ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม

พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม

หลินซานซานกำพร้าพ่อแม่แต่โชคดีที่ประมุขสกุลหลินรับเลี้ยง ทำให้นางได้ใกล้ชิดกับพี่ชายที่หลงรัก ทว่าหัวใจต้องแตกสลายเมื่อเขาได้รับสมรสพระราชทานกับฮูหยินโฉมงามที่นางไม่เคยเห็นหน้า แม้นางจะพยายามทำใจยอมรับพี่สะใภ้คนใหม่ แต่ความจริงกลับชวนตกตะลึงเมื่อพบว่าฮูหยินผู้นี้คือจางอี้ซวน แม่ทัพหนุ่มผู้น่าเกรงขามที่ปลอมตัวมา เขาข่มขู่ให้นางเก็บงำความลับนี้ไว้แลกกับการหย่าขาดในหนึ่งปี มิเช่นนั้นตระกูลหลินอาจต้องพินาศลงด้วยน้ำมือของเขาเอง
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

สองวันผ่านไป ดรุณีน้อยก็มาปรากฏอยู่กลางจวนของผู้ตรวจการหลิน และเป็นอย่างที่คิดว่าระยะนี้หลินจิ้นฝูค่อนข้างมีงานมากมายให้สะสาง เหตุเพราะฮ่องเต้มีราชโองการให้ผู้ตรวจการดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมืองให้สงบสุขเพราะช่วงหลังมานี้ ชาวบ้านและโรงพนัน รวมถึงหอคณิกามักมีปัญหาวิวาทกันบ่อยครั้ง สาเหตุทั้งหมดทั้งมวลมาจากผู้ตรวจการคนเดิมได้รับสินบนจากโรงพนันและโรงคณิกาเหล่านั้น อนุญาตให้ขูดรีดชาวบ้านจนกระทั่งเรื่องแดง ครั้นถูกปลดและลงโทษให้จองจำ หลินจิ้นฝูซึ่งสอบจอหงวนได้เป็นบัณฑิตจึงได้รับแต่งตั้งให้มารับหน้าที่นี้แทน แต่ดูแล้วตำแหน่งที่เขาได้รับดูเหมือนจะเป็นผู้เก็บกวาดมากกว่าผู้ตรวจการเมือง เพราะเขาต้องมาจัดการเก็บกวาดซากโสมมที่อดีตผู้ตรวจการทิ้งไว้ให้ทุกวี่วันไม่ละเว้น

ช่างเป็นงานที่หนักหนานัก...

วันนี้ก็เช่นกันที่ภาระหน้าที่มีให้สะสางมากมาย เขาทักทายกับหลินซานซานได้เพียงเล็กน้อยก็จากไป ปล่อยให้นางได้ยืนมองตามหลังอยู่กลางจวน ก่อนที่พ่อบ้านจะนำทางนางเข้าไปยังเรือนรับรอง

“ฮูหยินของอาจิ้นล่ะ”

หลินซานซานร้องถามเมื่อเข้ามายังเรือนรับรองแล้ว ที่ถามก็เพราะตั้งแต่เข้ามาที่จวน นางยังไม่เห็นพี่สะใภ้ของตนแม้แต่เงาทั้งที่ควรจะออกมาต้อนรับในฐานะเจ้าบ้าน พ่อบ้านซึ่งกำลังสั่งให้บ่าวรับใช้ขนข้าวของของหลินซานซานไปเก็บหันมาตอบคำถามอย่างนอบน้อม

“ฮูหยินยังไม่ตื่นขอรับ”

หลินซานซานย่นคิ้วพลัน

ยังไม่ตื่น... ป่านนี้แล้วน่ะหรือที่บอกว่ายังไม่ตื่น?

ยามนี้ดวงอาทิตย์เกือบจะตรงศีรษะ ทำให้หลินซานซานอดคิดไม่ได้เลยว่าจางอี้ซวนช่างเป็นฮูหยินที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย นอนจนตะวันตรงหัวเช่นนี้ ใช้ได้ที่ไหนกัน สตรีที่ดีควรตื่นก่อน นอนทีหลังสามี ในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วจะดูแลหลินจิ้นฝูให้ดีได้อย่างไร หากเป็นนาง รับรองเลยว่านางจะไม่มีวันตื่นทีหลังสามีเป็นอันขาด!

อดเปรียบเทียบตนกับพี่สะใภ้ไม่ได้อีกแล้ว หลินซานซานจำต้องเตือนตนเองว่ามาที่จวนของญาติผู้พี่เพราะเหตุใด ก่อนที่จะปรับสีหน้าแล้วเอ่ยบอกกับพ่อบ้าน

“เช่นนั้นเจ้าช่วยไปบอกนางหน่อยได้หรือไม่ว่าข้ามาถึงแล้ว อยากจะทักทายนางเสียหน่อย ช่วยไปปลุกนางที”

หญิงสาวรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้ไม่มีมารยาทนัก แต่พี่สะใภ้ของนางเองก็หาได้มีมารยาทเช่นกัน นางให้คนมาส่งข่าวตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้วว่านางจะมา พี่สะใภ้ย่อมรู้ดีว่าวันนี้จะมีแขก แล้วเหตุใดถึงได้นอนหลับอุตุไม่สนใจฟ้าดินกัน

พ่อบ้านเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วน ยืนนิ่งไม่ไปไหน ทำให้หลินซานซานต้องเลิกคิ้วสูง

“มีอะไรหรือ”

“คือว่า...”

เขาทำท่าเหมือนจะพูดแล้วก็ไม่พูด หลินซานซานเลยต้องถามซ้ำ

“คือว่าอะไร”

“นายหญิงมักอารมณ์ฉุนเฉียวหากถูกรบกวนตอนนอนน่ะขอรับคุณหนู”

อ๋อ เพราะเหตุนี้นี่เอง พ่อบ้านถึงมีท่าทางอึกอัก เมื่อหรี่ตาพิจารณาจากท่าทางเขาแล้ว สงสัยพี่สะใภ้ของนางคงจะอารมณ์ร้ายพอตัวเสียกระมัง อีกฝ่ายถึงได้มีท่าทีหวาดเกรงถึงเพียงนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถิด ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปลุกนาง อีกเดี๋ยวก็ตะวันตรงหัวแล้ว จะให้นางซึ่งเป็นแขกนั่งรอทักทายกับผู้เป็นเจ้าของจวนด้วยเหตุผลว่าเจ้าของจวนไม่ยอมตื่นได้อย่างไรกัน

“ไม่เป็นไร ไปตามนางเถิด หากนางจะตีเจ้าก็ให้รีบวิ่งมาหาข้าก็แล้วกัน ข้าช่วยเจ้าเอง”

หลินซานซานอ้างตัว อย่างน้อยนางก็เป็นคุณหนูของสกุลหลิน เป็นถึงหลานสาวคนโปรดของท่านเสนาบดีและเป็นญาติผู้น้องของผู้ตรวจการเมือง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเกรงใจนางกันบ้างล่ะ

พ่อบ้านไร้ซึ่งทางเลือก แม้ไม่อยากไปก็ต้องไป ปล่อยให้หลินซานซานนั่งรออยู่ในเรือน รออยู่ครู่ใหญ่ สตรีในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาก็ปรากฏกายให้เห็น พียงปรากฏวาบที่หางตาแวบเดียว หลินซานซานก็จำได้ทันทีว่าคนผู้นั้นคือพี่สะใภ้ของตน

“คารวะพี่สะใภ้ ซานเอ๋อร์ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยเจ้าค่ะ”

หลินซานซานรีบลุกขึ้นย่อคำนับ ครั้นอีกฝ่ายพยักหน้า ทอดมองนางด้วยแววตานิ่งเรียบ หลินซานซานก็เงยหน้าขึ้นมองนางบ้าง จากนั้นก็ต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ อีกฝ่ายหาได้ประทินโฉมดั่งเช่นเมื่องานมงคลสมรสแต่อย่างใด ทว่าดวงหน้าผุดผาดของพี่สะใภ้ยังคงช่วงชิงลมหายใจของนางไปได้เหมือนเคย แม้ผมเผ้าจะไม่ได้รวบปักปิ่น เพียงรวบเกล้าไว้หลวมๆ แค่นั้นก็ทำให้นางงดงามดั่งเทพธิดาเดินดินแล้ว

คนถูกรบกวนเวลานอนปรายตามองหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้า ใช่ว่าจะไม่รู้จักนาง รู้จักอย่างดีทีเดียวเพราะบ่าวไพร่ในจวนที่ส่วนหนึ่งมาจากจวนใหญ่ของสกุลหลินล้วนพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าหลินซานซานเป็นญาติผู้น้องที่สนิทสนมกับหลินจิ้นฝูเป็นอย่างมาก เพียงแต่หาได้เคยเสวนาด้วยจึงไม่รู้ว่าสนิทสนมกันมากเพียงใดก็เท่านั้น

แต่จะสนิทสนมกันอย่างไรก็หาใช่เรื่องของนาง นายหญิงแห่งจวนผู้ตรวจการเมืองปรือตาลงเล็กน้อยด้วยยังงัวเงียอยู่ ก่อนจะโบกมือไหวน้อยๆ

“ตามสบายเถิด ไม่ต้องมากพิธี”

น้ำเสียงของนางแหบพร่าราวกับคนไม่สบาย หลินซานซานอดชะงักไม่ได้ พลันก็นึกเป็นห่วง

“ข้าไม่แน่ใจว่าที่ชายแดนนั้นมีอากาศเป็นอย่างไร แต่ที่เมืองหลวงบางคราก็อากาศร้อน บางคราก็หนาว วันดีคืนดีก็ฝนตก อากาศแปรปรวนเช่นนี้ พี่สะใภ้อาจจะยังไม่คุ้นชินอากาศที่นี่สักเท่าไร ควรสวมเสื้อผ้าหนาๆ จะได้ช่วยป้องกันไม่ให้เจ็บไข้นะเจ้าคะ”

คำพูดของหลินซานซานทำเอาคนที่เกือบจะอ้าปากหาวหวอดชะงักกึก เหลือบมองอีกฝ่ายนิ่ง ขณะที่คนพูดหลุบตาลงต่ำ หนีสายตาคมจากนัยน์ตาเรียวสวยด้วยมิอาจทนมองหน้าได้ไหว ใช่ว่าทนไม่ไหวเพราะนางเป็นฮูหยินของคนที่นางรัก แต่เป็นเพราะสะคราญโฉมเกินไปจนมิอาจสู้หน้าตรงๆ ได้ไหว เห็นหน้าอีกฝ่ายแล้ว นางก็อดอับอายที่มิอาจสู้ความงามของคนตรงหน้าได้

“ลำบากให้เจ้าเป็นห่วงแล้ว”

พี่สะใภ้เอ่ยขึ้น หลินซานซานเหลือบมอง ในหัวครุ่นคิดว่าขนาดอีกฝ่ายไม่ยกยิ้มใดๆ ยังงดงามถึงเพียงนี้ หากยิ้มขึ้นมาเมื่อไรคงสะกดผู้คนทั้งโลกให้หลงใหลได้ไม่ยาก แม้แต่หลินจิ้นฝูเองก็คงจะต้องหลงใหลนางเช่นกัน

ในตอนนี้อาจจะยัง แต่ในเบื้องหน้าก็ไม่แน่ อยู่ร่วมชายคา พบหน้ากันทุกวัน ถึงนางจะไม่ใช่หญิงคนรักแต่ก็เป็นน้องสาวของสตรีผู้นั้น รูปร่างหน้าตาย่อมมีบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน หลินจิ้นฝูทำใจได้เมื่อไรคงมิแคล้วหลงใหลนางเป็นแน่

หลินจิ้นฝูหลงใหลนาง...

คิดอย่างนี้ หลินซานซานก็ปวดแปลบขึ้นมาในอก น้ำตาเกือบจะหลั่งรินอยู่แล้วถ้าหากว่าคนตรงหน้าไม่เอ่ยขึ้นมาก่อน

“ธุระที่เจ้าต้องการพูดกับข้ามีเท่านี้หรือ”

หลินซานซานเลิกคิ้วสูง ไม่เข้าใจที่คนตรงหน้าพูดสักเท่าไรนัก ขณะที่อีกฝ่ายมองนางนิ่ง

“หากไร้ซึ่งสิ่งที่จะพูดแล้ว เจ้าก็ตามสบายเถิด ข้าจะกลับไปนอน”

สิ้นเสียงก็หมุนตัว หมายจะเดินออกไปจากเรือนรับรอง ทำเอาหลินซานซานอ้าปากค้างไปทันควัน

ป่านนี้แล้วยังจะกลับไปนอนอีกหรือ!?

เรื่องอะไรที่นางจะยอมปล่อยให้อีกฝ่ายไปนอนกันเล่า เป็นถึงฮูหยินของหลินจิ้นฝู ไยถึงได้ขี้เกียจตัวเป็นขนอย่างนี้กัน ใช้ได้ที่ไหน!

“ประเดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะพี่สะใภ้” หลินซานซานรีบก้าวตามหลังไป เมื่อคนตรงหน้าหยุดฝีเท้าแล้วหันมามอง นางก็รีบพูดขึ้น “ข้าใคร่อยากจะชวนพี่สะใภ้ดื่มน้ำชายามบ่ายเสียหน่อย ตั้งแต่พี่สะใภ้แต่งเข้าสกุลหลินมา ข้ายังไม่เคยพูดคุยกับท่านอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลย ข้าหมายจะผูกสัมพันธ์กับท่านให้แนบแน่นยิ่งนัก”

พูดแล้วก็ฉีกยิ้มกว้าง ไม่ได้เต็มใจหรอกแต่คิดว่ามันน่าจะทำให้คนมองเอ็นดูได้ เพราะรอยยิ้มของนางล้วนใช้ได้ผลมาแล้วกับท่านลุงท่านป้า รวมถึงหลินจิ้นฝูและบ่าวไพร่ในเรือน

ทว่าคงไม่ใช่กับพี่สะใภ้ อีกฝ่ายมองนางที่ยิ้มแป้นแล้นด้วยสายตาราบเรียบยากจะอ่าน ใจนึกอยากจะปฏิเสธนัก แต่ก็มิอาจพูดได้เมื่อนางช้อนสายตาเว้าวอน

“นะเจ้าคะ อาจิ้นจะได้สบายใจด้วยที่เห็นเราสองคนสนิทสนมกัน”

คนถูกคะยั้นคะยอหรี่ตาลงเล็กน้อย

ที่แท้ที่อยากจะสนิทสนมเป็นเพราะบุรุษผู้นั้น หาได้อยากจะสนิทสนมกับพี่สะใภ้จากใจจริง

สิ่งนี้ไยพี่สะใภ้ของนางจะไม่รู้ ประกายในดวงตากลมโตนั้นเผยความนัยออกมาให้เห็นชัดแจ้งแล้วว่านางมีใจปฏิพัทธ์กับญาติผู้พี่ แต่ก็เอาเถิด นางจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ไม่ได้เกี่ยวกับตนสักหน่อย

“เช่นนั้นก็ไปที่ศาลาตรงสระบัวเถิด พ่อบ้าน เจ้าไปเตรียมขนมกับน้ำชามาด้วย”

นายหญิงของจวนออกปากสั่ง พ่อบ้านรับคำ ก่อนจางอี้ซวนจะเดินนำไปยังศาลาข้างสระบัวที่อยู่กลางจวน ปล่อยให้หลินซานซานเดินตามพลางพินิจรูปร่างของพี่สะใภ้ไปด้วย

นางเป็นสตรีที่สูงโปร่งราวกับบุรุษ เมื่อครั้งที่ยืนอยู่ข้างหลินจิ้นฝู มองเผินๆ แล้วอาจจะสูงกว่าญาติผู้พี่เล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ และเมื่อเทียบกับความสูงของหลินซานซานแล้ว นางสูงเพียงหัวไหล่ของพี่สะใภ้เอง

ช่างเป็นสตรีที่สูงอะไรถึงเพียงนี้...

พินิจเรือนร่างนางอยู่ครู่หนึ่งก็ต้องหยุดเมื่อมาถึงยังศาลา พี่สะใภ้เดินนำเข้าไปนั่ง ไม่นานพ่อบ้านก็ให้บ่าวรับใช้ยกขนมและน้ำชามาให้ ก่อนที่จะปล่อยให้ทั้งสองได้ร่วมเสวนากันตามลำพัง

แต่คงมีเพียงแต่หลินซานซานเท่านั้นที่ใคร่อยากจะสนทนาด้วย เพราะพี่สะใภ้ของนางเอาแต่นั่งนิ่ง ปิดเปลือกตาลงราวกับหลับใหลตั้งแต่ที่เข้ามานั่งได้ ปล่อยให้หลินซานซานเหลือบมองเป็นระยะ

นางช่างเป็นสตรีที่อยู่ด้วยยากยิ่ง เพียงเห็นหน้าก็ชวนให้อึดอัด ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งอึดอัด ต่อให้นางงดงามเพียงใด แต่หากอยู่ด้วยแล้วน่าอึดอัดเช่นนี้ มีหวังอาจิ้นคงจะลำบากใจ

หลินซานซานคิดเองเออเองอีกแล้ว ก่อนจะเปิดปากทำลายความเงียบ

“พี่สะใภ้เจ้าคะ”

คนถูกเรียกเลิกคิ้วสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ลืมตาขึ้น

“ขนมโก๋นี่อร่อยนะเจ้าคะ ท่านลองชิมดูสิ”

คราวนี้ยอมเปิดเปลือกตาขึ้นมามอง แต่ทว่า...

“เจ้ากินไปเถิด”

“ถ้าเช่นนั้นก็ดื่มน้ำชาสักหน่อย ท่านเพิ่งตื่นได้ไม่นาน ร่างกายคงจะขาดน้ำอยู่ไม่น้อย”

หลินซานซานกุลีกุจอรินน้ำชาลงถ้วยกระเบื้องเคลือบให้ ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดตนจะต้องเอาอกเอาใจพี่สะใภ้ด้วยก็ไม่รู้ คงเป็นเพราะนางคิดว่าหากสนิทสนมกับพี่สะใภ้แล้ว เมื่อนางต้องการให้อีกฝ่ายกระทำสิ่งใดให้แก่หลินจิ้นฝูก็คงจะง่ายยิ่ง

ทว่าคนตรงหน้ากลับตอบรับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“วางไว้ตรงนั้นล่ะ ข้าไม่กระหาย”

“แต่...”

จางอี้ซวนชิงหลับตาหนีไปเสียก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูด หลินซานซานจึงได้แต่อ้าปากพะงาบๆ ค้างไว้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อถูกอีกฝ่ายมองเมิน ยามนี้เองที่นางตระหนักได้แล้วว่าพี่สะใภ้นางเป็นสตรีอย่างไร

แม้จะมีดวงหน้าสะคราญโฉมและมีจริตงดงามสมเป็นกุลสตรีที่ดี แต่นั่นก็ล้วนเป็นเพียงเปลือกนอก แท้จริงเป็นสตรีเกียจคร้าน หยิ่งยโสและโอหัง กล้ามองไม่เห็นหัวญาติผู้น้องคนสนิทของสามีเช่นนี้ นับว่าไร้ซึ่งมารยาทและไม่ให้เกียรติสกุลหลินเลยแม้แต่น้อย

มือเล็กของหญิงสาวกำเข้าหากันแน่น นางชักไม่ชอบพี่สะใภ้ของตนเสียแล้ว ทว่าก็หาได้กระทำสิ่งใด ได้แต่นั่งเงียบอยู่ในศาลาตลอดบ่าย ขณะที่อีกฝ่ายนั่งหลับหลังตรง ไม่สนใจนางที่จับจ้องอย่างขุ่นเคืองสักนิด

ดื่มชายามบ่ายร่วมกับพี่สะใภ้ครั้งแรกนี้ ช่างน่าหงุดหงิดยิ่งนัก!

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กรงรักราชาทมิฬ
8.7
ชีคซาฮิม อัล ฟาร์ฮาน ผู้ป่าเถื่อนและเย็นชา หวังใช้ พรีมรตา เป็นเครื่องมือแก้แค้นศัตรูอย่างราเชล เขาตั้งใจแผดเผาเธอด้วยไฟพิศวาสเพียงเพื่อความสะใจ แต่พรีมรตาที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเมียศัตรูกลับสั่นคลอนหัวใจแกร่งอย่างไม่คาดคิด แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใด ชีคหนุ่มกลับยิ่งรุกรานหวังครอบครองร่างและวิญญาณของเธอให้ลืมชายอื่น เมื่อความจริงเปิดเผยว่าเขาคือคนแรกของเธอ ชีคจอมอหังการจึงพร้อมแหกทุกกฎเกณฑ์เพื่อรั้งตัวประกันที่เขารักสุดหัวใจไว้ในกรงเสน่หาตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย Love race โค้งรักอันตราย
8.4
รณภูมิ นักแข่งรถหนุ่มผู้ร้อนแรงตกหลุมรักแพรธิมาทันทีที่เห็นแผ่นหลังเนียนสวยของเธอจนต้องตามจีบ แต่ความสัมพันธ์แสนเร่าร้อนกลับต้องเผชิญบททดสอบ เมื่อทั้งคู่กลายเป็นคู่แข่งที่ต้องชิงชัยในสนามความเร็วเพื่อตำแหน่งแชมป์เพียงหนึ่งเดียว แม้รณภูมิจะมอบสัมผัสที่ทำให้แพรธิมาเคลิบเคลิ้มจนยากจะถอนตัว ทว่าหน้าที่และการแข่งขันก็บีบให้เธอต้องเลือกระหว่างความรักที่วาบหวิวกับชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยความเร็วในเกมรักอันตรายนี้
หน้าปกนวนิยาย แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ
8.6
เมื่อเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจำต้องผ่าศพลูกชายตัวเอง เธอพบว่าการตายที่ถูกระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตายคือคดีฆาตกรรม แต่ระบบยุติธรรมกลับปกป้องคนผิดและปัดตกคำร้องของเธอถึงเจ็ดครั้ง ความแค้นนำไปสู่การลักพาตัวลูกสาวอธิบดีอัยการเพื่อทรมานออกสื่อหวังทวงคืนความจริง แม้คนรอบข้างจะพยายามเป่าหูว่าลูกเธอเป็นโรคซึมเศร้าผ่านจดหมายลาตายปลอม แต่รหัสลับในจดหมายกลับยืนยันว่าเขาถูกสังหาร เธอจึงเดินหน้าล้างแค้นด้วยเครื่องมือนิติเวชโดยไม่สนการบุกจับของเจ้าหน้าที่
หน้าปกนวนิยาย ทรายซ่อนเหลี่ยม
7.9
ปิ่นปักตกหลุมรักเชคอิลยาสเพื่อนพี่ชายที่มอบแหวนแทนใจให้เธอไปหาเขาที่ฮิลยะฮ์ ทว่าเธอกลับถูกชาฮีนชายลึกลับลักพาตัวไปจากสนามบินด้วยแผนการที่ซับซ้อน ท่ามกลางศึกชิงอำนาจและความลวงที่ยากจะแยกแยะ ปิ่นปักต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสนต่อชาฮีนผู้ที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน เมื่อความจริงปรากฏและชีวิตต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เธอจึงค้นพบว่ารักแท้ที่ใฝ่ฝันอาจซ่อนอยู่ภายใต้เงาของผืนทรายและหัวใจของชายที่เธอเคยหวังจะหนี
หน้าปกนวนิยาย KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ!
8.5
เมื่อความเจ็บปวดจากการเห็นคนสำคัญต้องทนทุกข์ทรมานกลายเป็นเชื้อไฟแห่งความโกรธแค้น ชายหนุ่มผู้เย็นชามีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการทวงคืนความยุติธรรม เขาพร้อมจะมอบบทเรียนที่ยากจะลืมเลือนให้กับเด็กหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด บาปที่อีกฝ่ายจงใจก่อขึ้นจะต้องถูกสะสางด้วยน้ำมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความแค้นที่ฝังรากลึก เขาจะพิพากษาและชำระล้างความผิดนี้ให้จบสิ้นด้วยวิธีการของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ