ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนตร์เสน่หาอสูร

มนตร์เสน่หาอสูร

เมื่อสาวน้อยแสนซนเดินทางไปต่างแดนครั้งแรกกลับต้องพบกับอสูรร้ายทรงเสน่ห์ที่จ้องจะงับเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น แม้เขาจะเป็นหนุ่มฮอตที่มีสาวๆ รุมล้อม แต่เธอกลับประกาศตัวเป็นศัตรูเพราะเขาดันกลั่นแกล้งเธอตั้งแต่เริ่ม ทว่ายิ่งหนีกลับยิ่งถูกเขาไล่ล่าด้วยไฟพิศวาสที่ยากจะต้านทาน เขาตั้งใจจะสั่งสอนบทเรียนรักให้เธอติดบ่วงจนดิ้นไม่หลุด เธอจึงต้องพยายามต่อต้านสุดกำลังเพื่อรักษาหัวใจและศักดิ์ศรี ไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวบนเตียงของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2

“แล้วคุณป๋าจะให้เท่าไหร่คะ” หยุดพูดเล็กน้อย นัยน์ตาพราวระยับอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆ

“บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินใช่ไหมคะ ว้าว...คุณป๋าน้ำผึ้งใจดีที่สุดเลย” ลากเสียงหวานนุ่มพลิ้วหวาน กระโดดโลดเต้นเป็นเด็กๆ วงหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มหันรีหันขวางอย่างรู้สึกแปลกๆ มันเหมือนกับว่าเธอกำลังถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่ามาจากทิศทางใด เล่นเอาขนตามเรือนกายลุกชัน

ไม่ใช่จะคิดเข้าข้างตัวเอง ถึงเธอไม่สวยเตะตา รูปร่างอวบอั๋น อกผลมะพร้าว เอวคอดกิ่ว สะโพกดินระเบิดก็เถอะ แต่หน้าตาสดใสน่ารักเรียกสายตาหนุ่มๆ ให้ต้องเหลียวมองซ้ำรอบสองกันเกือบทั้งนั้น แล้วมาต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ มีหรือจะไม่มีคนมองน่ะ

“เอาแบบนั้นเลยหรือเจ้าตัวดี แต่ไหนเมื่อกี้ใครกันนะ บอกจะไม่พูดกับคุณป๋าห้านาที นี่ยังไม่ครบเลยนะ” เอ่ยถามเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอ สองมือทาบบนพวงแก้มใสและนุ่มราวกับแก้มก้นเด็ก ไล้คลึงหยอกเย้าอย่างไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่มองมาอย่างอิจฉา ผู้ชายวัยกลางคนอวบอ้วนพุงพลุ้ยนิดๆ มีสาวน้อยหน้าใสหวานเคียงข้างคอยพูดจ๊ะจ๋าให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ

มธุรสยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาดที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม สอดมือจับแขนป้อม “ก็น้ำผึ้งน่ารักนี่นา แล้วคุณป๋าก็รักมากด้วย แล้วอย่างนี้จะให้สาวน้อยแสนน่ารักคนนี้งอนคุณป๋าผู้ใจดีได้หรือคะ” กระแซะอ้อนเสียงใสแจ๋วอย่างคนช่างพูดเอาตัวรอด

“ที่นี่ลมแรงจัง เรารีบเข้าไปข้างในกันดีกว่าค่ะ” มือเล็กยกขึ้นทาบทับบนศีรษะกดหมวกที่พยายามจะหลุดออกไปแต่ก็ไม่ทัน หมวกใบโปรดได้หลุดและปลิวไปตามกระแสลม

“อุ๊ย!! คุณป๋าไปเช็กอินก่อนนะคะ น้ำผึ้งขอไปเก็บหมวกก่อน” มธุรสบอกเสียงใสนุ่มหวาน รีบวิ่งตามไปเก็บหมวกใบโปรดที่หลุดปลิวออกจากศีรษะเพราะสายลมแรงๆ ที่พัดมาอย่างไม่ฟังคำทัดทานจากภาวัติ

มือหนาสอดล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เท้าพาร่างแกร่งเดินวนไปเวียนมาด้วยความอึดอัดจากยายจอมจุ้นที่ได้แรงยุจากคนใกล้ชิด คอยพาตัวเองมาวอแววนเวียนเอาใจ แทนที่จะทำให้เขารู้สึกดีกับการมีผู้หญิงหน้าตาสะสวยน่ารักมาคอยเอาใจใส่ กลับกลายเป็นรำคาญเสียมากกว่า

คนที่ไม่ใช่ ต่อให้พยายามเท่าไหร่ก็ยังไม่ใช่อยู่ดี จนเขาต้องหาทางเลี่ยงหลบหนีออกมายืนสงบสติอารมณ์กับธารน้ำกว้างใหญ่สีน้ำเงินให้ช่วยผ่อนคลายความเครียด แต่กลับมีภาพร่างบอบบางสะท้อนกับแพน้ำใสแจ๋วที่กำลังลิ่วล้อเล่นกับแสงแห่งพระอาทิตย์ คล้ายมีเพชรดาษดื่นเรียกความสนใจให้ต้องเหลียวไปมอง

เธอเป็นใคร?

แปลก...แม้หนทางห่างไกล อะไรก็ไม่ชัดเลยสักนิดเดียว แต่ทำไมหัวใจซึ่งมีกำแพงล้อมรอบอย่างแข็งแกร่งแน่นหนา ผู้ซึ่งอยู่ผ่านร้อนผ่านหนาว เพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบอายุสามสิบห้าปีไปหมาดๆ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง เกิดอาการที่เรียกว่ากระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล จนผู้เป็นเจ้าของถึงกับแปลกใจในความรู้สึกที่แล่นลิ่ว ตรงเข้าหาเหมือนกระสุนตรงเข้าเป้า

“บ้าจริงๆ ไกลจนมองเห็นไม่ชัดเลย” ชายหนุ่มบ่นพึมพำ ขณะเพ่งมองไป แต่ก็เห็นเพียงด้านข้างของร่างบอบบางในเสื้อผ้าบางเบา มีเข็มขัดสีขาวเน้นเอวเล็กคอดกิ่วที่คิดว่าใช้สองมือกำรอบ กางเกงผ้าขาสั้นสีน้ำตาลไม่ได้สั้นมากมายเสริมให้น่ารักแต่ก็แอบเซ็กซี่นิดๆ เรียกว่าเย้ายวนใจจนในทรวงเขาถึงกับเต้นกระหน่ำรัวเร็ว ไหนจะปลีขาเสลาเรียวยาวเหมือนลำเทียนคู่นั้นอีกเล่า

‘เกิดอะไรขึ้นกับเขานี่?’

คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ทั้งที่รอบตัวเขามีผู้หญิงสวยๆ รายล้อมมากมาย แต่ทำไมถึงได้ไปสะดุดใจอยากเห็นหน้าเธอคนนั้นเสียจริง ชายหนุ่มพยายามมองลอดหมวกปีกกว้างและแว่นตาสีดำอันใหญ่ที่ปกปิดใบหน้าไปเสียครึ่งหนึ่ง มองเห็นก็ไม่ชัด ทำให้เขาอยากรู้จนเป็นร้อนรนกระวนกระวาย แต่ถึงจะร้อนรุ่มพลุ่งพล่านราวกับไฟเผาสักเพียงใดก็ต้องข่มกลั้นไว้ เพราะสาวน้อยนางนั้นไม่ได้มาเพียงคนเดียว

เธอ...มากับชายวัยกลางคน ที่โอบประคองทะนุถนอมอย่างกับกลัวดอกไม้กลีบบางจะบอบช้ำ ท่าทีหวานซึ่งมีให้กันเหมือนต้องการประกาศให้กับผู้ชายหลายคนที่เหลียวมองรู้ว่า เธอมีเจ้าของและเขาทั้งรักทั้งห่วงอีกทั้งหวงสุดหัวใจ

แวบหนึ่งในหัวใจปวดหนึบราวกับถูกคมหินตะปุ่มตะป่ำบาดเฉือน ทำไมเขาถึงเป็นอย่างนี้...ไม่เข้าใจกับความรู้สึกแปลกๆ นี่เสียจริง ทว่าชายหนุ่มก็รีบสลัดทิ้งไปอย่างเร็ว ถึงแม้รูปกายภายนอกของหญิงสาวถูกใจเขามากโข แต่ถ้าต้องทำศึกแย่งผู้หญิงจากผู้ชายคนอื่นเขาไม่นิยม

“เฮ้อ! ดันมีเรื่องทำให้เสียอารมณ์อีกจนได้” จากที่คิดว่าจะยืนรับลมผ่อนคลายความเครียดและกังวลอยู่อีกสักครู่ แต่สิ่งที่เห็นเป็นอะไรที่ชวนขัดลูกหูลูกตา พานให้หงุดหงิดร้อนรนไปทั้งใจจนทนยืนอยู่ไม่ได้

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกจากปอดแรงๆ สอดมือล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกง เมื่อหมดอารมณ์ดูความสวยงามของสถานที่และคิดเรื่องงานที่มีปัญหาค้างคาไม่จบ...

แก้ไขเรื่องหนึ่งเสร็จสิ้นก็มีอีกเรื่องให้ต้องตามแก้ไขอีก ถ้ามีแค่ปัญหาเดียวเขาก็ไม่ต้องมายืนกลุ้มอย่างนี้ แต่นี่รุมเร้าเข้ามาในคราวเดียว จนไม่รู้ว่าจะตั้งหลักอย่างไร ควรเริ่มแก้ไขปัญหาไหนก่อนดี แล้วก็มีอะไรบางอย่างแวบเข้ามา แม้ต้องคิดเพิ่มเติมแต่ก็น่าจะพอใช้ได้อยู่

ร่างหนาด้วยไหล่กว้างได้มาตรฐานหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องทำงาน ขณะนั้นเองก็มีหมวกใบโตปลิวมาทำให้ต้องยกมือขึ้นรับโดยอัตโนมัติ

“อุ๊ย!!!” เพราะเธอวิ่งด้วยความเร็ว สายตาก็มองแต่หมวก เลยไม่ทันได้เห็นสิ่งกีดขวางเป็นร่างใหญ่ราวกับแท่งหินยักษ์ที่อยู่เบื้องหน้า กว่าจะรู้ตัวว่าวิ่งมาปะทะเข้ากับกำแพงหนาแกร่งก็เมื่อจวนตัว จนเบรกไม่ทัน ร่างอรชรจึงถลาเข้าไปสู่อ้อมแขนใหญ่ ซึ่งก็ยกขึ้นโอบแขนรวบรอบเอวเล็กคอดกิ่วอย่างว่องไว

“โอ๊ะ!!” เตรียมตัวรับความเจ็บเต็มๆ แต่แปลกที่ไม่เจ็บตรงส่วนอื่น ยกเว้นปลายจมูกซึ่งได้ปะทะเข้ากับกำแพงเนื้อนุ่มเข้าเต็มเปานั่นเอง

“อูย...” มธุรสหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ มือเล็กยกขึ้นจับปลายจมูกโด่งอัตโนมัติ พร้อมแพขนตายาวงอนกะพริบปริบๆ แหงนหน้าขึ้นมองกำแพงหนาที่รองรับร่างอย่างเร็วไว

‘อ้าว...ตายจริง’ เธอเข้าใจผิดไปถนัดเลย ที่ชนไม่ใช่กำแพงแต่เป็นคน...ฝรั่งร่างยังกับตึกห้าชั้นเต็มๆ เลย

เมื่อความสูงของเธอเพียงแค่หนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรเท่านั้น ส่วนกำแพงหนาความสูงเกือบสองเมตรเห็นจะได้ เมื่ออีกฝ่ายก้มหน้าลงมา ในขณะที่เธอก็แหงนหน้าขึ้นไป ผลที่ได้คือ...

ริมฝีปากหนาร้อนประทับบนหน้าผากเนียนนุ่ม ทำเอาใจสาวน้อยที่ไม่เคยได้แนบชิดชายคนไหนมากไปกว่าคุณป๋าภาวัติสุดใจดี ถึงกับสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินซึ่งเหยียบย่างอยู่ไหวแยกแตกตัวอย่างรุนแรง

“คุณ!” รัศมีแห่งอำนาจและกลิ่นกายของบุรุษเพศทรงพลังมาพร้อมโคโลญ กลิ่นหอมอ่อนๆ ยิ่งทำให้หัวใจเล็กๆ ของสาวน้อยไม่ประสา สั่นไหวเหมือนเรือลำน้อยลอยละล่องอยู่ในลำนาวาที่มีคลื่นพายุโหมกระหน่ำ เปลวไฟร้อนผ่าวไม่รู้ว่ามาจากไหนวิ่งไหลวนในกระแสเลือด ไปรวมกันอยู่ที่จุดเดียวคือใบหน้าซึ่งมองคนให้ความช่วยเหลืออย่างตื่นตะลึง

เพียงแค่ได้สบกับสายตาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำและคมกริบราวกับดวงตาพญาเหยี่ยว ล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนก็เหมือนกับเธอถูกสะกดจิต โลกทั้งโลกหยุดเคลื่อนไหว กายอรชรอ้อนแอ้นอ่อนระทวยเหมือนถูกไฟช็อต ได้แต่ยืนนิ่งในอ้อมแขนใหญ่ เสียงในหัวใจเต้นตึกตักๆ ดังเข้ามาในหู ในลำคอแห้งผากพอๆ กับริมฝีปากที่ต้องยื่นปลายลิ้นเล็กออกมาไล้เลียอย่างไม่รู้ตัว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่คล้องใจ
8.9
ความรักของญี่ปุ่น ดีไซเนอร์สาวผู้มาดมั่น กลับเหมือนนาฬิกาทรายที่ว่างเปล่า เมื่อเธอต้องเผชิญกับความเกลียดชังจากแบงค์ วิศวกรหนุ่มที่ดูถูกว่าเธอไร้ค่า แม้จะเจ็บปวดที่ต้องรักคนไม่มีใจ แต่เธอก็เลือกโต้ตอบด้วยท่าทีประชดประชัน จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น แบงค์คุกคามเธอด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดและแรงหึงหวงที่บ้าคลั่ง ท่ามกลางรอยร้าวและความทรงจำที่ร่วงหล่น ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในวังวนของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและหยดน้ำตาที่ยากจะจางหาย
หน้าปกนวนิยาย ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม
7.9
หลังปลิดชีพตนเองเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมาน หญิงสาวกลับตื่นขึ้นมาในห้องนอนเดิมอีกครั้งพร้อมความทรงจำจากชาติก่อน เธอได้พบกับศรัณย์พร สามีผู้เย็นชาในวัยยี่สิบเจ็ดปีอีกครั้ง สายตาที่เขามองมามีเพียงความเกลียดชังเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แม้เขาจะหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่คำพูดร้ายกาจกลับกรีดแทงใจเธอไม่ต่างจากเดิม ในชาตินี้เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดและสถานะภรรยาที่เขาไม่ต้องการอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย รักฉบับคลับโฮสต์
9.3
‘เมื่อสาวเฉิ่ม ผู้มีพรสวรรค์เรื่องแฟชั่นชนิดติดลบ ต้องกลายมาเป็นเจ้าของคลับโฮสต์คนใหม่ ส่วนเขาคือโฮสต์ที่ฮอตที่สุดของคลับ เมื่อพรหมลิขิตเริ่มทำงาน คนสองบุคลิกจึงโคจรมาเจอกัน งาน ความรัก และการฆาตกรรม คือสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอ’ ------------------------------------------------------- “เพราะผู้หญิงแบบคุณ แววตาแบบคุณ ไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังต้องการผู้ชายเพื่อคลายเหงา” “นายเก่งขนาดอ่านแววตาฉันออกเลยหรือไง” เอ่ยจบแพรทับทิมก็รวบรวมความกล้าสบตากับกายไปตรงๆ แต่ดูเหมือนเธอจะแพ้ เพราะต้องหลบสายตาของกายที่มองเธอกลับมาเสียเอง “หรือไม่จริง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม “ไม่จริง” โทนเสียงของแพรทับทิมติดสั่นเล็กน้อย เพราะประหม่านั่นเอง “ถ้าจริง คืนนี้คุณก็ให้ผมดูแล ไม่อย่างนั้นก็แสดงว่าคุณโกหกผม” “ฉันไม่อยากให้นายมาดูแล” “คุณไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะว่าคุณได้บุ๊คกิ้งผมไปแล้ว และถ้าต้องการยกเลิกคุณต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้ผม” กายยักคิ้วให้ นั่นทำเอาเธอแยกเขี้ยวใส่ “เท่าไหร่” แพรทับทิมคว้ากระเป๋าที่วางอยู่ข้างตัวมาถือไว้ พร้อมจะจ่ายค่าเสียเวลาให้ตามที่ชายหนุ่มร้องขอ ขอเป็นสายเปย์ดูสักตั้ง หวังว่ากระเป๋าเธอมันจะไม่ฉีกเสียก่อนนะ “ผมไม่รับเป็นเงิน” “เอ้า! แล้วนายอยากได้เป็นอะไรก็บอกมา” “ผมชอบรับเป็น…จูบ” “จูบ!” คนฟังตาโต ใจนี่เต้นโครมครามกับรูปแบบการจ่ายค่าเสียเวลาที่ได้ยิน “ใช่…จูบที่ว่ามันต้องดูดดื่มแบบปากประกบปากด้วยนะครับ จูบแบบเด็กอนุบาลไร้ประสบการณ์ผมก็ไม่รับ” “ฉันบุ๊คกิ้งก็ได้” คำตอบของแพรทับทิมทำเอากายยิ้ม พยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนเจ็บแก้มไปหมด เธอดูเอาจริงเอาจัง พร้อมจะเปย์ แต่สุดท้ายก็ถอย เมื่อรู้ว่าเขาต้องการค่าเสียเวลาเป็นอะไร ----------------------------------------------------- “แกอย่ามโนไปไกล ฉันกับกายแค่คบกันเฉยๆ สัมผัสร่างกายกันมากสุดก็แค่จูบ ยังไม่ถึงขั้นฟิตเจอริ่งย่ะ” “จูบกันแล้วด้วยเหรอ” “อื้อ” แพรทับทิมพยักหน้ารับเขินๆ “โอ๊ย! อิจฉา แกมีจูบแรกแล้ว ส่วนฉันนี่คงแห้งเหี่ยวบนคานแน่ๆ” แก้มใสห่อเหี่ยวลงไปถนัดตา สำหรับเธอยินดีกับความรักของ แพรทับทิมและกายเสมอ เพราะเพื่อนเธอควรจะมีคนดีๆ เข้ามาดูแล และเท่าที่ได้รู้จัก กายก็คือคนดีคนหนึ่ง “แกก็ไปจูบไอ้ปุณมันดิ” ข้อเสนอของแพรทับทิมมันยากที่แก้มใสจะทำได้ “มันได้ถีบฉันเข้าให้น่ะสิ นี่ก็ยังเคืองๆ มันอยู่ งานที่คลับโฮสต์แกก็ไม่มีอะไรให้ไปช่วยสืบ ยังไม่ยอมลาออกอีก” “หึงมันเหรอ” “อื้อ” แก้มใสพยักหน้ารับ “งั้นเดี๋ยวฉันฉีกสัญญาไอ้ปุณมันให้ เพราะดูท่ามันจะเพลินกับการได้เทคแคร์สาวๆ สวยๆ จนลืมแก” “หึ…ถ้ามันมีฉันในสายตานะ ป่านนี้มันตรัสรู้ไปนานแล้วว่าฉันแอบชอบมันอยู่” คนแอบรักชักจะถอดใจ นั่นเพราะยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจะจบยังไงเหมือนกัน สงสัยต้องรักแบบหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แบบนี้ไปตลอดมั้ง “ฉันถึงให้แกบอกชอบมันอยู่นี่ไง แกก็รู้ไอ้ปุณมันซื่อบื้อ” แม้ปุณจะเสน่ห์แรง มีสาวๆ ข้างกายไม่ขาด แต่เอาเข้าจริงปุณแทบจะมองผู้หญิงไม่ออก ว่าคนไหนจริงใจหรือแค่สนุก
หน้าปกนวนิยาย งี่เง่าเอาแต่รัก
8.9
งี่เง่าเอาแต่รัก (ภาคต่อ อวบอยู่ไหนจ๊ะ) เป็นเรื่องของเดอะแก๊งสี่หนุ่มเพื่อนพี่คิงและอวบค่ะ #คนงี่เง่าก็มีหัวใจ #คนเอาแต่ใจก็รักจริง “ลุงเย็กๆ ๆ” อุ้ยอ้ายหรือเด็กหญิงขนิษฐายังคงเรียกวรฤทธิ์แบบนั้นไม่หยุด “บอกให้เรียกอาๆ ๆ ๆ” “ฮี่ๆ” หมูน้อยไม่สะทกสะท้านซ้ำยังยิ้มแฉ่ง “เดี๋ยวตีเลย” วรฤทธิ์ขู่เด็กพร้อมกับทำตาโตดุๆ แล้ววางเจ้าตัวกลมให้ยืนบนพื้น ขณะที่เขาก็หย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้รับแขกในสวนข้างๆ ขุนพล “ลุงเล็กอย่าตี อย่าตีน้อง” คราวนี้ยัยตัวกลมเรียกชื่อเขาชัดแจ๋วเสียงอ้อนน่าสงสารเชียว ก่อนจะหันไปหาคุณพ่อที่กำลังนั่งจิบกาแฟและมองมาพร้อมรอยยิ้ม “พ่อขา...” ฝากพี่เล็กกับผองเพื่อนไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้า ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักไฟสวาท
9.4
คิมหันต์รั้งท้ายทอยปิ่นปักให้เข้ามารับจัมพิตที่แสนเร่าร้อน แม้หญิงสาวจะสับสนแต่สัมผัสนี้กลับปลุกเร้าความคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับอ้อมกอดที่เธอเคยได้รับเมื่อคืนก่อนหน้า ในขณะที่ชายหนุ่มผู้ปากแข็งว่าเกลียดชังเธอกลับตกหลุมพรางความหวานล้ำเกินห้ามใจ หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความปรารถนาที่ทวีคูณขึ้นทุกวินาที จนเริ่มนึกหวงแหนริมฝีปากคู่นี้และไม่ยอมให้ชายใดได้ครอบครองความละมุนที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ควรได้รับสัมผัสอันแสนพิเศษนี้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ
9.5
เจียงว่านหนิงยอมทำทุกทางเพื่อเย่เชิน แต่ความรักที่ภักดีกลับถูกตอบแทนด้วยการดูหมิ่น เมื่อเขาบังคับให้เธอคุกเข่าต่อหน้าคนรักเก่าเพื่อรักษาหน้าผู้อื่น เธอจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่ขมขื่นแล้วเริ่มต้นใหม่กับฟู่จิงเซิน ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทันที แม้เย่เชินจะตราหน้าว่าเธอเพียงต้องการใช้ตระกูลฟู่เป็นเครื่องมือแก้แค้น แต่สามีใหม่ของเธอกลับยินดีมอบทั้งอำนาจและเงินทองให้เธอใช้ตามใจชอบเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขาเลือกเอง