
โซ่คล้องรักอสูร
ตอน 3
อ๊อด... เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น และคนที่กดจงใจกดแบบรัว ๆ
คุณนิรันรัตน์ลุกขึ้น และเดินไปเปิดผ้าม่าน ชะเง้อชะแง้มองว่าเป็นใคร
เสียงตึกตักที่อยู่ข้างนอกห้อง เสียงเปิดปิดประตู ทำให้ขยับเท้า แต่ด้วยความช้า ก็ไม่ถึงสักที จึงตัดสินใจหยุด และมองไปข้างนอกหน้าต่างแทน
มีชายหญิงกำลังถกเถียงกันอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ผู้หญิงคือศศิตา แต่ผู้ชายไม่รู้จัก ผู้ชายคนนั้นผลักร่างของศศิตาและเดินเข้ามาข้างใน ศศิตาวิ่งตาม
“กลับออกไปเดี๋ยวนี้นะวัฒน์” เสียงเขียว เธอหันรีหันขวางมองว่ามีใครบ้าง จำได้ว่า หลายวันก่อนปานใจบอกจะไปธุระ และคุณแม่ก็คงจะหลับอยู่
“ไม่ ผมไม่กลับ ตา... คุณต้องช่วยผมนะ ไอ้พวกนั้นมันจะฆ่าผมแน่ ๆ”
“แล้วฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้ว เรื่องไอ้พนันบ้าบอนั่น กับไอ้เรื่องกู้นอกระบบนะ”
“ผมก็เลิกแล้วไง”
“เลิกแล้วหรือ ถ้าเลิกทำไมต้องหนีหัวซุกหัวซุน”
“ตา... ผมขออาศัยอยู่ที่นี่ก่อนนะ คุณอย่าเพิ่งผลักไสผม” เขาอ้อนวอน ฐิติวัฒน์หันกลับมาคว้าร่างของศศิตาและกอดแน่น เธอพยายามดิ้นส่าย
“นี่... ไม่ไงวัฒน์”
“ตา... ผัวคุณไม่ว่าหรอกจริงไหม”
“ไม่ได้นะวัฒน์ คุณต้องกลับออกไปเดี๋ยวนี้ แม่ของหมอก็อยู่ที่นี่ด้วย และที่นี่ก็เป็นบ้านของหมอ”
“ชิ... ไอ้พวกกาฝากทั้งนั้น พวกนี้ผลาญเงินมาจากแม่ของคุณเท่าไรแล้ว และทำไมคุณต้องไปเกรงใจพวกมัน”
“วัฒน์ คุณเริ่มพูดไม่รู้เรื่องล่ะ”
“ทำอะไรกันนะ หนูตา แล้วไอ้ผู้ชายคนนี้เป็นใคร” เสียงของคุณนิรันรัตน์ทำให้ศศิตาตกใจ เธอรีบผละออกจากเขา
“สวัสดีครับ” ฐิติวัฒน์หันมายิ้มให้กับคุณนิรันรัตน์
“แหม... ได้ยินตาเล่าเรื่องคุณนายให้ฟังหลายครั้งแล้วครับ ได้มาเจอตัวจริงสักที” ทำเหมือนคุ้นเคยมาเนิ่นนาน และศศิตาไม่มีความลับกับฐิติวัฒน์
“หนูตา” ท่านจ้องมองผ่านฐิติวัฒน์ไปจ้องหน้าศศิตา
“เพื่อนของหนูเองค่ะคุณแม่ เพื่อนกันมานานแล้วค่ะ”
“เพื่อนหรือ” ท่านก้มมองฐิติวัฒน์แบบหัวจรดปลายเท้า นี่มันกุ๊ยข้างถนนชัด ๆ
“แล้วมาทำไมที่นี่ และตอนนี้ รามก็ไม่อยู่บ้านนะ” คนหัวโบราณ ผัวไม่อยู่จะพาผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาได้อย่างไรกัน
“ถามอะไรแบบนั้นล่ะครับคุณนาย เพื่อนสนิทจะมาหาเพื่อนสนิทไม่ได้เชียวหรือ ใช่ไหมตา” เขาหันหลังกลับมาช้อนสายตามองศศิตาแบบล้อเล่น
เธอหลับตาแน่น ก่อนจะลอบพ่นลมหายใจ
“พอดีวัฒน์เขาหนีร้อนมาพึ่งเย็นนะคะคุณแม่ วัฒน์แบบเคยช่วยเหลือตาในเมื่อก่อน”
“ช่วยเหลือเลยหรือ” มองสำรวจฐิติวัฒน์อีกที
ในใจของท่านก็คิดว่า สารรูปแบบนี้นะหรือจะช่วย
“ช่วยเรื่องอะไร”
“อ้อ... เรื่องน้ำนะครับ ใช่ไหมตา น้ำ...” เขาหันมาลูบรอบปาก ก่อนละแลบลิ้นออกมารัว ๆ ซึ่งคุณนิรันรัตน์ไม่ได้เห็นอย่างที่ศศิตาเห็น
“ค่ะแม่ เมื่อก่อนรถคันเก่าโน้นของตา แบบหม้อน้ำแตกน่ะค่ะ ก็ได้วัฒน์นี่แหละค่ะที่เข้ามาช่วยอุดหม้อน้ำให้ตานะคะ” ฐิติวัฒน์ทำลิ้นกระดกรัว ๆ ศศิตายิ้มมุมปาก
“เอ่อ... คุณแม่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ตาโทรบอกพี่รามแล้วน่ะค่ะ”
“อ่า... ก็เมื่อคืนหนูกับพี่รามทะเลาะกัน”
ฐิติวัฒน์เลิกคิ้ว สายตาและใบหน้ามีคำถาม แล้วก็ยิ้มปลื้มที่ได้ยินข่าวแบบนี้กับหูตัวเอง
“วัฒน์คุณนั่งรอก่อนนะคะ ฉันจะพาคุณแม่ไปพักผ่อนที่ห้องก่อนนะ เดี๋ยวกลับออกมาคุยด้วย”
“ได้ครับตา กู๊ดไนต์นะครับคุณนาย” ยกมือขึ้นมาทำท่านอน แล้วอวยพรคุณนิรันรัตน์ด้วย
พอพ้นมาจากฐิติวัฒน์แล้ว
“หนูตา แม่ว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าไว้ใจนะลูก”
“แม่คะ หนูรู้จักกับวัฒน์มาก่อนที่จะแต่งงานกับพี่รามเสียอีกค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
คุณนิรันรัตน์นึกไปถึงข่าวลือหนาหู แต่ท่านก็ทำเป็นไม่รับรู้ เพราะอย่างน้อยก็ได้เงินของคุณสิริมณีมาซัปพอร์ต เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทำไม่รู้ไม่ชี้ ข่าวที่เกี่ยวกับศศิตาที่ว่าเธอนั้นทั้งมั่วและทั่วถึง
“หนูตาอย่าให้เขาอยู่ที่นี่เลยนะ ถามไถ่กันเสร็จแล้ว ก็รีบไล่ ๆ ไปเสีย” ดวงตาของท่านหวาดระแวง
“ได้ค่ะคุณแม่ ตาจะไปถามวัฒน์ก่อนว่าเขาจะให้ช่วยอะไร แล้วก็จะให้วัฒน์เขากลับไปค่ะคุณแม่ คุณแม่นอนก่อนนะคะ” เธอพาคุณนิรันรัตน์ไปส่งถึงที่นอน ก่อนจะจัดแข้งขาของท่านให้ขึ้นไปบนเตียงด้วย
แม้ว่าศศิตาจะไม่ค่อยใส่ใจงานบ้านอะไรเทือกนั้น เพราะมีปานใจช่วยทำอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจ ศศิตายังใส่ใจคุณนิรันรัตน์อยู่บ้าง และทำดีด้วย ทำให้ท่านมองผ่านบางสิ่งบางอย่างไป
“แล้วเมื่อกี้ แม่ไปอยู่ไหนมาคะ” เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่นอนของคุณนิรันรัตน์ไม่ได้ยับย่น
“แม่ไปหาหนังสืออ่านเล่นนะ”
“อ้อ แล้วได้ไหมคะ”
“ได้แล้ว แต่แม่ไม่ได้หยิบมา”
“ถ้าอย่างนั้นตาไปหยิบมาให้นะคะคุณแม่ คุณแม่จะได้อ่านที่นี่”
“ก็ดีเหมือนกัน”
“แล้วนี่คุณแม่กินยาหลังอาหารหรือยังคะ” ศศิตาหันไปเห็นยาของคุณนิรันรัตน์ยังตั้งอยู่ที่หัวเตียง ยาต่าง ๆ ที่ปานใจเตรียมให้ยังอยู่เหมือนเดิม
“แม่ลืมกินแน่เลย”
“คุณแม่ขา คุณแม่ต้องกินนะคะ ถ้าพี่รามรู้เข้าละก็ มีหวังยายปานโดนดุค่ะ มะค่ะคุณแม่ กินยาก่อนนะคะ”
“เฮ้อ... แม่ไม่อยากกินเลย กินแล้วง่วงมาก”
“หมออยากให้คุณแม่พักนะคะ แม่ต้องกินค่ะ”
เมื่อถูกบังคับ ท่านก็กินมันลงไป
“ดื่มน้ำอีกนิดค่ะคุณแม่” ท่านทำตาม
“เก่งมากค่ะ” ศศิตาเก็บทุกอย่าง
“หนูตาอย่าลืมไล่ผู้ชายคนนั้นไปเสียด้วยนะ”
“ค่ะคุณแม่”
ต่อจากนั้น
“วัฒน์คุณจะทำอะไรน่ะ” เขาสวมกอดศศิตาเอาไว้แน่น มือไม้ล้วงลงไปที่ใต้ชายชุดที่เธอสวมใส่
“ทำแบบที่เราเคยทำ แล้วคุณอยู่กับใคร”
“ฉันก็อยู่กับคุณแม่ไงคะ”
“แล้วคนใช้”
“ไม่อยู่”
“อ้า... แสดงว่าทางโล่ง โปร่งสบาย” ฐิติวัฒน์ยิ้มกริ่ม
“อะไรของคุณทางโล่ง”
ฐิติวัฒน์ล้วงเข้าไปและแหวกกางเกงในของเธอ ก่อนจะสอดใส่แท่งหรรษาอันใหญ่เข้าไปในช่องของเธอจากด้านหลัง
“อย่านะวัฒน์” ปากว่าไม่ แต่ก้มลงโก้งโค้ง และหยัดสะโพกโยกส่วนกับแกนเขื่องของฐิติวัฒน์อย่างไม่ลดละ
“วัฒน์ตรงนี้ มันไม่ได้นะ มันประเจิดประเจ้อ อ้า ซี้ด... เสียว วัฒน์ อะ อะ”
“งั้นไปที่ไหนดีจ๊ะ”
“ทางนี้” ศศิตาเดินนำไปยังห้องอ่านหนังสือของรามิล
ทั้งคู่ยังประสานสอดกันแน่น ฐิติวัฒน์ยังโยกขยับชักลำแท่งเข้า ๆ ออก ๆ อยู่ตลอดเวลา ศศิตาส่งเสียงสุขดังซี้ดซ้าด คงจะลืมว่าที่นี่บ้านของพ่อแม่ของรามิล ผู้เป็นสามีที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของเธอ
“บนโต๊ะทำงานของผัวคุณไหม” ไม่พูดเปล่า แต่จับร่างของศศิตาขึ้นไปบนโต๊ะ เธอพลิกตัวนอนหงาย ยกขาขึ้นชันตั้งเข่า ฐิติวัฒน์เข้าประชิดและจดจ่อแกนแกร่งเข้าไปในช่องทางที่คุ้นเคย และใส่เธอแบบไม่ยั้ง
ทั้งสองคนไม่อายฟ้าดิน หรือแม้แต่ผีบ้านผีเรือน โยกขยับส่งรับกันแบบไร้ยางอาย มือปัดเอารูปอัลตราซาวนด์และกรอบรูปหล่นลงไปบนพื้นพรมด้านล่าง
ฐิติวัฒน์ยังคงสอยเสือกกระแทกช่องลับของศศิตาสุดแรง แล้วฉีดพ่นความสุขเข้าไปในตัวเธอ ทั้งสองคนเสียบคากันอยู่แบบนั้น แล้วก็จูบกันอย่างดูดดื่ม
“โคตรตื่นเต้นดี”
“เอาอีกไหม”
“พอแล้ววัฒน์ แล้วสรุปคุณจะเอายังไง คุณจะมาเอาเงินใช่ไหม”
“อื้อ... เมื่อวานคุณลืมให้ผม”
“ฉันจะให้เงินคุณนะวัฒน์ แต่คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่มาที่นี่อีก”
เขาอิดออด แต่ก็พยักหน้ารับ และแบมือมาตรงหน้าของศศิตา
“อย่าเอาไปเล่นการพนันอีกนะ และก็เอาไปใช้เงินกู้นอกระบบนั่นด้วย”
“ได้จ้าที่รัก” เขาเอื้อมไปหยิบทิชชูก่อนจะเช็ดทำความสะอาดแล้วโยนทิ้งลงไปในถังขยะข้างโต๊ะ
“อ้อ... ไอ้แบงค์ชวนเราสองคนไปสวิงกิ้ง”
“เมื่อไร” ดวงตาของศศิตาเป็นประกาย
“ทำเหมือนอยากมาก ผมหึงนะ คุณก็รู้”
“วัฒน์ ฉันชอบความสนุก คุณก็รู้ แต่ฉันไม่ได้ติดใจ”
“ฮึ...” เขาทำงอน และหันหลังให้ พลางรูดซิป
“ผมจะตอบเซย์เยสกับมันไปก็แล้วกัน”
“ค่ะ บอกแบงค์ด้วย ใส่ถุง ไม่สดนะ ถ้าใครไม่เอาด้วย ก็ไม่ต้องมา”
“โอเค ผมไปนะที่รัก”
ฐิติวัฒน์หันมาจุ๊บแก้มเธอ จูบปากอย่างดูดดื่มอีกครั้ง และเดินควงแขนกันออกมา เธอไปส่งเขาที่ประตู
ศศิตากลับมาที่ห้องหนังสือของรามิล หยิบหนังสือที่ตกลงไปข้างโต๊ะ แล้วพาไปให้คุณนิรันรัตน์ ท่านหลับปุ๋ยไปด้วยฤทธิ์ยาที่หมอให้ เธอวางหนังสือเอาไว้ แล้วออกไปหาอะไรกิน
คุณนิรันรัตน์ลืมตาขึ้น น้ำตาเริ่มไหลเอ่อท่วมแล้วล้นออกมา นางไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง ทำไมศศิตาถึงได้ทำอะไรที่บัดสีบัดเถลิงในบ้านได้ถึงเพียงนี้
‘โอ้! ราม แม่ผิดไปแล้ว แม่ทำอะไรลงไป แม่เสียใจ’
รูปอัลตราซาวนด์กับข้อความเหล่านั้น
‘ราม แสดงว่าหลานแม่ยังมีชีวิตอยู่สินะ โธ่! เพราะย่าคนเดียว ย่าทำลายทุกคน ทั้งราม เด็กผู้หญิงคนนั้น รวมถึงหลานของย่าด้วย ย่าจะทำอย่างไรดี’
จู่ ๆ คุณนิรันรัตน์ก็มีอาการเจ็บแน่นที่หน้าอกอย่างมาก
“อั๊ก... เป็นอะไร”
ท่านเริ่มหน้าแดง และมีเหงื่อแตกพลั่ก ๆ หัวใจเริ่มสั่น การหายใจเริ่มหอบถี่ มีอาการเหนื่อย
“โอ้ย! เหมือนมีอะไรมาทับที่หน้าอก”
“อึก...” ท่านพยายามจะลุกขึ้น แต่ก็เจ็บร้าวจากหน้าอกจนไปถึงแขนซ้าย เหงื่อไหลบ่าอย่างกับน้ำตก
“ราม ราม ราม อึก... อั๊ก”
“คุณแม่” ศศิตาเวลาอยู่ที่บ้าน เธอจะแวะเวียนมาดูคุณนิรันรัตน์บ่อย ๆ
“คุณแม่เป็นอะไรคะ ช่วยด้วย ๆ” เธอตะโกนดัง เริ่มวิ่งวุ่น อารามตกใจเหมือนทำอะไรไม่ถูก
“ตายแล้ว ยายปานไม่อยู่ คุณแม่คะ คุณแม่”
“ตา ตา โทรหาราม” ดูเหมือนท่านจะอาการหนัก
“คุณแม่คะ” ศศิตาโทรศัพท์ตามรถพยาบาลด้วยอาการมือสั่น เธอสั่นโยกไปทั้งตัว ก่อนจะโทรศัพท์หารามิลด้วย
ในเวลาต่อมา
สายระโยงระยางอยู่บนตัวของคุณนิรันรัตน์ ท่านไม่ได้สติไปแล้ว
“หมอราม”
“ครับอาจารย์หมอ”
“อาการน่าเป็นห่วงนะ หัวใจวายเฉียบพลัน”
“ครับ” รามิลหลับตา เขาเป็นหมอแม้จะไม่ได้เรียนเฉพาะทางเรื่องเกี่ยวกับทรวงอก แต่เขาก็รู้สาเหตุที่แม่เป็น อาการมีมาสักพักหนึ่งแล้ว
“ก็ต้องรอปาฏิหาริย์นะ”
คุณอาจจะชอบ





