ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ห้ามรักน้องสาวคนโปรด

ห้ามรักน้องสาวคนโปรด

เมื่อพ่อแต่งงานใหม่และพาภรรยาพร้อมลูกสาวฝาแฝดเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกัน พี่ชายอย่างเขาจึงได้พบกับสองสาวที่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนวุ่นวาย ความน่ารักและท่าทางอ่อนแอของพวกเธอปลุกปั่นความรู้สึกอยากกลั่นแกล้งและครอบครองให้พุ่งพล่าน จนนำไปสู่ความสัมพันธ์แบบสามคนที่สุดแสนจะอันตรายและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทานไหว การเดิมพันด้วยหัวใจในความรักที่ถูกตราหน้าว่าต้องห้ามจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ตอน
แชร์

ตอน 2

“นิต้าเธออายุเท่าไหร่เหรอครับ?” เลอแปงยังคงให้ความสนใจกับน้องสาวคนใหม่ของเขาอยู่ เพราะด้วยใบหน้าที่น่ารักน่าชังนั้นของเธอ และท่าทางที่ขี้กลัวเหมือนกับนกน้อยที่เพิ่งเคยออกจากรังเป็นครั้งแรก ทำให้เขาสนใจในตัวเธอมากๆ

“ปีนี้เธออายุสิบแปดค่ะ” ผู้เป็นแม่ตอบ

“สิบแปดเองเหรอครับ ยังเด็กอยู่เลย …เฮียจะใจดีกับนิต้า ไม่ต้องกลัวเฮียนะครับ” เลอแปงพูดบอกกับน้องสาวของตนด้วยใบหน้ายิ้มเป็นมิตร แต่ทว่าเด็กสาวกลับรู้สึกว่าสายตาคู่นั้นของเขามันดูไม่ปลอดภัยสำหรับเธอเลยถึงแม้จะเห็นว่าเขายิ้มให้อยู่ก็ตาม

“…” สาวน้อยหลบตาลงเมื่อเผลอไปสบตาเข้ากับพี่ชายคนใหม่ที่เธอต้องทำความรู้จัก

“ขอบคุณนะคะคุณเลอแปง” คนเป็นแม่พูดขึ้น

“ไม่ต้องสุภาพกับผมขนาดนั้นหรอก เรียกผมว่าเลอแปง หรือแปงเฉยๆ ก็ได้ครับแม่” เจ้าของใบหน้าเป็นมิตรพูดขึ้นอย่างเปิดใจ พร้อมกับเรียกสมาชิกใหม่ว่าแม่เต็มปากเพื่อเอาใจทั้งเธอและลูกสาว

“ใช่ ไม่ต้องเรียกให้เกียรติมันขนาดนั้นหรอก พูดเป็นกันเองเถอะ ไหนๆ เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” คนเป็นพ่อพูดขึ้น

“ค่ะ..” วีพูดตอบรับอย่างเกรงใจ มือน้อยจับมือลูกสาวไว้แน่น เพราะไม่อยากให้เธอรู้สึกกลัวกับสถานที่ที่จะเป็นบ้านหลังใหม่และผู้คนแปลกหน้าที่ต้องกลายเป็นครอบครัวใหม่ของเธอทั้งคู่ในอนาคตข้างหน้านี้

“ทักทายเฮียเขาหน่อยสินิต้า…” คนเป็นพ่อพูดบอกกับสาวน้อยที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองลงพื้น

“…” (กล้าๆ กลัวๆ) 

“ทักทายเฮียเขาหน่อยสิลูก..” คนเป็นแม่พูดย้ำคำพูดเดิมของคนเป็นพ่ออีกครั้ง

“สะสวัสดีค่ะเฮีย” เด็กสาวพูดพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้อย่างมารยาทงาม

เสียงหวานนุ่มนวลของนิต้าทำให้คนที่ได้ยินนั้นยกยิ้มขึ้นอย่างชอบใจ “น่ารักจัง^^” เจ้าของใบหน้ายิ้มแย้มพูดขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปลูบหัวน้องสาวของเขาอย่างเอ็นดู

ห้องนอนของนิต้า…

คนเป็นแม่และป๊าของเธอเดินมาส่งเธอที่ห้องนอนส่วนตัวของเด็กสาวที่อยู่ในชั้นสองของเพ้นท์เฮ้าส์ ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ของสองหนุ่ม…

“ชอบห้องนี้หรือเปล่า ป๊าให้คนตกแต่งไว้ให้ น่ารักไหมครับ^^” ผู้เป็นพ่อพูดกับสาวน้อยที่ยังคงเกร็งๆ กับเขาอยู่ และดูเธอจะยังไม่ชินกับสถานที่แห่งนี้ ที่ดูหรูหราต่างไปจากบ้านเก่าอย่างกับนรกและสวรรค์

“..” เธอพยักหน้าเบาๆ อย่างเขินอายที่จะพูดคุยกับคนแปลกหน้า และยิ้มเล็กๆ เพื่อตอบแทนการใช้คำพูด

“หนูนอนคนเดียวได้ใช่ไหม…” คนเป็นแม่เอ่ยถามกับลูกสาวอย่างเป็นห่วง เพราะเธอสองคนไม่เคยต้องนอนแยกห้องกันเลย

“ทำไมที่นี่ถึงใหญ่จัง …แม่ต้อง ไปนอนอีกห้องเหรอคะ?” ความกว้างใหญ่และความหรูหราของที่นี่ทำให้เธอเกิดหวั่นใจขึ้น

“ใช่ครับ แต่ว่าเราก็ยังอยู่ในบ้านเดียวกันนะ แม่หนูไม่ได้ไปไหนไกลเลย แค่อยู่ห้องชั้นล่างที่เราอยู่เมื่อกี้นี้ไง” คนเป็นพ่อพูดขึ้นตอบแทนความสงสัยของสาวน้อย เพราะเขาต้องพาแม่ของเธอกลับไปอยู่ด้วยที่ห้องนอนส่วนตัวที่อยู่ชั้นแรกของเพ้นท์เฮ้าส์ในหลังที่เขาซื้อ

“ถ้าหนูกลัว คืนนี้ให้แม่นอนเป็นเพื่อนไหม?” คนเป็นแม่พูด

เด็กสาวนิ่งคิดไปก่อนจะมองหน้าป๊าของเธอและหญิงสาวผู้เป็นแม่ “ไม่เป็นไรคะ หนูนอนคนเดียวได้ แม่ไป.. นอนกับป๊าเถอะ” แม้ในใจจะมีความหวาดกลัวอยู่เต็มเปี่ยม แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะทำตัวเป็นเด็กงี่เง่าเอาแต่ใจ เพราะเธอกลัวว่าหากเป็นแบบนั้นแล้วเธออาจจะไม่เหลือใครเลยสักคนที่คอยเป็นเกาะป้องกันให้กับเธอ

“งั้นนิต้านอนพักผ่อนเถอะนะ เดี๋ยวใกล้ถึงอาหารค่ำแล้วป๊าให้คนขึ้นมาตาม” คนเป็นพ่อพูดบอกสาวน้อย ซึ่งเธอก็พยักหน้ารับกับคำสั่งนั้น ก่อนจะมองตามคนสองคนที่เดินออกไปจากห้องนอนของเธอจนลับสายตา

แม้ว่าบ้านหลังเก่าที่เธออยู่มันจะดูน่าอึดอัดและลำบากในการใช้ชีวิต แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้วที่แห่งนี้ก็ดูไม่ต่างกัน มันน่าอึดอัดจนทำให้เธอลำบากใจ จนยากที่จะขยับตัวเดินดูรอบห้อง เธอทำได้เพียงแค่นั่งนิ่งๆ อยู่ที่เตียงแบบนั้นและรอให้ถึงเวลาอาหารค่ำ

และก็มีอีกเรื่องสำคัญที่เธอต้องคิด คือเรื่องที่ป๊าใหม่จะส่งเธอเรียนซึ่งเธอเองก็สนใจกับเรื่องนั้นอยู่เช่นกัน เพราะเธอนั้นหยุดเรียนไปตั้งแต่จบมอต้น เนื่องจากพ่อและแม่ส่งเธอเรียนไม่ไหวเพราะความลำบากของที่บ้านในช่วงนั้น ซึ่งการกลับไปเรียนมอปลายในอายุที่มากกว่าเพื่อนร่วมชั้นแบบนี้ก็ทำให้เธอกังวลไม่น้อย เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนและโรงเรียนใหม่นั้นยังไง เมื่อถึงเวลาเปิดภาคเรียนที่เธอจะต้องเข้าไปเรียนในรั้วโรงเรียนไฮโซ สถานที่ที่แปลกใหม่ที่เด็กจนๆ อย่างเธอไม่เคยได้ย่างกายเข้าไป

“ไม่เป็นไรหรอกนิต้า มันไม่น่ากลัวหรอก” สาวน้อยพูดปลอบใจตัวเองพร้อมกับใช้มือตบใจที่สั่นระรัวให้สงบลง

ห้องนอนเลิฟ เวลาบ่ายสาม…

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังอยู่หลายครั้ง แต่ว่าเลิฟนั้นกลับไม่ได้ยินเสียงนั้นเลย เพราะเขากำลังใจจดใจจ่อคิดพอตนิยายเรื่องใหม่อยู่ และเขาก็ใช้หูฟังครอบหูเพื่อตัดเสียงรบกวนจากภายนอก แต่ทว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นก็รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะเข้าห้องของเลิฟผู้เก็บตัวได้

ติ๊งๆๆๆๆ!!

เสียงข้อความไลน์ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับแจ้งเตือนที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอทำงานของเลิฟที่บอกให้รู้ว่าเลอแปงนั้นต้องการเข้ามาหาเขาในห้องนอน

แก๊ก!

“มีอะไร!?” เลิฟเอ่ยถามกับคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง เมื่อเปิดห้องออกและเห็นว่าเลอแปงยืนอยู่

“น้องสาวเราน่ารักดีเนอะ มึงว่าป่ะ?” เลอแปงเบียดตัวเข้ามาด้านในห้องและทิ้งตัวลงนอนบนเตียงที่อยู่ใกล้กับโต๊ะทำงานของเลิฟ ก่อนจะพูดบอกประโยคเมื่อครู่กับเขาไป

“มึงเคาะประตูเรียกกู เพราะแค่จะพูดเรื่องลูกสาวของเมียใหม่พ่อเนี่ยนะ” เลิฟเอ่ยถามแฝดผู้น้องด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ เพราะเขากำลังทำลายเวลางานอันสำคัญโดยการพูดเรื่องไร้สาระแบบนั้นที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจเลยสักนิด

“เออ ก็กูตื่นเต้นนี่หว่า” 

“ตื่นเต้นอะไรของมึง กูยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรให้ตื่นเต้นเลย” เลิฟเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ทำงาน ก่อนจะทำเมินเฉยกับสิ่งที่เลอแปงพูดและสนใจกับงานเขียนที่ยังคิดพอตหลักเรื่องใหม่ที่กำลังจะสร้างไม่ออก

“มึงไม่คิดว่าน้องเราดูอ่อนแอ น่าแกล้งดีเหรอวะ” 

“…” ประโยคเมื่อครู่ที่เลอแปงพูดนั้นทำให้เลิฟต้องหยุดคิดตาม ก่อนจะจุดประกายบางอย่างขึ้นได้ในหัวเกี่ยวกับเรื่องงานของเขา “ว่าแต่ ลูกสาวของเมียใหม่ป๊าเราชื่ออะไรวะ?” 

“นิต้า น้องนิต้าของเฮีย^^” เลอแปงนอนกอดหมอนข้างและเกลือกกลิ้งอยู่บนที่นอนอย่างชอบใจ ด้วยความเอ็นดูที่มีต่อน้องสาวและในขณะเดียวกันตนก็คิดเรื่องสนุกมากมายที่อยากจะทำกับเธอผู้เป็นน้องอีกด้วย เพราะเขานั้นไม่เคยได้มีความรู้สึกและความสัมพันธ์เช่นนั้นมาก่อน ‘พี่ชายน้องสาว’ 

“นิต้า” ชื่อของเธอที่เลิฟได้ยิน ทำให้เขานั้นคิดไอเดียใหม่ๆ ในการทำงานขึ้นได้ “…ได้ชื่อนางเอกแล้ว งั้นเรื่องใหม่ก็เขียนแนวพี่น้องแล้วกัน” สิ้นเสียงพูดพรึมพรำของเลิฟ เขาก็หันหน้าเข้าหาจอคอมเพื่อทำงานที่รักต่อ โดยไม่สนใจว่าเลอแปงที่นอนอยู่บนเตียงข้างๆ จะพร่ำเพ้ออะไรอยู่

“เห้ย มึงฟังกูอยู่เปล่าเนี่ย!?” 

“หมดธุระก็ออกจากห้องกูไปได้แล้วไป กูจะทำงาน” ตอนนี้ไฟแห่งไอเดียกำลังวิ่งพล่านทั่วหัวของเลิฟ เขาจึงอยากที่จะรีบรังสรรค์งานชิ้นใหม่นี้ขึ้นมา

“งานกับกูมึงจะเลือกอะไร!?” เลอแปงลุกขึ้นยืนก่อนจะเอ่ยถามอีกคนด้วยท่าทางขึงขัง ก่อนที่แฝดผู้พี่จะหันมาตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“งาน!” 

“สัต!” 

สุดท้ายแล้วเลอแปงก็ต้องยอมเดินออกจากห้องมา เพราะทนกับความเย็นชาของคู่แฝดตัวเองไม่ไหว ซึ่งเขาก็รู้อยู่แล้วว่าจะได้ยินคำตอบเช่นนั้น แต่ก็เพียงอยากเอ่ยถามดูเผื่อว่าแฝดผู้พี่จะลดเรื่องความบ้างานลงไปแล้วบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่…

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักหวานของประธานจอมโหด
9.8
โชคชะตาเล่นตลกในคืนที่ลี่เฉิน ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากแดนมังกรเดินทางมาทำธุรกิจที่ไทย เมื่อการสลับคีย์การ์ดโดยบังเอิญนำพาเขาไปพบกับมิริน หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาที่กำลังตกที่นั่งลำบากเพราะถูกน้องสาวแท้ๆ วางยา ลี่เฉินเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือผู้หญิงขายบริการที่ถูกส่งมาปรนเปรอ ความผิดพลาดในค่ำคืนนั้นนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะย้อนกลับ กว่าความจริงจะปรากฏว่าเธอไม่ใช่คนอย่างที่เขาคิด ทุกอย่างก็สายเกินกว่าจะแก้ไขเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย (ไม่)ตั้งใจรัก
8.8
มาริสา สาวมั่นผู้มีสัมผัสพิเศษมองเห็นวิญญาณได้ แต่พลังนี้จะหายไปหากเธอมีความรัก เธอไม่เคยเชื่อว่าจะมีใครอยู่เคียงข้างเธอได้จริง จนกระทั่งได้พบกับ รัตติ ชายหนุ่มลึกลับผิวขาวจัดผู้มีดวงตาสีแดง เขาตามติดและพยายามพิชิตใจเธอทุกวิถีทาง แม้เธอจะปฏิเสธเพราะเขาไม่ใช่คนธรรมดาแต่เป็นแวมไพร์ผู้ทรงพลัง ทว่ารัตติกลับไม่ยอมแพ้และรุกหนักด้วยข้อเสนอสุดเร้าใจที่สั่นคลอนหัวใจเธอ ความรักต่างเผ่าพันธุ์ครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อหัวใจเธอเริ่มหวั่นไหวให้กับอมนุษย์
หน้าปกนวนิยาย พันธะร้ายเจ้านายเถื่อน (Series of my bad boy)
7.9
ภายใต้เงาของอำนาจมืดในโลกมาเฟียยุคใหม่ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตราหน้าหญิงสาวข้างกายว่าเป็นเพียงทาสรับใช้ที่ไร้ทางสู้ เขาบีบบังคับให้เธอต้องยอมสยบต่อคำสั่งทุกอย่างโดยไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง สถานะอันต่ำต้อยกลายเป็นพันธะร้ายที่จองจำเธอไว้ในกรงขังแห่งความเถื่อนทราม ท่ามกลางความตึงเครียดและบรรยากาศที่กดดัน เธอต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดในฐานะขี้ข้าผู้ภักดีเพียงแค่ในนามเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย กรงรักราชาทมิฬ
8.7
ชีคซาฮิม อัล ฟาร์ฮาน ผู้ป่าเถื่อนและเย็นชา หวังใช้ พรีมรตา เป็นเครื่องมือแก้แค้นศัตรูอย่างราเชล เขาตั้งใจแผดเผาเธอด้วยไฟพิศวาสเพียงเพื่อความสะใจ แต่พรีมรตาที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเมียศัตรูกลับสั่นคลอนหัวใจแกร่งอย่างไม่คาดคิด แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใด ชีคหนุ่มกลับยิ่งรุกรานหวังครอบครองร่างและวิญญาณของเธอให้ลืมชายอื่น เมื่อความจริงเปิดเผยว่าเขาคือคนแรกของเธอ ชีคจอมอหังการจึงพร้อมแหกทุกกฎเกณฑ์เพื่อรั้งตัวประกันที่เขารักสุดหัวใจไว้ในกรงเสน่หาตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาแสนร้ายของพายัพ
9.2
อังศุมาลีไม่ใช่ภรรยาที่ยอมคนง่าย แม้พายัพจะใช้รูปถ่ายสำคัญของแม่มาข่มขู่ให้เธอต้องยอมก้มหัวขอโทษ แต่ความแสบสันของเธอก็ทำให้เขาต้องจดจำ เมื่อสบโอกาสเธอจึงเอาคืนพายัพด้วยแม่ไม้มวยไทยจนเขาสลบเหมือดคาที่ แม้พายัพจะพยายามโต้กลับด้วยเล่ห์เหลี่ยมสัญญาหย่าร้าง ทว่าความรุนแรงและไหวพริบของอังศุมาลีกลับเหนือชั้นกว่ามาก การปะทะกันระหว่างสามีจอมบงการกับภรรยาสายโหดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครยอมใครในสงครามประสาทครั้งนี้