หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักกับดักอสูร

บำเรอรักกับดักอสูร

9.4 / 10.0
ฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค หนุ่มลูกครึ่งนัยน์ตาสีน้ำทะเลผู้มองผู้หญิงเป็นเพียงความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราว เขาวางแผนใช้เสน่ห์ล่อลวง ม่านไหม หญิงสาวชาวไทยให้มาติดกับดักหวังจะทิ้งขว้างเธออย่างไม่ใยดี เขาเสนอข้อตกลงอันตรายด้วยการสัมผัสเพียงร่างกายภายนอกเป็นเวลา 20 นาที และจะหยุดลงหากเธอไม่ยินยอม แต่ม่านไหมหารู้ไม่ว่านี่คือหลุมพรางของอสูรร้าย เพราะเมื่อไฟปรารถนาถูกจุดขึ้นมาแล้ว มันยากเกินกว่าจะมอดดับลงได้ และหัวใจของเธอกำลังจะถูกแผดเผาภายใต้พันธนาการรักที่เขาเป็นผู้ควบคุม

บำเรอรักกับดักอสูร ตอนที่ 1

ฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค หรือฟินิกซ์ วรเวชนาคประสิทธิ์ หนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ ทายาทคนที่สามของนาย โรเบิร์ต ฮิสตัน บรู๊ค ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมห้าดาวทางภาคอีสานที่ครอบคลุมไปทุกจังหวัด ฟินิกซ์ไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกเสียนานหลายปี แต่กลับได้รับคำสั่งจากนายโรเบิร์ต ให้มาบริหารโรงแรมที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในจังหวัดขอนแก่น เมื่อไม่อาจปฏิเสธคำสั่งจากประมุขใหญ่ของบ้านได้ เขาจึงต้องเดินทางกลับมาตามคำบัญชาของผู้เป็นบิดา

“แด๊ดดี้ ครับ ผมไม่ไปได้มั้ย? ให้ใครไปแทนได้หรือเปล่า?”

ฟินิกซ์ทำท่าเหมือนไม่เห็นด้วยที่บิดาของเขาสั่งให้เขาไปติดต่องานชิ้นหนึ่งในชนบทด้วยตัวเอง

“โนๆ ลูกต้องไปเอง ให้คนอื่นไปแทนไม่ได้เด็ดขาด ฟินิกซ์ลูกเข้าใจมั้ย คำว่ามิตรภาพ คืออะไร เราจะต้องสร้างสัมพันธไมตรีกับลูกค้าคนสำคัญของเราด้วยตัวของเราเอง เพื่อให้เกียรติพวกเขา เพราะฉะนั้นลูกต้องไปเข้าใจไหม?”

ที่จริงแล้วมันเป็นแผนการของนายโรเบิร์ต ที่ต้องการให้ลูกชายได้รู้จักกับใครบางคนที่วิไลวรรณคู่ขาของเขาแนะนำ

“โอเคแด๊ดดี้ ผมจะไป แต่ผมไม่รับรองนะ ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน ผมจะพยายามก็แล้วกัน”

ร่างสูงใหญ่ปานนายแบบหันหลังเดินตัวปลิวออกไปจากห้องทำงานของบิดา ลงไปยังลานจอดรถของโรงแรมพร้อมทั้งคนขับรถ

รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ คันหรูรุ่นล่าสุดสีบรอนซ์เงินออกตัวไปอย่างนุ่มนวลไปยังอำเภอหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ตลอดการเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ดวงตาคมเข้มดุจพญาเหยี่ยวมองสำรวจริมทางไปตลอดเส้นทางด้วยความรู้สึกทึ่งๆ และประหลาดใจในสิ่งที่เขาได้พบเห็นเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้กลับมาที่นี่นานแล้ว

“โทรมชาย”

“สมชายครับ” คนขับรถแก้ให้กับภาษาไทยแปร่งๆ ของเจ้านาย

“นั่นแหละ ซมชาย ตรงนี้เขาเรียกว่าอะไร?” นิ้วเรียวชี้ออกไปข้างนอกรถอย่างสงสัย

“อ๋อ ที่นี่เขาเรียกว่า ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองครับ” สมชายตอบ

“อ๋อ ซานเจ้าพ่อหลักเมือง” สำเนียงของลูกครึ่งไทย-อังกฤษก็ยังเพี้ยนๆ อยู่ดี เพราะวันนี้เป็นวันที่สามที่เขาเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองไทย

“อีกนานมั้ย กว่าจะถึง ร้านแพรพรรณผ้าไหมไทย?” เสียงทุ้มมีเสน่ห์ถามคนขับรถเมื่อทั้งคู่ออกสู่เส้นทางเลี่ยงเมือง

“ไม่นานหรอกครับ เดี๋ยวก่ฮอด”

“เดี๋ยวก่ฮอด หมายความว่ายังไง?” ฟินิกซ์ไม่เข้าใจ

“โอ๋ ขอโทษทีครับ หลงพูดภาษาบ้าน คำว่า เดี๋ยวก่ฮอด หมายถึง เดี๋ยวก็ถึงครับ” หนุ่มขับรถชาวอีสานแท้ๆ อธิบายภาษาบ้านให้เจ้านายฝรั่งลูกครึ่งฟัง

“โอ ฉันชักอยากจะเรียนภาษาของบ้านนายแล้วสิ ภาษาแปลกดิฉันชอบ” ฟินิกซ์พูดออกมาจากใจ

จากนั้นอีกหลายนาทีก่อนที่จะเดินทางไปถึงที่หมาย สมชายก็ได้สอนภาษาพื้นบ้านให้เจ้านายคนใหม่อีกหลายคำ อย่างสนุกสนาน จนกระทั่งทั้งคู่มาถึง ร้านแพรพรรณผ้าไหมไทย

วันนี้ลูกค้าค่อนข้างบางตา ม่านไหมจึงมีเวลามานั่งทอผ้าอยู่ข้างในร้าน ในส่วนของการโชว์การแสดงการทอผ้าไหม ซึ่งลูกค้าท่านใดที่ประสงค์จะดูการทอผ้า ก็สามารถที่จะมาชมในมุมนี้ได้ เพราะที่ร้านแพรพรรณผ้าไหมไทยแห่งนี้ มีการขายและการผลิตที่ครบวงจร ตั้งแต่การเลี้ยงตัวไหม ไปจนถึงการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อวางจำหน่าย ทั้งขายส่งและขายปลีกในราคาที่ไม่แพงมากนัก และร้านนี้ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านขายผ้าไหมที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานเลยก็ว่าได้

“นี่กุหลาบ เห็นบ่รถผู้ใดมา คันโก้โก้ ท่าทางสิรวยแท้” กุหลาบเป็นลูกน้องคนหนึ่งของร้านกำลังสนทนากับเพื่อนข้างๆ ด้วยความอยากรู้

“เฮาบ่ฮู้ดอก สงสัยสิเป็นลูกค้าคนพิเศษของคุณม่านไหม”

เพียงใจเองก็สงสัยเหมือนกัน แต่ก็ลองเดาเอา เพราะแขกที่ลงจากรถมาเธอไม่เคยเห็นหน้า แต่เมื่อประตูรถอีกด้านหนึ่งเปิดลงมา พร้อมกับร่างสูงใหญ่หล่อเหลาปานเทพบุตรในฝัน สองสาวถึงกับอ้าปากค้าง ขนลุกเกรียวด้วยความไม่คาดฝัน ว่าลูกค้าของเจ้านายจะหล่อลากดินถึงเพียงนี้

“ว้าว! เทพบุตรจุติลงมาเกิดแท้ๆ” กุหลาบอุทานเบาๆ ก่อน

“แม่นๆ พระเอกหนังเรื่องไหนหว่า คือหล่อแบบนี้ บ่อยากเซื่อ” เพียงใจงึมงำเบาๆ ด้วยภาษาบ้านของเธอ

“ผมมาพบเจ้าของร้าน ไม่ทราบว่าใครคือเจ้าของร้านครับ?” หนุ่มหล่อที่กระชากหัวใจของพวกเธอถามออกมาเมื่อเขามายืนอยู่หน้าร้าน

“ว้าว คุณพูดภาษาไทยได้ด้วย เอ่อ...คือเจ้าของร้านอยู่ข้างในค่ะ” เพียงใจบอกแก่ลูกค้าสุดพิเศษของวันนี้

“ขอผมเข้าไปพบได้มั้ยครับ?”

“ได้ค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ” กุหลาบรีบเชิญชวนเมื่อเห็นเพื่อนยังคงทำท่าตะลึงลานอยู่กับที่

“นั่งไงคะ เจ้าของร้าน”

ทันทีที่พนักงานสาวชี้นิ้วไปยังหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งทอผ้าไหมด้วยความเพลิดเพลิน ใบหน้าคมเข้มทรงเสน่ห์ก็หันหน้ามองตาม ภาพที่ฟินิกซ์เห็นแทบจะทำให้หัวใจของชายหนุ่มหยุดเต้น ร่างบอบบางแต่ได้สัดส่วน ผิวขาวอมน้ำผึ้งเรียบเนียน ใบหน้ารูปไข่ที่สวยใสหมดจดแต่งแต้มเพียงเครื่องสำอางบางเบาแค่นั้น กับผมสีดำสนิทเป็นเงาแวววาวดุจแพรไหมที่ถูกรวบตึงขึ้นไว้ตรงกลางศีรษะประดับด้วยปิ่นปักผมสีเงิน ยิ่งเน้นให้ใบหน้าหวานนั้นงดงามปานนางฟ้านางสวรรค์ที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน

“โอ ซวย เหลือเกิน” คำอุทานนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของร่างสูงใหญ่เบาๆ

“สวยค่ะ ไม่ใช่ ซวย” กุหลาบแก้ให้อย่างขำๆ ภาษาไทยจะวิบัติก็คราวนี้แหละ เด็กสาวคิดแล้วก็หันหน้ามามองคนหล่ออีกครั้งด้วยหัวใจที่เป็นสีชมพู

ม่านไหมเริ่มรู้ตัว เมื่อสายตาหวานซึ้งของเธอชายตาไปยังลูกค้าคนที่สามของวันนี้ เขาดูดีมีเสน่ห์มากทีเดียว โดยเฉพาะสายตาคมคู่นั้นที่ทำเอาเธอรู้สึกหน้าร้อนผ่าวราวจะเป็นไข้ จนต้องหลบสายตาลงอย่างประหม่า มือเรียวหยุดการทอผ้าไหมไปชั่วขณะเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ด้วยท่าทางมั่นใจในตนเองจนทำให้หญิงสาวกลายเป็นคนที่เริ่มจะขาดความมั่นใจไปเลย แต่เธอก็พยายามซ่อนความอ่อนไหวนั้นเอาไว้ภายใน

“สวัสดีค่ะ ดิฉันม่านไหม เป็นหลานสาวของเจ้าของร้านนี้”

เสียงหวานใสกล่าวทักทายด้วยท่าไหว้ที่สวยงามตามแบบฉบับหญิงไทยอย่างอ่อนช้อยงดงาม จนฟินิกซ์ต้องจ้องมองกิริยาของเธออย่างหลงใหล

“ผมฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค ต้องการมาเจรจาซื้อผ้าไหมของคุณ”

ชายหนุ่มแนะนำตัวและบอกความต้องการสั้นๆ พอเข้าใจ แต่สายตาที่เขามองเจ้าของร้านกลับมีความนัยซ่อนอยู่หลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือ ‘คุณช่างเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่ จนผมแทบจะอดใจไม่ไหวแล้วนะเนี่ย’

สายตาที่มองเธอเหมือนกับจะกลืนกิน ทำให้ม่านไหมต้องสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมอารมณ์โกรธที่เริ่มพลุกพล่าน เมื่อเธอรู้สึกว่ากำลังถูกรุกรานทางสายตา ‘นี่เขาจะมาเจรจาเพื่อซื้อผ้าไหมหรือว่าซื้ออะไรกันแน่?’ ม่านไหมคิดและหรี่ตามองใบหน้าคมเข้มแวบหนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยชวนเขาเข้าไปดูผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเนื้อดีที่สุดในร้านทางด้านใน

“ถ้าอย่างนั้น ก็เชิญคุณฟินิกซ์ด้านนี้เลยค่ะ”

“ผ้าไหมของคุณ สวยมากเลยนะครับ แต่ผมว่าคุณม่านมาย ซวยกว่า”

“ม่านไหมค่ะ และกรุณาพูดคำว่าสวยให้ชัดด้วย” หญิงสาวหันมาทำตาเขียวใส่ชายหนุ่มอย่างตำหนิ แม้จะรู้ว่าเขาพยายามพูดภาษาไทยให้ชัดแล้ว แต่เธอก็รู้สึกทะแม่งๆ อยู่ดี

“โอเค ม่านไหม สวย” ร่างสูงชะลูดปานนายแบบเน้นย้ำคำที่หญิงสาวท้วงติง จนม่านไหมต้องยิ้มออกมา

“คุณกำลังหาผ้าไหมลายไหนอยู่หรือคะ?”

ม่านไหมหันไปถามลูกค้าหนุ่มเมื่อเห็นว่าพาเขาเดินดูเกือบหมดร้านแล้วแต่ดูท่าทางเหมือนเขาจะยังไม่ตัดสินใจเลือกแบบที่เขาต้องการเสียที

“ผมต้องการความเป็นส่วนตัว ในการเจรจา กรุณาคุยกันที่ห้องทำงานของคุณได้มั้ยครับ เพราะผมมีเอกสารและรูปภาพที่ต้องแสดงให้คุณดู” เจ้าของร่างสูงใหญ่อธิบาย

แม้ว่าภายในใจจะไม่ไว้ใจลูกค้าที่มีหน้าตาหล่อเหลากระชากใจสาวๆ อย่างชายหนุ่ม แต่หญิงสาวในฐานะหลานสาวเจ้าของร้านก็ต้องทำตามมารยาท เชิญลูกค้าคนสำคัญไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเธอ

“ไหนคะ เอกสารที่คุณจะให้ฉันดู”

ม่านไหมรีบเข้าเรื่องทันทีที่เข้ามาในห้องทำงาน แม้ว่าภายในหัวใจของเธอจะสั่นๆ ที่ต้องอยู่กับผู้ชายสองต่อสองในห้อง แต่หญิงสาวก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติให้มากที่สุด

“ดูท่าทางของคุณ จะไม่ค่อยไว้ใจผมเลยนะครับ” เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวเหมือนจะรู้ว่าเธอมีอาการประหม่ามากแค่ไหนที่ต้องอยู่ต่อหน้าเขา

“คุณยัง ไม่ได้ให้ฉันดูเอกสารเลยนะคะ ดิฉันมีเวลาไม่มากนัก กรุณารีบพูดความต้องการของคุณมาเถอะค่ะ” เมื่อเห็นสายตากรุ้มกริ่มพราวระยับดั่งชายเจ้าชู้ยิ่งทำให้หญิงสาวต้องระวังตัว มองตาเขาไม่กะพริบ

“ถ้าผมจะบอกว่า ผมต้องการตัวคุณมากกว่าผ้าไหมพวกนี้ล่ะ”

ร่างระหงลุกจากเก้าอี้ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ ตั้งท่าจะเดินออกจากประตูห้องไป แต่ก็ถูกมือหนาและอ้อมแขนแข็งแรงเกี่ยวกระหวัดรัดร่างของเธอเอาไว้ เรียวปากที่กำลังจะอ้าเผยอร้องขอความช่วยเหลือ ถูกปิดลงทันทีด้วยริมฝีปากบางเฉียบได้รูปของชายหนุ่มที่ฉกลงมาอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวร้องอู้อี้เมื่อเรียวปากถูกบดขยี้อย่างจาบจ้วงจากร่างสูงใหญ่ เขาพันธนาการร่างเพรียวระหงของเธอด้วยมือหนาและพละกำลังอันมหาศาลของเขา และด้วยประสบการณ์อันร้ายกาจในเชิงรัก โดยเฉพาะการลิ้มรสรักด้วยจูบอันแสนหวาน หากหญิงใดได้สัมผัสจูบที่เร่าร้อนของเขา ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่อาจจะควบคุมสติของตัวเองได้อีกต่อไป ไม่เว้นแม้แต่ม่านไหมหญิงสาวผู้ไม่เคยต้องมือชายมาก่อน

ลิ้นอุ่นๆ ซอกซอนเข้าไปควานหาความหอมหวานของน้ำผึ้งในโพรงปากบางอิ่ม เมื่อเจอมันเขาก็ดื่มด่ำดูดกลืนกินอย่างโหยหิว ลิ้นเรียวหนาเกี่ยวกระหวัดลิ้นเรียวเล็กอย่างช่ำชองเร่าร้อนแต่ก็อ่อนหวาน จนร่างบางไม่อาจจะต้านทานเสน่หาอันรัญจวนนี้ได้แม้เพียงวินาทีเดียว มือเล็กที่ผลักไสในนาทีแรก กลับหาที่ยึดสะเปะสะปะเมื่อร่างกายเริ่มอ่อนระทวยดั่งขี้ผึ้งถูกไฟลน

“หวานเหลือเกิน ยาหยี”

ฟินิกซ์ถอนริมฝีปากออกเบาๆ อย่างแสนเสียดาย ที่จริงเขาอยากจะจูบหญิงสาวให้เนิ่นนานกว่านี้ แต่ก็กลัวร่างบางจะขาดใจไปเสียก่อน เพราะดูท่าทางหญิงสาวช่างอ่อนประสบการณ์เหลือเกิน

ม่านไหมเซเล็กน้อย เมื่อร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ ร่างเล็กถอยหลังไปชนผนังจนต้องพิงร่างพักหอบหายใจอยู่ตรงนั้น แล้วค่อยๆ หันไปมองคนที่บังอาจฉวยโอกาสกับเธอด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธสุดจะบรรยาย

เผียะ!

เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่นกลางอากาศ

“ออกไป! ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ ไอ้ฝรั่งโรคจิต ไอ้คนเลว และจำเอาไว้เลยนะ ฉันไม่มีวันขายผ้าไหมอันมีค่าของฉัน ให้กับคนต่ำช้าอย่างนายเด็ดขาด ออกไป!”

ร่างที่กำลังสั่นเทิ้มชี้นิ้วสั่นๆ ของเธอไปยังประตูไล่ลูกค้าที่น่ารังเกียจออกไปด้วยความโมโหสุดขีด จนฟินิกซ์เองก็ยังตกใจ ไม่คิดว่าหญิงสาวจะโกรธเขามากมายถึงขนาดนี้

“เฮ้! คุณ ผมขอโทษ”

“ออกไป!! ฉันไม่ต้องการคำขอโทษจากฝรั่งที่เห็นผู้หญิงไทยเป็นของง่ายที่จะทำอะไรก็ได้อย่างคุณ ที่นี่ประเทศไทยไม่ใช่ที่ๆ คุณเคยอยู่ จงกลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะโทรเรียกตำรวจมาลากคอคุณเข้าคุก” ร่างบางเดินฉับๆ ไปเปิดประตูไล่แขกโดยไม่มองหน้าเขาอีกเลย

“ตกลงครับ ผมจะกลับ แล้วผมจะมาใหม่”

ร่างสูงใหญ่หันหลังกลับมา ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นหลายคู่ ของคนที่ยืนออกันอยู่แถวหน้าประตู ฟินิกซ์ยิ้มให้กับทุกคนอีกครั้ง แล้วจึงหันไปมองที่ประตูห้องที่เขาเพิ่งเดินออกมาเมื่อครู่นิ่ง ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถส่วนตัว

‘ผมจะกลับมาอีกแน่ ยาหยี คุณไม่มีทางหนีเงื้อมมือผมไปได้หรอก คุณหอมหวานออกอย่างนี้ ผมต้องได้คุณมาเป็นของผมให้ได้ เพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ผมต้องการแล้วไม่ได้”

ร่างสูงใหญ่ยืนเพ่งมองมาทางร้านแพรพรรณผ้าไหมไทย ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจมาดมั่นอย่างที่สุด ที่คิดว่าเขาจะต้องพิชิตร่างกายอันยั่วเย้าแสนหวานของม่านไหมให้ได้ในเร็ววันนี้แน่นอน

‘ม่านไหม พยศแบบนี้สิ ฉันชอบ ฉันรับรอง ฟินิกซ์คนนี้จะต้องปราบเธอให้เชื่องให้จงได้’

ปัง!

เสียงประตูรถปิดลง รถเบนซ์สีบรอนซ์เงินวาววับเคลื่อนหายไปแล้ว ทิ้งไว้แต่รอยควันจางๆ ที่ม่านไหมแอบมองทางหน้าต่าง เหมือนฝันร้ายที่เธอไม่มีวันลืม

อ่านต่อ

สารบัญ บำเรอรักกับดักอสูร

Ch. 1
Ch. 2
Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
เก็บรักมาเฟีย:"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะ
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
ตอน
อ่านเลย
แชร์