ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนตร์เสน่หาอสูร

มนตร์เสน่หาอสูร

เมื่อสาวน้อยแสนซนเดินทางไปต่างแดนครั้งแรกกลับต้องพบกับอสูรร้ายทรงเสน่ห์ที่จ้องจะงับเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น แม้เขาจะเป็นหนุ่มฮอตที่มีสาวๆ รุมล้อม แต่เธอกลับประกาศตัวเป็นศัตรูเพราะเขาดันกลั่นแกล้งเธอตั้งแต่เริ่ม ทว่ายิ่งหนีกลับยิ่งถูกเขาไล่ล่าด้วยไฟพิศวาสที่ยากจะต้านทาน เขาตั้งใจจะสั่งสอนบทเรียนรักให้เธอติดบ่วงจนดิ้นไม่หลุด เธอจึงต้องพยายามต่อต้านสุดกำลังเพื่อรักษาหัวใจและศักดิ์ศรี ไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวบนเตียงของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1

“ตื่นได้แล้วน้ำผึ้ง” ชายวัยกลางคนใบหน้าเปื้อนยิ้มร้องเรียก ดวงตาแฝงความรักใคร่เอ็นดูยามทอดสายตามองสาวน้อยร่างเล็ก ซึ่งนอนเอนกายให้ใบหน้าอิงแนบชิดกับเบาะรถ

“ถึงแล้วนะฮันนี่ของป๋า” บอกอีกครั้ง พร้อมยื่นมืออวบอูมทาบบนไหล่กว้าง เขย่าตัวสาวน้อยร่างเล็กที่เพียงก้าวขึ้นรถได้ก็เอนตัวซบอิงแอบบ่าเขาและหลับตาพริ้มในทันทีอย่างอ่อนโยน

ปลายมือสั้นอวบจับปอยผมสีดำสนิทเฉกเช่นขนกาน้ำและนุ่มประดุจใยไหมที่รุ่ยร่ายลงมาทัดหลังใบหูให้ด้วยความเอ็นดู ก่อนดวงตาชั้นเดียวเล็กหยีมีแววกังวล เมื่อเห็นใบหน้านวลผ่องค่อนไปทางขาวจนซีด มีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามข้างขมับ

“อือ...อย่ายุ่งน่า คนจะนอน” คนถูกรบกวนยกมือปัดไล่มือที่ป้วนเปี้ยนอยู่บนวงหน้า เปลือกตานุ่มเพียงแค่ขยุกขยิกเป็นการตอบรับ พร้อมคลี่ปากสีชมพูอ่อนๆ ยิ้มเล็กน้อยโดยยังไม่ลืมตาตื่น เธอยังจับแขนอวบอูมของคนยอมพลีไหล่กว้างให้หนุนต่างหมอนตั้งแต่ก้าวขึ้นรถมากอดแนบอก

คนปลุกได้แต่อมยิ้มเล็กน้อย ดึงแขนออกมาวางบนลาดไหล่กว้าง เขย่าร่างแม่คนขี้เซาอีกครั้ง ประกายในดวงตาที่ทอดมองน้ำผึ้งหรือนางสาวมธุรส ชีพอิง สาวน้อยจอมขี้เซา ซึ่งเพิ่งฉลองวันเกิดอายุยี่สิบสองปี พ่วงด้วยปริญญาตรีเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยมีชื่อในประเทศไทย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความรักใคร่ระคนเอ็นดู

มธุรสเป็นเด็กดีมีความคิดความอ่าน ไม่ว่าทำอะไรมักบอกกล่าวและขอความเห็นจากเขาเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เธออยากมาท่องเที่ยวเมืองไกล แม้เขาไม่อยากยินยอม เพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพของสาวน้อยแสนน่ารัก ที่อาจไปเตะตาหนุ่มต่างเชื้อชาติต่างศาสนาคว้าดวงใจไปครอบครอง แต่เมื่อหญิงสาวรบเร้าอ้อนวอนเสียงอ่อนเสียงใสระคนใบหน้าเศร้าหมอง จนเขาซึ่งรักเธอสุดหัวใจต้องยอมแพ้ในที่สุด เพราะมันคือความสุขเมื่อเห็นคนที่รักยิ้มได้

“น้ำผึ้ง”

“ค่า...รู้แล้วค่า น้ำผึ้งตื่นแล้วค่าคุณป๋าขี้บ่น” คนถูกปลุกขานรับเสียงกังวานใสแจ๋ว พร้อมสปริงตัวขึ้นนั่ง สองมือจับไล้ใบหน้านุ่มไพล่ไปจับปอยผมนุ่มสางช้าๆ ให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนชูแขนขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อย ผ่อนความเมื่อยล้าจากการเดินทางไกล

“แหม...คุณป๋าน่ะ ให้น้ำผึ้งนอนซบอีกนิดก็ไม่ได้ เหนียวตัวไว้ให้ผู้หญิงคนอื่นใช่ไหมล่ะ” พ้อเสียงหวานใส แก้มใสซับสีเลือดฝาดอย่างคนสุขภาพดีป่องออกอย่างกระเง้ากระงอด แต่ประกายในดวงตากลมโตกลับแพรวพราวระยับ ยื่นมือคว้าหมวกแฟชั่นปีกกางออกกว้าง มีผ้าลูกไม้สีหวานผูกมัดเป็นโบขนาดไม่ใหญ่ เวลาเธอจับสวมใส่แล้วทำให้ดูหวานแต่แอบเซ็กซี่นิดๆ

“มีใครเสียที่ไหนกันล่ะ แค่เราคนเดียวก็ยุ่งวุ่นวายไปหมดแล้ว” ยกมือวางทาบบนศีรษะทุยและเขย่าเบาๆ “เรานี่ทุกทีเลยนะน้ำผึ้ง เมื่อไหร่จะหายเสียทีหือ” เพราะเหตุมธุรสขึ้นรถทีไรเป็นต้องหลับ เขาจึงไม่ไว้ใจปล่อยให้หญิงสาวเดินทางไกลเพียงลำพัง กลัวคนไม่ดีฉวยโอกาสทำร้ายขณะเธอไม่มีสติ

“ไม่รู้สิคะ น้ำผึ้งก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เสียหน่อย” หญิงสาวตอบกลับอย่างเซ็งๆ เหมือนกัน ไปเที่ยวแต่ละครั้งไม่เคยได้สนุกกับเพื่อนเลย เพราะไอ้อาการบ้าๆ ที่พอขึ้นรถแล้วต้องรีบหลับตา ไม่เช่นนั้นจะมีอาการมึนงง หายใจติดขัดและปวดมวนในท้อง ปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบ ก่อนอาการสุดท้ายคืออาเจียนจะตามมา เคยกินยาแก้เมารถเมาเรือแล้วก็ไม่ได้ผล

ใบหน้านวลผ่องแบะออก พร้อมผ่อนลมหายใจออกจากปอดอย่างเหนื่อยหน่ายใจตัวเอง ไม่ว่าวิธีการไหนที่เคยได้ยินก็นำมาใช้แล้ว แต่ไม่ได้ผลเช่นกัน อีกอย่างมาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เธอเห็นภาวัติทำงานหามรุ่งหามค่ำ จนมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะอยู่เนืองๆ ควรมีโอกาสท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้าง

สองมือนุ่มนิ่มสอดรอบแขนใหญ่ “คุณป๋าไม่เปลี่ยนใจจริงๆ หรือคะ จะอยู่กับน้ำผึ้งแค่คืนเดียวจริงๆ อะ” ช้อนหน้านวลเนียนผิวแก้มใสกิ๊กป่องออกเล็กน้อยขึ้น พร้อมกะพริบตาออดอ้อน

“แน่ใจว่าจะไม่อยู่เที่ยวกับน้ำผึ้งจริงๆ หรือคะคุณป๋าขา อืม...แล้วไม่ห่วง ไม่หวงน้ำผึ้งสาวน้อยแสนสวยคนนี้หรือคะ” เอียงคอเล็กน้อย ยิ้มจนแก้มป่อง ประกายในดวงตาวาววับราวกับแสงพระอาทิตย์ที่สะท้อนแผ่นผืนน้ำทะเลสีเขียวมรกตกว้างสุดลูกหูลูกตา

“ถ้ามีหนุ่มๆ ตาน้ำข้าว หุ่นมาดแมนแอนด์แฮนด์ซั่ม แวะเวียนมาแจกขนมจีบ” ริมฝีปากอิ่มเบ้ไปซ้ายทีขวาที แววตาแพรวพราวระยับ ถูไถใบหน้านวลผ่องกับลำแขนเจ้าเนื้อ “สาวน้อยคนนี้เผอิญตกหลุม...รัก จังบะเร่อด้วย คุณป๋าสุดหล่อจะทนได้หรือคะ ถ้าต้องเสียสาวน้อยช่างจำนรรจาไปน่ะ”

“ให้จริงอย่างที่พูดเถอะ ใครกล้าเข้ามาจีบ คุณป๋ายินดียกให้แถมข้าวสารอีกกระสอบใหญ่เลย” ภาวัติตอบกลั้วหัวเราะในลำคอ เลยได้รับค้อนขวับๆ จากสาวน้อยแก้มใสราวกับแก้มก้นเด็กกลับมา

มือใหญ่ยกขึ้นทาบบนศีรษะแล้วเขย่าไปมาเบาๆ “แต่ไม่รู้จะมีหนุ่มตาถั่วคนไหน มองเห็นเด็กขี้งอนของคุณป๋าเป็นสาวน้อยแสนสวย พอเรียกความสนใจได้นะสิ” กระเซ้าหยอกน้ำเสียงครึกครื้น หน้าตามธุรสไม่ได้สวยเตะตา แต่คนที่เห็นจะสะดุดในความน่ารักมากกว่า จนเขาเกิดความไม่แน่ใจ ให้เธออยู่ที่นี่ตามลำพัง คิดถูกหรือผิดกันแน่

“คุณป๋าน่ะ” มธุรสทำเสียงกระเง้ากระงอด แก้มนวลใสซับสีเลือดฝาดป่องออก พลางค้อนด้วยสายตาพลางย่นจมูกเล็กน้อยใส่ภาวัติ

“งอนแล้ว ไม่พูดด้วยห้านาที” ทำเป็นพูดเสียงเข้ม ทั้งที่รู้ดีว่าภาวัติไม่ได้หมายความอย่างที่พูดเลยสักนิด ขืนใครกล้าแหย็มเข้ามาแจกขนมจีบเธอสิ ได้เป็นเจอดีทุกราย ล่าสุดก็เพื่อนหนุ่มที่แฝงตัวมาเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วง ทำราวกับบ่มเพาะความรู้สึกรักในหัวใจเธอให้สุกงอม แล้วเมื่อมั่นใจว่าความห่วงใยที่มีให้กันและกัน คือความรักพร้อมพัฒนาเป็นครองเรือนได้ ก็เลยกล้าเอ่ยปากขอคบด้วย

มธุรสอดหัวเราะไม่ได้ ยามนึกถึงใบหน้าราวกับโดนผีหลอกของเพื่อนชายที่ถูกหลอกให้ไปเอ่ยปากบอกรักเธอท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วคนที่ถูกเอ่ยบอกรักกลับกลายเป็นสาวอ้วนตุ๊ต๊ะอย่างกับตุ่มสามโคก ถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยงราวกับเด็กช่วยตัวเองไม่ได้ ถูกตามติดจนแทบไม่มีเวลาให้หายใจ ต้องหนีหัวซุกหัวซุนไม่มีเวลามาตามตื๊อขอเธอไปเป็นแฟน

“ถึงแล้วใช่ไหมคะ ลงจากรถดีกว่า”

“งอนคุณป๋าแน่หรือน้ำผึ้ง” ถามเสียงนุ่มทุ้ม กลั้นหัวเราะจนพุงพลุ้ยไหวกระเพื่อม รีบก้าวตามแม่สาวขี้งอนลงไปติดๆ โอบแขนรวบร่างอรชรมาแนบชิด “ดีจัง...คุณป๋ากำลังคิดว่าจะให้พ็อกเกตมันนี่น้ำผึ้งเที่ยวสักหน่อย แต่งอนแบบนี้แสดงว่าไม่เอาแล้วใช่ไหม”

“จริงหรือคะ คุณป๋าไม่ได้หลอกให้น้ำผึ้งดีใจเล่นนะคะ” ดวงตากลมโตเป็นประกายสุกใสเบิกกว้าง กลีบปากอวบอิ่มอ้าค้างเกือบหลุดเสียงหวีดร้องออกมาด้วยความดีใจ แต่เอ๊ะ...ศีรษะทุยเอียงนิดๆ กลีบปากอวบอิ่มสีน้ำผึ้งระเรื่อโดยไม่ต้องแต่งแต้มด้วยลิปสติกขยับไปซ้ายทีขวาที

มันน่าสงสัยอยู่นะ เพราะคุณป๋าขี้เหนียวจะตาย ทุกครั้งที่เธอขอเงิน ต้องอ้างโน่นอ้างนี่สารพัด หรือไม่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน แล้วทำไมวันนี้ถึงได้ใจดี ยอมให้เงินเธอเที่ยวละ อย่างนี้ต้องมีอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยนหรือเปล่า แต่ก็ช่างเถอะ มีเงินเที่ยวแล้ว เอาไว้ก่อนดีกว่า จะได้ไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าตัวเอง

“ขอบคุณค่ะ คุณป๋าของน้ำผึ้งน่ารักที่สุดเลย” รีบเอาใจอีกฝ่ายไว้ก่อน สองมือเล็กประนมและกราบบนอกกว้างก่อนคลายออกแล้วสอดเข้ากอดแขนใหญ่ เขย่งเท้าเล็กน้อยทาบจมูกโด่งได้รูปบนแก้มอวบอูมทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตเป็นประกายใสแจ๋วราวกับลูกแก้วสะท้อนแสงไฟ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่คล้องใจ
8.9
ความรักของญี่ปุ่น ดีไซเนอร์สาวผู้มาดมั่น กลับเหมือนนาฬิกาทรายที่ว่างเปล่า เมื่อเธอต้องเผชิญกับความเกลียดชังจากแบงค์ วิศวกรหนุ่มที่ดูถูกว่าเธอไร้ค่า แม้จะเจ็บปวดที่ต้องรักคนไม่มีใจ แต่เธอก็เลือกโต้ตอบด้วยท่าทีประชดประชัน จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น แบงค์คุกคามเธอด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดและแรงหึงหวงที่บ้าคลั่ง ท่ามกลางรอยร้าวและความทรงจำที่ร่วงหล่น ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในวังวนของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและหยดน้ำตาที่ยากจะจางหาย
หน้าปกนวนิยาย ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม
7.9
หลังปลิดชีพตนเองเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมาน หญิงสาวกลับตื่นขึ้นมาในห้องนอนเดิมอีกครั้งพร้อมความทรงจำจากชาติก่อน เธอได้พบกับศรัณย์พร สามีผู้เย็นชาในวัยยี่สิบเจ็ดปีอีกครั้ง สายตาที่เขามองมามีเพียงความเกลียดชังเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แม้เขาจะหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่คำพูดร้ายกาจกลับกรีดแทงใจเธอไม่ต่างจากเดิม ในชาตินี้เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดและสถานะภรรยาที่เขาไม่ต้องการอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย รักฉบับคลับโฮสต์
9.3
‘เมื่อสาวเฉิ่ม ผู้มีพรสวรรค์เรื่องแฟชั่นชนิดติดลบ ต้องกลายมาเป็นเจ้าของคลับโฮสต์คนใหม่ ส่วนเขาคือโฮสต์ที่ฮอตที่สุดของคลับ เมื่อพรหมลิขิตเริ่มทำงาน คนสองบุคลิกจึงโคจรมาเจอกัน งาน ความรัก และการฆาตกรรม คือสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอ’ ------------------------------------------------------- “เพราะผู้หญิงแบบคุณ แววตาแบบคุณ ไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังต้องการผู้ชายเพื่อคลายเหงา” “นายเก่งขนาดอ่านแววตาฉันออกเลยหรือไง” เอ่ยจบแพรทับทิมก็รวบรวมความกล้าสบตากับกายไปตรงๆ แต่ดูเหมือนเธอจะแพ้ เพราะต้องหลบสายตาของกายที่มองเธอกลับมาเสียเอง “หรือไม่จริง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม “ไม่จริง” โทนเสียงของแพรทับทิมติดสั่นเล็กน้อย เพราะประหม่านั่นเอง “ถ้าจริง คืนนี้คุณก็ให้ผมดูแล ไม่อย่างนั้นก็แสดงว่าคุณโกหกผม” “ฉันไม่อยากให้นายมาดูแล” “คุณไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะว่าคุณได้บุ๊คกิ้งผมไปแล้ว และถ้าต้องการยกเลิกคุณต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้ผม” กายยักคิ้วให้ นั่นทำเอาเธอแยกเขี้ยวใส่ “เท่าไหร่” แพรทับทิมคว้ากระเป๋าที่วางอยู่ข้างตัวมาถือไว้ พร้อมจะจ่ายค่าเสียเวลาให้ตามที่ชายหนุ่มร้องขอ ขอเป็นสายเปย์ดูสักตั้ง หวังว่ากระเป๋าเธอมันจะไม่ฉีกเสียก่อนนะ “ผมไม่รับเป็นเงิน” “เอ้า! แล้วนายอยากได้เป็นอะไรก็บอกมา” “ผมชอบรับเป็น…จูบ” “จูบ!” คนฟังตาโต ใจนี่เต้นโครมครามกับรูปแบบการจ่ายค่าเสียเวลาที่ได้ยิน “ใช่…จูบที่ว่ามันต้องดูดดื่มแบบปากประกบปากด้วยนะครับ จูบแบบเด็กอนุบาลไร้ประสบการณ์ผมก็ไม่รับ” “ฉันบุ๊คกิ้งก็ได้” คำตอบของแพรทับทิมทำเอากายยิ้ม พยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนเจ็บแก้มไปหมด เธอดูเอาจริงเอาจัง พร้อมจะเปย์ แต่สุดท้ายก็ถอย เมื่อรู้ว่าเขาต้องการค่าเสียเวลาเป็นอะไร ----------------------------------------------------- “แกอย่ามโนไปไกล ฉันกับกายแค่คบกันเฉยๆ สัมผัสร่างกายกันมากสุดก็แค่จูบ ยังไม่ถึงขั้นฟิตเจอริ่งย่ะ” “จูบกันแล้วด้วยเหรอ” “อื้อ” แพรทับทิมพยักหน้ารับเขินๆ “โอ๊ย! อิจฉา แกมีจูบแรกแล้ว ส่วนฉันนี่คงแห้งเหี่ยวบนคานแน่ๆ” แก้มใสห่อเหี่ยวลงไปถนัดตา สำหรับเธอยินดีกับความรักของ แพรทับทิมและกายเสมอ เพราะเพื่อนเธอควรจะมีคนดีๆ เข้ามาดูแล และเท่าที่ได้รู้จัก กายก็คือคนดีคนหนึ่ง “แกก็ไปจูบไอ้ปุณมันดิ” ข้อเสนอของแพรทับทิมมันยากที่แก้มใสจะทำได้ “มันได้ถีบฉันเข้าให้น่ะสิ นี่ก็ยังเคืองๆ มันอยู่ งานที่คลับโฮสต์แกก็ไม่มีอะไรให้ไปช่วยสืบ ยังไม่ยอมลาออกอีก” “หึงมันเหรอ” “อื้อ” แก้มใสพยักหน้ารับ “งั้นเดี๋ยวฉันฉีกสัญญาไอ้ปุณมันให้ เพราะดูท่ามันจะเพลินกับการได้เทคแคร์สาวๆ สวยๆ จนลืมแก” “หึ…ถ้ามันมีฉันในสายตานะ ป่านนี้มันตรัสรู้ไปนานแล้วว่าฉันแอบชอบมันอยู่” คนแอบรักชักจะถอดใจ นั่นเพราะยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจะจบยังไงเหมือนกัน สงสัยต้องรักแบบหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แบบนี้ไปตลอดมั้ง “ฉันถึงให้แกบอกชอบมันอยู่นี่ไง แกก็รู้ไอ้ปุณมันซื่อบื้อ” แม้ปุณจะเสน่ห์แรง มีสาวๆ ข้างกายไม่ขาด แต่เอาเข้าจริงปุณแทบจะมองผู้หญิงไม่ออก ว่าคนไหนจริงใจหรือแค่สนุก
หน้าปกนวนิยาย งี่เง่าเอาแต่รัก
8.9
งี่เง่าเอาแต่รัก (ภาคต่อ อวบอยู่ไหนจ๊ะ) เป็นเรื่องของเดอะแก๊งสี่หนุ่มเพื่อนพี่คิงและอวบค่ะ #คนงี่เง่าก็มีหัวใจ #คนเอาแต่ใจก็รักจริง “ลุงเย็กๆ ๆ” อุ้ยอ้ายหรือเด็กหญิงขนิษฐายังคงเรียกวรฤทธิ์แบบนั้นไม่หยุด “บอกให้เรียกอาๆ ๆ ๆ” “ฮี่ๆ” หมูน้อยไม่สะทกสะท้านซ้ำยังยิ้มแฉ่ง “เดี๋ยวตีเลย” วรฤทธิ์ขู่เด็กพร้อมกับทำตาโตดุๆ แล้ววางเจ้าตัวกลมให้ยืนบนพื้น ขณะที่เขาก็หย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้รับแขกในสวนข้างๆ ขุนพล “ลุงเล็กอย่าตี อย่าตีน้อง” คราวนี้ยัยตัวกลมเรียกชื่อเขาชัดแจ๋วเสียงอ้อนน่าสงสารเชียว ก่อนจะหันไปหาคุณพ่อที่กำลังนั่งจิบกาแฟและมองมาพร้อมรอยยิ้ม “พ่อขา...” ฝากพี่เล็กกับผองเพื่อนไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้า ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักไฟสวาท
9.4
คิมหันต์รั้งท้ายทอยปิ่นปักให้เข้ามารับจัมพิตที่แสนเร่าร้อน แม้หญิงสาวจะสับสนแต่สัมผัสนี้กลับปลุกเร้าความคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับอ้อมกอดที่เธอเคยได้รับเมื่อคืนก่อนหน้า ในขณะที่ชายหนุ่มผู้ปากแข็งว่าเกลียดชังเธอกลับตกหลุมพรางความหวานล้ำเกินห้ามใจ หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความปรารถนาที่ทวีคูณขึ้นทุกวินาที จนเริ่มนึกหวงแหนริมฝีปากคู่นี้และไม่ยอมให้ชายใดได้ครอบครองความละมุนที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ควรได้รับสัมผัสอันแสนพิเศษนี้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ
9.5
เจียงว่านหนิงยอมทำทุกทางเพื่อเย่เชิน แต่ความรักที่ภักดีกลับถูกตอบแทนด้วยการดูหมิ่น เมื่อเขาบังคับให้เธอคุกเข่าต่อหน้าคนรักเก่าเพื่อรักษาหน้าผู้อื่น เธอจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่ขมขื่นแล้วเริ่มต้นใหม่กับฟู่จิงเซิน ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทันที แม้เย่เชินจะตราหน้าว่าเธอเพียงต้องการใช้ตระกูลฟู่เป็นเครื่องมือแก้แค้น แต่สามีใหม่ของเธอกลับยินดีมอบทั้งอำนาจและเงินทองให้เธอใช้ตามใจชอบเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขาเลือกเอง