ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด

สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด

ตลอดสิบปี เปมิกาทุ่มเทปั้นเจษฎากรจากนักแสดงไร้ชื่อจนเป็นซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง แต่ความภักดีกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เมื่อเขาแอบลักลอบมีชู้กับดุจดาวมานานหลายปี ทว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการที่เขาพรากชีวิตลูกในครรภ์และทำลายร่างกายเธอจนย่อยยับ ความรักที่เคยมีแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอันเย็นเยียบ เปมิกาจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม โดยวางแผนทำลายทั้งชื่อเสียงและอนาคตของเขาให้พังพินาศเหมือนที่เขาเคยทำกับเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 3

เปมิกา POV:

"ดุจดาว เธอมาทำอะไรที่นี่!" ฉันถามเสียงเกรี้ยวโกรธ

ความโกรธมันพุ่งขึ้นมาจนฉันแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

เจษฎากรมองฉันอย่างหงุดหงิด

"เปมิกา! ทำไมเธอต้องเสียงดังด้วย ดุจดาวมาหาฉัน ไม่ได้มาหาเธอ"

เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นคนผิด

"เธอไม่ต้อนรับดุจดาวเลยนะเปมิกา" เขายังคงพูดต่อ

"ฉันไม่จำเป็นต้องต้อนรับใครทั้งนั้น" ฉันตอบกลับไปอย่างเย็นชา

ฉันมองดุจดาว เธอยืนยิ้มหวานอยู่ข้างๆ เจษฎากร

"พี่เปมิกาคะ ดุจดาวแค่อยากจะมาทำอาหารให้พี่เจษทานน่ะค่ะ"

เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความท้าทาย

"งั้นเหรอ" ฉันตอบ

"แต่ฉันไม่แน่ใจว่าพี่เจษเขาจะชอบอาหารของเธอหรือเปล่านะ"

"เขาไม่ชอบอาหารรสจัด"

ดุจดาวทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมาได้ในที่สุด

"จริงเหรอคะพี่เจษ ดุจดาวไม่รู้เลย"

เธอหันไปอ้อนเจษฎากร เจษฎากรลูบหัวเธอเบาๆ

"ไม่เป็นไรหรอก ที่รัก ดุจดาวทำอะไรพี่ก็กินได้หมดแหละ"

คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้

ดุจดาวเดินไปที่ครัว ฉันเดินตามเธอไปเงียบๆ

ฉันมองดูเธอหยิบวัตถุดิบออกมาจากตู้เย็น

เธอหันมามองฉัน แล้วยิ้มหวาน

"พี่เปมิกาช่วยดุจดาวหน่อยสิคะ ดุจดาวทำไม่ค่อยเป็นน่ะค่ะ"

เธอพูดราวกับว่าฉันเป็นคนใช้ของเธอ

ฉันยืนมองเธอเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร

เธอเริ่มหั่นผักอย่างเก้ๆ กังๆ

ฉันเห็นเธอทำท่าจะหั่นนิ้วตัวเองหลายครั้ง

"พี่เปมิกาคะ พี่เจษเขาบอกว่าพี่เปมิกาเป็นผู้จัดการที่ดีที่สุดเลยนะคะ"

เธอพูดขึ้นขณะที่กำลังหั่นผัก

"เขาบอกว่าพี่เปมิกาดูแลเขาดีทุกอย่าง"

"แต่บางทีเขาก็รู้สึกเหมือนพี่เปมิกาเป็นแม่เขามากกว่าเมีย"

คำพูดของเธอทำให้ฉันรู้สึกชาไปทั้งตัว

ฉันมองหน้าเธอ แววตาของฉันเต็มไปด้วยความโกรธ

"เธอคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงดุจดาว ว่าเธอจงใจพูดแบบนี้"

ฉันพูดเสียงเรียบ

ดุจดาวหัวเราะในลำคอ

"แหม พี่เปมิกาก็พูดเกินไป ดุจดาวแค่พูดตามความจริง"

"พี่เจษเขาบอกว่าเขาเบื่อผู้หญิงที่แก่กว่า"

"เบื่อผู้หญิงที่เอาแต่บงการ"

"เขาบอกว่าอยากได้ผู้หญิงที่อ่อนหวาน น่ารัก"

"ผู้หญิงที่คอยเอาใจเขาได้"

เธอจงใจพูดคำพูดเหล่านั้นออกมา เพื่อทำให้ฉันเจ็บปวด

ฉันจำได้ว่าเจษฎากรเคยบอกฉันว่าเขาชอบผู้หญิงที่ฉลาด

ชอบผู้หญิงที่สามารถเป็นผู้นำได้

เขาเคยบอกว่าฉันคือผู้หญิงในฝันของเขา

แต่ตอนนี้... ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว

"เธอคิดว่าเธอชนะฉันแล้วใช่ไหม ดุจดาว" ฉันถามเสียงเย็น

ดุจดาวหัวเราะ

"ก็คงจะเป็นอย่างนั้นนะคะ"

"พี่เจษเขารักดุจดาว เขาเลือกดุจดาว"

"พี่เปมิกาจะทำอะไรได้ล่ะคะ"

"เธอรู้ไหมว่าเจษฎากรเขาชอบอะไรมากที่สุด" ฉันถามเธอ

ดุจดาวทำหน้างงเล็กน้อย

"อะไรเหรอคะ"

"เขาชอบเงิน" ฉันตอบ

"เขาชอบเงินมากจนยอมทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน"

"รวมถึงการทิ้งคนที่เคยอยู่เคียงข้างเขามาตั้งนาน"

คำพูดของฉันทำให้สีหน้าของดุจดาวเปลี่ยนไป

เธอมองหน้าฉันด้วยความตกใจ

"พี่เปมิกาพูดอะไรคะ"

"ฉันก็แค่พูดความจริง" ฉันตอบ

"หรือเธอคิดว่าเจษฎากรเขาจะไม่ทิ้งเธอในอนาคต"

"ถ้ามีใครที่ดีกว่า มีเงินมากกว่าเข้ามา"

ดุจดาวกำมีดในมือแน่น

"พี่เปมิกาอย่ามาพูดจาใส่ร้ายพี่เจษนะคะ!" เธอตะโกน

ฉันหัวเราะในลำคอ

"ฉันแค่เตือนเธอไว้เฉยๆ ดุจดาว"

"เพราะฉันไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดเหมือนฉัน"

ดุจดาวมองหน้าฉันด้วยสายตาอาฆาต

"พี่เปมิกา! เธอจะต้องเสียใจ!" เธอพูดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

ฉันยิ้ม

"ฉันไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ฉันทำลงไปหรอกนะดุจดาว"

"แต่เธอ... เธอจะต้องเสียใจแน่ๆ"

ฉันมองหน้าเธอ แล้วเดินออกจากครัวไปอย่างใจเย็น

ฉันรู้ว่าดุจดาวจะต้องไม่พอใจ

และฉันก็รู้ว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของเกมนี้

ฉันจะไม่ยอมให้เธอชนะฉันได้ง่ายๆ หรอก

ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าการกล้ามาแย่งของของฉันไปมันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง

ฉันเดินออกไปจากบ้านหลังนั้น

ทิ้งให้ดุจดาวกับเจษฎากรอยู่ด้วยกัน

ฉันรู้ดีว่านี่คือการเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตของฉัน

บทใหม่ที่ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันได้อีกแล้ว

ฉันจะแข็งแกร่งกว่าเดิม

ฉันจะฉลาดกว่าเดิม

และฉันจะทำให้คนที่ทำร้ายฉันต้องชดใช้ทุกอย่าง

ไม่ว่ามันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โอกาสรักครั้งสุดท้าย
8.0
วีร์ดาจำใจก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับดนย์ด้วยพันธะทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวและความเจ็บปวด เมื่อเธอเชื่อว่าเขาคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อต้องล้มป่วยหนัก จนถึงจุดที่เธอตัดสินใจขอแยกทางเพื่อยุติความทุกข์ใจนี้ ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังจะสิ้นสุด ดนย์เพิ่งจะตระหนักได้ถึงความรักที่มีต่อเธออย่างแท้จริง เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งสุดท้าย และหวังจะรั้งเธอไว้ในชีวิตอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หน้าปกนวนิยาย พันธะนาการเจ้าบ่าวไร้ใจ
9.3
มินตราพยายามสลัดภาพลักษณ์อ่อนแอเพื่อรับมือกับนนทวัฒน์ ทายาทผู้มีพระคุณที่นิสัยเจ้าชู้ แต่ติดที่พันธะบุญคุณทำให้เธอทำได้เพียงยื่นข้อเสนอแต่งงานแค่ในนาม และประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้เขาสัมผัสกายแม้แต่นิดเดียว ทางด้านนนทวัฒน์กลับมองว่าข้อตกลงของหญิงสาวผู้น่าเบื่อคนนี้เป็นเรื่องตลก เขาจึงตอบรับคำท้าเพื่อหวังจะกำราบความอวดดีของเธอ นนทวัฒน์ตั้งใจจะสั่งสอนให้มินตรรู้ซึ้งว่า ผู้ชายอย่างเขาไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงที่นอนร่วมเตียงรอดพ้นมือไปได้แม้แต่รายเดียว
หน้าปกนวนิยาย ซูเยว่ซินทะลุมิติ1970
9.4
เมื่อเชฟสาวฝีมือดีต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันเพียงเพราะโชคร้ายติดอยู่ในเหตุการณ์ปล้นธนาคารจนโดนลูกหลงเสียชีวิต วิญญาณของเธอกลับไม่ได้ไปสู่สุคติแต่ดันทะลุมิติย้อนเวลากลับไปยังยุคปี 1970 แทน ท่ามกลางความลำบากและสภาพสังคมที่แตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอจะใช้ทักษะการทำอาหารและไหวพริบที่มีเพื่อเอาตัวรอดในร่างใหม่และเริ่มต้นชีวิตครั้งที่สองในอดีตได้อย่างไร ติดตามการผจญภัยที่เต็มไปด้วยรสชาติและโชคชะตาที่พลิกผันได้ในเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย เด็กเลี้ยง เฮียมาเฟีย
9.3
“ทำไมต้องเป็นหนูคะ” “ก็เห็นเธอแล้วมันเสี้ยนปาก ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็คือ ถูกใจตั้งแต่แรกพบ เห็นแล้วเงี่ยน เธอหน้าสวย หุ่นเอ็กซ์ ทั้ง ๆ ที่อายุเท่านี้ เห็นแล้วอยากเอาจนเอ็นแข็ง ยื่นข้อเสนอไปแล้วเธอกลับปฏิเสธ มันก็เลยยิ่งรู้สึกตื่นเต้น เหตุผลมีแค่นี้ ส่วนเธอจะยอมหรือไม่ก็แล้วแต่ ตัดสินใจเองฉันไม่บังคับอยู่แล้ว” “โอ้เอ้เล่นตัวคิดจะเรียกเงินเพิ่มหรือไง รู้หรือเปล่าว่าหนี้น้องชายเธอเท่าไหร่ เกือบล้านเชียวนะ เงินจำนวนนี้สำหรับฉันมันแค่ขี้เล็บ แต่กับเธอที่มีแม่ป่วยติดเตียงก็คงไม่ใช่เรื่องเล็ก” “ฉันยอมค่ะ เมื่อไหร่คะ ที่ฉันต้องทำ” เขายิ้มมุมปากคล้ายสมใจ “หมายถึงทำอะไรล่ะ” ผักบุ้งก้มหน้า พูดเสียงเบา “ทะ ทำเรื่องนั้น ขายตัวให้คุณ” “ตอนนี้” “ห๊า ตอนนี้เหรอคะ” “จะ ทำอะไรหนูคะ” “อย่าถามมาก เงียบ!” เขาเอาแต่จ้องมองนมใหญ่ของเธอแล้วอุ้มเธอมาที่เตียง "สวยดีนี่...นมใหญ่ชิบ" เคย์ไม่ได้สนใจความรู้สึกของหญิงสาวเลยสักนิด มือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบรุนแรงจนแดงช้ำไปหมด "อื้อ อา....เจ็บ!.." "จำไว้ตั้งแต่วินาทีนี้หนูคือเด็กของเฮียเคย์ ยินดีกับตำแหน่งนี้ด้วย ปกติเฮียค่อนข้างเลือกเด็ก หนูถูกใจเฮียถือว่าโชคดีมาก"
หน้าปกนวนิยาย เผลอใจรัก 18 มงกุฏ  นาธัชชา-ฟาเบียน)
8.7
โชคชะตาเล่นตลกกับนาธัชชาตั้งแต่เจ็ดขวบ เมื่อพ่อแท้ๆ ตราหน้าว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่ตาย ชีวิตที่ดิ่งลงเหวบีบให้สาวน้อยวัยยี่สิบต้องกลายเป็นสิบแปดมงกุฎเพื่อเอาตัวรอด ทว่าเส้นทางสายมืดกลับนำพาเธอไปพบกับฟาเบียน ทายาทมหาเศรษฐีแห่งมาร์ตินกรุ๊ปผู้เพียบพร้อม หนุ่มโสดที่ใครต่างลือว่ามีเกณฑ์คัดเลือกสาวข้างกายไว้สูงลิ่วระดับนางงามมีมงกุฎการันตี แต่ใครจะคาดคิดว่าคนอย่างเขาจะมาพัวพันกับหญิงสาวที่มีมงกุฎเหมือนกัน แต่มันคือมงกุฎของนักต้มตุ๋นผู้มีปมหลังอันแสนรันทดใจ