ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜

ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜

เมื่อธิดาปักษาผู้มีความลับซ่อนเร้นได้รับความช่วยเหลือจากราชาจิ้งจอกผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี ชีวิตของนางจึงตกอยู่ในอันตรายท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเปราะบาง นางตัดสินใจเสี่ยงอันตรายด้วยการหลอกลวงว่าตนเองเป็นเพียงนกธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น ทว่าภายใต้สายตาที่เฉียบคมของจอมราชัน การปิดบังตัวตนที่แท้จริงในครั้งนี้จะนำไปสู่โชคชะตาที่ยากจะคาดเดา หรือบทลงโทษที่นางไม่อาจหลีกหนีได้พ้นในท้ายที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 1

ใต้เวหาเยียบเย็นในเมืองปีศาจ ปักษาที่จมปลักในบ่อโคลน เงยหน้าขึ้นมองหางสีนิลตัดกับสีชาดทั้งเก้าพลิ้วไหวลู่ลมเบื้องหลังร่างสูงกำยำ อาภรณ์สีเดียวกันนั้นปักทอด้วยด้ายทองแลดูสง่างามเยี่ยงบุรุษผู้สูงศักดิ์ รองเท้าผ้าหุ้มด้วยกำมะหยี่ล่องลอยอยู่เหนือพสุธา

“พวกเจ้ากลับไปก่อน ข้ามีธุระต้องจัดการ” เสียงเข้มออกคำสั่ง ลูกสมุนจิ้งจอกทั้งสามพลันอันตรธานไปในพริบตา

ร่างเปื้อนโคลนกะพริบปริบปรือนัยน์ตาอ่อนล้าด้วยท่าทางน่าเวทนา หลังจากที่พยายามดิ้นรน ส่งเสียงร้องโวยวายจนหมดสิ้นฤทธิ์แรง ไม่มีผู้ใดยื่นมือเข้าช่วยเหลือแม้มองเห็นตัวอะไรสักอย่างขยับดิ้นขลุกขลัก สำลักดินขมบาดคอ น้ำโคลนกระเด็นเข้าตาจนเหลือการมองเห็นเพียงดวงตาข้างซ้ายข้างเดียว

“เจ้าปักษาตัวน้อยมาติดอยู่ในโคลนพิษได้ยังไงกัน?”

ใบหน้าหล่อเหลาแลดูฉงนสงสัย ‘ฮุ่ยเฟิน’ เพียงพลิกฝ่ามือเบา ๆ ปรากฏไอหยินครอบคลุมผืนโคลน เขาดึงร่างปักษาเล็กเท่าฝ่ามือขึ้นมาจับกุม กรงเล็บสีนิลจิกลงบนขนคอเปรอะเปื้อนดินโคลน จนโลหิตไหลซึม

ร่างปักษาลอบกลืนน้ำลายลงคอ ขณะสบมองนัยน์ตาทอประกายใต้แสงจันทราสีชาด ทั้งเขี้ยวขาวคมตรงมุมปากหนาหยักได้รูป รอยยิ้มเล่ห์ร้ายบนใบหน้าหล่อเหลาทำให้ตระหนักรู้ได้ว่าโอกาสรอดชีวิตช่างริบหรี่

ต่อให้รอดพ้นจากการจมลงไปในโคลนพิษ น่าจะกลายเป็นอาหารมื้อค่ำของจิ้งจอกอยู่ดี

ปักษาผู้น่าสงสารมิได้ล่วงรู้ว่าบุรุษจิ้งจอกกำลังให้ความสนใจแววตาหวาดหวั่นพรั่นพรึงของนาง ด้วยความคิดเป็นตรงกันข้าม เขาว่านางน่าสนใจนัก

“เจ้าตัวนี้น่าเอ็นดู ปีกสีขาวสะอาด นัยน์ตาสีมรกต ชั่วชีวิตข้ามิเคยพบเห็นปักษางดงามเช่นนี้มาก่อน” ในน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ฮุ่ยเฟินสะบัดมือซ้ายตีลงบนอากาศ กลุ่มเมฆาสีนิลห้อมล้อมรอบกาย นำพาสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เดินทางสู่สถานที่ห่างไกลในชั่วอึดใจ

นครอันมืดมิดปกคลุมด้วยไอหยิน เรือนสี่ประสานใหญ่โตโอ่อ่าดังพระราชวังบนโลกมนุษย์ ตั้งตระหง่านเหนือพสุธาเขียวชอุ่ม โดยรอบบริเวณเรือนไม้รโหฐานมีสุนัขจิ้งจอกในร่างบุรุษอาภรณ์สีนิลสนิท คอยสลับเปลี่ยนหน้าที่กันเฝ้าเวรยาม บางตนกำลังคาบเหยื่อซึ่งเป็นนกตัวเล็ก ๆ มากัดกินในโพรงหินเล็กแคบ บริเวณสวนหย่อมด้านหลังเรือน ที่พำนักอาศัยระหว่างการทำงาน

ฮุ่ยเฟินไม่ชอบกิริยาเช่นนั้น จึงมักว่ากล่าวตักเตือนบรรดาลูกสมุน มิให้ประพฤติตนเช่นเดรัจฉาน ส่งเสียงดังระหว่างการทำงานด้วยวิสัยเยี่ยงสุนัข ขอให้รักษาเกียรติของการเป็นปีศาจจิ้งจอก ในเมื่อพวกเขาต่างมีร่างของบุรุษสตรี

“ทหาร พวกเจ้าเฝ้าเวรยามให้ดี สถานการณ์นอกเมืองไม่ค่อยสงบนัก” พูดพลางสอดส่องสายตาไปสุดท้องนทีกว้างใหญ่ ซึ่งกั้นกลางระหว่างอาณาเขตปีศาจราตรี ถึงพบเพียงความนิ่งสงบ ไม่อาจไว้วางใจ

การสู้รบระหว่างเผ่าพันธุ์ไม่เคยสงบลงสักราตรีหนึ่ง ด้วยนิสัยของสุนัขจิ้งจอก มักกัดกันจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะสิ้นลมหายใจ ปีศาจราตรีและปีศาจอื่น ๆ ไม่ใคร่รักสันติ หากชอบการทะเลาะวิวาทเป็นนิจ

“ขอให้นายท่านไว้วางใจเรื่องความปลอดภัย พวกพ้องของเรามีมากมายเหลือประมาณเทียบเท่ากองทัพราชาแห่งสวรรค์ กำลังพลจิ้งจอกต่างร่วมใจเป็นหนึ่ง รัชสมัยของท่านฮุ่ยเฟินเข้มแข็ง เกรียงไกร!”

ราชาฮุ่ยเฟิน! ราชาฮุ่ยเฟิน! เสียงจิ้งจอกเห่าหอนตามกัน จากตัวหนึ่งไปอีกตัว ราวกับว่าเป็นธรรมเนียมการส่งเสียงของสุนัข ด้วยความเคยชินของพวกเขาชื่นชอบการเยินยอหัวหน้าฝูง จวบจนนายท่านยกฝ่ามือข้างที่เหลืออยู่จากการจับคอปักษาขึ้นปัดป่ายไปมา

“พวกเจ้าอย่าเห่าหอนเสียงดังมากนัก จะเป็นที่เอิกเกริกในยามวิกาล”

“พวกข้าขออภัยที่ทำให้ท่านฮุ่ยเฟินรำคาญใจ” บุรุษร่างกำยำยกมือประสานไว้ข้างหน้าด้วยความเคารพยำเกรง “เพียงแต่การปกครองของเจ้านครปีศาจ ราชาจิ้งจอกผู้รวบรวมดินแดนให้เป็นปึกแผ่นเนิ่นนานนับสามหมื่นปีทำให้ข้าอดใจมิได้ ที่จะยกย่องสรรเสริญท่าน”

“ข้าไม่ถือสา ถึงพวกเจ้าจะส่งเสียงน่ารำคาญหูอยู่เป็นประจำ”

ทหารปีศาจคุ้มกันประตูหินสูงเสียดฟ้าเข้ามาคำนับเจ้าแห่งปีศาจ แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส

โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามนี้บ้านเมืองสงบสุขนัก มิได้เกิดศึกสงครามครั้งใหญ่ มีเพียงการทะเลาะวิวาทของปีศาจทั่วไป

ขณะสายตาหลายคู่เลื่อนมองไปยังปักษาเปื้อนโคลนในกรงเล็บสีนิลทั้งห้า ลมหายใจค่อย ๆ แผ่วเบาลง จะตายแหล่มิตายแหล่ ทหารยามยกมุมปากขึ้น ปรากฏเขี้ยวคมอย่างปีศาจ หางทั้งสามโบกไหวไปมา อีกตนหนึ่งเป็นหัวหน้าทหารยาม นับเป็นจิ้งจอกห้าหาง เจ็ดหาง ปีศาจนับสิบตนถึงกับน้ำลายสอ

“นางไม่ใช่เหยื่อ กินไม่ได้ ครั้นจะยกให้พวกเจ้าไปกัดแทะเล่น ข้าเกรงว่าไม่เหมาะสม...”

เมื่อท่านผู้นำเคยตกลงด้วยวาจาว่าจำต้องรักษากิริยา เหล่าทหารจึงเก็บเขี้ยวเล็บ ขณะที่หางยังโผล่พ้นเฉกเช่นราชาจิ้งจอกผู้มีหางสีนิลสนิทครบทั้งเก้าหาง แลดูสง่างามยิ่งนัก

“หากว่าพวกเจ้าหิว เข้าไปหาอะไรกินในเมือง เจ้าไปบอกสหายของเจ้ามาผลัดเฝ้าประตูเมืองเสีย ข้าอนุญาตให้ได้สักวันหนึ่ง”

“เป็นพระคุณของข้าน้อยขอรับนายท่าน! ข้าจะรีบดับกระหาย รีบกลับมาทำงานขอรับ”

ธรรมดาปีศาจมักหิวกระหายพลังวิญญาณอยู่เสมอ เรื่องปากท้องคงรอนานไม่ได้

ฮุ่ยเฟินตรวจตราประตูเมือง สั่งงานทหารยามจิ้งจอกเรียบร้อยดีแล้วจึงกลับเข้าห้องพักในจวนกว้าง พบองครักษ์เพิ่งปรากฏตนหลังกลุ่มเมฆาสีนิลสงบนิ่ง เหล่าจิ้งจอกล้วนแปลกใจ เหตุใดนายท่านอารมณ์ดีกว่าทุกวัน

“ข้าจะพานางไปอาบน้ำแปรงขน”

สิ้นคำนั้น จางเหว่ย ตงหยาง มองตามปักษาเปื้อนโคลน เนื้อตัวสั่นเทาเหลือกตาลนลานมองกลับไปทางพวกเขา องครักษ์ทั้งสามเป็นผู้ติดตามที่ดี ตามไปดูนายท่านนำถังไม้ใบหนึ่ง พลิกฝ่ามือเรียกน้ำใสสะอาดซึ่งไหลวนจากบ่อมรกตเข้ามาเป็นละอองสาย จุ่มนางลงไปทั้งตัว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
8.2
วชิตารีย์ยอมทำทุกอย่างแม้ต้องใช้กำลังบังคับเพื่อให้ได้แต่งงานกับรามิล ชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ ทว่าความเย็นชาที่เขาแสดงออกกลับย้ำเตือนว่ารักข้างเดียวไม่มีวันสมหวัง แม้จะพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลกจนท้อแท้หลายครา แต่เธอก็ไม่อาจตัดใจเดินจากไปได้ เมื่อหนทางปกติใช้ไม่ได้ผล เธอจึงตัดสินใจหันพึ่งพาศาสตร์แห่งเวทมนตร์และคาถาอาคมเพื่อมัดใจเขา หวังเพียงให้ชายผู้ไร้ความรู้สึกคนนี้ยอมเปิดปากเผยความในใจออกมาให้เธอได้ยินสักครั้งในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย เป้าหมายของฉัน คือการได้เป็นภรรยาเจ้าป่า (ฮาเร็ม)
9.1
เซียร่าต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อเธอปรารถนาจะเป็นภรรยาของเจ้าป่าผู้ทรงพลัง ทว่าสัญชาตญาณดิบของสิงโตนั้นไร้ซึ่งฤดูกาลที่แน่นอนและพร้อมจะประทุขึ้นได้ทุกเวลา ร่างกายอันบอบบางของเธอจะสามารถรองรับความต้องการอันมหาศาลและไร้ขีดจำกัดของเขาได้จริงหรือ? ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปรารถนาที่แสนอันตราย เธอต้องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของหัวใจและร่างกายเพื่อยืนหยัดเคียงข้างราชาแห่งพงไพรในฐานะคู่ชีวิตเพียงหนึ่งเดียว
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่เหนือราชาพยัคฆ์
9.4
ซูฮวาเดินทางข้ามมิติมายังยุคโบราณเหนือจินตนาการพร้อมร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ ทว่านางยังโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากราชาพยัคฆ์ผู้ลึกลับภายใต้หน้ากากทองคำ เขาคือบุรุษผู้ต้องคำสาปจากหินมรกตจนกลายร่างเป็นปีศาจและคืนร่างมนุษย์ได้เพียงชั่วครู่มานานนับสิบปี ราชาพยัคฆ์ยอมช่วยเหลือนางหลังนิมิตประหลาดเรื่องดาวหางพุ่งชนอกเผยให้เห็นเงาของสตรีชุดขาว แต่ซูฮวาต้องยอมทำสัญญาแลกเปลี่ยนเพื่ออิสรภาพและการกลับสู่โลกเดิมท่ามกลางกงล้อแห่งโชคชะตาที่ยากจะหลบหนี
หน้าปกนวนิยาย ซูเยว่ซินทะลุมิติ1970
9.4
เมื่อเชฟสาวฝีมือดีต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันเพียงเพราะโชคร้ายติดอยู่ในเหตุการณ์ปล้นธนาคารจนโดนลูกหลงเสียชีวิต วิญญาณของเธอกลับไม่ได้ไปสู่สุคติแต่ดันทะลุมิติย้อนเวลากลับไปยังยุคปี 1970 แทน ท่ามกลางความลำบากและสภาพสังคมที่แตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอจะใช้ทักษะการทำอาหารและไหวพริบที่มีเพื่อเอาตัวรอดในร่างใหม่และเริ่มต้นชีวิตครั้งที่สองในอดีตได้อย่างไร ติดตามการผจญภัยที่เต็มไปด้วยรสชาติและโชคชะตาที่พลิกผันได้ในเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์
8.0
มาวิน วิศวกรหนุ่มโสดทะลุมิติกลับไปยังชนบทอีสานปี 2528 ในร่างของชายอ้วนชื่ออำนาจ เขาพบว่าตนเองมีนิตยา หญิงสาวผู้อับโชคและถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์เป็นภรรยา ทั้งคู่ถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานเพียงเพราะต้องการหลานและเงินสินสอด โดยต้องใช้ชีวิตร่วมกันในกระท่อมกลางป่าที่ห่างไกลความเจริญ ท่ามกลางความกดดันที่ต้องมีทายาท มาวินกลับยืนกรานที่จะไม่ล่วงเกินเธอเพราะขาดความรัก ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความแปลกแยกจึงค่อยๆ พัฒนาไปสู่การเป็นเพื่อนคู่คิดที่พึ่งพากันในดินแดนทุรกันดารแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย
8.8
อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้