ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้

ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้

หญิงสาวผู้กำลังจะรับปริญญาต้องย้อนอดีตสู่ยุค 60 ในร่างของคำแก้ว หญิงปัญญาอ่อนผู้ยากไร้และเป็นลูกสาวอดีตโจรพิการ เธอต้องเผชิญกับค่าแรงเพียงน้อยนิดท่ามกลางความอดอยาก ทว่าโชคชะตากลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อต้องพบกับศัตรูที่จ้องล้างแค้นครอบครัวของเธอด้วยหัวใจเป็นเดิมพัน แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นลูกโจรและต้องรับมือกับเหล่าร้ายที่ดักปล้น แต่เธอกลับมีความลับและอาวุธที่ไม่มีใครคาดคิด พร้อมจะเอาคืนทุกคนอย่างสาสมเพื่อปกป้องคนในครอบครัวให้มีชีวิตรอด
ตอน
แชร์

ตอน 1

หมู่บ้านสี่แจเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในเขตภาคอีสาน ทิศตะวันตกติดกับแม่น้ำ ทิศใต้ติดกับภูเขา ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง สองแม่ลูกเพิ่งกลับจากรับจ้างดำนา เดินมุ่งหน้าไปยังบ้านของตนที่อยู่ท้ายหมู่บ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ทั้งสองจะได้ไปรับจ้างดำนาเพราะในหมู่บ้านนี้มีเพียงนาของเสงี่ยมเท่านั้นที่จ้างคนงาน เขาเป็นเศรษฐีที่มีนาเกือบสองร้อยไร่ นอกนั้นถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปก็ทำคนละไร่สองไร่เท่านั้น เพราะการทำนานั้นลำบากนักต้องใช้จอบขุด เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่มีต้นไม้มากและเป็นป่ารก ใช้ควายไถไม่ได้ แต่นาของเสงี่ยมนั้นจ้างคนถางป่าและตัดไม้ออกจึงสามารถใช้ควายไถได้ เขาจึงมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าทุกคนในหมู่บ้านนี้

ทั้งสองกำลังจะเดินผ่านหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน

“คำพอง” ผู้เป็นแม่ที่รีบสาวเท้าตามลูกหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงผู้ใหญ่บ้านเรียกเสียงกระซิบกระซาบ

คำพองหันไปถามผู้ใหญ่หลอดเสียงเบา “มีอะไรหรือคะพ่อผู้ใหญ่” น้ำเสียงแบบนี้เธอรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจนัก คำพาผู้เป็นลูกชายวัยสิบห้าปีก็หยุดฟังเช่นกัน

“วันนี้กินเข้าแต่หัววันแล้วรีบดับไฟนะ แล้วพากันอยู่อย่างเงียบ ๆ” พ่อใหญ่หลอดบอกเธอเหมือนเช่นทุกครั้งที่จะมีเหตุเกิดขึ้น

“อีกแล้วหรือคะ”

“อืม รีบกลับบ้านเถอะ ฉันจะรีบไปบอกคนอื่น”

“ค่ะ” คำพองได้ยินผู้ใหญ่บ้านพูดดังนั้นก็รีบจูงมือลูกชายจากไปโดยเร็ว เธอเป็นห่วงสามีกับลูกอีกสองคน นี่เป็นสัญญาณเตือนจากผู้ใหญ่บ้านว่าวันนี้โจรกำลังจะเข้ามาปล้นในหมู่บ้าน ถ้าทุกคนไม่ออกไปอยู่ทุ่งนาก็ต้องรีบกินข้าวกินปลาแล้วรีบดับไฟตะเกียงและอยู่กันอย่างเงียบกริบห้ามส่งเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น

มาถึงบ้าน ผู้เป็นสามีที่ขาขาดข้างหนึ่งกำลังนึ่งข้าวไว้รอ เขานั่งอยู่บนตั่งที่ทำจากไม้ ขาข้างที่ถูกตัดมาถึงครึ่งแข้งพาดไว้บนตั่งไม้ ขาอีกข้างชันเข่าขึ้น เขาใช้ไม้ค้ำในการเคลื่อนกายไปยังที่ต่าง ๆ ที่ไม่ไกลมากนัก พอไม่เห็นลูกสาวคนเล็กคำพองก็ถามสามีด้วยความร้อนใจ

“พี่เข้ม คำแพงไปไหนคะ”

“พี่ใช้ไปเก็บหัวปลีมาต้มซุบ เอ็งถามทำไมเหรอ” ตั้งแต่เขาพิการฐานะทางครอบครัวก็ลำบากลงเรื่อย ๆ จนตอนนี้หาข้าวสารจะนำมาต้มก็แทบจะไม่มี ทั้งบ้านเหลือข้าวสารไม่ถึงครึ่งกระบุง เขายังไม่รู้เลยว่าจะไปหาข้าวมาจากไหน เพราะทำงานทุกอย่างต้องอาศัยการเดินแต่เขาเองเดินไกลไม่ได้ ล่าสัตว์หรือหาของป่าก็ทำได้แค่คิด เพราะถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วเกือบปีตั้งแต่โดนหมอตัดขา แต่แผลก็ยังอักเสบอยู่เรื่อย ๆ โดนไม้เกี่ยวแผลเข้าหน่อยก็เลือดไหลออกมาไม่หยุด หรือไม่แผลก็อักเสบบ่อยครั้ง เขาจึงต้องทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่บ้าน ปลูกพืชผักสวนครัวอยู่กับลูกสาวคนเล็ก ปกติคำแพงก็ไปรับจ้างช่วยแม่กับพี่ชาย แต่เพราะพี่สาวป่วยหนักมาหลายวันเธอจึงจำเป็นต้องอยู่บ้านช่วยพ่อดูแลพี่สาว

“โจรจะเข้าบ้านวันนี้ค่ะ ผู้ใหญ่บ้านบอกมา”

นัยน์ตาคมเข้มดำมืดลงอีกเมื่อได้ยินคำว่าโจร หลายเดือนแล้วที่โจรไม่ได้เข้ามาปล้นในหมู่บ้านแห่งนี้ ยังไม่ทันที่เข้มจะกล่าวอะไรลูกสาวคนเล็กวัยสิบสามปีก็เดินขึ้นมาบนเรือนพอดี

“หัวปลีได้แล้วค่ะพ่อ” เข้มรับหัวปลีกล้วยนวลที่ลูกสาวยื่นมาให้

“พ่อจะทำอะไรกินหรือคะ” คำแพงแอบสงสัย หมูไม่มี ปลาไม่มี หนูไม่มี กบเขียดก็ไม่มี แล้วพ่อเอาหัวปลีมาทำอะไรกิน

“ต้มซุบใส่ปลาร้า” วันนี้ไม่มีอะไรให้ทำกินแล้ว ยังดีที่ยังมีปลีกล้วยนวลที่เขาปลูกไว้หลายกอ รอว่าวันนี้ภรรยากับลูกชายไปรับจ้างได้เงินมาคงพอซื้ออาหารมาทำกินได้ คำว่าหาเช้ากินค่ำไม่เกินจริง

“แล้วพี่คำแก้วอาการดีขึ้นไหมครับพ่อ” คำพาเอ่ยถามถึงอาการป่วยของพี่สาว

“ยังเลย นอนไม่ได้สติเหมือนเดิม พ่อให้คำแพงเช็ดตัวให้ทั้งวัน” คำแก้วมีไข้สูงตลอด เขากลัวจริง ๆ กลัวว่าลูกสาวจะเป็นอะไรไปอีกคน เพราะในหมู่บ้านมีคนป่วยตายไปหลายคนแล้ว

“งั้นฉันพาลูกไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วจะรีบมาช่วยพี่” น้ำที่ตักมาใส่โอ่งไว้ เอาไว้ใช้ในยามจำเป็น เพราะอย่างไรบ้านของเธอก็อยู่ท้ายสุดของหมู่บ้าน และยังติดกับลำธารและใกล้ภูเขาอีก จึงไม่ลำบากหากต้องไปหาบน้ำมาดื่มมาใช้

“ไปเถอะ ไม่ต้องห่วง พี่จะทำอาหารรอ”

สิ้นคำของสามีเธอกับลูกอีกสองคนก็รีบไปอาบน้ำทันที อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดวงตะวันก็จะลาลับขอบฟ้าแล้ว

คำพองเดินเบาเข้าไปดูลูกสาวคนโตที่นอนหลับใหลหายใจรวยรินมาหลายวัน หลังมือแตะที่หน้าผากและใบหน้าแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ของลูกเบา ๆ ริมฝีปากของเธอแห้งผาก

“ลูกแม่ไข้ไม่ลดเลย” น้ำใสในตาเริ่มเอ่อคลอ รู้สึกสงสารลูกจนเจ็บไปถึงหัวใจ เธอไม่รู้ต้องรักษลูกด้วยวิธีไหนลูกถึงจะหาย เธอเป็นไข้สูงมาเกือบสองสัปดาห์ กินยาฝนที่หมอยาสมุนไพรเรียกว่ายาเย็นแต่ไข้ของลูกสาวก็ไม่ลดลงบ้างเลย จนสองสามวันมานี้ เธอนอนนิ่งไม่ตื่นขึ้นมากินข้าวกินยาเลย “แม่จะทำอย่างไรดี หรือแม่ต้องยอมเสียเอ็งไป” น้ำตาหยดแรกหยดลงบนพื้นข้างกายลูก คำแก้วเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญาตั้งแต่กำเนิด ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ยังต้องมาป่วยหนักแบบนี้อีก

ริมฝีปากของผู้เป็นแม่ประทับลงจุมพิตหน้าผากอันร้อนผ่าวของลูกสาวแผ่วเบา

“คำพอง”

“ฮึ!” เธอขานรับสามีเสียงขึ้นจมูก

“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ” เข้มเองก็สงสารลูกเหลือเกิน เงินก็ไม่มี โรงหมอก็อยู่ไกลเกือบห้าสิบกิโลเมตร หากจะต้องไปรักษาก็ต้องเดินเท้าไป เขาเองก็เดินไกลขนาดนั้นไม่ได้

“ค่ะ” เธอคลานถอยหลังออกไปอีกห้องหนึ่งของบ้านเพื่อทานข้าวร่วมกัน

ทั้งสี่คนรับประทานอาหารเย็นพร้อมกันกับซุบดอกกล้วยนวลแกล้มกับยอดกระถินที่มีอยู่ข้างรั้วบ้านอย่างเอร็ดอร่อย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อถูกศัตรูจับตัวไป อัลฟ่าผู้เป็นคนรักกลับเลือกทิ้งฉันไว้เบื้องหลังเพื่ออยู่กับคู่แท้ของเขาอย่างไม่ใยดี คำพูดที่ไร้หัวใจส่งผ่านสายโทรศัพท์กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา ฉันจำต้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากอัลฟ่าฝ่ายศัตรูพร้อมยอมศิโรราบทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ทว่าในวันที่อดีตคนรักคิดจะกลับมาทวงฉันคืน ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้ฉันได้กลายเป็นสมบัติของศัตรูผู้โหดเหี้ยมที่ไม่มีวันปล่อยให้ฉันกลับไปหาเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย สามีเถื่อนที่รัก
9.0
นิรินตกที่นั่งลำบากหลังเข้าห้องผิดจนเผชิญหน้ากับนรราช ชายร่างสูงใหญ่ในสภาพเมามายที่ข่มขู่จะเอาชีวิตหากเธอขัดขืน ท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยจูบที่ถูกยัดเยียด เมื่อแสงไฟสว่างขึ้นเธอกลับพบว่าเขาคือลุงราช หลานชายเจ้าของบ้านผู้แสนใจร้าย แม้ครอบครัวของทั้งคู่จะมีรอยร้าวและบิดาของเธอสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวอย่างเด็ดขาด แต่การพบกันโดยไม่คาดฝันในครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ดาวอังคารผู้ไม่เคยพ่ายแพ้
8.3
เมื่อ 5 ปีก่อน เขาตัดสินใจทิ้งคนรักไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยความหวังว่าจะพิสูจน์ตนเองให้มีคุณค่าพอสำหรับเธอ วันนี้เขากลับมาในฐานะผู้ที่มีทั้งความสามารถและเกียรติยศอันสูงสุดเหนือใคร ทว่าสิ่งที่รอคอยเขาอยู่กลับไม่ใช่เพียงแค่หญิงสาวที่โหยหา แต่เขายังได้พบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าตนเองมีลูกสาวตัวน้อยเพิ่มมาหนึ่งคน บทพิสูจน์ความรักและความรับผิดชอบในฐานะพ่อและคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถม
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนแฝงตัวเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของนาง ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อนางต้องเสี่ยงชีวิตช่วยโจรชุดดำลึกลับหลบหนีเพื่อรักษาชีวิตตนเอง โดยบังคับให้เขาซ่อนตัวในถังสิ่งปฏิกูลที่แสนโสโครก การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขาโกรธจัดจนขู่ฆ่านาง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โชคชะตาของทั้งคู่ผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มผู้ลึกลับเริ่มวนเวียนอยู่รอบกายเพื่อตอบแทนบุญคุณท่ามกลางไฟแค้นและการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
หน้าปกนวนิยาย เสวี่ยอี้ หมอยาสาวเจ้าเสน่ห์
8.1
เมื่อความรักที่เคยมีให้กลับกลายเป็นความเจ็บปวดจากการกระทำของท่านอ๋องผู้เป็นสามี เสวี่ยอี้ หมอยาสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถและเสน่ห์ล้นเหลือจึงไม่ยอมทนอยู่ใต้เงาของความเสียใจอีกต่อไป นางตัดสินใจประกาศกร้าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่าหากเขายังคงทำร้ายความรู้สึกของนางเช่นนี้ การหย่าขาดจากกันคงเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่ เพื่อทวงคืนอิสระและศักดิ์ศรีของตนเองกลับมาในฐานะสตรีผู้ไม่ง้อความรักที่ไร้ค่าอีกต่อไป