ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาปบุตรซาตาน

สาปบุตรซาตาน

โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งในอังกฤษ จำต้องแบกรับภาระตระกูลหลังไร้ผู้สืบทอดคนอื่น ทว่ามรดกนี้กลับมาพร้อมพันธะบาปและคำสาปร้ายที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันดำมืดในคฤหาสน์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยปริศนา โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายความลับก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางอันตรายจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้เงามืดที่คุกคามชีวิต
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

ไม่นานนัก จากถนนสายหลักก็เลี้ยววนเข้าสู่ย่านอันธพาลอันเป็นตรอกเล็กๆ ที่หากไม่สังเกตก็แทบจะไม่เห็นเลยว่ามีตรอกแบบนี้อยู่ด้วย ภาพเหล่าคนไร้บ้านยืนหลบฝนใต้หลังคาตามแนวกำแพง ภาพเหล่าเด็กวัยรุ่นอันธพาลยืนจับกลุ่มสูบบุหรี่กัน ทำให้ทนายคอนเนอร์รู้สึกแปลกๆ เหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อยด้วยไม่อยากเชื่อว่าเขาจะอาศัยอยู่ในย่านซึ่งแทบไม่ต่างจากสลัมแห่งนี้

ขบรถมาเรื่อยๆ ไม่นานโจชัวก็เอ่ยขึ้น

“จอดตรงนี้ครับ ถึงแล้ว”

“คุณพักอยู่นี่หรือ”

ทนายคอนเนอร์ถามอย่างประหลาดใจ พร้อมทั้งจ้องมองตึกตรงหน้า มันเป็นตึกเล็กๆ ประมาณสี่ชั้น ทางเข้าด้านหน้าแลดูสกปรกเลอะเทอะไปด้วยสีสเปรย์พ่นคำหยาบต่างๆ แต่ด้วยลักษณะของตึกก็พอจะเดาได้ว่ามันเป็นห้องเช่าราคาต่ำที่พวกคนรายได้น้อยอยู่กัน

โจชัวชำเลืองมองชายวัยกลางคนเพียงเล็กน้อยที่กำลังให้ความสนใจกับตึกห้องเช่าหลังนี้ ก่อนขานรับ

“ใช่ครับ”

“แสดงว่าคุณและคุณแม่ของคุณนี่คงใช้ชีวิตกันลำบากมากเลยสินะ”

แม้จะเป็นคำพูดลอยๆ แบบไม่ต้องการคำตอบ แต่โจชัวก็ไม่อยากจะเออออตอบรับสักเท่าไหร่นัก เพราะรู้ดีว่าหากพูดอะไรไป มีหวังคงได้ถูกซักต่อถึงประวัติเชิงลึกเป็นแน่ จึงรีบตัดบททันที

“ขอบคุณที่มาส่งนะครับคุณคอนเนอร์ ผมขอตัว”

ทว่าทันทีที่มือของโจชัวเอื้อมไปสัมผัสกับประตูรถ ทนายคอนเนอร์ก็กดปุ่มล็อคประตูรถอัตโนมัติ ไม่ให้โจชัวออกไป ก่อนว่าเสียงเรียบ เรียกให้ชายหนุ่มหันกลับไปมองอย่างไม่ไว้ใจ

“เดี๋ยวก่อนสิคุณโจชัว ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยอีกสักหน่อย”

โจชัวนิ่ง ไม่ถามกลับใดๆ ก่อนจะค่อยๆ ดึงมือกลับมาวางไว้บนหน้าตัก สายตาที่โจชัวจ้องมองกลับมา ทำให้ทนายคอนเนอร์ไม่อาจเดาได้เลยว่าชายหนุ่มคิดอะไรอยู่ แต่กระนั้น เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก นอกเสียจากพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด

“ผมว่าถ้าใครมาเห็นว่าคุณอาศัยในที่แบบนี้ มันจะกลายเป็นข่าวแง่ลบนะครับ”

“แล้วมันสำคัญตรงไหน ผมก็อยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นจะมีใครมาสนใจ และผมก็อยู่ของผมได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่”

“สำหรับคุณแต่ก่อนมันอาจไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้คงมีแน่ถ้าพวกนักข่าวรู้ว่าผมพบตัวทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเอิร์ลเก่าที่เพิ่งได้รับมรดกหลายพันล้านปอนด์ของพ่อตัวเอง แต่กลับอยู่ในห้องเช่าซอมซ่อแบบนี้ คงได้เขียนข่าวซุบซิบกันสนุกปากแน่ แล้วผมนั่นแหละที่จะเสียชื่อในฐานะทนายประจำตระกูลที่ดูแลคุณไม่ดี”

“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง”

โจชัวเริ่มเข้าใจในสิ่งที่ทนายคอนเนอร์บอก แน่นอนอยู่แล้วว่าในฐานะทนาย ชื่อเสียงย่อมสำคัญพอๆ กับผลงาน ยิ่งเขาเป็นทนายชื่อดังก็ต้องยิ่งรักษาผลงานไว้ให้คงเดิมและสร้างผลงานให้มากกว่า แต่โจชัวไม่ได้สนใจว่าทนายคอนเนอร์จะเป็นอย่างไรมากนัก นอกเสียจากรีบๆ คุยให้จบๆ เขาเหนื่อยมามากพอแล้ว อยากจะพักผ่อนให้ลืมเรื่องร้ายๆ ในวันนี้เสียเหลือเกิน

“คุณเจคอบมีอพาร์ตเม้นต์อยู่ย่านธุรกิจหลายที่ คุณสนใจไปอยู่มั้ยล่ะครับ อย่างน้อยๆ มันก็ยังเหมาะสมกับฐานะคุณในตอนนี้มากกว่าที่จะอยู่ในห้องเช่าโกโรโกโสแบบนี้”

พอได้ยินว่าย่านธุรกิจ โจชัวก็เหนื่อยหน่ายขึ้นมาทันที ถึงจะเกิดและเติบโตในเมืองหลวง แต่เขาก็ไม่ชอบความวุ่นวายเท่าไหร่นัก และนี่คือเหตุผลที่เขาตัดสินใจอาศัยอยู่ในย่านนี้โดยไม่คิดจะย้ายหนีไปไหนหรือยกระดับตัวเองให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นเหมือนเพื่อนๆ ร่วมรุ่นเขาเลยสักนิด

“ขอบคุณคุณคอนเนอร์มากที่หวังดี แต่ผมว่าไม่ดีกว่าครับ”

“เอ้า ทำไมล่ะครับ หรือถ้าคุณต้องการอะไรเพิ่มเติม บอกผมได้นะ ทรัพย์สินที่คุณมีอยู่ในตอนนี้สามารถซื้อได้ทุกอย่างที่คุณอยากได้ ขอแค่ให้บอกผม ผมจะดำเนินการให้ทันที”

“ผมไม่ชอบคนพลุกพล่านน่ะครับ”

คำตอบของโจชัว แทบจะทำให้ทนายคอนเนอร์เข้าในกระจ่างชัดถึงบุคลิกภาพของชายหนุ่มในทันที ตรงอย่างที่เขาเดาไว้แต่แรกไม่มีผิดว่าโจชัวนั้นเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว และไม่ค่อยชอบสังคมเท่าไหร่นัก แต่อย่างนั้นก็เถอะ จะให้เขายอมให้โจชัวอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้อย่างไรกัน พวกนักข่าวน่ะจมูกไวจะตาย วันพรุ่งนี้ก็คงรู้เรื่องกันหมดว่าเขาพบตัวทายาทคนสุดท้ายของตระกูลโจนส์แล้ว หากให้พวกนักข่าวมาเจอโจชัวที่นี่ คงไม่เป็นเรื่องดีสำหรับเขาแน่

“อย่างนั้นหรือครับ...”

ทนายคอนเนอร์ว่าแล้วเงียบนิ่งไปครู่หนึ่ง โจชัวเดาได้ว่าเขาคงกำลังใช้ความคิดอย่างหนักในการสรรหาที่อยู่ใหม่ให้ตนในเวลานี้ และก็จริงอย่างที่เดาไว้ เพราะทนายคอนเนอร์เองก็กำลังนึกถึงบ้านพักต่างๆ อันเป็นทรัพย์สินของตระกูลโจนส์ว่ามีที่ไหนที่พอจะเหมาะสมกับความต้องการของโจชัวบ้าง ที่นึกออกคร่าวๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบ้านพักตามเมืองชนบทต่างๆ ทว่ามันก็หนีไม่พ้นย่านที่มีผู้คนพลุกพล่านอยู่ดี โจชัวเห็นว่าหากปล่อยไว้ จะทำให้ตนไม่ได้ไปสักที จึงเอ่ยลาโดยไม่สนใจว่าจะเสียมารยาทแต่อย่างใด

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ”

ทันทีที่เสียงของชายหนุ่มดังแว่วเข้ามาในหู ภาพคฤหาสน์เก่าหลังใหญ่หลังหนึ่งแว้บเข้ามาในภวังค์จนเขาต้องดีดนิ้วเปาะ ร้องเรียกร่างสูงที่กำลังก้าวลงจากรถไว้อย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวครับ ผมพอจะรู้แล้วว่ามีที่ไหนที่เหมาะกับคุณ”

“ที่ไหนครับ”

“กลับขึ้นรถเถอะ ยังไงก็ไปที่บ้านผมก่อนเถอะครับ ผมต้องการข้อมูลอีกหน่อย”

ไม่รู้อะไรดลใจให้โจชัวต้องกลับขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าตรงไปที่บ้านของทนายคอนเนอร์ บ้านของเขาตั้งอยู่ในย่านธุรกิจของลอนดอนซึ่งคาดว่าก็คงอยู่ในละแวกเดียวกับบ้านหลักที่พอของเขาเคยอาศัยอยู่ ทนายคอนเนอร์เชื้อเชิญเขาเข้าไปข้างใน เรียกภรรยาของเขาช่วยนำเสื้อผ้ามาให้โจชัวผลัดเปลี่ยนและดูแลจัดเตรียมอาหารเย็นให้ ก่อนตนจะขอตัวไปยังห้องทำงานเพื่อตรวจสอบเอกสารทรัพย์สินในส่วนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของตระกูลโจนส์เพียงลำพัง

ที่บ้านของทนายคอนเนอร์นั้นมีเด็กชายและเด็กหญิงวัยไม่ถึงสิบปีอาศัยอยู่ด้วย ทั้งสองพากันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวจนภรรยาของทนายคอนเนอร์ต้องดุเสียงดังถึงได้เงียบไป ต้นเหตุของเสียงเด็กทั้งสองนั้นมาจากการแบ่งขนมมาร์ชแมลโลว์กันไม่ลงตัว ก่อนเด็กหญิงจะวิ่งน้ำตานองมายังห้องนั่งเล่นซึ่งโจชัวอยู่ พลันฟ้องเป็นการใหญ่

“คุณแม่ขา อลันไม่ยอมแบ่งมาร์ชเมลโลว์ให้หนู”

“ผมแบ่งแล้วนะ แต่มันไม่พอดีต่างหาก อลิซขี้โกหก!”

“ไม่เอานะเด็กๆ ไม่ทะเลาะกัน แม่ให้แกะห่อใหม่ได้ แล้วไปเล่นกันเงียบๆ นะจ๊ะ”

พอได้ยินคำอนุมัติ เด็กๆ ก็ร้องไขโย พากันวิ่งไปยังห้องครัว โจชัวสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของครอบครัวคอนเนอร์จนรู้สึกอิจฉาขึ้นมาเล็กน้อยที่เด็กทั้งสองมีทั้งพ่อและแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนจะหลุดออกจากความคิดของตนเอง หันไปตามเสียงของหญิงวัยกลางคนทันที

“ขอโทษด้วยนะคะคุณโจนส์ที่เด็กๆ รบกวนคุณ”

“ไม่เป็นไรครับคุณนายคอนเนอร์”

เป็นครั้งแรกในรอบอาทิตย์ที่โจชัวยิ้มให้กับคนอื่นก็ว่าได้ แม้มันจะเป็นรอยยิ้มเศร้าๆ แต่ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความเป็นมิตร

“เรียกมาเรียก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเรียกคุณนายคอนเนอร์หรอก”

โจชัวพยักหน้ารับ ก่อนหล่อนจะเบนความสนใจไปรินกาแฟลงถ้วยให้เขาอีกครั้ง พลันโจชัวก็นึกแปลกใจขึ้นมากับสรรพนามที่เด็กๆ ใช้เรียกมาเรีย มันดูน่าเหลือเชื่อไปหน่อยที่คนที่เลยวัยกลางคนไปแล้วจะมีลูกเล็กๆ ถึงสองคน จึงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย

“เด็กสองคนนั่น... ผมหมายถึงอลันกับอลิซน่ะครับ พวกแกเป็นลูกของคุณกับคุณคอนเนอร์หรือ”

มาเรียยิ้มเล็กน้อย ส่งถ้วยกาแฟให้ชายหนุ่มรับก่อนตอบ

“ไม่ใช่หรอกค่ะ เด็กสองคนนั่นเป็นลูกๆ ของลูกชายเรา พอดีพ่อแม่ของพวกแกทำงานอยู่เมืองอื่น พวกแกเลยมาอยู่กับเราที่นี่ประจำ เราสอนให้เรียกเราว่าพ่อแม่ตั้งแต่เล็กๆ เลยเป็นอย่างที่เห็นน่ะค่ะ”

“อย่างนั้นหรือครับ...”

โจชัวพยักหน้ารับเป็นเชิงเข้าใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็อดอิจฉาไม่ได้อยู่ดีที่เด็กทั้งสองนอกจากจะมีพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ยังมีปู่กับย่าที่คอยให้ความรักยามไม่ได้อยู่กับพ่อแม่อีก ช่างต่างจากเขาอะไรอย่างนี้นะ นอกจากพ่อจะไม่เคยสนใจไยดีตั้งแต่เขายังไม่ลืมตาแล้ว ครอบครัวฝั่งพ่อยังไม่ยอมรับเขาว่าเป็นหนึ่งในสายเลือดอีก กระทั่งทั้งตระกูลไม่มีใครหลงเหลืออยู่นอกจากเขานี่แหละ เขาถึงได้รับการต้อนรับสู่ตระกูลอีกครั้ง

“ยังไงคุณโจนส์นั่งรอก่อนนะคะ คงอีกสักพักกว่าตาแก่จะจัดการเอกสารเสร็จ”

สรรพนามซึ่งผู้เป็นภรรยาใช้เรียกสามี ทำเอาโจชัวหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะขอตัวไปพาเด็กๆ เข้านอนเพราะเลยเวลานอนของเด็กๆ มามากแล้ว โจชัวจึงนั่งรอทนายคอนเนอร์ต่อไปตามลำพัง ไม่กี่อึดใจ ชายวัยกลางคนก็ออกจากห้องทำงานพร้อมเอกสารปึกหนึ่งในมือ ตรงเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามกับโจชัวก่อนส่งเอกสารในมือให้

“อันนี้เป็นเอกสารกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ส่วนนี่เป็นรูปถ่ายของคฤหาสน์ครับ ลองดูสิครับว่าโอเคมั้ย ถ้าคุณชอบ ผมจะได้ติดต่อกับคนดูแลที่นั่นแล้วพาคุณไปพรุ่งนี้”

โจชัวหยิบภาพถ่ายคฤหาสน์ขึ้นมาดู พินิจคร่าวๆ ดูท่าคฤหาสน์นี้น่าจะมีอายุยาวนานแล้วจากความเก่าแก่ของมัน หากแต่หาได้ดูซอมซ่อไร้การดูแลแต่อย่างใด จากบรรยากาศรอบๆ เขาเดาได้ว่าน่าจะสร้างอยู่ในป่า พลันทนายคอนเนอร์ก็พูดขึ้นให้ข้อมูลเพิ่มเติม

“คฤหาสน์นี่เป็นหนึ่งในสมบัติเก่าแก่ของตระกูลโจนส์มาหลายชั่วอายุคนแล้วครับ ถ้าจำไม่ผิด เห็นว่าถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในศตวรรษที่ 17 ถึงจะเก่าไปหน่อย แต่ก็ยังคงสภาพดีกว่าคฤหาสน์หลังอื่นๆ ของตระกูลที่ถูกรื้อสร้างคฤหาสน์ใหม่อยู่เยอะ ที่สำคัญ แถวนั้นไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านด้วย หวังว่าคงจะถูกใจคุณนะ”

“มันอยู่ที่ไหนครับ”

ทนายคอนเนอร์กะไว้อยู่แล้วว่าโจชัวต้องสนใจ เขาหยักยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบ

“อยู่ในหมู่บ้านโบราณเล็กๆ ทางเหนือของเมืองแมนเชสเตอร์ครับ”

โจชัวนิ่งไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกแปลกๆ กับภาพคฤหาสน์ในภาพถ่ายใบนี้เสียเหลือเกิน ราวกับว่ามีความผูกพันอะไรบางอย่างกับคฤหาสน์หลังนี้อย่างไม่อาจให้คำตอบได้ว่าทำไม ทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตระกูลโจนส์มีคฤหาสน์นี้ไว้ในครอบครองด้วย ถึงอย่างนั้นเขาก็ตอบตกลงไปโดยแทบไม่ต้องใช้ความคิดหรือเหตุผลอะไรมากนัก นอกเสียจากความต้องการที่จะไปราวกับมีเสียงปริศนาร้องเรียกเขาดังออกมาจากภาพถ่าย

“ตกลงครับ ผมเลือกที่นี่”

ทนายคอนเนอร์ยิ้มอย่างพอใจที่โจชัวยอมตกลงตามข้อเสนอของเขา รู้สึกโล่งอกที่เขารอดพ้นข้อกล่าวหาว่าดูแลทายาทคนสุดท้ายของตระกูลโจนส์ได้ไม่ดีเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าก่อนเจคอบจะเสียชีวิตนั้น เขาได้ดำเนินการบางอย่างกับคฤหาสน์เอาไว้

“แต่ผมต้องบอกไว้อย่างหนึ่งว่าคฤหาสน์นี่ถูกดัดแปลงเป็นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าเล็กๆ ไปเมื่อเดือนก่อนนะครับ ตอนนี้มีเด็กในดูแลราวสิบกว่าคน แต่เดี๋ยวเด็กพวกนั้นก็จะถูกส่งเข้ามาอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ในลอนดอน หวังว่าคุณคงจะไม่มีปัญหาอะไรนะครับ”

“ครับ ไม่มีปัญหา”

“ดีครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะได้ติดต่อทางนั้นเลย”

ว่าแล้วก็เดินไปยกหูโทรศัพท์ กดหมายเลขติดต่อผู้ดูแลคฤหาสน์ทางนั้นในทันที ปล่อยให้โจชัวนั่งจ้องภาพถ่ายในมือลำพังโดยไม่อาจให้คำตอบตัวเองได้ว่าเหตุใดถึงตัดสินใจเลือกคฤหาสน์แห่งนี้เลยสักนิด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพมารักเธอ
9.1
ในวินาทีที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายท่ามกลางพายุคลั่งและท้องฟ้าที่แปรปรวนอย่างหนัก ผมกลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ระทึกขวัญเมื่อเสียงตะโกนด่าทอของกลุ่มคนร้ายดังประสานไปกับเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ปรากฏร่างมหึมาของเสือลายพาดกลอนที่มีเขี้ยวแหลมคมน่าเกรงขาม มันคำรามก้องพร้อมจู่โจมอย่างดุร้าย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาบทใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตรายและเรื่องราวเหนือจินตนาการที่ผมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในต่างภพ
หน้าปกนวนิยาย ชาติใหม่ข้าจะไม่หวนคืนชะตาเดิม
8.1
สวี่ซือเหยาเคยเป็นเพียงหมากโง่เขลาในนิยายที่ถูกแม่เลี้ยงทำลายชีวิตจนพบจุดจบที่น่าอนาถ แต่เมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้เธอย้อนเวลากลับมาในฐานะตัวประกอบที่หลุดพ้นจากการบงการของปลายปากกา เธอจึงตั้งมั่นที่จะปกป้องสามีอย่างโจวเยี่ยนเฉินไม่ให้ใครหน้าไหนมาแย่งชิงไปได้ พร้อมกับขัดขวางไม่ให้พี่ชายแสนดีต้องกลายเป็นตัวร้ายเพราะความตายของเธอ สวี่ซือเหยาในชาตินี้จะขอลิขิตเส้นทางชีวิตและสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองเพื่อเปลี่ยนโศกนาฏกรรมเดิมให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลาเปลี่ยนวาสนารัก
8.1
มู่เสวี่ยหลิงเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในอดีตเพราะหลงเชื่อคำลวงจนทอดทิ้งหยวนเซิ่งเจ๋อ คู่หมั้นทายาทเศรษฐีผู้ซื่อสัตย์ ความเห็นแก่ตัวของนางทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างจนมีจุดจบที่น่าอนาถ เมื่อได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงตั้งมั่นที่จะปกป้องเขาและแก้ไขโชคชะตาที่เคยพังทลายเพื่อชดเชยความผิดที่ผ่านมา แม้หยวนเซิ่งเจ๋อจะเคยยอมสละฐานะนายน้อยเพื่อความรัก แต่นางในชาตินี้จะขอเป็นฝ่ายพลิกฟื้นวาสนาและรักษาหัวใจของเขาให้ดีที่สุดด้วยชีวิตของนางเอง
หน้าปกนวนิยาย ย้อนอดีต...มาหารัก
8.2
นิยามที่ว่าการแต่งงานคือจุดสิ้นสุดของความรักอาจไม่ใช่ความจริง เพราะสำหรับบางคนมันคือจุดเริ่มต้นของบททดสอบครั้งใหญ่ที่ยากจะคาดเดา เมื่อโชคชะตาหยิบยื่นโอกาสสุดพิเศษให้มนุษย์สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้นในอดีตได้อีกครั้ง คำถามสำคัญที่ตามมาคือการตัดสินใจแก้ไขความผิดพลาดในวันวานจะส่งผลกระทบจนเปลี่ยนแปลงเส้นทางอนาคตไปตลอดกาลได้จริงหรือ ร่วมออกเดินทางค้นหาคำตอบของหัวใจในเรื่องราวความรักข้ามเวลาสุดเข้มข้นที่แฝงไปด้วยความหวัง
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย เสี้ยวอสูร
7.8
เมื่อเหล่าแม่ทัพสวรรค์ต้องโทษถูกเนรเทศสู่โลกมนุษย์ ร่างเทพกลับถูกเพลิงเผาผลาญจนกลายเป็นเทพอสูรกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ที่น่าเกรงขาม ซิ่นเฉิง นักรบหนุ่มผู้รักศักดิ์ศรีโกรธแค้นอย่างมากเมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดถูกบิดาขายให้เป็นภรรยาของเทียนอี้ แม่ทัพอสูรผู้ยิ่งใหญ่เพื่อแลกกับน้ำ เขาจึงบุกไปช่วยเธอถึงจวน แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าศัตรูคือมนุษย์หมาป่า พร้อมข้อเสนอสุดบีบคั้นที่เขาต้องเลือกว่าจะยอมสละน้องสาว หรือจะยอมเป็นฮูหยินของเทพอสูรตนนี้เสียเอง