ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)

ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)

เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
ตอน
แชร์

ตอน 2

"เฮ้ย...เจ้าขาว มานี่ดิ!" ปริ๊น ปรีญาศาสตร์วางกีต้าร์ลงข้าง ๆ ตัวตอนเขาร้องเพลงสุดท้ายจบ แล้วดีดนิ้วเรียกสุนัขสีขาว ร่างใหญ่ ที่นั่งหูตั้งชันฟังเพลงที่เขาเล่นมาตั้งแต่ตอนที่เขาเพิ่งเริ่มร้องจนตอนนี้เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้ว มันก็ยังนั่งนิ่งไม่ไปไหน

ปกติแล้วปริ๊นจะแสดงต่ออีกสองสามชั่วโมงแต่วันนี้ริมถนนเยาวราชเงียบเหงาผิดปกติเพราะฝนตั้งเค้า

"แกดูไม่เหมือนหมาจรจัดนะ แต่ทำไมถึงไม่มีปลอกคอวะ เดี๋ยวเถอะ ฉันเพิ่งเห็นรถเทศบาลขับผ่านมาเมื่อวาน เกิดวันนี้มาอีก แกได้ถูกจับไปทำลูกชิ้นปิ้งแน่" นักดนตรีหนุ่มหยิบเงินออกจากกล่องใส่กีต้าร์ที่เขาใช้เป็นกล่องบริจาคเศษเงินของผู้ชมที่เดินผ่านไปมาแล้ววิ่งเข้าไปในร้านขายก๊วยเตี๋ยวที่เป็นร้านของเพื่อนสนิท

"มาอีกแล้วเหรอ" น้อย ทอมบอยลูกเจ้าของร้านตะโกนถามเพื่อนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยรุ่นเดียวกันแต่ทั้งคู่ต่างก็ยังหางานประจำทำไม่ได้ โชคดีที่หน้าร้านของน้อยมีเนื้อที่ให้ปริ๊นจัดแสดงดนตรีเปิดหมวกได้ น้อยเลยขออนุญาตเตี่ยให้เพื่อนมาเล่นกีต้าร์หาเงินประทังชีวิตและจ่ายค่าหอไปพลาง ๆ ก่อน

"ก็บอกแล้วว่าเดี๋ยวมันก็โผล่มาอีก" ปริ๊นคว้าปลอกคอสุนัขแบบโซ่เหล็กออกมาจากเป้แล้ววิ่งกลับออกไปหน้าร้านอีกครั้ง เจ้าขาวยังนั่งจ้องหน้าเขาอยู่ ไม่ยอมไปไหน

"ฉันเอาแกไปเลี้ยงไม่ได้ ฉันยังไม่อยากมีเรื่องกับเจ้าของหอ แต่ยังไงก็ใส่ปลอกคอไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวถ้าหิว ไอ้น้อยจะขโมยลูกชิ้นในร้านมาให้กิน" ปริ๊นคล้องโซ่พันลงบนคอของเจ้าขาว 

"ข้า...ไม่กินเนื้อหมา" เจ้าขาวมองลูกชิ้นที่ปริ๊นพูดถึงซึ่งถูกจัดอยู่ในตู้หน้าร้านของน้อยอย่างเป็นระเบียบ

"ฮ่า ๆ ๆ นั่นไม่ใช่พวกเดียวกันนาย นั่นลูกชิ้นเนื้อ ทำจากเนื้อ น่าจะหนักไปทางแป้งมากกว่า แต่ก็นะ ยังเรียกว่าลูกชิ้นเนื้ออยู่ดี" ปริ๊นตอบเจ้าขาวอย่างอารมณ์ทำเอาเจ้าสัตว์น้อยสะบัดหูเพราะไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

"เจ้าฟังข้าพูดรู้เรื่อง!!!" ฮันเตอร์อุทาน จ้องตานักเล่นดนตรีข้างถนนอย่างประหลาดใจสุดขีด ถึงแม้สีหน้าของหมาจะไม่เปลี่ยนแปลงสักเท่าไร แต่แววตาของเจ้าขาวเบิกกว้างจนปริ้นอดยิ้มไม่ได้

"รู้ แต่อย่าไปบอกใครล่ะ อ้อ...แต่ถึงแกอยากบอก แกก็พูดภาษาคนไม่ได้อยู่ดี ฮ่า ๆ ๆ" ปริ๊นพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงแล้วลูบขนที่เหมือนหมาป่าของเพื่อนใหม่อย่างเอ็นดู "ว่าแต่เจ้าชื่ออะไร" มนุษย์โลกถามต่อ

"ฮันเตอร์" เจ้าขาวครางเสียงเบา

อย่างที่ปริ๊นบอก มนุษย์จะได้ยินแค่เรียกครางหรือเสียงเห่าของฮันเตอร์เท่านั่น มีก็แต่มนุษย์นักดนตรีคนนี้ที่เข้าใจภาษาของชาวไลแคนโทรป

ความจริงข้อนี้ทำให้ฮันเตอร์ยิ่งเกิดความสนใจในตัวของปริ๊นมากขึ้นไปอีก นอกเหนือจากเสียงร้องเพลงที่เป็นแรงดึงดูดให้ฮันเตอร์มานั่งฟังปริ๊นแสดงดนตรีอยู่เกือบทุกเย็นเป็นเวลากว่าอาทิตย์แล้ว

ฮันเตอร์รู้สึกว่าบทเพลงของปริ๊นทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นและลดความเครียดเรื่องมีทายาทกับโอเมก้าได้ชั่วขณะหนึ่ง

อัลฟ่าเผ่าอาร์กติกไม่เคยมีพลังพิเศษหรืออำนาจที่เหนือกว่าเผ่าอื่นมาก่อน โดยเฉพาะอัลฟ่าจากเผ่าเกรย์ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีรูปร่างที่แข็งแกร่งและลำตัวลูกใหญ่กว่าอัลฟ่าและเบต้าเผ่าอาร์กติกมาก อีกทั้งยังมีประชากรมากกว่าเผ่าอาร์กติกอีกด้วย อัลฟ่าของเผ่าเกรย์จึงได้ครองตำแหน่งเจ้าแห่งเมืองไลแคนโทรปมาตลอด

จนกระทั่งปู่ทวดของฮันเตอร์ค้นพบประตูลับที่สามารถเชื่อมเมืองไลแคนโทรปกับโลกมนุษย์ได้ ตั้งแต่นั้นอดีตราชาก็เริ่มค้นคว้าวิชาความรู้ของมนุษย์โลกมาประยุกต์ใช้กับเมืองไลแคนโทรปทีละน้อย จนกระทั่งวันหนึ่งเทคโนโลยีเหล่านั้นกลายเป็นอาวุธที่ทำให้อัลฟ่าเผ่าอาร์กติกสามารถโค่นอำนาจของอัลฟ่าเผ่าเกรย์ได้

ความลับเรื่องประตูผ่านมิติถูกถ่ายทอดให้กับอัลฟ่าเผ่าอาร์กติกที่จะได้สืบทอดตำแหน่งราชาอัลฟ่าคนต่อไปเท่านั้น แม้กระทั่งฮันเตอร์เองก็เพิ่งจะเรียนรู้ความลับนี้เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

"แกดูไม่เหมือนหมาจรจัด หลงกับเจ้าของมาหรือเปล่า หรือว่าถูกเขาเอามาปล่อย" ปริ๊นถามคำถามเหล่านี้กับพวกหมาจรจัดอยู่บ่อย ๆ สุนัขบางตัวก็สามารถบอกได้ว่าบ้านของพวกมันอยู่ที่ไหน เขาเคยพาพวกมันกลับไปเจอเจ้าของเก่าได้อยู่สองสามตัว จึงไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งฮันเตอร์ขู่เสียงกลับมา

"ข้าไม่ใช่โอเมก้า ข้าไม่มีเจ้าของ" คำตอบของอัลฟ่าหนุ่มทำให้ปริ๊นรีบถอนตัวออกมาจากเจ้าสัตว์หน้าขนในทันที

"เออ...ไม่มีก็ไม่มี เชี่ย ไม่เห็นต้องขู่กันเลย" มนุษย์โลกวางกีต้าร์ลงเก็บในกล่องหนังสีดำแล้วโบกมือให้น้อยซึ่งยังยืนลวกเส้นก๊วยเตี๋ยวให้ลูกค้าอย่างระวิงระไว 

"ไปแล้วน้อย" ปริ๊นตะโกน

ปริ๊นกับน้อยเรียนจบคณะศิลปศาสตร์ เอกดนตรีทั้งคู่ น้อยรู้อยู่แล้วว่าต่อให้เธอเรียนจบสายอื่น เธอก็ยังต้องไปช่วยพ่อแม่ขายก๊วยเตี๋ยวอยู่ดีจึงเลือกเรียนวิชาที่ต้องอ่านหนังสือน้อยที่สุด ส่วนปริ๊น ปรีญาศาสตร์เป็นคนมีพรสวรรค์ทางดนตรีมาตั้งแต่เด็ก พอเพื่อนข้างบ้านที่รู้จักแม่ของเขาเสนอว่าจะให้ทุนเรียนดนตรี เขาจึงรีบรับข้อเสนอในทันที

แต่กลายเป็นว่าหลังจากพวกเขาเรียนจบ เศรษฐกิจเมืองไทยก็ถึงช่วงขาลงพอดี งานศิลปะรวมทั้งธุรกิจดนตรีเลยพลอยหงอยเหงาไปด้วย เขาจึงผันตัวมาเล่นดนตรีเปิดหมวกชั่วคราวเพื่อเสริมรายได้ นอกเหนือจากการรับจ็อบสอนดนตรีเด็กเล็กตามบ้านบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ 

"งั้นก็เตร่ ๆ อยู่แถวนี้ก็แล้วกัน ฉันต้องไปแล้ว ฝนจะตก ขี้เกียจวิ่งกลับบ้าน เดี๋ยวต้องไปเตรียมงานสอนดนตรีเด็กใหม่พรุ่งนี้ด้วย" ปริ๊นพูดพลางยกเอากระเป๋ากีต้าร์พาดบ่า โบกมือให้ฮันเตอร์โดยไม่หันกลับมามองเขาอีก จนกระทั่งมนุษย์โลกกำลังจะข้ามถนน เขาถึงได้หันมาเจอเจ้าขาวเดินตามหลังเขามาจนเกือบถึงหอพัก

"เจ้าเป็นครูสอนดนตรีเหรอ" ฮันเตอร์สะบัดคอเพราะเริ่มรู้สึกรำคาญโซ่ที่ปริ๊นซื้อมาคล้อยคอของเขาไว้

"ทำไม หล่อเกินกว่าจะเป็นครูหรือไง พอดีแกรมมี่ยังให้ค่าตัวไม่สูงพอ เลยยังไม่เซ็นด้วย" ปริ๊นเล่นมุกที่ชอบตอบเพื่อน เวลาที่พวกมันว่าเขามาดไม่ให้เป็นครูสอนเด็ก ปริ๊นไม่ได้คิดว่าสุนัขจะเข้าใจมุกตลกของมนุษย์แต่เขาก็อดปากไม่อยู่อยู่ดี

"แล้วถ้าข้าอยากจ้างเจ้ามาเป็นครูสอนดนตรีข้าบ้างล่ะ" ฮันเตอร์เดินขนาบข้างมนุษย์โลกราวกับสุนัขที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี ทำเอาสาว ๆ ที่เดินผ่านพวกเขาอดส่งยิ้มหวานให้ทั้งคู่ไม่ได้

"งั้นคงต้องคิดค่าสอนแพงหน่อยนะ เออ ต้องมีบ้านพักสวัสดิการให้ด้วย เพราะฉันคงถูกเจ้าของหอไล่ออกแน่นอน" ปริ๊นตอบกลั่วเสียงหัวเราะเพราะนึกว่าเจ้าขาวเล่นมุกตามเขาไปด้วย

จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าของหอพักโทรศัพท์ขึ้นมาบอกปริ๊นว่ามีนักเรียนดนตรีมารอพบเขาอยู่ที่ล็อบบี้ด้านล่าง ปริ้นถึงเริ่มเข้าใจว่าฮันเตอร์ไม่ได้พูดเล่น

X

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ชาตินี้ชาติไหนพี่ก็รัก
8.8
เมื่อความฝันของภูธเรศและอาการประหลาดของเพลงพิณนำพาให้ทั้งคู่มาพบกัน สายสัมพันธ์จากอดีตที่แสนขมขื่นก็เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง ภูธเรศชายหนุ่มผู้อบอุ่นมั่นใจทันทีว่าเธอคือคนที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต ขณะที่เพลงพิณเองก็ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกสบตา ทว่าลึกๆ ในใจเธอกลับมีความหวาดกลัวที่ไม่อาจหาคำตอบซ่อนอยู่ เรื่องราวความรักข้ามภพชาติในยุคปัจจุบันนี้จะคลี่คลายปริศนาที่ผูกพันพวกเขาไว้ได้อย่างไรในนิยายภาคต่อที่ร้อยเรียงความรู้สึกอันยาวนาน
หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ฉันกำลังท้อง แต่อัลฟ่ากลับหักหลังฉัน
9.6
ชีวิตของหมาป่าสาวที่เคยถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายอย่างทารุณต้องเปลี่ยนไปเมื่ออเล็กซานเดอร์ อัลฟ่าผู้ทรงพลังก้าวเข้ามาช่วยเหลือและมอบความอบอุ่นให้จนเธอได้กลายเป็นลูน่าคู่กาย ทว่าความสุขตลอดสิบปีกลับพังทลายในวันครบรอบแต่งงาน เมื่อรักแรกของเขากลับมา อเล็กซานเดอร์เลือกทิ้งเธอไปหาหญิงคนนั้น ทั้งยังเป็นต้นเหตุให้ลูกคนแรกต้องตายโดยไม่ใยดี เขาไม่รู้เลยว่าเธอต้องเผชิญกับภาวะพิษจากเงินที่ไร้ทางรักษา และเหลือเวลาอีกเพียงหกสิบหกวันก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของเธอจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูของข้า
7.6
การข้ามมิติสู่โลกใบใหม่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่สุขสบาย ทว่าสตรีที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ในร่างคุณหนูผู้สูงศักดิ์กลับต้องพบกับความจริงอันโหดร้าย ความปรารถนาที่จะอยู่อย่างสงบถูกทำลายลงด้วยอุปสรรคที่ถาโถม เธอตกอยู่ท่ามกลางความสับสนและแรงกดดันมหาศาล ซ้ำร้ายยังถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ที่ไร้ความรับผิดชอบ สายตาดูแคลนและคำตำหนิเหล่านั้นตอกย้ำความล้มเหลวอย่างเจ็บปวด การเอาตัวรอดในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้จึงไม่ง่าย เธอต้องดิ้นรนฝ่าฟันเพื่อก้าวข้ามวิกฤตและขวากหนามสารพัดที่ขวางกั้น
หน้าปกนวนิยาย โอเมก้าผู้ถูกทอดทิ้ง  หายนะของจอมราชันอัลฟ่า
9.2
ตลอดสิบห้าปี ฉันคือคู่แท้และที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของอัลฟ่าดัสติน แต่ความภักดีนั้นพังทลายลงเมื่อฉันพบหลักฐานการคบชู้กับผู้ช่วยสาว ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังรุนแรงจนร่างกายปฏิเสธสายใยวิญญาณ เมื่อชู้รักส่งภาพการตั้งครรภ์มาเยาะเย้ย ฉันจึงตัดสินใจตัดขาดทุกอย่างโดยไม่เรียกร้องทรัพย์สินใดๆ การจากไปครั้งนี้ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการทำลายล้างโลกของเขาด้วยมือของฉันเอง
หน้าปกนวนิยาย แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
9.7
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ถูกเมินแห่งเวรุฬา หวังสร้างชื่อจากการนำทัพทำศึก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นปรมะอย่างราบคาบ แทนที่จะถูกประหาร เขากลับถูกขอตัวเป็นรางวัลแห่งชัยชนะด้วยรูปโฉมที่งดงามต้องตา แม้ไอศูรย์จะเพียรเกี้ยวพาราสีเพียงใด วิรัลย์ก็พร้อมปลิดชีพตนเองดีกว่าต้องอัปยศเพราะถูกขืนใจ จอมทัพอสุราจึงต้องเปลี่ยนจากการใช้กำลังมาเป็นเล่ห์กลเพื่อล่อลวงหัวใจยักษาผู้เย่อหยิ่งให้ยอมศิโรราบในศึกรักครั้งนี้