ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวพร่างฝน

เจ้าสาวพร่างฝน

เมสัน แมคไบรด์ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและดุดัน เจ้าของอาณาจักรที่ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน กลับต้องสั่นคลอนเมื่อ ละอองฝน หญิงสาวผู้อาศัยอยู่ใต้ชายคาแอบฝ่าฝืนกฎเหล็กด้วยการนำม้าตัวโปรดของเขาไปขี่เล่น การกระทำอันอวดดีของสาวน้อยไร้เดียงสาปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน เมสันจึงตัดสินใจมอบบทลงโทษอันเร่าร้อนและป่าเถื่อนเพื่อกำราบเธอให้จำนนอยู่ใต้ร่างเขาเพียงคนเดียว ท่ามกลางไฟปรารถนาที่ยากจะต้านทาน เขาจะสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งว่าการลองดีกับพยัคฆ์ร้ายเช่นเขานั้นมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยร่างกายและหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 1

หยาดพิรุณเม็ดใสๆ โปรยปรายลงมากระทบหลังคาโรงนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่าย หน้าต่างบานเล็กถูกเปิดทิ้งไว้เพราะคนเปิดเจตนาให้ไอละอองเย็นชุ่มของสายฝนสาดกระเซ็นเข้ามาข้างใน สาวน้อยรูปร่างบอบบางวัยย่างยี่สิบกำลังยืนกอดอกอยู่ข้างๆ หน้าต่างบานนั้นโดยไม่ได้อนาทรต่อความเปียกชื้นของเสื้อผ้าแต่อย่างใด ริมฝีปากอิ่มเต็มรูปกระจับสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มน้อยๆ ดวงตากลมโตซึ่งประดับด้วยแพขนตางอนยาวเพ่งมองหยดน้ำใสๆ และปล่อยตัวปล่อยใจให้ดื่มด่ำไปกับม่านฝนที่พร่างพรมลงมาไม่ขาดสาย

‘ละอองฝน’ ชื่นชอบไอเย็นๆ ของสายฝนมาตั้งแต่เด็กๆ อาจเป็นเพราะเธอเกิดเดือนมิถุนายนในวันที่ฝนตกปรอยๆ ตลอดทั้งวันทั้งคืนกระมัง

และแล้วเวลาอันแสนสุขนั้นก็มีอันต้องจบลง พร้อมๆ กับที่พิรุณเม็ดสุดท้ายหลั่งรินลงมา ท้องฟ้าซึ่งมืดครึ้มอยู่เมื่อครู่ใหญ่ๆ ก่อนหน้านี้เริ่มเปิดโล่งพร้อมกับปรากฏรุ้งกินน้ำทอดตัวโค้งยาวพาดผ่านเหนือทุ่งกว้าง สาวน้อยรู้ตัวว่าได้เวลาที่เธอจะต้องออกจากโรงนาแสนสวยและเงียบสงบหลังนั้นแล้ว 

ละอองฝนจึงรีบจูงม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่ที่แอบขโมยออกมาขี่เล่น ซึ่งตอนที่ฝนเริ่มตกเธอผูกมันไว้กับเสาโรงนาไปส่งคืนที่คอกม้า เพื่อจะได้กลับไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ให้ทันก่อนเวลาพลบค่ำ ด้วยรู้ตัวดีว่าหากกลับช้าคงถูกคนที่เป็นผู้ปกครองดุเอาเป็นแน่

หลังจากส่งม้าถึงคอกแล้ว เท้าเล็กๆ ก็ก้าวฉับๆ ในลักษณะเดินแกมวิ่งลัดเลาะผ่านเนินหญ้าเพื่อไปให้ถึงคฤหาสน์โดยเร็วที่สุด แต่พื้นหญ้าที่เปียกชื้นจากการถูกสายฝนพร่างพรมใส่เมื่อครู่ใหญ่ๆ ที่ผ่านมานั้นก็เป็นอุปสรรคพอสมควร 

รองเท้าแตะแบบคีบเปียกชุ่มเพราะถูกน้ำจากยอดหญ้ากระเด็นใส่ ทำให้การเคลื่อนไหวแต่ละย่างก้าวเป็นไปอย่างยากลำบากยิ่งกว่าเดิม ไม่ต่างอะไรกับการเดินย่ำบนพื้นลื่นๆ และในที่สุดเธอก็ล้มหัวคะมำจนได้ มือเรียวเล็กตะครุบลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยโคลนตมเละๆ เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนมอมแมม สายรองเท้าก็ขาดร่องแร่งอย่างไม่เหลือสภาพให้สวมใส่ได้อีกต่อไป

“บ้าจริง!”

เจ้าของเสียงหวานใสบ่นพึมพำคนเดียวขณะค่อยๆ ประคองกายให้ลุกขึ้น ตอนนั้นเองที่รู้สึกว่ามีอาการเจ็บแปล๊บๆ ที่ข้อเท้า แต่ก็ยังพยายามเดินโขยกเขยกด้วยเท้าเปล่าอย่างทุลักทุเล จนกระทั่งถึงคฤหาสน์หลังสีขาวสองชั้นที่ตั้งตระหง่านสวยเด่นอยู่บนเนินหญ้าสีเขียวขจีซึ่งตอนนี้เปิดไฟสว่างไสวเพราะฝนที่ตกลงมาตั้งแต่ช่วงบ่ายทำให้ความมืดมิดของรัตติกาลสยายตัวเข้าปกคลุมทั่วทั้งอาณาบริเวณเร็วกว่าทุกวัน 

ละอองฝนรีบย่ำเท้าขึ้นบันไดเตี้ยๆ ที่หน้าคฤหาสน์ผ่านห้องอาหารซึ่งอยู่ติดกับห้องโถง ทั้งๆ ที่ไม่อยากจะเดินผ่าน แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากมันเป็นทางไปยังห้องนอนของเธอนั่นเอง

สาวน้อยรู้สึกเหมือนตนเองตัวลีบลงกว่าเดิมไปถนัดตา เพราะตอนนี้ที่โต๊ะอาหารมีคนนั่งรายล้อมเพื่อจะรับประทานมื้อเย็นอย่างพร้อมเพรียงกันแล้ว และเมื่อเธอก้าวเข้าไปทุกคนก็มองมาเป็นตาเดียวกันทันที

“ไปไหนมาออม ทำไมถึงได้กลับมาซะมืดค่ำแถมเนื้อตัวยังมอมแมมแบบนั้น...”

‘คุณ’ เป็นคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ห่างเหินและไว้ตัว แต่ละอองฝนก็ชินชากับน้ำเสียงและท่าทีแบบนั้นของผู้ให้กำเนิดเสียแล้ว

ละอองฝนต้องเรียก ‘แม่’ ว่า ‘คุณ’ ตั้งแต่เด็ก เพราะแพรวดาวแม่ของเธอเคยเป็นนางแบบชื่อดัง มีชีวิตที่หรูหราไฮโซในวงสังคมชั้นสูง แต่เกิดตั้งท้องโดยไม่ได้ตั้งใจกับนายแบบคนหนึ่งทั้งที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย จึงต้องแอบหลบไปคลอดลูกและปิดข่าวไว้อย่างเงียบเชียบ หลังจากนั้นก็นำลูกน้อยไปให้ผู้เป็นแม่กับน้องสาวเลี้ยงดูส่วนตัวเองกลับเข้าสู่วิถีชีวิตไฮโซหรูหราและแสงสีดังเดิม

เด็กหญิงตัวน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มเติบโตมาในบ้านเล็กๆ ย่านชุมชนแออัดมีความเป็นอยู่อย่างสมถะกับยายและน้าสาว โดยที่แพรวดาวแวะมาเยี่ยมเยือนบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่ก็ไม่ยอมให้บุตรสาวเรียกว่าแม่ เมื่อสามเดือนก่อนคุณได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีวัยห้าสิบชาวสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นละอองฝนเพิ่งจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง แต่ก็ถูกบังคับให้ลาออกเพราะคุณต้องการให้เดินทางมาอยู่สหรัฐอเมริกากับคุณในฐานะหลานสาว โดยบอกว่าจะมาหาที่เรียนที่นี่ให้

“ออมไปที่โรงนามาค่ะคุณ พอดีติดฝนก็เลยกลับมาช้า” สาวน้อยตอบคำถามของผู้เป็นแม่เบาๆ

“คุณบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าไม่จำเป็นไม่ให้ออมออกไปไหน” เสียงของคุณดุขึ้นกว่าเดิม ดวงตาก็ตวัดมองอย่างตำหนิและเคืองขุ่นที่ละอองฝนฝ่าฝืนคำสั่งของตน

“ไม่เอาน่าที่รัก อย่าดุหนูออมเลย หนูออมคงอยากออกไปเที่ยวเล่นบ้างตามประสาเด็กๆ” ไวแอตแทรกขึ้นก่อนที่ผู้เป็นภรรยาจะดุหลานสาวไปมากกว่านั้น

“ไวแอตคะ...” แพรวดาวทำท่าจะไม่ยอม เพราะแต่ไหนแต่ไรเธอไม่เคยยอมให้ใครให้ท้ายลูกสาว 

ด้านเจ้าของคฤหาสน์จึงรีบหันไปบอกสาวน้อยที่ยืนทำหน้าเจื่อนๆ อยู่ข้างโต๊ะ 

“ไปอาบน้ำสิหนูออม แล้วมากินข้าวด้วยกัน” 

“เชิญคุณลุงกับทุกคนตามสบายเลยค่ะ ออมทานในครัวเหมือนเดิมจะดีกว่า...”

ตอบเสร็จละอองฝนก็รีบก้มหน้างุดอีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะสบตาใครอีกคนซึ่งนั่งอยู่ด้านขวามือของไวแอต ถ้าเขารู้ว่าเธอแอบเอาม้าของเขาออกไปขี่โดยไม่ได้รับอนุญาต เธอคงจะถูกลงโทษหนักเป็นแน่ เขาดุและเด็ดขาดมากแค่ไหนสาวน้อยรู้ดีแก่ใจ ใครๆ ในไร่นี้ต่างก็เกรงกลัวกันหัวหด ตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่นี่เธอยังไม่เคยเห็นเขายิ้มเลยสักครั้ง มิหนำซ้ำยามที่ดวงตาสีอำพันเฉียบคมคู่นั้นตวัดมองมา ละอองฝนรู้สึกเหมือนถูกใบมีดคมๆ กรีดเข้าที่เนื้อบางๆ จนเหวอะหวะไปหมด

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ซะ เนื้อตัวสกปรกมอมแมมเป็นลูกแมวเล่นโคลนแบบนั้นดูได้ที่ไหน” แพรวดาวยังไม่วายดุสำทับอีกหนึ่งคำรบ

“ค่ะ...” ละอองฝนรับคำเบาๆ ก่อนจะรีบเดินไวๆ ผ่านห้องอาหารตรงไปยังห้องพักของตัวเองซึ่งอยู่ด้านหลังของคฤหาสน์

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย ดั่งมนต์ต้องใจ
8.8
จากความเกลียดชังที่ฝังรากลึกนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในชีวิตคู่ ยุรนันท์ปักใจเชื่อว่าปรียาพรแต่งงานกับเขาเพื่อหวังทรัพย์สินและยังประพฤติตนเหลวแหลกสวมเขาให้ตนเอง แม้เธอจะพยายามอธิบายหรือขอหย่าเพื่อยุติความเจ็บปวด แต่เขากลับมองว่าเธอมีเป้าหมายใหม่ ท่ามกลางอารมณ์โกรธแค้นที่ปะทุขึ้น ยุรนันท์ตัดสินใจใช้กำลังคุกคามเพื่อตีตราจองและพิสูจน์ความจริงในตัวภรรยาที่เขาเคยดูแคลนว่าไร้ค่า ปรียาพรต้องเผชิญกับพายุโทสะที่ไร้ทางสู้ในค่ำคืนที่ความหวาดกลัวปกคลุมทั่วหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย เมื่อตัวประกอบทะลุมิติมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดียวยุค 80's
9.3
หลินเหยาซื่อประสบอุบัติเหตุในปี 2023 แต่กลับตื่นขึ้นมาในร่างหญิงสาวชื่อเดียวกันช่วงปี 1980 พร้อมบทบาทคุณแม่ลูกแฝดวัยสามขวบ เมื่อกั๋วคังเหรินผู้เป็นสามีที่เคยหายสาบสูญเดินทางกลับมา เขากลับพบว่าภรรยาจดจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความสับสนเหยาซื่อพยายามเอ่ยปากขอหย่าขาดจากเขาเพื่อคืนอิสระให้แก่กัน ทว่าชายหนุ่มกลับปฏิเสธอย่างหนักแน่นด้วยจุมพิตที่เผ็ดร้อนและคำประกาศกร้าวว่าเขาจะไม่มีวันยอมให้การแยกทางเกิดขึ้นระหว่างเราสองคนอย่างเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรัก..ประธานขา
8.5
เมื่อนางเอกถูกดูหมิ่นเรื่องรูปลักษณ์จากหญิงสาวที่พึ่งพาเพียงศัลยกรรม เธอจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าความงามที่แท้จริงคืออะไร ทว่าความขัดแย้งในใจกลับทวีคูณเมื่อเธอเข้าใจผิดว่าถูกพระเอกล่วงเกินทางเพศ ความอัปยศและความเสียใจทำให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดที่จะยุติพันธะสัญญาทั้งหมดที่มีต่อเขา เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและการเผชิญหน้าท่ามกลางโลกของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด