
บ่วงพิศวาสทาสอสูร
ตอน 3
“มีโทรศัพท์เข้ามาเมื่อครู่จากโรงพยาบาลในนิวยอร์ค แม่ของเลทิเธียโทรมาบอกว่าเกิดอุบัติเหตุกับเธอในโรงแรมที่ถนนฟิฟท์ อะเวนิว”
ตอนที่ 3
“พระเจ้า!...แล้วตอนนี้หนูเลทิเธียเป็นยังไงบ้าง?”
“เธออยู่ในห้องไอซียูครับ ผมต้องรีบเดินทางไปนิวยอร์คคืนนี้เลย”
“โอ...คิลเลียน...ภาวนาขออย่าให้เธอเป็นอะไรเลย ไม่อย่างนั้นงานแต่งของลูกที่จะจัดขึ้นอาทิตย์หน้า...”
“แม่ครับ” คิลเลียนแทรกขึ้นและจับไหล่บางของมารดา เขามองเห็นความกังวลระคนหวั่นกลัวฉายชัดในดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นซึ่งก็หาได้แตกต่างจากความรู้สึกของเขาตอนนี้
“ฟังผมนะครับแม่...ผมอยากให้พ่อกับแม่ระงับการจัดงานแต่งระหว่างผมกับเลทิเธียไว้ก่อน เธออาจหายเป็นปกติหลังจากนี้ แต่ผมไม่แน่ใจเลยว่าเธอจะพร้อมเข้าพิธีได้เมื่อไหร่ สิ่งที่ทำได้คือ คืนนี้ผมต้องรีบเดินทางไปนิวยอร์คโดยเร่งด่วน และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะรีบกลับมาหาแม่นะครับ”
“ขอพระเจ้าคุ้มครองลูกและคนที่ลูกรัก แม่จะคอยฟังข่าวทางนี้นะจ๊ะ”
อัลเลนหลับตาเมื่อคิลเลียนแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา ชายหนุ่มผละจากมารดาก่อนเดินลิ่วตรงไปยังรถเก๋งหน้าบ้านพักซึ่งคนขับนำออกมาจอดรอตามคำสั่งอยู่ก่อนแล้ว
นาวาอากาศเอกหนุ่มกระสับกระส่ายตลอดเวลาแม้จะนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเพื่อมุ่งสูนิวยอร์คซิตี้ คิลเลียนมีอาการกระวนกระวายและกุมโทรศัพท์ไม่วาง ทำไมเหตุร้ายมันต้องมาเกิดขึ้นตอนนี้ในเมื่อเขาและเลทิเธียกำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์ในอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า
เขาลางานจากกองทัพมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มเพื่อจัดเตรียมพิธีวิวาห์อย่างหรูหราในโรงแรมกลางกรุงนิวยอร์คซึ่งแม็คไพรด์กรุ๊ปเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ใช่...มันคือฟิฟท์ อะเวนิว แกรนด์ โฮเต็ล โรงแรมที่เลทิเธียไปประสบอุบัติเหตุโดยที่ทุกคนไม่คาดฝัน
คิลเลียนคบหาดูใจกับเลทิเธีย อาเวอร์ตัน ลูกสาวนักุรกิจใหญ่ด้านเรือเดินสมุทรนับถึงบัดนี้ก็เป็นเวลาเกือบสองปีเต็ม ซึ่งก่อนหน้านี้เลทิเธียไม่พร้อมที่จะเป็นเจ้าสาวด้วยข้ออ้างในการศึกษาต่อทางด้านธุรกิจการเงิน
แตเมื่อไม่นานมานี้คู่หมั้นของเขาเกิดเปลี่ยนใจ เธอและครอบครัวอยากให้เขาจัดงานวิวาห์ซึ่งเป็นสิ่งที่คิลเลียนไม่มีวันปฏิเสธคนรักของเขาอยู่แล้ว
แม้บางครั้งนายทหารเรือหนุ่มต้องเป็นฝ่ายรอและไม่ค่อยได้ติดต่อกับคู่หมั้นของเขาอย่างหนุ่มสาวที่รักกันโดยทั่วไป เขามีเวลาดี ๆ ที่น่าจดจำและประทับใจกับคู่หมั้นซึ่งพบกันจากการติดต่อของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
ทว่าไม่เคยมีช่วงเวลาแห่งความโรแมนติกระหว่างเขาและเธอตราบจนใกล้พิธีวิวาห์ คงไม่มีใครเชื่อเป็นแน่ว่าเขาไม่เคยใกล้ชิดเลทิเธียมากกว่าการกอดและจูบดูดดื่มเหมือนคู่รักที่เพิ่งคบกันใหม่ ๆ อย่างไรอย่างนั้น
นาวาอากาศเอกหนุ่มครุ่นคิดเรื่องอาการคู่หมั้นของเขากระทั่งไปถึงโรงพยาบาลนิวยอร์คตามคำบอกกล่าวของซินดี้ มารดาของเลทิเธีย คิลเลียนตรงดิ่งไปถึงหน้าห้องฉุกเฉินที่เขาเห็นร่างของหญิงและชายวัยกลางคนยืนรออย่างกระวนกระวายใจ
“คิลเลียน!...โอ...คิลเลียน”
หญิงผมบลอนด์ทองอายุราวห้าสิบปลาย ๆ ในชุดกระโปรงสีอิฐวิ่งเข้ามาสวมกอดร่างสูงใหญ่ด้วยใบหน้ชื้นไปด้วยคราบน้ำตาทว่าก็มีรอยยิ้มบอกความยินดีที่เห็นว่าอีกฝ่ายมาถึง
“เลทิเธียล่ะครับ คุณแม่”
“เธอยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน...เรารอมาเกือบจะทั้งคืนแล้ว”
เฟเดอริก นักธุรกิจใหญ่ผู้เป็นบิดาของเลทิเธียกล่าวขึ้น เขายังอยู่ในชุดสูทและมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด คิลเลียนก้มลงดูนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าเวลากำลังจะล่วงถึงตีห้าแล้ว ทว่าทุกอย่างกลับดูเชื่องช้าเสมือนเรือนแห่งกาลหยุดอยู่กับที่
“ทำใจดี ๆ นะครับคุณแม่...บอกหน่อยได้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้นกับเลทิเธีย”
ชายหนุ่มยังกอดหญิงวัยกลางคนไว้แน่นขณะที่อีกฝ่ายเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เมื่อตอนหัวค่ำแม่ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่โรงแรมฟิฟท์ อะเวนิว แกรนด์ โฮเต็ล ว่าเลทิเธียตกบันไดบนชั้นที่ยี่สิบและหมดสติจนต้องส่งตัวมารับการรักษาโดยด่วนที่โรงพยาบาล แม่ตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูกเลยรีบตามมาที่นี่ แต่จนป่านนี้หมอก็ยังไม่ออกมาจากห้องฉุกเฉินเลย”
คุณอาจจะชอบ





