ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โซ่คล้องรักอสูร

โซ่คล้องรักอสูร

ในวันที่นรินภัทรตั้งท้องกับรามิล เธอกลับได้รับคำสั่งที่แสนเลือดเย็นให้ไปเอาเด็กออก เพราะเขาไม่ต้องการพันธะใดๆ มาผูกมัดชีวิต ชายหนุ่มเลือกที่จะทอดทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดีพร้อมคำพูดที่ทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป อสูรร้ายที่เคยผลักไสเธอกลับหวนคืนมาอีกครั้งเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อและเรียกร้องความรับผิดชอบในสิ่งที่เขาเคยทำลาย แป้งจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อคนใจร้ายพยายามกลับเข้ามาในชีวิตลูกที่เคยพังทลายเพราะน้ำเพราะน้ำเพราะน้ำเพราะน้ำตา
ตอน
แชร์

ตอน 2

ที่โรงแรมxxx

“เมื่อไรคุณจะเลิกกับไอ้หมอหน้าละอ่อนคนนั้นเสียทีฮึ? ผมไม่อยากจะทนอีกต่อไปแล้วนะ” ฐิติวัฒน์ทำหน้าไม่พอใจ เริ่มออกอาการง่องแง่ง

“คุณจะให้ผมอยู่ในตำแหน่งแค่ผัวลับ ๆ ของคุณไม่ได้อีกแล้วนะ ถ้าคุณยังไม่มอบสถานะแบบผัวที่ถูกต้องตามกฎหมายละก็ ผมจะไปจากคุณ” เธอรีบเข้าไปอ้อนเขา

“วัฒน์ขา คุณอย่าทำตัวปัญญาอ่อนเลยน่า คุณก็รู้นี่นาว่าฉันทำตามใจตัวเองได้เป็นบางเรื่อง แต่บางเรื่องทำไม่ได้นะ โดยเฉพาะเรื่องหมอราม ฉันหย่ากับเขาไม่ได้หรอก เพราะว่าแม่ของฉัน ท่าน...”

“หยุด ไม่ต้องพูดแล้ว คำก็แม่ สองคำก็แม่ ที่จริง คุณก็ชอบมีอะไรกับมัน”

“ฮ่า... กับหมอนะเหรอ”

“ก็ใช่นะสิ ผมหึงนะตา ผมหึงคุณ แค่คิดว่าคุณขึ้นขย่มมันอยู่ ผมก็จะเป็นบ้าอยู่แล้ว”

“นี่... ฉันจะบอกให้นะ ตั้งแต่แต่งงานกันมา ฉันว่า... ฉันน่าจะได้นอนกับหมอรามแค่สามสี่หนเองมั้ง”

“มีหรือ อยู่ห้องเดียวกัน นอนเตียงเดียวกัน จะไม่มีอะไรกัน คุณแค่พูดเพื่อไม่ให้ผม...”

หญิงสาวรีบเอามือปิดปากเขา และคลานขึ้นไปคร่อมร่างของฐิติวัฒน์ ศศิตาค่อยขยับตัว มือก็จับเอาผ้าขนหนูที่เขาห่อพันออก

“ฮึ... หมอเขาไม่ได้นอนห้องเดียวกับฉันหรอก เขามักจะนอนที่ห้องอ่านหนังสือของเขานั่นแหละ”

ฐิติวัฒน์คิ้วขมวด “ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ”

“เขาไม่ได้รักฉัน แต่แต่งงานตามหน้าที่ เราสองคนแต่งงานกันตามหน้าที่ ฉันอยากหนีจากคุณแม่ที่คุมบังคับฉันทุกอย่าง การมาอยู่ที่บ้านของหมอ มันทำให้เราสองคนมีโอกาสเจอกัน และทำแบบนี้กันไง”

เธอขยับตัวเลื่อนลงไปทางปลายเท้าของเขา สองมือของศศิตาจับท่อนเนื้อของฐิติวัฒน์ที่กำลังเหยียดหยัดและพองตัวขึ้นจนเต็มกำมือของศศิตา เธอช้อนสายตามองเขาแบบเร่าร้อน ก่อนจะก้มลงไปจัดการกับแท่งเนื้อที่เปิดตา ปลายหัวหยักมีน้ำใส ๆ ไหลออกมาด้วย

“อู้” เขาสูดปากเสียงยาว เมื่อปากนุ่มนิ่มของศศิตาครอบครองดูดกลืนลำเทียนของชายหนุ่มเข้าไปแล้ว จากนั้นเตียงนั้นก็กลายเป็นสังเวียนรักแบบดุเดือดแต่ไม่มีเลือด มีน้ำสุขสาดกระเซ็นกระเด็นออกมาจากช่องทางรักของเธอ

ห้องอ่านหนังสือของรามิล เขารีบเก็บซองสีน้ำตาลเอาไว้ในลิ้นชักที่อยู่ชั้นล่างสุด เขาไม่อยากให้แม่ผิดหวังและเสียใจ รามิลคิดว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับต่อไป

ก่อนที่จะปิดลิ้นชัก เขาก็เห็นรูปใบหนึ่งที่เขาเคยตั้งมันเอาไว้บนโต๊ะตัวนี้ แต่ตอนนี้เขาต้องเก็บซ่อนมันเอาไว้

‘แป้งเป็นไงบ้าง พี่คิดถึงแป้งเสมอนะ’ น้ำตาของเขาค่อย ๆ ไหลออกมา

เขาหยิบรูปอัลตราซาวนด์ที่นรินภัทรได้ส่งมาให้ก่อนที่เธอจะหายไป โดยที่รามิลก็ไม่รู้ว่า เธอหายไปอยู่ที่ไหน และเขาก็จะไม่สืบเสาะหาเธอด้วย รามิลพลิกหลังรูปใบนั้น

(พี่คงเสียใจสินะคะ ที่แป้งเก็บลูกของเราเอาไว้น่ะ แป้งแค่อยากให้พี่รู้เอาไว้ บางครั้งสิ่งที่คนเราต้องการมันก็ไม่สมหวังเสมอไปหรอกค่ะ และที่พี่อยากให้แป้งฆ่าลูกนะ แป้งทำไม่ได้หรอก ลูกจะต้องมีชีวิตอยู่กับแป้ง สองมือน้อย ๆ ของแป้งนี่แหละที่จะเลี้ยงดูแกให้ดีที่สุด แม้ว่าแกจะเกิดมาโดยที่แป้งไม่พร้อม และพ่อของแกไม่ต้องการ)

รามิลปล่อยโฮ

‘จะห้าปีแล้วสินะ’

‘โธ่แป้ง แป้ง... ลูกครับ พ่อผิดไปแล้ว พ่อมันชั่ว พ่อมันเลวที่สุด พ่อไม่มีหน้าไหนที่จะไปพบเจอหน้าลูกได้อีก’

น้ำตาของรามิลค่อย ๆ ไหลออกมา เขาเก็บรูปนั้นลงไปไว้ในลิ้นชักเหมือนเดิม รามิลทรุดนั่งลงไปบนพื้นอย่างหมดแรง

ปัง... เสียงบานประตูที่ถูกปิดลงไปอย่างแรง เสียงของมันดังมาก ณ ยามราตรีกาลแบบนี้ รามิลสะดุ้งตื่น เขามองไปที่นาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ตัวเลขบอกตีสอง

“ไม่มีใครเปิดไฟเอาไว้บ้างหรือยังไง จะงกไปถึงไหนกัน ค่าไฟแค่นี้” เสียงดังเอาเรื่อง และน้ำเสียงอ้อแอ้มาก ๆ

ศศิตาสำเริงรักกับฐิติวัฒน์ไม่พอ เธอยังดื่มมาอีกด้วย

ไฟฟ้าสว่างพรึบ... คนที่กำลังคลำหาสวิตช์ไฟถึงกับชะงัก

“นี่ตา... ไม่รู้หรือว่า มันกี่โมง กี่ยามแล้ว”

“อ้อ... นึกว่าใคร ผัวของตานี่เอง ทำไมวันนี้กลับมานอนบ้านได้ล่ะคะ”

“ผมก็นอนที่นี่ทุกคืน”

“อ้าวเหรอ ฮึ... ตาไม่ยักกะรู้แฮะ ก็คลำ ก็ลูบไปทั่วทั้งที่นอนแล้ว แต่ไม่มีร่างหมอนอนอยู่ใกล้ ๆ นะคะ ก็เลยคิดว่าไม่กลับบ้าน”

“คุณก็ตื่นให้มันเช้าขึ้นมาหน่อยสิ จะได้กินข้าวเช้าด้วยกัน”

“หื้อ... ผัวนัดกินข้าวแฮะ ฮ่า... คุณผัวขา ขอเมียกินอย่างอื่นได้ไหม” ศศิตานึกแกล้ง เธอล้วงมือลงไปในเป้ากางเกงนอนของรามิลในทันที

มือน้อย ๆ ของเธอตะปบไปที่ลูกชายของคุณหมอ

“อุ้ย! สู้มือเสียด้วย”

“นี่... เมาแล้วก็อย่าทำแบบนี้ ไปนอนเสีย” หน้าตาของเขาโกรธมาก

“ของของตา จะจับ จะทำอะไรก็ได้”

หมับ... เขาจับมือของเธอออก แล้วบีบอย่างแรง

“โอ้ย! เจ็บนะไอ้บ้า ปล่อย อะ... เจ็บ” ศศิตาหมุนข้อมือของเธอไปด้วย แต่รามิลก็ไม่ยอมปล่อย

“จะทำตัวต่ำ ๆ เป็นกะหรี่ก็เป็นข้างนอก ในบ้านขอให้คุณ...”

เพียะ... มืออีกข้างของศศิตาตบเข้าไปที่ใบหน้ารามิล

“กล้าดียังไงฮึ แก... บังอาจมากที่มาด่าว่าฉันเป็นกะหรี่ ถ้าฉันเป็นกะหรี่ แม่ของคุณกับคุณก็คือแมงดา เชอะ... แมงดาปีกทองเสียด้วย แมงดาที่เกาะชายกระโปรง แบมือขอเงินแม่ของฉันมาโดยตลอด” ดวงตาแข็งกร้าว ขบปากข่มความโกรธ

“เอาไหมล่ะหย่ากันเสียเลยสิ ฉันท้าคุณเลย” ศศิตาท้าทาย แหกปากดัง ไม่เกรงใจว่าตอนนี้กี่โมงกี่ยามแล้ว

“ชิชะ... ไม่กล้าละสิ เชอะ...” หน้าตาหยัน ๆ

รามิลนึกไปถึงหนังสือสัญญาที่เขาเซ็นในเอกสารที่คุณสิริมณี หากเขาหย่าขาดกับศศิตา

บ้านหลังนี้ที่เป็นสมบัติของพ่อของเขาก็ต้องยกให้กับศศิตา ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณแม่ของเขาก็จะต้องกลั้นใจตายแน่ ๆ หรือไม่ก็คงตรอมใจที่สุด

“ฮ่า...” ศศิตาระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

รามิลรีบเข้าไปตะปบปิดปากของเธอเอาไว้ ศศิตาทำเสียงอึกอักต่อต้านอยู่ในลำคอ รามิลใช้กำลังที่มากกว่าลากร่างของศศิตาเข้าไปในห้องนอน

ผลัก... เขาโยนร่างของศศิตาลงไปบนที่นอน

“โอ้ย! ไอ้บ้า ฉันเจ็บนะ แกไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้”

“มีสิ ทำไมจะไม่มี คุณเป็นเมียผมนะ แต่ถ้าผมไม่เห็นแก่หน้าของแม่ของคุณละก็ ผมจะ...”

“จะทำอะไรฉันไม่ทราบฮะ”

“ผมก็จะฆ่าคุณเสียนะสิ” รามิลขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ก่อนจะแสยะยิ้มให้ศศิตาอย่างร้าย ๆ

“กรี๊ด...” ศศิตากรีดร้อง

รามิลก็ไม่สนใจ เขารีบก้าวขาออกไปจากห้องนอน แล้วรีบปิดประตู

แต่ทว่า... พอเปิดประตูออกมาก็เจอเข้ากับคุณแม่

“มีอะไรกันนะราม ทะเลาะอะไรกันฮึ... ลูก เสียงดังไปแปดบ้านสิบบ้าน มีเรื่องอะไรกัน”

รามิลส่ายหน้า พร้อมกับจับตัวของแม่หมุนให้กลับไปทางห้องของแม่เอง

“แม่ครับ... แม่ตื่นมาทำไมครับ”

คุณนิรันรัตน์เองก็คงจะรู้อยู่เต็มหัวอกว่าอะไรเป็นอะไร แต่น้ำก็ท่วมปาก

“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ แม่กลับไปนอนเถอะ ไปครับ ผมจะพากลับห้อง”

“ราม” เสียงอ่อยลง

“ไม่มีอะไรจริง ๆ ครับแม่ ผัวเมียก็เหมือนลิ้นกับฟัน ไปครับ แม่ควรพักผ่อนให้เยอะ ๆ อย่าลืมนะครับ อีกสองวันต้องไปตรวจร่างกายนะครับ แม่ต้องนอนเยอะ ๆ นะครับ ผมอยากให้แม่อยู่กับผมไปนาน ๆ”

ท่านไม่พูดอะไร แต่ก็ยอมเดินตามแรงจูงของลูกชาย

รามิลพาแม่มานอนที่เตียง เขาห่มผ้าให้กับแม่

“ฝันดีนะครับ” รามิลผละจาก

“รามจะไปนอนที่ไหน” ถามอย่างเป็นห่วง

“ผม... เอ่อ...”

“รามมานอนกับแม่สิ” ท่านเอ่ยปากชวน

“มาเร็ว ๆ เข้า”

“ครับแม่” รามิลล้มตัวลงไปนอนข้าง ๆ แม่ และกอดท่าน ทั้งสองคนลืมตาในความมืด

แม่คือคนที่รามิลเลือกและเขาจะทำทุกอย่างเพื่อแม่

ในใจของคุณนิรันรัตน์ในตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับมีคนไปนั่งจุดไฟอยู่ในทรวงของท่าน มันเร่าร้อนดั่งไฟที่สุมแน่น รอวันที่ทุกอย่างจะแผดเผาให้มอดไหม้

วันต่อมา

“จะบ่ายโมงแล้วนะ หนูตายังไม่ตื่นอีก” คุณนิรันรัตน์รู้สึกสับสนไปหมด เรื่องเมื่อคืนทำให้ท่านต้องกลับมาทบทวนเรื่องราวทุกอย่างอีกครั้ง

ปานใจเข้ามาเก็บจานไปล้าง “คุณนายต้องการอะไรอีกไหมคะ เอาน้ำชาร้อน ๆ หน่อยไหมคะ”

“ไม่หรอกปาน ไหนเธอว่าจะขอลาครึ่งวัน”

“ก็คุณตายังไม่ตื่น” ปานใจมีสีหน้าเกรงใจ

“ไปเหอะ ฉันอยู่ได้ ไม่เป็นไรจริง ๆ”

“ถ้าอย่างนั้นปานเก็บโต๊ะเสร็จ ก็จะขอไปเลยนะคะ”

“อื้อ... เดินทางก็ระมัดระวัง แล้วพรุ่งนี้จะมากี่โมง”

“เหมือนเดิมนั่นแหละค่ะคุณนาย”

คุณนิรันรัตน์ลุกขึ้นด้วยท่าทางงกเงิ่นจากที่เส้นเลือดในสมองตีบ ท่านป่วยไปหลายเดือนกว่าจะกลับมาหัดเดินได้อีกครั้ง

“ให้ปานช่วยค่ะ” ปานใจรีบเช็ดมือ เพราะล้างจานใบสุดท้ายคว่ำพอดี

“เฮ้อ... ไม่รู้ยังไง” พ่นลมหายใจยาว ๆ ตายังมองไปยังห้องนอนของศศิตา

“เรื่องอะไรหรือคะ” ปานใจรู้อยู่แล้วก็คงไม่พ้นเรื่องลูกสะใภ้คนโปรดกับคุณรามิล

“ยังไม่ชินอีกหรือคะกับพฤติกรรมของคุณตาน่ะค่ะ” ปานใจถามย้อน

คุณนิรันรัตน์ถึงกับหันมามองหน้า ปานใจยิ้มแห้ง ๆ

“ปานไม่ขอออกความคิดเห็นค่ะ แต่ก็คิดว่า... อะไรที่มันไม่ใช่ คุณนายก็อย่าไปฝืนเลยค่ะ ปานเห็นคุณหมอไม่เคยมีความสุขเลยสักกะวันเดียว ตั้งแต่แต่งงานมานี่น่ะค่ะ” ปานใจพาคุณนิรันรัตน์นั่งลงที่ห้องรับแขก

เสียงมือถือของปานใจดังขึ้น

“ปานไปก่อนนะคะคุณนาย สงสัยพวกนั้นจะมารอกันที่หน้าบ้านแล้วล่ะค่ะ”

“อื้อ”

พอปานใจพ้นไป สายตาของคุณนิรันรัตน์ก็มองไปรอบบ้าน บ้านหลังใหญ่หลังนี้ เมื่อก่อนเคยมีแต่เสียงหัวเราะ พอคุณรามันย์สามีของคุณนายเสียชีวิต ทิ้งไว้เพียงหนี้สิน คนที่ไม่เคยทำงานเลย บริหารงานไม่เป็นสุดท้ายก็พังพินาศ

มีเพียงมือของคุณสิริมณีที่ยื่นเข้ามาช่วย พอคุณสิริมณีเอ่ยปากยกลูกสาวให้ ท่านจะปฏิเสธได้อย่างไร

ปานใจก็ไม่อยู่แล้ว บ้านก็ยิ่งเหงาขึ้นไปอีก

คุณนิรันรัตน์จึงตัดสินใจลุกขึ้น เดินไปที่ห้องอ่านหนังสือของลูกชาย บ้านหลังใหญ่ ไม่มีคนก็เงียบผิดปรกติ

เมื่อสมัยนั้นตอนที่สามีของท่านอยู่ ที่ห้องนี้ คือห้องสมุดย่อม ๆ มีหนังสือหลายเรื่องที่น่าอ่านอยู่ในนี้ รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า มีหนังสือหลายเล่มที่ท่านชอบและก็เคยอ่าน ตอนนี้คงถูกทิ้งให้แห้งแล้งอยู่บนชั้นหนังสือ ถ้าได้หนังสือมาอ่านสักเรื่องสองเรื่องก็คงจะดี

พอไปถึงข้างในห้องนั้น ท่านเปิดไฟได้ แล้วก็เริ่มรื้อค้น พอก้ม ๆ เงย ๆ ก็เริ่มมึนและวิงเวียนจนแทบจะหน้าทิ่ม คุณนิรันรัตน์จึงตัดสินใจเดินมานั่งเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานของลูกชาย

ลิ้นชักด้านล่างที่ปิดไม่สนิททำให้คนแก่เอื้อมมือจะไปปิด แต่แสงไฟที่ส่องจากเพดานก็กระทบกับกระจกของกรอบรูป คุณนิรันรัตน์จึงเปิดตู้ เห็นรูปถ่ายคู่ของลูกชายกับผู้หญิงคนหนึ่ง ท่านจึงหยิบขึ้นมาและพิจารณา

คุณนิรันรัตน์ขยับแว่น ใช้สายตาเพ่งมอง รอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้ากระจ่างใส ผมสีดำขลับยาวประบ่า ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นลักยิ้มของหญิงสาวด้วย

“อ้อ... จำได้ล่ะ เคยมาที่นี่ครั้งหนึ่ง”

“เอ๊ะ!” สายตาของท่านสะดุ้งที่มือของผู้หญิงที่จับกันแน่นกับมือของลูกชาย

ตอนนั้นมากันหลายคน และรามิลแนะนำว่าเป็นรุ่นน้อง คุณนิรันรัตน์พลิกรูปดู ในตอนนั้นเอง

รูปอัลตราซาวนด์ที่นรินภัทรส่งมาให้รามิลก็หล่นลงไปบนโต๊ะ ท่านเคยเห็นไอ้รูปลักษณะนี้เหมือนกัน ปานใจเอาให้ดูจากมือถือ บอกว่ามี การแฉดาราหนุ่มไปทำผู้หญิงท้อง และผู้หญิงเอารูปนี้ไปให้นักข่าวดู ท่านจึงถามว่ามันคืออะไร

“รูปอัลตราซาวนด์ค่ะ แบบไปให้หมอส่องดูข้างในท้องนะคะ และถ่ายออกมา เป็นรูปเด็กที่อยู่ในท้องค่ะคุณนาย”

‘รูปเด็กที่อยู่ในท้องอย่างนั้นหรือ’

คุณนิรันรัตน์พลิกอ่านด้านหลัง ข้อความที่ปรากฏทำให้ท่านตกใจมาก

‘ท้อง ให้ทำแท้ง อะไรกัน’ ใบหน้าของท่านซีดราวกระดาษ ลำคอแห้งผากขึ้นมาเฉย ๆ

‘รามทำอะไรลงไป แล้วผู้หญิงคนนี้ท้องหลานของเรา ลูกของรามอย่างนั้นหรือ’

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย คู่พิศวาส
9.5
เมื่อความสวยงามและความอ่อนหวานของหญิงสาวผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ กลายเป็นบททดสอบที่ยากจะต้านทานสำหรับเหล่าชายหนุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศความใกล้ชิดที่ชวนให้ใจสั่น พวกเขาต้องเผชิญกับแรงดึงดูดอันมหาศาลที่คอยกระตุ้นความรู้สึกอยู่ทุกขณะ มาติดตามกันว่าภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความหวั่นไหวเช่นนี้ พวกเขาจะสามารถควบคุมหัวใจตัวเองและยับยั้งชั่งใจไม่ให้พ่ายแพ้ต่อความน่ารักที่แสนเย้ายวนของพวกเธอได้นานแค่ไหนในเรื่องราวความรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ท่านประธานขาอย่าดุ
8.5
ตฤณ ประธานหนุ่มวัย 37 ปีผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพล พร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ปรารถนา เมื่อเขาถูกตาต้องใจเลขาสาวสวยอย่างปั้นหยา แผนการอันแยบยลและร้ายกาจจึงถูกนำมาใช้เพื่อผูกมัดเธอไว้ในตำแหน่งเลขาฯ แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่เขากลับแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย ทั้งขู่จะไปรับส่งถึงบ้านและประกาศความสัมพันธ์ให้คนทั้งบริษัทรับรู้ ท่ามกลางความเอาแต่ใจและท่าทีคุกคามที่แฝงไปด้วยความเสน่หา ปั้นหยาจะรับมือกับบอสหนุ่มสายเปย์ผู้คลั่งรักคนนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย คุณดอกเตอร์ร้อนรัก
9.4
ดร.เอลินา นักวิชาการสาวผู้ทรงอิทธิพลและที่ปรึกษาคนเก่งที่บริษัทชั้นนำต่างแย่งตัวกัน ภายใต้ภาพลักษณ์อันเยือกเย็นและมาดนิ่งของเธอนั้นซ่อนมุมลับสุดน่าค้นหาที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ท่ามกลางชายหนุ่มหลากสไตล์ที่ดาหน้ากันเข้ามาพิสูจน์ใจ ทั้งนายช่างหนุ่มมาดเซอร์ คนงานในไร่ผู้ซื่อสัตย์ พ่อเลี้ยงผู้มั่งคั่ง หรือนักธุรกิจข้ามชาติที่ทรงเสน่ห์ บทสรุปความรักครั้งนี้ใครจะเป็นผู้ที่สามารถทะลายกำแพงหัวใจของดอกเตอร์สาวพราวเสน่ห์คนนี้ได้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย Master & Me คุณท่านของผม
9.3
ในโลกยุคหลังทุนนิยมที่แบ่งแยกผู้คนเป็นสามชนชั้น ทวิชถูกขายเป็นทาสในสังกัดของเวหา จันทรานิรันดร์ โดยมีความหวังลึกๆ ว่าจะไถ่ถอนอิสรภาพให้ตนเองเมื่ออายุครบยี่สิบปี ความเด็ดเดี่ยวและไม่เกรงกลัวของทวิชดึงดูดความสนใจจากนายหนุ่มอย่างเวหาจนเกิดเป็นความห่วงหาที่ลึกซึ้ง ทว่าเมื่อทวิชพร้อมจะโบยบินไปสู่โลกกว้าง เวหาจึงต้องหาทางรั้งหัวใจของทาสหนุ่มผู้รักอิสระคนนี้เอาไว้ข้างกาย แม้ต้องแลกด้วยสิ่งล้ำค่าเพียงใดเพื่อเปลี่ยนใจลูกนกตัวนี้ให้ยอมอยู่ร่วมท้องฟ้าเดียวกันตลอดไป