่คุ้นเคย บ้านของป้าเหวินอี่มีลักษณะคล้ายบ้านไม้เก่า มีข้าวของเครื่องใช้มากมายวางระเกะระกะเต็มไปหมด บางชิ้นดูเก่าเก็บจนแทบจะกลายเป็นขยะที่ไม่น่าจะมีคนใช้อีกแล้ว บางชิ้นก็เป็นสิ่งของที่ดูเหมือนจะมีอายุหลายสิบปีขึ้นไป แต่ยังคงดูเหมือนของที่ถูกใช้งานอยู่

มีตะกร้าสานไม้ขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนมุมโต๊ะ มันเก่าและมีรอยขาดที่มุมหนึ่ง แต่ยังคงมีพวกใบไม้แห้งและผ้าผืนเล็กๆ อยู่ในนั้น เหมือนว่ามันเคยถูกใช้งานมาก่อน แต่ไม่มีใครดูแลมันอย่างจริงจังแล้ว จี้หยวนเดินไปใกล้ๆ และสังเกตเห็นข้าวของอื่นๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วบ้าน บางชิ้นเธอไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไร เครื่องมือนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน บางชิ้นเหมือนจะใช้ในการทำอาหาร หรือทำการเกษตร แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าใช้ทำอะไร

เมื่อเดินผ่านโต๊ะไม้เก่าๆ ที่เต็มไปด้วยสิ่งของเก่าแก่ จี้หยวนได้เห็นหม้อทองเหลืองขนาดเล็กตั้งอยู่บนโต๊ะมุมหนึ่ง มันมีสีที่ซีดจางและลวดลายบนหม้อก็ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์หรือรูปแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ว่ามันจะดูเก่าและชำรุด แต่เธอก็รู้สึกได้ว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์หรือมีความหมายบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ

นอกจากนี้ยังมีกรอบรูปไม้ที่แขวนอยู่บนผนัง มีภาพคนในชุดโบราณที่เธอไม่สามารถจำได้ว่าคือใคร แต่ภาพเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกถึงความแปลกประหลาดและบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยอย่างมาก ภายในกรอบรูปมีฝุ่นเกาะอยู่บางส่วน ซึ่งทำให้เธอรู้สึกถึงเวลาและประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในบ้านนี้

จี้หยวนเดินไปต่อ และพบกับชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าๆ หลายเล่มที่ปกแตกและหน้ากระดาษเหลืองกรอบ หนังสือเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่เธอเคยเห็นมาก่อน บางเล่มเธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเรื่อง หลายเล่มมีตัวอักษรจีนโบราณที่เธอแทบจะไม่สามารถอ่านได้ ชื่อหนังสือบางเล่มทำให้เธอรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับยุคสมัยที่เธอกำลังอยู่

ท่ามกลางข้าวของมากมายที่วางอยู่ จี้หยวนไม่สามารถหยุดสงสัยได้ว่าเธอกำลังอยู่ในที่ใดกันแน่ ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นโลกที่เธอไม่รู้จัก และบางทีอาจจะไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต แต่เธอก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ทันที แม้จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่สถานที่ที่เธอคุ้นเคย แม้ว่าจะมีสิ่งของบางชิ้นที่ยังคงใช้ได้ แต่การที่เธอไม่รู้จักทุกอย่างที่นี่กลับทำให้ความสับสนในใจของเธอเพิ่มขึ้นมากยิ่งกว่าเดิม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
9.0
จากอดีตผู้รอดชีวิตในยุคซอมบี้ล้างโลก ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวที่แสนยากจน แถมยังถูกญาติพี่น้องรุมกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อโชคชะตาเล่นตลกเธอจึงขอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องลุกขึ้นมาใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะและนำพาทุกคนในครอบครัวก้าวข้ามความลำบากมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครากลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของมารดาที่บิดาไม่รัก
9.2
เมื่อนักเขียนสาวข้ามภพมาเกิดใหม่ในร่างลูกน้อย ภารกิจหลักของเธอคือการเป็นผู้ช่วยคนสำคัญเพื่อพามารดาหนีจากโชคชะตาอันโหดร้าย เมิ่งสืออีผู้เป็นแม่ถูกย่าและอนุของสามีรังแกปางตาย แม้หานชางเหยียนผู้เป็นสามีจะกลับจากสงคราม แต่นางกลับได้รับเพียงความเจ็บช้ำน้ำใจแทนการปกป้องที่คาดหวัง เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง สองแม่ลูกจึงต้องร่วมมือกันหาทางหลบหนีจากบิดาไร้หัวใจ เพื่อมุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ที่สงบสุขและงดงามท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ตามที่ตั้งใจไว้
หน้าปกนวนิยาย ย้อนอดีต...มาหารัก
8.2
นิยามที่ว่าการแต่งงานคือจุดสิ้นสุดของความรักอาจไม่ใช่ความจริง เพราะสำหรับบางคนมันคือจุดเริ่มต้นของบททดสอบครั้งใหญ่ที่ยากจะคาดเดา เมื่อโชคชะตาหยิบยื่นโอกาสสุดพิเศษให้มนุษย์สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้นในอดีตได้อีกครั้ง คำถามสำคัญที่ตามมาคือการตัดสินใจแก้ไขความผิดพลาดในวันวานจะส่งผลกระทบจนเปลี่ยนแปลงเส้นทางอนาคตไปตลอดกาลได้จริงหรือ ร่วมออกเดินทางค้นหาคำตอบของหัวใจในเรื่องราวความรักข้ามเวลาสุดเข้มข้นที่แฝงไปด้วยความหวัง
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
7.9
เมื่อวิญญาณของนักฆ่าสาวผู้ไร้ความปรานีอันดับหนึ่งได้ข้ามมิติมาสวมร่างหญิงสาวผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ในยุคโบราณ เธอต้องเผชิญกับชีวิตที่แสนรันทดท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยามและการกลั่นแกล้งสารพัดจากผู้คนรอบข้างที่รุมสาปส่งเธออย่างไม่ใยดี ทว่าด้วยจิตวิญญาณของเพชฌฆาตสาวผู้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เธอจึงพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและเปลี่ยนโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ทุกคนต้องยำเกรงในความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทุกคนเคยดูแคลน