ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด

สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด

ตลอดสิบปี เปมิกาทุ่มเทปั้นเจษฎากรจากนักแสดงไร้ชื่อจนเป็นซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง แต่ความภักดีกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เมื่อเขาแอบลักลอบมีชู้กับดุจดาวมานานหลายปี ทว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการที่เขาพรากชีวิตลูกในครรภ์และทำลายร่างกายเธอจนย่อยยับ ความรักที่เคยมีแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอันเย็นเยียบ เปมิกาจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม โดยวางแผนทำลายทั้งชื่อเสียงและอนาคตของเขาให้พังพินาศเหมือนที่เขาเคยทำกับเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 2

เปมิกา POV:

"เจษฎากร นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง" ฉันถามเสียงเรียบ พยายามไม่ให้ความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมา

แต่ข้างในฉันมันพังทลายไปหมดแล้ว

เจษฎากรมองฉันด้วยแววตาที่ไม่สำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย

"ทำอะไร เปมิกา? เธอกำลังพูดเรื่องอะไร" เขาย้อนถามราวกับไม่รู้เรื่อง

"เรื่องดุจดาวไง! นายแอบคบกับเธอมานานแค่ไหนแล้ว" ฉันถามออกไปตรงๆ

หัวใจฉันบีบรัดจนเจ็บไปหมด

เขากลับหัวเราะในลำคอ

"นาน? ก็หลายปีแล้วน่ะสิ ทำไม? เธอจะทำอะไรได้"

คำพูดของเขาเหมือนมีดกรีดลงไปซ้ำๆ

"นายทรยศฉัน เจษฎากร! เราอยู่ด้วยกันมาสิบปีนะ" ฉันตะโกนใส่เขา

ความโกรธเริ่มเข้าครอบงำ

แต่เขากลับทำหน้ารำคาญ

"ทรยศอะไร? เธอคิดว่าเธอวิเศษขนาดไหนกันเชียวเปมิกา"

เขามองฉันด้วยสายตาดูถูก

"เธอมัวแต่ทำงาน ทำงาน แล้วก็ทำงาน"

"เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเราเป็นสามีภรรยากัน"

คำพูดของเขาเหมือนตบหน้าฉันฉาดใหญ่

ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง

"เธอรู้ไหมว่าฉันต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่เอาแต่เรื่องงานมาคุยทุกวันได้ยังไง"

"ฉันอยากมีลูก อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ"

"แต่เธอสิ... มัวแต่สนใจเรื่องงานของฉัน"

"ฉันก็เลยต้องไปหาใครสักคนที่เข้าใจฉัน"

เขาเดินเข้ามาใกล้ จ้องมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ

"เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยนะเปมิกา เธอมันผู้หญิงบ้างาน"

"แต่ดุจดาว เธอเข้าใจฉัน เธออยากมีลูกกับฉัน"

"เธอมันผู้หญิงที่ไม่มีอะไรดีเลย! มัวแต่ทำงานหาเงิน"

"เธอก็เลยไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาให้สามี"

ฉันฟังคำพูดของเขา หัวใจฉันเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

ฉันทำงานหนักเพื่อใคร... ก็เพื่อเขา เพื่ออนาคตของเราสองคน

ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันทำงานหนักจนล้มป่วย

คุณหมอบอกว่าฉันต้องพักผ่อนเยอะๆ

และอาจจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานหน่อย

ฉันเคยคิดจะบอกเขาเรื่องที่ฉันอาจจะไม่สามารถมีลูกได้ง่ายๆ

แต่ฉันก็กลัว กลัวว่าเขาจะรับไม่ได้

ฉันเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวตลอดมา

ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขามีความสุข

แต่สุดท้าย เขากลับมาบอกว่าฉันไม่ดีพอ

"ฉันไม่เคยคิดเลยนะว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ เจษฎากร" ฉันพูดเสียงสั่น

เขากลับหัวเราะ

"ฉันเป็นคนแบบนี้มานานแล้ว เธอต่างหากที่ไม่เคยรู้จักฉันเลย"

"ฉันไม่ได้ต้องการเมียที่เอาแต่ทำงาน ฉันต้องการเมียที่ดูแลฉันได้"

"ฉันทนเธอไม่ไหวแล้วเปมิกา ฉันอยากมีชีวิตใหม่"

ฉันมองหน้าเขา แล้วหันไปมองปฏิทินที่ฉันขีดกากบาทไว้

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วสินะ

ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันพยายามปรับความเข้าใจกับเขาหลายครั้ง

แต่เขากลับไม่สนใจ

เขาบอกว่าเขาจะไปขยายธุรกิจที่ต่างประเทศ

ฉันแอบดีใจเล็กน้อยในตอนแรก คิดว่าการแยกกันอยู่จะทำให้เราได้ทบทวนความสัมพันธ์

แต่แล้วเขากลับบอกว่าเขาจะพาดุจดาวไปด้วย

ความหวังสุดท้ายของฉันพังทลายลง

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทะเลทราย

ความเจ็บปวดมันกัดกินหัวใจจนฉันแทบจะยืนไม่ไหว

ฉันเห็นเขาคุยโทรศัพท์กับดุจดาวบ่อยขึ้น

น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน แตกต่างจากที่เขาคุยกับฉันลิบลับ

ฉันแอบได้ยินเขาวางแผนเรื่องอนาคตของเขากับดุจดาว

เรื่องบ้าน เรื่องลูก เรื่องชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน

ฉันเริ่มนับถอยหลังให้กับความสัมพันธ์ของเราเงียบๆ

วันนั้นฉันตัดสินใจไปปรึกษาทนายเรื่องการหย่า

ทนายความสาวมองฉันด้วยความประหลาดใจ

"คุณเปมิกา คุณแน่ใจนะคะ" เธอถาม

"ฉันแน่ใจค่ะ" ฉันตอบไปอย่างหนักแน่น

ฉันเล่าเรื่องของเจษฎากรให้เธอฟังเท่าที่จำเป็น

เธอพยักหน้าเข้าใจ

"ดิฉันจะเตรียมเอกสารให้คุณค่ะ" ทนายบอก

"แต่คุณเจษฎากรคงไม่ยอมง่ายๆ หรอกนะคะ"

"ฉันรู้ค่ะ" ฉันตอบ

"ฉันจะให้คุณส่งเอกสารการหย่าไปให้เขาที่ต่างประเทศ"

"หลังจากที่เขาเดินทางไปถึงแล้ว"

ฉันต้องการให้เขาได้รับรู้ความจริงหลังจากที่เขาไปถึงที่นั่นแล้ว

ให้เขาได้รับรู้ว่าฉันไม่ได้โง่ ไม่ได้ยอมเขาไปตลอด

ฉันอยากให้เขาได้รู้รสชาติของการถูกทอดทิ้งบ้าง

ฉันอยากให้เขาเจ็บปวดเหมือนที่ฉันเจ็บปวดมาตลอด

"เปมิกา! เธอคุยกับใครน่ะ" เสียงของเจษฎากรดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของฉัน

ฉันรีบวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ

"คุยกับเอมอรเรื่องงานน่ะ" ฉันตอบไปอย่างใจเย็น

เขาเดินเข้ามาในห้อง จ้องมองฉันด้วยสายตาจับผิด

"ทำไมต้องมาคุยกันในห้องทำงานด้วย" เขายังคงสงสัย

"ก็มันเป็นเรื่องงานนี่" ฉันตอบ

เขามองหน้าฉันอีกครั้ง ก่อนจะหันไปสนใจเอกสารบนโต๊ะ

"ฉันว่าฉันได้ยินเธอคุยเรื่อง... เอกสารอะไรสักอย่าง"

ฉันหัวเราะในลำคอ

"เอกสารงานของนายไง เจษฎากร นายก็รู้ว่าช่วงนี้งานเยอะแค่ไหน"

เขามองหน้าฉันอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

เขายื่นโทรศัพท์ให้ฉันดู

"ดูนี่สิเปมิกา บ้านที่เราจะไปอยู่กันที่ต่างประเทศ สวยไหม"

รูปบ้านหลังใหญ่หรูหราปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

"สวยดี" ฉันตอบไปอย่างเฉยชา

"ฉันซื้อบ้านหลังนี้ให้ดุจดาวด้วยนะ" เขากล่าวขึ้น

"เธอชอบมากเลยล่ะ"

"ตอนนี้บ้านหลังนี้เป็นชื่อของดุจดาวแล้ว"

คำพูดของเขาทำให้ฉันตกใจและโกรธมาก

"นายทำแบบนี้ได้ยังไงเจษฎากร! นั่นมันเงินของเรานะ" ฉันตะโกนใส่เขา

"เงินของเราเหรอ? ก็เงินฉันนั่นแหละ ใครใช้เงินเก่งกว่ากันเธอก็รู้"

เขาตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ

"ดุจดาว เธอไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย เธอแค่บอกว่าอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง"

"ฉันก็เลยซื้อให้เธอ"

ฉันมองหน้าเขาด้วยความเกลียดชัง

"นายมันเลว เจษฎากร นายมันเลวที่สุด"

เขาหัวเราะ

"เธอคงไม่เข้าใจหรอกเปมิกา ดุจดาวเธอเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน"

"เธอไม่เหมือนเธอเลยนะ"

"เธอควรจะดีใจนะเปมิกา ที่ฉันหาบ้านให้ดุจดาวได้"

"เธอจะได้ไม่ต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเธอไง"

คำพูดของเขาทำให้ฉันเจ็บปวดจนจุกไปหมด

ฉันมองหน้าเขา แล้วก็เห็นดุจดาวเดินเข้ามาในห้อง

"ที่รักคะ ดุจดาวหิวแล้ว" ดุจดาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

เธอดูสวยงาม น่ารัก เหมือนกับที่เจษฎากรพูดจริงๆ

แต่ข้างในของเธอ... ฉันรู้ดีว่ามันไม่ใช่

ดุจดาวเดินเข้ามาจับแขนเจษฎากร แล้วหันมามองฉัน

รอยยิ้มหวานๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

แต่ในแววตาของเธอ มันกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย

"พี่เปมิกา ดุจดาวกำลังจะไปอยู่บ้านใหม่กับพี่เจษแล้วนะคะ"

"พี่คงไม่คิดถึงดุจดาวใช่ไหมคะ"

คำพูดของเธอเหมือนเข็มแทงลงมาที่หัวใจฉัน

ฉันมองหน้าเธอ แล้วกำหมัดแน่น

"เธอคิดว่าเธอจะชนะฉันได้ง่ายๆ เหรอ ดุจดาว" ฉันคิดในใจ

เกมนี้ยังไม่จบหรอก

ฉันจะไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่ๆ

ฉันจะเอาทุกอย่างของฉันคืนมา

ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กว่าจะรู้ว่ารักเธอ
9.5
ความแตกต่างของชนชั้นและฐานะกลายเป็นกำแพงสูงที่กั้นขวางหัวใจของเขาให้ทำได้เพียงเฝ้ามองเธออยู่ไกลๆ ท่ามกลางการกีดกันจากครอบครัวที่ไม่มีวันยอมรับ ความรักครั้งนี้จึงดูมืดมนและไร้ทางออก แต่สำหรับเขาที่เผชิญชีวิตอันขมขื่นมาโดยตลอด เธอคือแสงสว่างและกำลังใจเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เขาอยากสู้ต่อ แม้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคหนาหู เขายังคงมุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเองให้เธอเห็นว่า พลังแห่งความรักที่มีต่อเธอนั้นยิ่งใหญ่พอที่จะเปลี่ยนอนาคตที่เคยมืดมิดให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ตราบาปร้ายคล้องใจรัก
9.7
จากคุณหนูผู้มั่งคั่ง นิชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อความลับดำมืดของบิดาถูกเปิดเผย ทรัพย์สินทั้งหมดสูญสิ้นพร้อมการจากไปของพ่อ เธอถูกเพื่อนทรยศหลอกขายให้แก่ เอริค มาเฟียหนุ่มผู้เย็นชาที่เข็ดขยาดกับความรัก ค่ำคืนที่ไม่ได้ตั้งใจนำมาซึ่งการตั้งครรภ์โดยที่เขาไม่รับรู้ นิชาต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดิ้นรนในโลกที่โหดร้าย ท่ามกลางความแค้นในอดีตและโซ่ตรวนแห่งโชคชะตาที่ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย เร้นรักเงาลวง
9.1
ฐิตานันท์พยายามอ้อนวอนขอความเมตตาเมื่อร่างกายเริ่มอ่อนแรง แต่เรย์กลับไม่ยอมหยุดยั้งความปรารถนาอันรุ่มร้อนของเขาลงได้ แม้เธอจะเหนื่อยล้าเพียงใด ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าผู้เป็นพ่อของลูกกลับยังคงยัดเยียดบทบาทนางบำเรอให้เธออย่างเอาแต่ใจ สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าอารมณ์ให้เธอต้องครวญครางอย่างไม่อาจต้านทาน นำพาเธอย้อนกลับไปสู่ความทรงจำในคืนแรกที่พบกันด้วยความบังเอิญ คืนที่แสนเร่าร้อนนั้นยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจและคอยตอกย้ำความสัมพันธ์อันแสนเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาลวง
หน้าปกนวนิยาย พันธะนาการเจ้าบ่าวไร้ใจ
9.3
มินตราพยายามสลัดภาพลักษณ์อ่อนแอเพื่อรับมือกับนนทวัฒน์ ทายาทผู้มีพระคุณที่นิสัยเจ้าชู้ แต่ติดที่พันธะบุญคุณทำให้เธอทำได้เพียงยื่นข้อเสนอแต่งงานแค่ในนาม และประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้เขาสัมผัสกายแม้แต่นิดเดียว ทางด้านนนทวัฒน์กลับมองว่าข้อตกลงของหญิงสาวผู้น่าเบื่อคนนี้เป็นเรื่องตลก เขาจึงตอบรับคำท้าเพื่อหวังจะกำราบความอวดดีของเธอ นนทวัฒน์ตั้งใจจะสั่งสอนให้มินตรรู้ซึ้งว่า ผู้ชายอย่างเขาไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงที่นอนร่วมเตียงรอดพ้นมือไปได้แม้แต่รายเดียว
หน้าปกนวนิยาย ตรวนร้ายซาตานทมิฬ ชุด ซาตานเมดิเตอเรเนียน
8.3
เนโลคลิส ทายาทตระกูลดังแห่งเมดิเตอเรเนียนเคยสละอิสรภาพเข้าพิธีวิวาห์กับเข็มหอมตั้งแต่นางเอกอายุเพียงสิบหกปีเพื่อข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง ทว่าเขากลับทิ้งเมียตีทะเบียนให้เผชิญความเจ็บปวดเพียงลำพังในคืนนั้น แปดปีต่อมาเขากลับมาทวงสิทธิ์ในตัวหญิงสาวผู้มีบาดแผลในใจอีกครั้ง แม้เข็มหอมจะพยายามร้องขอการหย่าร้างเพื่อจบสิ้นพันธนาการที่ไร้หัวใจ แต่ซาตานร้ายกลับปฏิเสธและมุ่งมั่นจะทำหน้าที่สามีให้สมบูรณ์เพื่อกักขังเธอไว้ในกรงขังแห่งสมรสนี้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ฟ้าแลบ
9.7
หลู่ชิงชิงตัดสินใจแต่งงานทันทีกับคนแปลกหน้าหลังถูกแฟนที่คบมานานหักหลังไปหาเพื่อนสนิท ทว่าชีวิตหลังวิวาห์ฟ้าแลบกลับผิดคาด เมื่อสามีใหม่คอยดูแลเธออย่างดี ทั้งสนับสนุนงานและช่วยงานบ้านจนเธอมีความสุข แม้เขาจะชอบเลี่ยงตอบคำถามเวลาช่วยแก้ปัญหาใหญ่ๆ ให้เธอเสมอ จนกระทั่งชิงชิงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เธอจึงได้เห็นชายหน้าเหมือนสามีตัวเองปรากฏตัวบนนิตยสารการเงินระดับโลก ในฐานะมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ซ่อนตัวตนอยู่ข้างกายเธอมาตลอด