
ข้ามเวลามาพบองครักษ์
ตอน 3
จี้หยวนกลับมานั่งที่เก้าอี้ในห้องเล็กๆ ของป้าเหวิ่นอี่ เมื่อร่างกายเริ่มพักผ่อนจากความเหน็ดเหนื่อยจากการว่ายน้ำและการเดินทาง อาการมึนงงเริ่มคลายไปบ้าง แต่เธอก็ยังรู้สึกงุนงงกับสถานที่แปลกๆ ที่เธอต้องอยู่ในตอนนี้ ข้าวของที่เต็มไปด้วยความเก่าแก่และการแต่งกายของคนรอบข้างยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่เธอก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับความสงสัยนั้นได้ในตอนนี้
ขณะที่เธอทบทวนความคิด ป้าเหวิ่นอี่ก็กลับเข้ามาในห้องพร้อมกับอาหารในมือ และตามหลังมาเป็นชายแก่ที่ดูเคร่งขรึม ใบหน้าของชายแก่ดูท่าทางอายุมาก สวมชุดหมอที่เรียบง่าย แต่ก็มีลักษณะคล้ายกับคนที่มีประสบการณ์มากมายในสายงาน เขาถือกล่องขนาดกลางๆ ที่มีลักษณะคล้ายกล่องยาสมุนไพรติดตัวมา
"นี่คือหมอหลู่ซา" ป้าเหวิ่นอี่พูดพร้อมกับยิ้มบางๆ "ข้าไปตามให้มาดูเจ้า"
จี้หยวนเหลือบตามองชายแก่ที่ถูกเรียกว่า "หมอหลู่ซา" เธอยังไม่แน่ใจว่าหมอจริงๆ หรือเปล่า แต่จากท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติและการเข้ามาดูอาการของเธอในทันที ก็ทำให้เธอไม่ได้ขัดขืนอะไรในตอนนี้ เธอเพียงแค่หวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือให้กลับมารู้สึกดีขึ้น
หมอหลู่ซาท่าทางเป็นคนมีประสบการณ์มากมาย เขาก้มลงมองจี้หยวนอย่างละเอียด จากนั้นก็พูดเสียงต่ำว่า
"นางไม่ได้เป็นอะไรมาหรอก เจ้าเอายานี้ให้เธอดมนางจะดีขึ้น"
หมอหลู่ซาเอากล่องยาสมุนไพรที่ดูเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติยื่นให้ป้าเหวิ่นอี่พร้อมกล่าวว่า
"ให้เธอดมกลิ่นนี้ อาการจะดีขึ้นเอง"
ป้าเหวิ่นอี่รับยาและถามถึงค่ารักษา
"ค่าใช้จ่ายล่ะท่านหมอ"
หมอหลู่ซาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่ค่อนข้างแข็ง
"สองตำลึง"
ป้าเหวิ่นอี่หน้าเสียทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ เธอไม่ค่อยมีเงินพอจะจ่ายค่ารักษาในราคานี้ จี้หยวนเห็นท่าทางของป้าเหวิ่นอี่และรู้สึกเห็นใจ เธอคิดในใจว่าเธอคงต้องหาทางช่วยให้ป้าเหวิ่นอี่โดยการจ่ายค่ารักษาแทน
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง จี้หยวนรู้สึกถึงสร้อยทองที่อยู่ที่ข้อมือของเธอ เธอไม่ได้คิดอะไรมากนัก จึงรีบแกะมันออกจากข้อมือและยื่นไปให้ป้าเหวิ่นอี่
"ฉันจ่ายแทนเอง" จี้หยวนพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
สร้อยทองเส้นเล็กๆ นี้ไม่ได้มีค่าแค่ทองคำเท่านั้น แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่เธอพอจะยอมแลกเปลี่ยนเพื่อให้ป้าเหวิ่นอี่จ่ายค่ารักษาหมอหลู่ซาได้ ป้าเหวิ่นอี่มองสร้อยทองในมือจี้หยวนด้วยสายตาตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นความมั่นใจในท่าทางของจี้หยวน เธอก็ยอมรับไปโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม
หมอหลู่ซาที่เห็นสร้อยทองในมือของจี้หยวนก็รู้ทันทีว่าเธอมีสิ่งที่มีค่ามากกว่าค่ารักษาที่เขากำหนดไว้ เมื่อหมอหลู่ซารับสร้อยทองจากมือป้าเหวิ่นอี่ เขาก็ไม่พูดอะไรต่อ รีบเก็บมันไว้ในกระเป๋าของตนอย่างรวดเร็ว และไม่รอช้า เขารีบเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีการพูดคุยหรือกล่าวคำขอบคุณ
จี้หยวนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องเริ่มรวบรวมสติได้บ้าง เธอมองไปรอบๆ อีกครั้ง ทั้งบรรยากาศ ข้าวของ และการแต่งกายของคนในหมู่บ้านยังคงดูแปลกตาและไม่น่าเชื่อสำหรับเธอ ความสงสัยเพิ่มพูนขึ้นในใจจนเธอทนไม่ไหว จึงหันไปถามป้าเหวิ่นอี่ที่กำลังจัดของอยู่ในห้อง
"ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ถ่ายหนังหรอกเหรอคะ?" จี้หยวนถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน
ป้าเหวิ่นอี่หยุดมือที่กำลังจัดถ้วยชามแล้วหันมามองหน้าจี้หยวนด้วยความแปลกใจ "เจ้าว่าอะไรนะ? ถ่ายหนัง? หนังอะไร?"
จี้หยวนที่เห็นสีหน้าของป้าเหวิ่นอี่เริ่มรู้สึกผิดปกติ แต่เธอก็พยายามหาเหตุผลมาหักล้างความคิดที่ดูจะเหลวไหลของตัวเอง "หรือว่า...ที่นี่จะเป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นสำหรับการถ่ายละครย้อนยุค?"
คำพูดของจี้หยวนทำให้ป้าเหวิ่นอี่ขมวดคิ้วแน่น "เจ้าพูดอะไรแปลกๆ นะ ข้าฟังไม่เข้าใจเลย"
จี้หยวนรู้สึกว่าคำถามของเธอเริ่มไม่สมเหตุสมผล เธอจึงเปลี่ยนคำถามทันที "ถ้างั้น...ขอถามอะไรหน่อยค่ะ ที่นี่คือยุคอะไร แล้วตอนนี้ราชวงศ์อะไรปกครองอยู่?"
ป้าเหวิ่นอี่มองหน้าจี้หยวนเหมือนเธอเป็นคนสติไม่ดี "นี่เจ้าตกน้ำจนเลอะเลือนเลยหรือไง ถึงกับจำไม่ได้ว่ายุคสมัยไหน"
คำพูดนั้นทำให้จี้หยวนรู้สึกอึดอัด แต่เธอก็พยายามฟังคำตอบของป้าเหวิ่นอี่ "นี่มันสมัยราชวงศ์ซ่ง ตอนนี้เป็นช่วงที่ใต้เท้าเป๋าบุ๋นจิ้นกำลังทำงานปราบปรามคดีใหญ่โตอยู่ เจ้าคงเคยได้ยินชื่อนี้บ้างล่ะมั้ง?"
คำตอบของป้าเหวิ่นอี่ทำให้จี้หยวนถึงกับนิ่งค้าง เธอเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัว คำว่า "ราชวงศ์ซ่ง" และชื่อ "เป๋าบุ๋นจิ้น" ทำให้เธอแทบลืมหายใจ
"ราชวงศ์ซ่ง? เป๋าบุ๋นจิ้น?" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
ความคิดที่วนเวียนในหัวเธอเริ่มบอกสิ่งที่เธอไม่อยากเชื่อ "หรือว่า…เราจะย้อนเวลากลับมาจริงๆ น่ะเหรอ? ไม่ใช่สิ มันเป็นไปไม่ได้ นี่มันเรื่องในละครเท่านั้นเอง!"
แต่เมื่อเธอพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองติดอยู่ในฝันร้าย จี้หยวนยกมือขึ้นมากุมหัวพลางคิดในใจ "โอ๊ย ตายแล้ว! ฉันจะทำยังไงดี ฉันจะอยู่ยังไง แล้วฉันจะได้กลับไปหรือเปล่า…"
ความสับสนและความกลัวที่ถาโถมเข้ามาทำให้จี้หยวนเผลอกัดริมฝีปากแน่น เธอเงยหน้ามองป้าเหวิ่นอี่ที่ยังคงมองเธอด้วยสายตางุนงง แต่ไม่รู้ว่าความช่วยเหลือใดจะช่วยเธอให้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้
คุณอาจจะชอบ





