ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักกับดักอสูร

บำเรอรักกับดักอสูร

ฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค หนุ่มลูกครึ่งนัยน์ตาสีน้ำทะเลผู้มองผู้หญิงเป็นเพียงความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราว เขาวางแผนใช้เสน่ห์ล่อลวง ม่านไหม หญิงสาวชาวไทยให้มาติดกับดักหวังจะทิ้งขว้างเธออย่างไม่ใยดี เขาเสนอข้อตกลงอันตรายด้วยการสัมผัสเพียงร่างกายภายนอกเป็นเวลา 20 นาที และจะหยุดลงหากเธอไม่ยินยอม แต่ม่านไหมหารู้ไม่ว่านี่คือหลุมพรางของอสูรร้าย เพราะเมื่อไฟปรารถนาถูกจุดขึ้นมาแล้ว มันยากเกินกว่าจะมอดดับลงได้ และหัวใจของเธอกำลังจะถูกแผดเผาภายใต้พันธนาการรักที่เขาเป็นผู้ควบคุม
ตอน
แชร์

ตอน 1

ฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค หรือฟินิกซ์ วรเวชนาคประสิทธิ์ หนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ ทายาทคนที่สามของนาย โรเบิร์ต ฮิสตัน บรู๊ค ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมห้าดาวทางภาคอีสานที่ครอบคลุมไปทุกจังหวัด ฟินิกซ์ไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกเสียนานหลายปี แต่กลับได้รับคำสั่งจากนายโรเบิร์ต ให้มาบริหารโรงแรมที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในจังหวัดขอนแก่น เมื่อไม่อาจปฏิเสธคำสั่งจากประมุขใหญ่ของบ้านได้ เขาจึงต้องเดินทางกลับมาตามคำบัญชาของผู้เป็นบิดา

“แด๊ดดี้ ครับ ผมไม่ไปได้มั้ย? ให้ใครไปแทนได้หรือเปล่า?”

ฟินิกซ์ทำท่าเหมือนไม่เห็นด้วยที่บิดาของเขาสั่งให้เขาไปติดต่องานชิ้นหนึ่งในชนบทด้วยตัวเอง

“โนๆ ลูกต้องไปเอง ให้คนอื่นไปแทนไม่ได้เด็ดขาด ฟินิกซ์ลูกเข้าใจมั้ย คำว่ามิตรภาพ คืออะไร เราจะต้องสร้างสัมพันธไมตรีกับลูกค้าคนสำคัญของเราด้วยตัวของเราเอง เพื่อให้เกียรติพวกเขา เพราะฉะนั้นลูกต้องไปเข้าใจไหม?”

ที่จริงแล้วมันเป็นแผนการของนายโรเบิร์ต ที่ต้องการให้ลูกชายได้รู้จักกับใครบางคนที่วิไลวรรณคู่ขาของเขาแนะนำ

“โอเคแด๊ดดี้ ผมจะไป แต่ผมไม่รับรองนะ ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน ผมจะพยายามก็แล้วกัน”

ร่างสูงใหญ่ปานนายแบบหันหลังเดินตัวปลิวออกไปจากห้องทำงานของบิดา ลงไปยังลานจอดรถของโรงแรมพร้อมทั้งคนขับรถ

รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ คันหรูรุ่นล่าสุดสีบรอนซ์เงินออกตัวไปอย่างนุ่มนวลไปยังอำเภอหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ตลอดการเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ดวงตาคมเข้มดุจพญาเหยี่ยวมองสำรวจริมทางไปตลอดเส้นทางด้วยความรู้สึกทึ่งๆ และประหลาดใจในสิ่งที่เขาได้พบเห็นเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้กลับมาที่นี่นานแล้ว

“โทรมชาย”

“สมชายครับ” คนขับรถแก้ให้กับภาษาไทยแปร่งๆ ของเจ้านาย

“นั่นแหละ ซมชาย ตรงนี้เขาเรียกว่าอะไร?” นิ้วเรียวชี้ออกไปข้างนอกรถอย่างสงสัย

“อ๋อ ที่นี่เขาเรียกว่า ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองครับ” สมชายตอบ

“อ๋อ ซานเจ้าพ่อหลักเมือง” สำเนียงของลูกครึ่งไทย-อังกฤษก็ยังเพี้ยนๆ อยู่ดี เพราะวันนี้เป็นวันที่สามที่เขาเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองไทย

“อีกนานมั้ย กว่าจะถึง ร้านแพรพรรณผ้าไหมไทย?” เสียงทุ้มมีเสน่ห์ถามคนขับรถเมื่อทั้งคู่ออกสู่เส้นทางเลี่ยงเมือง

“ไม่นานหรอกครับ เดี๋ยวก่ฮอด”

“เดี๋ยวก่ฮอด หมายความว่ายังไง?” ฟินิกซ์ไม่เข้าใจ

“โอ๋ ขอโทษทีครับ หลงพูดภาษาบ้าน คำว่า เดี๋ยวก่ฮอด หมายถึง เดี๋ยวก็ถึงครับ” หนุ่มขับรถชาวอีสานแท้ๆ อธิบายภาษาบ้านให้เจ้านายฝรั่งลูกครึ่งฟัง

“โอ ฉันชักอยากจะเรียนภาษาของบ้านนายแล้วสิ ภาษาแปลกดิฉันชอบ” ฟินิกซ์พูดออกมาจากใจ

จากนั้นอีกหลายนาทีก่อนที่จะเดินทางไปถึงที่หมาย สมชายก็ได้สอนภาษาพื้นบ้านให้เจ้านายคนใหม่อีกหลายคำ อย่างสนุกสนาน จนกระทั่งทั้งคู่มาถึง ร้านแพรพรรณผ้าไหมไทย

วันนี้ลูกค้าค่อนข้างบางตา ม่านไหมจึงมีเวลามานั่งทอผ้าอยู่ข้างในร้าน ในส่วนของการโชว์การแสดงการทอผ้าไหม ซึ่งลูกค้าท่านใดที่ประสงค์จะดูการทอผ้า ก็สามารถที่จะมาชมในมุมนี้ได้ เพราะที่ร้านแพรพรรณผ้าไหมไทยแห่งนี้ มีการขายและการผลิตที่ครบวงจร ตั้งแต่การเลี้ยงตัวไหม ไปจนถึงการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อวางจำหน่าย ทั้งขายส่งและขายปลีกในราคาที่ไม่แพงมากนัก และร้านนี้ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านขายผ้าไหมที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานเลยก็ว่าได้

“นี่กุหลาบ เห็นบ่รถผู้ใดมา คันโก้โก้ ท่าทางสิรวยแท้” กุหลาบเป็นลูกน้องคนหนึ่งของร้านกำลังสนทนากับเพื่อนข้างๆ ด้วยความอยากรู้

“เฮาบ่ฮู้ดอก สงสัยสิเป็นลูกค้าคนพิเศษของคุณม่านไหม”

เพียงใจเองก็สงสัยเหมือนกัน แต่ก็ลองเดาเอา เพราะแขกที่ลงจากรถมาเธอไม่เคยเห็นหน้า แต่เมื่อประตูรถอีกด้านหนึ่งเปิดลงมา พร้อมกับร่างสูงใหญ่หล่อเหลาปานเทพบุตรในฝัน สองสาวถึงกับอ้าปากค้าง ขนลุกเกรียวด้วยความไม่คาดฝัน ว่าลูกค้าของเจ้านายจะหล่อลากดินถึงเพียงนี้

“ว้าว! เทพบุตรจุติลงมาเกิดแท้ๆ” กุหลาบอุทานเบาๆ ก่อน

“แม่นๆ พระเอกหนังเรื่องไหนหว่า คือหล่อแบบนี้ บ่อยากเซื่อ” เพียงใจงึมงำเบาๆ ด้วยภาษาบ้านของเธอ

“ผมมาพบเจ้าของร้าน ไม่ทราบว่าใครคือเจ้าของร้านครับ?” หนุ่มหล่อที่กระชากหัวใจของพวกเธอถามออกมาเมื่อเขามายืนอยู่หน้าร้าน

“ว้าว คุณพูดภาษาไทยได้ด้วย เอ่อ...คือเจ้าของร้านอยู่ข้างในค่ะ” เพียงใจบอกแก่ลูกค้าสุดพิเศษของวันนี้

“ขอผมเข้าไปพบได้มั้ยครับ?”

“ได้ค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ” กุหลาบรีบเชิญชวนเมื่อเห็นเพื่อนยังคงทำท่าตะลึงลานอยู่กับที่

“นั่งไงคะ เจ้าของร้าน”

ทันทีที่พนักงานสาวชี้นิ้วไปยังหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งทอผ้าไหมด้วยความเพลิดเพลิน ใบหน้าคมเข้มทรงเสน่ห์ก็หันหน้ามองตาม ภาพที่ฟินิกซ์เห็นแทบจะทำให้หัวใจของชายหนุ่มหยุดเต้น ร่างบอบบางแต่ได้สัดส่วน ผิวขาวอมน้ำผึ้งเรียบเนียน ใบหน้ารูปไข่ที่สวยใสหมดจดแต่งแต้มเพียงเครื่องสำอางบางเบาแค่นั้น กับผมสีดำสนิทเป็นเงาแวววาวดุจแพรไหมที่ถูกรวบตึงขึ้นไว้ตรงกลางศีรษะประดับด้วยปิ่นปักผมสีเงิน ยิ่งเน้นให้ใบหน้าหวานนั้นงดงามปานนางฟ้านางสวรรค์ที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน

“โอ ซวย เหลือเกิน” คำอุทานนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของร่างสูงใหญ่เบาๆ

“สวยค่ะ ไม่ใช่ ซวย” กุหลาบแก้ให้อย่างขำๆ ภาษาไทยจะวิบัติก็คราวนี้แหละ เด็กสาวคิดแล้วก็หันหน้ามามองคนหล่ออีกครั้งด้วยหัวใจที่เป็นสีชมพู

ม่านไหมเริ่มรู้ตัว เมื่อสายตาหวานซึ้งของเธอชายตาไปยังลูกค้าคนที่สามของวันนี้ เขาดูดีมีเสน่ห์มากทีเดียว โดยเฉพาะสายตาคมคู่นั้นที่ทำเอาเธอรู้สึกหน้าร้อนผ่าวราวจะเป็นไข้ จนต้องหลบสายตาลงอย่างประหม่า มือเรียวหยุดการทอผ้าไหมไปชั่วขณะเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ด้วยท่าทางมั่นใจในตนเองจนทำให้หญิงสาวกลายเป็นคนที่เริ่มจะขาดความมั่นใจไปเลย แต่เธอก็พยายามซ่อนความอ่อนไหวนั้นเอาไว้ภายใน

“สวัสดีค่ะ ดิฉันม่านไหม เป็นหลานสาวของเจ้าของร้านนี้”

เสียงหวานใสกล่าวทักทายด้วยท่าไหว้ที่สวยงามตามแบบฉบับหญิงไทยอย่างอ่อนช้อยงดงาม จนฟินิกซ์ต้องจ้องมองกิริยาของเธออย่างหลงใหล

“ผมฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค ต้องการมาเจรจาซื้อผ้าไหมของคุณ”

ชายหนุ่มแนะนำตัวและบอกความต้องการสั้นๆ พอเข้าใจ แต่สายตาที่เขามองเจ้าของร้านกลับมีความนัยซ่อนอยู่หลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือ ‘คุณช่างเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่ จนผมแทบจะอดใจไม่ไหวแล้วนะเนี่ย’

สายตาที่มองเธอเหมือนกับจะกลืนกิน ทำให้ม่านไหมต้องสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมอารมณ์โกรธที่เริ่มพลุกพล่าน เมื่อเธอรู้สึกว่ากำลังถูกรุกรานทางสายตา ‘นี่เขาจะมาเจรจาเพื่อซื้อผ้าไหมหรือว่าซื้ออะไรกันแน่?’ ม่านไหมคิดและหรี่ตามองใบหน้าคมเข้มแวบหนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยชวนเขาเข้าไปดูผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเนื้อดีที่สุดในร้านทางด้านใน

“ถ้าอย่างนั้น ก็เชิญคุณฟินิกซ์ด้านนี้เลยค่ะ”

“ผ้าไหมของคุณ สวยมากเลยนะครับ แต่ผมว่าคุณม่านมาย ซวยกว่า”

“ม่านไหมค่ะ และกรุณาพูดคำว่าสวยให้ชัดด้วย” หญิงสาวหันมาทำตาเขียวใส่ชายหนุ่มอย่างตำหนิ แม้จะรู้ว่าเขาพยายามพูดภาษาไทยให้ชัดแล้ว แต่เธอก็รู้สึกทะแม่งๆ อยู่ดี

“โอเค ม่านไหม สวย” ร่างสูงชะลูดปานนายแบบเน้นย้ำคำที่หญิงสาวท้วงติง จนม่านไหมต้องยิ้มออกมา

“คุณกำลังหาผ้าไหมลายไหนอยู่หรือคะ?”

ม่านไหมหันไปถามลูกค้าหนุ่มเมื่อเห็นว่าพาเขาเดินดูเกือบหมดร้านแล้วแต่ดูท่าทางเหมือนเขาจะยังไม่ตัดสินใจเลือกแบบที่เขาต้องการเสียที

“ผมต้องการความเป็นส่วนตัว ในการเจรจา กรุณาคุยกันที่ห้องทำงานของคุณได้มั้ยครับ เพราะผมมีเอกสารและรูปภาพที่ต้องแสดงให้คุณดู” เจ้าของร่างสูงใหญ่อธิบาย

แม้ว่าภายในใจจะไม่ไว้ใจลูกค้าที่มีหน้าตาหล่อเหลากระชากใจสาวๆ อย่างชายหนุ่ม แต่หญิงสาวในฐานะหลานสาวเจ้าของร้านก็ต้องทำตามมารยาท เชิญลูกค้าคนสำคัญไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเธอ

“ไหนคะ เอกสารที่คุณจะให้ฉันดู”

ม่านไหมรีบเข้าเรื่องทันทีที่เข้ามาในห้องทำงาน แม้ว่าภายในหัวใจของเธอจะสั่นๆ ที่ต้องอยู่กับผู้ชายสองต่อสองในห้อง แต่หญิงสาวก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติให้มากที่สุด

“ดูท่าทางของคุณ จะไม่ค่อยไว้ใจผมเลยนะครับ” เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวเหมือนจะรู้ว่าเธอมีอาการประหม่ามากแค่ไหนที่ต้องอยู่ต่อหน้าเขา

“คุณยัง ไม่ได้ให้ฉันดูเอกสารเลยนะคะ ดิฉันมีเวลาไม่มากนัก กรุณารีบพูดความต้องการของคุณมาเถอะค่ะ” เมื่อเห็นสายตากรุ้มกริ่มพราวระยับดั่งชายเจ้าชู้ยิ่งทำให้หญิงสาวต้องระวังตัว มองตาเขาไม่กะพริบ

“ถ้าผมจะบอกว่า ผมต้องการตัวคุณมากกว่าผ้าไหมพวกนี้ล่ะ”

ร่างระหงลุกจากเก้าอี้ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ ตั้งท่าจะเดินออกจากประตูห้องไป แต่ก็ถูกมือหนาและอ้อมแขนแข็งแรงเกี่ยวกระหวัดรัดร่างของเธอเอาไว้ เรียวปากที่กำลังจะอ้าเผยอร้องขอความช่วยเหลือ ถูกปิดลงทันทีด้วยริมฝีปากบางเฉียบได้รูปของชายหนุ่มที่ฉกลงมาอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวร้องอู้อี้เมื่อเรียวปากถูกบดขยี้อย่างจาบจ้วงจากร่างสูงใหญ่ เขาพันธนาการร่างเพรียวระหงของเธอด้วยมือหนาและพละกำลังอันมหาศาลของเขา และด้วยประสบการณ์อันร้ายกาจในเชิงรัก โดยเฉพาะการลิ้มรสรักด้วยจูบอันแสนหวาน หากหญิงใดได้สัมผัสจูบที่เร่าร้อนของเขา ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่อาจจะควบคุมสติของตัวเองได้อีกต่อไป ไม่เว้นแม้แต่ม่านไหมหญิงสาวผู้ไม่เคยต้องมือชายมาก่อน

ลิ้นอุ่นๆ ซอกซอนเข้าไปควานหาความหอมหวานของน้ำผึ้งในโพรงปากบางอิ่ม เมื่อเจอมันเขาก็ดื่มด่ำดูดกลืนกินอย่างโหยหิว ลิ้นเรียวหนาเกี่ยวกระหวัดลิ้นเรียวเล็กอย่างช่ำชองเร่าร้อนแต่ก็อ่อนหวาน จนร่างบางไม่อาจจะต้านทานเสน่หาอันรัญจวนนี้ได้แม้เพียงวินาทีเดียว มือเล็กที่ผลักไสในนาทีแรก กลับหาที่ยึดสะเปะสะปะเมื่อร่างกายเริ่มอ่อนระทวยดั่งขี้ผึ้งถูกไฟลน

“หวานเหลือเกิน ยาหยี”

ฟินิกซ์ถอนริมฝีปากออกเบาๆ อย่างแสนเสียดาย ที่จริงเขาอยากจะจูบหญิงสาวให้เนิ่นนานกว่านี้ แต่ก็กลัวร่างบางจะขาดใจไปเสียก่อน เพราะดูท่าทางหญิงสาวช่างอ่อนประสบการณ์เหลือเกิน

ม่านไหมเซเล็กน้อย เมื่อร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ ร่างเล็กถอยหลังไปชนผนังจนต้องพิงร่างพักหอบหายใจอยู่ตรงนั้น แล้วค่อยๆ หันไปมองคนที่บังอาจฉวยโอกาสกับเธอด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธสุดจะบรรยาย

เผียะ!

เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่นกลางอากาศ

“ออกไป! ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ ไอ้ฝรั่งโรคจิต ไอ้คนเลว และจำเอาไว้เลยนะ ฉันไม่มีวันขายผ้าไหมอันมีค่าของฉัน ให้กับคนต่ำช้าอย่างนายเด็ดขาด ออกไป!”

ร่างที่กำลังสั่นเทิ้มชี้นิ้วสั่นๆ ของเธอไปยังประตูไล่ลูกค้าที่น่ารังเกียจออกไปด้วยความโมโหสุดขีด จนฟินิกซ์เองก็ยังตกใจ ไม่คิดว่าหญิงสาวจะโกรธเขามากมายถึงขนาดนี้

“เฮ้! คุณ ผมขอโทษ”

“ออกไป!! ฉันไม่ต้องการคำขอโทษจากฝรั่งที่เห็นผู้หญิงไทยเป็นของง่ายที่จะทำอะไรก็ได้อย่างคุณ ที่นี่ประเทศไทยไม่ใช่ที่ๆ คุณเคยอยู่ จงกลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะโทรเรียกตำรวจมาลากคอคุณเข้าคุก” ร่างบางเดินฉับๆ ไปเปิดประตูไล่แขกโดยไม่มองหน้าเขาอีกเลย

“ตกลงครับ ผมจะกลับ แล้วผมจะมาใหม่”

ร่างสูงใหญ่หันหลังกลับมา ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นหลายคู่ ของคนที่ยืนออกันอยู่แถวหน้าประตู ฟินิกซ์ยิ้มให้กับทุกคนอีกครั้ง แล้วจึงหันไปมองที่ประตูห้องที่เขาเพิ่งเดินออกมาเมื่อครู่นิ่ง ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถส่วนตัว

‘ผมจะกลับมาอีกแน่ ยาหยี คุณไม่มีทางหนีเงื้อมมือผมไปได้หรอก คุณหอมหวานออกอย่างนี้ ผมต้องได้คุณมาเป็นของผมให้ได้ เพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ผมต้องการแล้วไม่ได้”

ร่างสูงใหญ่ยืนเพ่งมองมาทางร้านแพรพรรณผ้าไหมไทย ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจมาดมั่นอย่างที่สุด ที่คิดว่าเขาจะต้องพิชิตร่างกายอันยั่วเย้าแสนหวานของม่านไหมให้ได้ในเร็ววันนี้แน่นอน

‘ม่านไหม พยศแบบนี้สิ ฉันชอบ ฉันรับรอง ฟินิกซ์คนนี้จะต้องปราบเธอให้เชื่องให้จงได้’

ปัง!

เสียงประตูรถปิดลง รถเบนซ์สีบรอนซ์เงินวาววับเคลื่อนหายไปแล้ว ทิ้งไว้แต่รอยควันจางๆ ที่ม่านไหมแอบมองทางหน้าต่าง เหมือนฝันร้ายที่เธอไม่มีวันลืม

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ประมูลรักพันธะนายมาเฟีย
8.6
โชคชะตาและสถานการณ์บีบบังคับทำให้ เบลล่า ฟรานเซนโก้ นางแบบสาวพราวเสน่ห์ต้องก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยอันตรายของ ซีนอล ออตโตนี มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งลากูน ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวอย่างที่สุดกลับต้องยอมทำลายกำแพงของตนเองเพื่อยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอ ท่ามกลางความขัดแย้งและอำนาจมืด พันธะรักที่เริ่มต้นจากการประมูลและความจำเป็นจะนำพาคนทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครคาดคิดในโลกของมาเฟียที่แสนดุดัน
หน้าปกนวนิยาย ทะเลเถื่อน
7.8
ณคุณระบายความแค้นใส่หญิงสาวที่เขาชิงชังอย่างทารุณ แม้เธอจะบอบช้ำจากบทลงทัณฑ์ที่รุนแรงเพียงใด เขาก็ไร้ซึ่งความเมตตาและตราหน้าว่าเธอคือแม่มดใจร้ายที่ต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวด เขาวางแผนพันธนาการเธอไว้ด้วยความสัมพันธ์ทางกายที่ไร้หัวใจ โดยมีเป้าหมายเพียงเพื่อให้เธอตั้งครรภ์เท่านั้น เมื่อใดที่ทายาทถือกำเนิดและหมดประโยชน์ เธอก็จะถูกขับไล่ออกจากชีวิตเขาอย่างไม่ใยดี ท่ามกลางเพลิงโทสะที่ไม่มีวันดับมอดลงได้ง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย ขอเถอะครับให้ผมได้เป็นพ่อของลูก
8.9
เผลอ One night stand กับคนที่ไม่ใช่ เธอจึงลาออก หลบมาเปิดร้านกาแฟเลียแผลใจ ลูกคนเดียวเธอเลี้ยงได้ แล้วไหงคนที่ไม่ใช่ ยังกลับมาเสนอหน้า ขอเป็นพ่อของลูกอีกล่ะ +++++++++++++++++++++ วนิษศากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ มือกระชับถุงของที่ถือมาแน่น “ท้องทำไมไม่บอกผมหือ... หนูแหวน” เสียงทุ้มต่ำไม่ต่างกับคำราม เขายืนย้อนแสง ยิ่งทำให้เงาร่างใหญ่โตดูทะมึน กลบตัวเธอแทบมิด “ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณนี่” ว่าที่คุณแม่ตอบใจดีสู้เสือ ขณะอีกฝ่ายท่าทางเหมือนเตรียมกระโจนพร้อมเข้างับเหยื่อเนื้อหวานอย่างเธอเสียเหลือเกิน “ทำไมจะไม่เกี่ยวก็ในท้องคุณเป็นลูกผม” วนิษศาฟังแล้วอยากหัวเราะ “เชื่อได้ยังไงว่าเป็นลูกคุณ” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น จ้องตาเขาแบบไม่ยอมแพ้ “เชยเป็นป้าอย่างคุณน่ะนะหนูแหวน ทำงานให้พี่ผมงกๆ จะมีเวลาไปหาแฟนที่ไหน” ได้ฟังถึงกับมือสั่น ยอมรับ...วนิษศาแต่งตัวเป็นป้า แต่ไม่ต้องย้ำขนาดนี้ก็ได้ ++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย คลั่งไคล้ใคร่รัก
8.6
สังคมภายนอกต่างรับรู้กันว่า ดุจตะวันหรือหมอซันเป็นนายแพทย์ เป็นเจ้าของโรงพยาบาล เป็นหนุ่มหล่อ ผู้ดิบผู้ดี ท่าทีสุขุมนุ่มลึก แต่แท้จริงแล้วเขามีด้านมืดซุกซ่อนอยู่ในภายใน เขามี ‘ ห้องขาว ’ อยู่ติดห้องนอน ใช่ เขาชอบสีขาว ชอบทุกอย่างที่ขาวสะอาดรวมไปถึงผู้หญิงด้วย... บ่อยครั้งที่เขาจะซื้อผู้หญิงบริสุทธิ์สะอาดมาไว้รองรับความใคร่ของตัวเองด้วยราคาแพงลิบลิ่ว แน่นอนว่าพวกเธอต้องยินยอมพร้อมใจ ไม่ได้เกิดจากการบังคับแต่อย่างใด การมอบพรหมจรรย์ให้กับผู้ชายที่ทั้งหล่อและหุ่นดีสูสีดารานายแบบ แลกกับเงินทองและความสะดวกสบายนั้น มันช่วยให้ทำใจได้ง่ายขึ้นเยอะ แค่ต้องเป็นนางบำเรอให้จนกว่าเขาจะเบื่อ สิ่งเดียวที่ต้องบังคับตัวเองให้ไม่ทำนอกเหนือไปจากหน้าที่ คืออย่าเผลอไปตกหลุมรักเขาเด็ดขาด เพราะคนอย่างดุจตะวันไม่มีหัวใจ... ตัวอย่างความคลั่งไคล้ของคูมหมอ : “ ดีไหม ” จู่ ๆ เขาก็ถามขึ้นเล่นเอาเธอตกใจ “ อะไรคะ ” “ เอากับฉัน ดีไหม ” ใบหน้าของเธอร้อนวูบ พวงแก้มซับสีเลือดแดงระเรื่อ เธอกัดริมฝีปากอย่างเขิน ๆ แต่กิริยานั้นทำให้เขาเกิดอารมณ์ ริมฝีปากจิ้มลิ้มน้อย ๆ นั่นน่าแทงของใหญ่เข้าไปชะมัด ! *** “ เจ็บมากหรือเปล่า ” ห่วงหนูด้วยเหรอคะ ตอนขอให้เบาไม่เคยเบา ! เด็กสาวแอบคิดในใจ แต่ก็ตอบออกไปสั้น ๆ อย่างสุภาพ “ ค่ะ ” “ ขย่มฉัน ” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ ถามอย่างไม่เชื่อหู “ อะไรนะคะ ” “ ฉันอยากให้เธอขย่มฉันในน้ำ ” แล้วจะถามทำไมว่าเจ็บหรือเปล่า ?!
หน้าปกนวนิยาย นิยายชุด หวานใจพี่ภพ
9.3
นิยายชุดที่รวบรวมเรื่องราวความรักท่ามกลางวิถีชนบท เริ่มต้นด้วยก้องภพครูเกษตรที่กลับมาสานสัมพันธ์กับพิมพ์แก้วน้องสาวเพื่อนสนิทผ่านแปลงผักและคาเฟ่ในฝัน ตามด้วยนทีซีอีโอหนุ่มที่ต้องควงฝ้ายแก้วเลขาคู่ใจมาปลอมตัวเป็นคนรักจนเกิดเป็นความผูกพันจริงในโครงการเกษตร และปิดท้ายด้วยความวุ่นวายในครัวระหว่างเชฟจอมเนี้ยบกับนักการตลาดสายฮาที่ต้องร่วมกันสร้างสรรค์เมนูจากผักสวนครัว จนกลายเป็นความรักที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวท่ามกลางกลิ่นอายท้องทุ่งที่แสนอบอุ่น
หน้าปกนวนิยาย ยื้อรัก (ท่านประธานปากหมา VS เลขาถึกทน)
8.1
เมื่อจตุรภัทรยอมทุ่มเงินมหาศาลซื้อหุ้นบริษัทเพื่อนเพื่อดึงตัวรภัสรดาอดีตคนรักมาเป็นเลขาข้างกายด้วยเงินเดือนสูงลิ่วหวังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้ปัจจุบันเขาจะเป็นท่านประธานปากร้ายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้แต่หญิงสาวก็ยอมตกลงเพราะหัวใจยังตัดไม่ขาด จากสาวน้อยแสนดีในวันวานเธอกลายเป็นเลขาใจเด็ดที่พร้อมร้ายกลับหากถูกรังแก ท่ามกลางสงครามประสาทและความใกล้ชิดในที่ทำงานที่ต่างฝ่ายต่างมีบททดสอบให้กันเพื่อพิสูจน์ว่ารักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร