ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาปบุตรซาตาน

สาปบุตรซาตาน

โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งในอังกฤษ จำต้องแบกรับภาระตระกูลหลังไร้ผู้สืบทอดคนอื่น ทว่ามรดกนี้กลับมาพร้อมพันธะบาปและคำสาปร้ายที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันดำมืดในคฤหาสน์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยปริศนา โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายความลับก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางอันตรายจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้เงามืดที่คุกคามชีวิต
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

ทนายคอนเนอร์จองไฟลท์เครื่องบินจากลอนดอนสู่แมนเชสเตอร์ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนวานหลังแจ้งจุดประสงค์กับพ่อบ้านประจำคฤหาสน์เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าทายาทคนสุดท้ายของตระกูลโจนส์จะไปอาศัยอยู่ที่นั่น ด้วยเหตุนี้เอง โจชัวจึงต้องรีบเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเป็นการด่วนด้วยทนายคอนเนอร์ได้จองเที่ยวบินช่วงเช้ามืดเอาไว้ เวลาเพียงน้อยนิดทำให้ชายหนุ่มเลือกเอาข้าวของดูต่างหน้าของแม่กับเสื้อผ้าเพียงสองสามชุดติดตัวมา ทิ้งให้ทนายคอนเนอร์จัดการจัดส่งส่วนที่เหลือตามไปในภายหลัง

และตอนนี้ก็ได้เวลาที่ทั้งคู่โบกมือลากรุงลอนดอนเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์ ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้บนเครื่องบินที่จองไว้ด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ทำเอาชายวัยกลางคนซึ่งทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เอ่ยทักอย่างล้อเลียน

“อพาร์ตเม้นต์หรูๆ ในลอนดอนมีไม่เอา ไปเอาคฤหาสน์เก่าๆ ก็ต้องเหนื่อยอย่างนี้หน่อยนะครับ”

โจชัวเพียงชำเลืองหางตามองด้วยความว่างเปล่า ไม่มีถ้อยคำใดๆ หลุดออกจากปากก่อนพยักหน้ารับเล็กน้อยเป็นเชิงว่าขานรับ เรียกเสียงหัวเราะในท่าทางของเขาจากทนายคอนเนอร์ได้ทันใด

“ไม่แปลกหรอกครับถ้าจะเหนื่อยขนาดนี้ เมื่อวานก็วุ่นวายกับงานศพคุณแม่ของคุณมาทั้งวัน ไหนจะวุ่นวายเรื่องหาที่อยู่ใหม่อีก อย่างนี้นี่พอไปถึงคฤหาสน์เมื่อไหร่ ผมว่าคงหลับเป็นตายแน่”

“ถ้าคุณไม่วิตกกลัวนักข่าวจะเอาผมไปเขียนข่าวซุบซิบให้คุณเสียหน้าล่ะก็ ป่านนี้ผมคงยังนอนซุกอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ ล่ะมั้ง”

โจชัวว่าเนือยๆ แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนข้างๆ ได้ไม่น้อยทีเดียว

“เอาน่า ตอนคุณเจคอบยังมีชีวิตอยู่ เขาก็เดินทางบ่อยจนไม่ได้พักผ่อนเป็นประจำเหมือนกันครับ อย่างที่เขาว่ากัน พ่อลูกยังไงก็เชื้อไม่ทิ้งแถว ต่างกันนิดเดียวตรงที่คุณเจคอบเป็นคนชอบสังคม ต่างจากคุณที่ดูเหมือน...”

“เก็บตัว...”

โจชัวต่อประโยคให้โดยอัตโนมัติ ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังใบหน้าเหี่ยวย่นของชายวัยกลางคนด้วยความรู้สึกที่เขาไม่สามารถรู้ได้ว่าคนตรงหน้ามีอะไรอยู่ในใจกันแน่ มันแลดูเศร้า โดดเดี่ยวและเจ็บปวดจนไม่อาจจะสรุปแน่ชัดออกมาได้ว่ามันเป็นความรู้สึกใด

“อีกอย่าง... ผมไม่เหมือนกับพ่อผม ไม่เหมือนเลยสักนิด...”

โจชัวว่าเสริม ทนายคอนเนอร์เงียบไปด้วยรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกของชายหนุ่มนั้นเป็นเช่นไร เขารู้สึกผิดเล็กน้อยที่ไปพูดเปรียบเทียบอย่างนั้น ทำให้บรรยากาศโดยรอบของการสนทนาตึงเครียดไปในนาทีนั้น ความเงียบเข้ามาปกคลุกทั้งสอง แทนที่ด้วยเสียงใสของแอร์โฮสเตสสาวที่กำลังสาธิตเครื่องชูชีพต่างๆ ก่อนเครื่องจะขึ้นบิน ทว่าเพียงครู่เดียว ทนายคอนเนอร์ก็เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาขึ้นมาอีกครั้ง

“เออ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีใครคนหนึ่งอยากแนะนำให้คุณรู้จัก” ว่าแล้วก็ค้นกระเป๋าเอกสารครู่หนึ่งก่อนจะหยิบรูปถ่ายออกมาส่งให้ชายหนุ่ม

“นี่ครับ พ่อบ้านประจำคฤหาสน์ ชื่อไบรอัน มัวร์ ครอบครัวของคุณมัวร์ดูแลคฤหาสน์นี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ถ้าหากมีอะไรสงสัยหรือต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็สอบถามได้โดยตรงเลยนะครับ เขาคงจะให้ข้อมูลที่คุณต้องการได้มากกว่าผม”

โจชัวรับภาพถ่ายนั้นมาดู มันเป็นภาพถ่ายขาวดำของชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าปีในชุดทักซิโด้ สีหน้าบนใบหน้าเหี่ยวย่นแลดูราบเรียบดุดันราวกับว่าเป็นคนเจ้าระเบียบมากคนหนึ่ง หางตาและมุมปากตกลงนั้น ทำให้เขาดูดุอย่างบอกไม่ถูก โจชัวดูรูปถ่ายนั้นได้ครู่เดียวก็หันไปถามทนายคอนเนอร์ นับเป็นประโยคแรกที่หลุดออกจากริมฝีปากบางเฉียบของชายหนุ่มตั้งแต่ขึ้นเครื่องมาเลยก็ว่าได้

“มีเขาดูแลอยู่คนเดียวหรือครับ”

“ไม่หรอกครับ ยังมีผู้ช่วยและเจ้าหน้าที่ดูแลเด็กที่คุณเจคอบจ้างมาอยู่ด้วยอีกหลายคน ไม่ต้องห่วงหรอกครับ คฤหาสน์นั้นไม่เคยเงียบเหงาหรอก”

โจชัวไม่รู้เลยว่าที่ทนายคอนเนอร์พูดว่า ‘คฤหาสน์นั้นไม่เคยเงียบเหงา’ นั้นมีความหมายว่าอย่างไร ได้แต่พยักหน้ารับและเงียบตลอดการเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์

ไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง ไฟลท์บินของทนายมือฉมังและเศรษฐีหน้าใหม่ก็มาถึงยังจุดหมาย ทันทีที่ถึงอาคารผู้โดยสารขาเขา ทนายคอนเนอร์ก็กวาดสายตามองหาใครบางคนซึ่งได้นัดหมายให้มารับตั้งแต่เมื่อคืนวาน กระทั่งเสียงทุ้มแหบของชายหนุ่มดังขึ้นไม่ไกลนัก เรียกให้เขาหันไปยังผู้เป็นเจ้าของเสียงทันที

“คุณคอนเนอร์ครับ! ทางนี้ครับ ทางนี้!”

ชายหนุ่มชาวเอเชียผิวสีแทนโบกไม้โบกมือเรียกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาใส่เสื้อลายสก็อตทับด้วยชุดเอี๊ยมและรองเท้าบูทยาง บ่งบอกตัวตนของเขาว่าเขานั้นเป็นชาวไร่เต็มตัว ทนายคอนเนอร์เห็นก็พลันร้องทักอย่างคุ้นเคย

“สวัสดี อเล็กซิสต์ ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีนะ”

“ครับ ผมสบายดี ดูคุณสิ หล่อขึ้นเป็นกองเลย”

โจชัวมองผู้มาใหม่อย่างพินิจ ดูแล้วชายที่ชื่ออเล็กซิสต์จะเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีไม่น้อย ท่าทางเขาจะค่อนข้างสนิทสนมกับทนายคอนเนอร์เสียด้วย ดูจากใบหน้าแล้ว คาดว่าอายุอานามก็คงไม่น่าจะห่างจากตนเท่าไหร่นัก

โจชัวมองทั้งคู่สนทนาทักทายกันครู่หนึ่ง ก่อนทนายคอนเนอร์จะหันมาแนะนำเขาให้อเล็กซิสต์รู้จัก

“เอ้อ นี่คุณโจชัว โจนส์ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลโจนส์ที่ฉันบอกจะพามาน่ะ ทำความรู้จักไว้สิ”

“สวัสดีครับคุณโจนส์ ผมอเล็กซิสต์ครับ”

“สวัสดีครับ เรียกโจชัวเฉยๆ ก็ได้ ผมไม่ถือ”

โจชัวตอบรับไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ก่อนยื่นมือไปจับทักทาย แม้ใบหน้าจะยิ้ม กระนั้นอเล็กซิสต์ก็สัมผัสได้ว่ามันเศร้าเพียงใด หากแต่เขาไม่ใส่ใจนักเพราะพอรู้ประวัติของชายตรงหน้าคร่าวๆ จากทนายคอนเนอร์แล้วว่าโจชัวผ่านเรื่องอะไรมาบ้าง นอกจากยิ้มกว้างจนตาหยี ผูกพันธไมตรีอย่างธรรมชาติ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

“อเล็กซิสต์เป็นเด็กในดูแลของคุณมัวร์ครับ จะเรียกว่าเป็นผู้ช่วยพ่อบ้านก็ได้ นี่ก็เป็นอีกคนที่คุณโจชัวสามารถถามข้อมูลเกี่ยวกับคฤหาสน์ได้ เขารู้ข้อมูลดีพอๆ กับคุณมัวร์เลยครับ”

ทนายคอนเนอร์เสริม พร้อมตบบ่าอเล็กซิสต์ โจชัวพยักหน้ารับ

“ขอฝากตัวด้วยนะครับ”

“ได้ครับ ผมยินดีเสมอ แต่ผมว่าตอนนี้เราไปกันเลยดีกว่า ขืนมัวชักช้า เราอาจไปถึงที่คฤหาสน์ค่ำแล้วคุณโจชัวจะอดชมตัวคฤหาสน์ก่อนมืดเอานะครับ จากสนามบินไปที่นั่นก็ใช้เวลานานเหมือนกัน เกือบจะพอๆ กับนั่งเครื่องบินจากลอนดอนมาที่แมนเชสเตอร์นี่เลย” อเล็กซิสต์ว่าติดตลกเพราะเห็นว่าทนายคอนเนอร์คุยไม่เลิก

“นั่นน่ะสิ งั้นเราไปกันเถอะ อ่ะ นี่กระเป๋าของคุณโจชัว ฝากด้วยนะอเล็กซิสต์”

ทนายคอนเนอร์ถือวิสาสะคว้ากระเป๋าสัมภาระของโจชัวส่งให้อเล็กซิสต์จัดการนำไปยังรถ ก่อนเขาจะบรรทุกเข้าท้ายอย่างรู้งาน แล้วกลับมาบริการเปิดประตูให้ราวกับโจชัวนั้นเป็นเจ้าชายก็ไม่ปาน ทนายคอนเนอร์คงจะคุ้นชินกับการบริการสุดแสนจะธรรมดาอย่างนี้ คงมีแต่โจชัวล่ะมั้งที่อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาได้แต่หวังว่าที่คฤหาสน์นั้นคงจะไม่มีคนมาคอยทำให้ทุกอย่างเหมือนกับในละครช่วงหัวค่ำที่เขาเคยดูผ่านๆ หรอกนะ

เป็นจริงอย่างที่ทนายคอนเนอร์ว่าว่าคฤหาสน์เก่าประจำตระกูลนั้นอยู่ในที่สงบ ไม่มีคนพลุกพล่าน เพราะมันอยู่ไกลออกไปจากตัวเมืองตั้งหลายสิบกิโลเมตร ยิ่งอเล็กซิสต์ขับรถมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์นั้นเท่าไหร่ ต้นไม้และป่าข้างทางก็ปรากฏให้เห็นมากขึ้นเท่านั้นจนกระทั่งบ้านเรือนสักหลังก็แทบไม่เห็น ฟังว่าคฤหาสน์นั้นตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านโบราณที่ปัจจุบันนั้นรกร้างไปแล้ว มีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่ยังอยู่อาศัยเป็นบางครั้ง นานๆ ก็กลับมาทำการเกษตรกันไปเรื่อยเปื่อยสักที อย่างที่ว่ากันว่าเมื่อใดที่ความเป็นเมืองเติบโตขึ้น เมื่อนั้นวิถีความเป็นชนบทก็ลดถอยลงนั่นแหละ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FNL” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FNL
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักของจักรพรรดิ
9.8
เฉียวชูเยว่อุทิศตนดูแลสามีจนได้เป็นขุนนาง ทว่าเขากลับทรยศนางด้วยความโลภและเจ้าชู้ เพื่อปกป้องอนาคตของเขา นางจำต้องยอมทอดกายรับใช้จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดอย่างกล้ำกลืน ขณะที่สามีเสวยสุขในลาภยศและสตรีอื่น นางกลับถูกตอบแทนด้วยใบหย่าและถูกไล่ล่าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุด จักรพรรดิได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอให้นางมาเป็นผู้หญิงของพระองค์ เพื่อแลกกับการคุ้มครองไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกนางได้อีกตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์เสน่หา
8.6
โชคชะตานำพาสองหญิงสาวจากอดีตชาติกลับมาพบกันอีกครั้งในปัจจุบัน ท่ามกลางปมความแค้นและการแย่งชิง คนหนึ่งกลับมาพร้อมความพยาบาทที่หยั่งรากลึกจากความเจ็บปวดในอดีต ขณะที่อีกคนมุ่งหวังจะทวงคืนชายคนรักที่ยังคงจมปลักอยู่กับความทรงจำอันขมขื่น ชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุจะสามารถแก้ไขความผิดพลาดที่เคยทำไว้ หรือจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม สุดท้ายแล้วความรักที่แท้จริงจะเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมแห่งเสน่หาได้หรือไม่ หรือพวกเขาจะต้องพรากจากกันไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ลูกชายลับของอัลฟ่าคู่แท้ , การถูกปฏิเสธอย่างที่สุดของฉัน
9.7
ในฐานะสายเลือดหมาป่าขาวฉันคือคู่แท้ของอัลฟ่าคีรินแต่ความจริงอันเจ็บปวดกลับถูกเปิดเผยเมื่อพบว่าเขามีครอบครัวลับและลูกชายซ่อนไว้ตลอดห้าปีโดยมีพ่อแม่ของฉันคอยสนับสนุนและยักยอกเงินฝูงไปปรนเปรอพวกนั้นพวกเขาวางแผนวางยาฉันในวันเกิดเพื่อกำจัดทิ้งหลังหมดประโยชน์ฉันจึงซ้อนแผนด้วยการแกล้งดื่มยาพิษแล้วหายตัวไปพร้อมส่งกล่องความลับแฉความชั่วร้ายทั้งหมดกลางงานเลี้ยงเพื่อทำลายชีวิตจอมปลอมของทุกคนให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาเป็นพระชายาของท่านอ๋องตาบอด
9.3
เมื่อจื่อรั่วอิงข้ามเวลามาสู่ยุคโบราณที่ชายมีหลายเมีย นางจึงตั้งเป้าตามหาบุรุษที่มอบความสงบสุขให้ได้ จนพบกับท่านอ๋องตาบอดผู้ถูกทอดทิ้งซึ่งนางมองว่าเป็นโอกาสทองในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ นิยายรักแฟนตาซีสายสุขนิยมเรื่องนี้เน้นความฮาและปมเบาๆ ผ่านความพยายามของนางเอกสายตื๊อที่หวังจะชนะใจสามีผู้เย็นชาแต่คลั่งรักโดยไม่รู้ตัว เตรียมพบกับความขบขันของครอบครัวและเหล่าบ่าวรับใช้ที่แท็กทีมกันมาสร้างรอยยิ้มในเส้นทางรักสุดอลเวงนี้
หน้าปกนวนิยาย ลู่เมิ่งหลิง เทพธิดาแห่งฝัน
8.7
ลู่เมิ่งหลิงไม่เคยคาดคิดว่าการเฝ้ามองดวงดาวจะนำพาสิ่งมหัศจรรย์มาสู่ชีวิต จนกระทั่งโชคชะตาชักนำให้เธอได้พบกับเขาผู้อยู่เหนือขอบเขตของกาลเวลาและสถานที่ การพบกันครั้งนี้เต็มไปด้วยปริศนาว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงความบังเอิญหรือเป็นพรหมลิขิตที่สวรรค์ขีดเส้นไว้ ท่ามกลางห้วงมิติที่แตกต่าง ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกับคำถามที่ว่า พลังแห่งดวงดาวหรือโชคชะตากันแน่ที่เป็นผู้ลิขิตการพบเจอที่แสนพิเศษครั้งนี้ให้เกิดขึ้นกับเธอ