ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนตร์เสน่หาอสูร

มนตร์เสน่หาอสูร

เมื่อสาวน้อยแสนซนเดินทางไปต่างแดนครั้งแรกกลับต้องพบกับอสูรร้ายทรงเสน่ห์ที่จ้องจะงับเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น แม้เขาจะเป็นหนุ่มฮอตที่มีสาวๆ รุมล้อม แต่เธอกลับประกาศตัวเป็นศัตรูเพราะเขาดันกลั่นแกล้งเธอตั้งแต่เริ่ม ทว่ายิ่งหนีกลับยิ่งถูกเขาไล่ล่าด้วยไฟพิศวาสที่ยากจะต้านทาน เขาตั้งใจจะสั่งสอนบทเรียนรักให้เธอติดบ่วงจนดิ้นไม่หลุด เธอจึงต้องพยายามต่อต้านสุดกำลังเพื่อรักษาหัวใจและศักดิ์ศรี ไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวบนเตียงของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3

“เธอนี่มัน!” เมื่อได้ยลหน้าผุดผ่องขาวนวลเนียนใสจนเห็นเส้นเลือดฝาด ล้อมกรอบด้วยเส้นผมหนาสีดำสนิทดูนุ่มน่าสัมผัส ทำเอาเขามองอย่างตะลึงงัน

“ทำไมผู้หญิงถึงได้ชอบผู้ชายแก่คราวพ่อกันนักฮึ!” ความเกรี้ยวกราดไม่รู้มาจากไหนทำให้ชายหนุ่มเผลอใส่อารมณ์กับคนตัวเล็กที่มาพร้อมกับความรู้สึกอยากจะจับเธอมากดกอดและ...จูบ!

ยิ่งได้เห็นดวงตากลมโตเหมือนดวงตาสมันน้อยล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน จมูกเล็กโด่งได้รูปเชิดขึ้น ริมฝีปากจิ้มลิ้มอิ่มเต็มออกสีน้ำผึ้งระเรื่อน่าจูบ! กลิ่นเนื้อกายนางหอมกรุ่นเช่นดอกไม้แรกแย้มบานอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งน่าจะเป็นแป้งที่ลอยเข้าจมูกจนต้องสูดดมเต็มปอด ไหนจะเรือนกายนิ่มน่าจับต้องไปเสียทุกส่วน เพลิงโทสะในกายก็ยิ่งลุกโชน

“ทำไมฮึ! ผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันไม่มีแล้วหรือไง ถึงได้คั่วไอ้แก่คราวพ่อน่ะ”

มธุรสงุนงงจนอ้าปากค้างที่อยู่ดีๆ ก็ถูกต่อว่าโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลย “คุณ! ทำไม...ฉันจะรักจะชอบใคร มันหนักส่วนไหนของคุณล่ะ”

“เพราะฉันไม่ชอบ” โต้กลับเสียงกระด้างดุ

“เอ้า...คุณไม่ชอบแล้วเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ นี่มันชีวิตของฉันนะ จะรักชอบใครเกี่ยวอะไรกับคุณเล่า ปล่อยฉันนะ”

“จะสะบัดสะบิ้งทำไม” แขนแกร่งโอบรัดรอบร่างเล็กที่ขยุกขยิกอยู่ไม่นิ่ง จากตอนแรกที่บอกว่าไม่สนใจ แต่เมื่อถูกท้าทายด้วยการไม่สนใจก็ยิ่งทำให้เขาอยากสั่งสอนให้รู้สำนึก! มาล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาแล้วควรจะต้องเจออะไร

‘แค่...นิดๆ หน่อยๆ ยังไงก็เคยผ่านสมรภูมิมาแล้ว ยังไงก็ไม่สึกไม่หรอ ก่อนจากกันเขาค่อยให้เงินสักก้อนเป็นค่าทำขวัญ ขี้คร้านจะพอใจละไม่ว่า’

ไม่ใช่จะดูถูกเพศที่ให้กำเนิด แต่ผู้หญิงที่พาตัวเข้ามาใกล้ชิดเขาส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่หวังในทรัพย์สินเงินทอง มากกว่าความรู้สึกของกันและกัน แม้กระทั่งคนที่มีสามีแล้วก็ยังยอมเอาเรือนร่างเข้าแลกเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่สนใจผลที่ตามมา แล้วกับผู้หญิงที่มากับคนที่อายุมากกว่ารอบแบบนี้ ไม่ให้เขาคิดว่าเธอเป็นพวกไล่จับผู้ชายรวยๆ จะให้เชื่อว่าเธอรักกับตาอ้วนพุงพลุ้ยนั่นจริงหรือไง

“นี่คุณ! ขอบคุณที่ช่วยไม่ให้ล้มและเก็บของให้ ตอนนี้ช่วยปล่อยฉันด้วยค่ะ” จากตอนแรกเอ่ยเป็นภาษาไทย แต่เพราะนึกได้ว่าอยู่ที่ไหน มธุรสจึงรีบเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษที่พ่วงด้วยความไม่พอใจ แต่...

‘จะมองหาพระแสงอะไรนี่...จ้องอยู่ได้’ สายตาคมกริบราวกับจะซอกซอนไปให้ลึกไปสุดซอกหัวใจทำเอามธุรสถึงกับร้อนผ่าวไปทั้งแก้มที่คิดว่าคงแดงระเรื่อราวกับดอกไม้แรกแย้มบาน หัวใจเต้นเป็นจังหวะจนน่ากลัวเมื่อได้อยู่ในอ้อมแขนแกร่งของชายที่มีเสน่ห์เหลือล้น จนต้องรีบเร่งรุดจับแขนล่ำสันดันออกช้าๆ

“ขอโทษค่ะคุณ ช่วยปล่อยฉันด้วยค่ะ” ทาบมือบนแขนกำยำ ทั้งผลักทั้งดันและเบี่ยงกายออกแต่ดูเหมือนจะยิ่งจมหายกายอรชรแนบชิดอกกว้าง จนเธอรับรู้ถึงความแข็งกระด้างของกล้ามเนื้อ

ตอนแรกเป็นห่วงกลัวคุณป๋าเดินตามมาเห็นเข้า คนใจดีที่ช่วยจะเดือดร้อน เพราะความหวงเกินเหตุไปนิดหนึ่งของภาวัติ แต่มาตอนนี้คิดว่าเธอกำลังเจอดี ดวงตากลมโตเริ่มเปล่งแสงระเรื่อทีละน้อย

“ปล่อยฉันดีกว่าคุณ” ข่มกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟันด้วยขุ่นเคืองใจกับมารยาทอันเลวทรามที่ได้รับ ทว่านอกจากจะไม่ถูกปล่อยตัว ฝ่ามือหนายังลูบไล้แผ่นหลังกว้างก่อเกิดความร้อน พร้อมหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

‘บ้าจริง!’ เขาว่าฝรั่งไม่ถือเนื้อถือตัว การแตะเนื้อต้องตัว กอดจูบกันในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องผิดแปลก สังคมที่แตกต่างเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งเธอเข้าใจดี เขาคงไม่ตั้งใจ แต่เป็นอย่างนี้...เธอคงเข้าใจผิดเสียแล้วล่ะ ไอ้ฝรั่งร่างยักษ์ใช้ความได้เปรียบทางด้านร่างกาย ฉวยโอกาสลวนลามเธอหน้าด้านๆ

“ถ้าฉันไม่ปล่อยล่ะ” ถามพลางยิ้มใส่ดวงตากลมโตสุกใสที่ฉายแววสีเพลิง

ความโกรธพุ่งขึ้นดั่งเธอก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนปล่องภูเขาไฟแต่ต้องกัดฟันข่มใจเอาไว้ก่อน เมื่อรู้ว่าตัวเองเสียเปรียบ “แล้วคุณจะเอายังไงกับฉัน!”

แม้โกรธจนหน้าแดง แต่เสียงของเธอก็ยังกังวานหวานใส จนอยากได้ยินซ้ำหลายครั้ง เขาเลยโปรยเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มทั้งปากและดวงตา ฝ่ามือหนานวดคลึงไต่ไล่บนแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบา เมื่อหญิงสาวขัดขืนเขาก็โอบกระชับรัดร่างเพรียวบางแนบชิด จนรับรู้ถึงกล้ามเนื้อที่ไหวกระเพื่อม ใบหน้าแกร่งโน้มลงไปบนแก้มนุ่ม

“อืม...หอม”

มธุรสข่มกลั้นความโกรธกรุ่นไว้ภายใน ด้วยเทียบกันด้านรูปร่าง ลางแพ้ของเธอลอยมาแต่ไกล แต่ก็ยังไม่ละความพยายามทำให้ตัวเองหลุดออกจากคีมเหล็กที่รัดแน่นจนหายใจติดขัด

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อจอมฉวยโอกาสดึงรั้งชายเสื้อที่หลุดลุ่ยอยู่ออกจากขอบกางเกง สอดแทรกปลายนิ้วยาวร้อนผ่าวล่วงล้ำเข้าไปลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียนนุ่ม กายสาวสั่นสะท้านไหววูบจากสัมผัสที่ร้อนผ่าวซึ่งไม่เคยจะพานพบเจอ

“ปล่อยฉันดีกว่านะคุณ!” ข่มกัดฟันบอกเสียงขุ่น ดวงตาเขียวปั้ด แก้มนุ่มใสแดงปลั่งด้วยเพลิงอารมณ์โทสะที่พุ่งลิ่วเหมือนกับลูกโป่งลอยขึ้นฟ้า ควันแทบออกจากใบหู เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมทำตามคำสั่ง มิหนำซ้ำยังยิ้มตาวาว วาดมือลากไล้เคลื่อนไหวหนักขึ้น ไหนจะหมวกใบโปรดที่คนเก็บได้ไม่คิดมอบคืน ปล่อยให้ลอยปลิวไปตามกระแสลมแรงและค้างอยู่บนต้นไม้ที่เธอเก็บไม่ถึง

“คุณ...!!”

“โอ๊ะโอ...มือไวไปหน่อยมั้งสาวน้อย” ดวงตาเข้มเป็นประกาย ขณะจับมือนุ่มนิ่มเอาไว้และบีบกระชับเบาๆ ก่อนนำมาแนบที่ริมฝีปากซึ่งคลี่ยิ้ม

“รู้ไหมคนที่คิดทำร้ายฉันจะต้องเจอกับอะไร” แนบจมูกโด่งคลอเคลียแก้มใสซับสีเลือดฝาดอย่างไม่สนใจอาการขัดขืนเบือนหน้าหนีของสาวเจ้า แล้วยังขบเม้มจูบซับเรื่อยไปจนถึงปากอิ่ม

“ตัวเธอหอมจัง” กลิ่นกายก็หอมจรุงใจจนอยากสูดดมให้ชุ่มฉ่ำใจ หลังนิ้วไกล่เกลี่ยร่องแก้ม “จนฉันอดใจไม่ไหว ขอจูบหน่อยนะ” ทั้งที่รอบกายเขามีผู้หญิงเสนอตัวมาให้ลิ้มลองมากมาย แต่ทำไมถึงได้มาติดใจผู้หญิงที่วิ่งเข้ามาในอ้อมกอดคนนี้นักก็ไม่รู้ ชักแปลกใจตัวเองเสียแล้วสิ...

แต่ก็ไม่แปลกด้วยแม่เนื้อนุ่ม ช่างน่ารักน่าใคร่ แก้มใสเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยเลือดฝาดสาวไล่ลงไปถึงลำคอระหง ดวงตายามโกรธจัดเหมือนดวงตาแมวสะท้อนกับแสงไฟชวนมอง รูปกายอรชรอ้อนแอ้นที่น่ากลัวจะปลิวจนหาไม่เจอหากเจอลมพัดแรง แต่พอแตะต้องจริงๆ กลับรับรู้ถึงส่วนเว้าส่วนโค้งเต็มไม้เต็มมือ

กลิ่นกายเธอหอมจรุงใจที่เพียงสัมผัสแนบชิด กายแกร่งก็สำแดงเดชแห่งความปรารถนาขึ้นมาอย่างฉับพลัน เลือดในกายเดือดพล่านราวกับลาวาใต้พื้นดินจนแทบกักเก็บเอาไว้ไม่ได้ แต่ถึงทำได้เขาก็ไม่อยากทำอยู่ดีนั่นแหละ ด้วยใคร่อยากลิ้มรสปากอิ่มจะนุ่มหวานสักเพียงใด แวบหนึ่งรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนมุมปากหนา ในดวงตาคมเข้มกลับเฉยเมย เมื่อเขาอยากได้ แล้วจะรออะไรเล่า...

ไม่ทันได้ตั้งตัวห้าม ไอ้คนฉวยโอกาสจับรั้งปลายคางให้หน้านวลแหงนขึ้น และฉกปากร้อนลงมาบนเรียวปากอวบอิ่มนุ่มอย่างรวดเร็ว ราวกับจะช็อตเธอด้วยไฟหมื่นโวลต์ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หัวใจสั่นไหววูบราวกับเรือลำน้อยที่ลอยล่องอยู่ในนที เจอกับคลื่นพายุลมแรงโหมกระหน่ำพัดจนสั่นสะท้านไหวไปทั่วทั้งร่าง ความอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาทำให้รับมือกับความช่ำชองไม่ได้ กลายเป็นโอกาสให้ถูกเอาเปรียบโดยโต้ตอบไม่ได้

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่คล้องใจ
8.9
ความรักของญี่ปุ่น ดีไซเนอร์สาวผู้มาดมั่น กลับเหมือนนาฬิกาทรายที่ว่างเปล่า เมื่อเธอต้องเผชิญกับความเกลียดชังจากแบงค์ วิศวกรหนุ่มที่ดูถูกว่าเธอไร้ค่า แม้จะเจ็บปวดที่ต้องรักคนไม่มีใจ แต่เธอก็เลือกโต้ตอบด้วยท่าทีประชดประชัน จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น แบงค์คุกคามเธอด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดและแรงหึงหวงที่บ้าคลั่ง ท่ามกลางรอยร้าวและความทรงจำที่ร่วงหล่น ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในวังวนของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและหยดน้ำตาที่ยากจะจางหาย
หน้าปกนวนิยาย ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม
7.9
หลังปลิดชีพตนเองเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมาน หญิงสาวกลับตื่นขึ้นมาในห้องนอนเดิมอีกครั้งพร้อมความทรงจำจากชาติก่อน เธอได้พบกับศรัณย์พร สามีผู้เย็นชาในวัยยี่สิบเจ็ดปีอีกครั้ง สายตาที่เขามองมามีเพียงความเกลียดชังเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แม้เขาจะหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่คำพูดร้ายกาจกลับกรีดแทงใจเธอไม่ต่างจากเดิม ในชาตินี้เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดและสถานะภรรยาที่เขาไม่ต้องการอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย รักฉบับคลับโฮสต์
9.3
‘เมื่อสาวเฉิ่ม ผู้มีพรสวรรค์เรื่องแฟชั่นชนิดติดลบ ต้องกลายมาเป็นเจ้าของคลับโฮสต์คนใหม่ ส่วนเขาคือโฮสต์ที่ฮอตที่สุดของคลับ เมื่อพรหมลิขิตเริ่มทำงาน คนสองบุคลิกจึงโคจรมาเจอกัน งาน ความรัก และการฆาตกรรม คือสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอ’ ------------------------------------------------------- “เพราะผู้หญิงแบบคุณ แววตาแบบคุณ ไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังต้องการผู้ชายเพื่อคลายเหงา” “นายเก่งขนาดอ่านแววตาฉันออกเลยหรือไง” เอ่ยจบแพรทับทิมก็รวบรวมความกล้าสบตากับกายไปตรงๆ แต่ดูเหมือนเธอจะแพ้ เพราะต้องหลบสายตาของกายที่มองเธอกลับมาเสียเอง “หรือไม่จริง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม “ไม่จริง” โทนเสียงของแพรทับทิมติดสั่นเล็กน้อย เพราะประหม่านั่นเอง “ถ้าจริง คืนนี้คุณก็ให้ผมดูแล ไม่อย่างนั้นก็แสดงว่าคุณโกหกผม” “ฉันไม่อยากให้นายมาดูแล” “คุณไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะว่าคุณได้บุ๊คกิ้งผมไปแล้ว และถ้าต้องการยกเลิกคุณต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้ผม” กายยักคิ้วให้ นั่นทำเอาเธอแยกเขี้ยวใส่ “เท่าไหร่” แพรทับทิมคว้ากระเป๋าที่วางอยู่ข้างตัวมาถือไว้ พร้อมจะจ่ายค่าเสียเวลาให้ตามที่ชายหนุ่มร้องขอ ขอเป็นสายเปย์ดูสักตั้ง หวังว่ากระเป๋าเธอมันจะไม่ฉีกเสียก่อนนะ “ผมไม่รับเป็นเงิน” “เอ้า! แล้วนายอยากได้เป็นอะไรก็บอกมา” “ผมชอบรับเป็น…จูบ” “จูบ!” คนฟังตาโต ใจนี่เต้นโครมครามกับรูปแบบการจ่ายค่าเสียเวลาที่ได้ยิน “ใช่…จูบที่ว่ามันต้องดูดดื่มแบบปากประกบปากด้วยนะครับ จูบแบบเด็กอนุบาลไร้ประสบการณ์ผมก็ไม่รับ” “ฉันบุ๊คกิ้งก็ได้” คำตอบของแพรทับทิมทำเอากายยิ้ม พยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนเจ็บแก้มไปหมด เธอดูเอาจริงเอาจัง พร้อมจะเปย์ แต่สุดท้ายก็ถอย เมื่อรู้ว่าเขาต้องการค่าเสียเวลาเป็นอะไร ----------------------------------------------------- “แกอย่ามโนไปไกล ฉันกับกายแค่คบกันเฉยๆ สัมผัสร่างกายกันมากสุดก็แค่จูบ ยังไม่ถึงขั้นฟิตเจอริ่งย่ะ” “จูบกันแล้วด้วยเหรอ” “อื้อ” แพรทับทิมพยักหน้ารับเขินๆ “โอ๊ย! อิจฉา แกมีจูบแรกแล้ว ส่วนฉันนี่คงแห้งเหี่ยวบนคานแน่ๆ” แก้มใสห่อเหี่ยวลงไปถนัดตา สำหรับเธอยินดีกับความรักของ แพรทับทิมและกายเสมอ เพราะเพื่อนเธอควรจะมีคนดีๆ เข้ามาดูแล และเท่าที่ได้รู้จัก กายก็คือคนดีคนหนึ่ง “แกก็ไปจูบไอ้ปุณมันดิ” ข้อเสนอของแพรทับทิมมันยากที่แก้มใสจะทำได้ “มันได้ถีบฉันเข้าให้น่ะสิ นี่ก็ยังเคืองๆ มันอยู่ งานที่คลับโฮสต์แกก็ไม่มีอะไรให้ไปช่วยสืบ ยังไม่ยอมลาออกอีก” “หึงมันเหรอ” “อื้อ” แก้มใสพยักหน้ารับ “งั้นเดี๋ยวฉันฉีกสัญญาไอ้ปุณมันให้ เพราะดูท่ามันจะเพลินกับการได้เทคแคร์สาวๆ สวยๆ จนลืมแก” “หึ…ถ้ามันมีฉันในสายตานะ ป่านนี้มันตรัสรู้ไปนานแล้วว่าฉันแอบชอบมันอยู่” คนแอบรักชักจะถอดใจ นั่นเพราะยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจะจบยังไงเหมือนกัน สงสัยต้องรักแบบหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แบบนี้ไปตลอดมั้ง “ฉันถึงให้แกบอกชอบมันอยู่นี่ไง แกก็รู้ไอ้ปุณมันซื่อบื้อ” แม้ปุณจะเสน่ห์แรง มีสาวๆ ข้างกายไม่ขาด แต่เอาเข้าจริงปุณแทบจะมองผู้หญิงไม่ออก ว่าคนไหนจริงใจหรือแค่สนุก
หน้าปกนวนิยาย งี่เง่าเอาแต่รัก
8.9
งี่เง่าเอาแต่รัก (ภาคต่อ อวบอยู่ไหนจ๊ะ) เป็นเรื่องของเดอะแก๊งสี่หนุ่มเพื่อนพี่คิงและอวบค่ะ #คนงี่เง่าก็มีหัวใจ #คนเอาแต่ใจก็รักจริง “ลุงเย็กๆ ๆ” อุ้ยอ้ายหรือเด็กหญิงขนิษฐายังคงเรียกวรฤทธิ์แบบนั้นไม่หยุด “บอกให้เรียกอาๆ ๆ ๆ” “ฮี่ๆ” หมูน้อยไม่สะทกสะท้านซ้ำยังยิ้มแฉ่ง “เดี๋ยวตีเลย” วรฤทธิ์ขู่เด็กพร้อมกับทำตาโตดุๆ แล้ววางเจ้าตัวกลมให้ยืนบนพื้น ขณะที่เขาก็หย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้รับแขกในสวนข้างๆ ขุนพล “ลุงเล็กอย่าตี อย่าตีน้อง” คราวนี้ยัยตัวกลมเรียกชื่อเขาชัดแจ๋วเสียงอ้อนน่าสงสารเชียว ก่อนจะหันไปหาคุณพ่อที่กำลังนั่งจิบกาแฟและมองมาพร้อมรอยยิ้ม “พ่อขา...” ฝากพี่เล็กกับผองเพื่อนไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้า ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักไฟสวาท
9.4
คิมหันต์รั้งท้ายทอยปิ่นปักให้เข้ามารับจัมพิตที่แสนเร่าร้อน แม้หญิงสาวจะสับสนแต่สัมผัสนี้กลับปลุกเร้าความคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับอ้อมกอดที่เธอเคยได้รับเมื่อคืนก่อนหน้า ในขณะที่ชายหนุ่มผู้ปากแข็งว่าเกลียดชังเธอกลับตกหลุมพรางความหวานล้ำเกินห้ามใจ หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความปรารถนาที่ทวีคูณขึ้นทุกวินาที จนเริ่มนึกหวงแหนริมฝีปากคู่นี้และไม่ยอมให้ชายใดได้ครอบครองความละมุนที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ควรได้รับสัมผัสอันแสนพิเศษนี้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ
9.5
เจียงว่านหนิงยอมทำทุกทางเพื่อเย่เชิน แต่ความรักที่ภักดีกลับถูกตอบแทนด้วยการดูหมิ่น เมื่อเขาบังคับให้เธอคุกเข่าต่อหน้าคนรักเก่าเพื่อรักษาหน้าผู้อื่น เธอจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่ขมขื่นแล้วเริ่มต้นใหม่กับฟู่จิงเซิน ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทันที แม้เย่เชินจะตราหน้าว่าเธอเพียงต้องการใช้ตระกูลฟู่เป็นเครื่องมือแก้แค้น แต่สามีใหม่ของเธอกลับยินดีมอบทั้งอำนาจและเงินทองให้เธอใช้ตามใจชอบเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขาเลือกเอง