ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ห้ามรักน้องสาวคนโปรด

ห้ามรักน้องสาวคนโปรด

เมื่อพ่อแต่งงานใหม่และพาภรรยาพร้อมลูกสาวฝาแฝดเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกัน พี่ชายอย่างเขาจึงได้พบกับสองสาวที่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนวุ่นวาย ความน่ารักและท่าทางอ่อนแอของพวกเธอปลุกปั่นความรู้สึกอยากกลั่นแกล้งและครอบครองให้พุ่งพล่าน จนนำไปสู่ความสัมพันธ์แบบสามคนที่สุดแสนจะอันตรายและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทานไหว การเดิมพันด้วยหัวใจในความรักที่ถูกตราหน้าว่าต้องห้ามจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“…เริ่มเรื่องยังไงดีวะ?” เลิฟนักเขียนนิยายอีโรติกพูดขึ้นถามกับตัวเอง ถึงพอตเรื่องของนิยายเรื่องใหม่ที่เขาต้องการจะสร้างโครงสร้างของเรื่องขึ้น เพราะนี่เป็นแนวใหม่ที่เขายังไม่เคยลองทำ

“น้ำหนัก ส่วนสูง ขนาดเท่าไหร่ดีวะ?” เขากำลังให้ความสนใจกับภาพลักษณ์ของตัวละครใหม่ ว่านางเอกในเรื่องนั้นต้องมีรูปร่างหน้าตา น้ำหนักส่วนสูง รวมไปถึงสัดส่วนของร่างกายอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อจะใช้มันมาประกอบการวาดรูปปกและสร้างภาพจินตนาการในหัวได้ เพราะเขาต้องการให้เธอนั้นมาเป็นตัวเอกของเรื่องนี้

นอกจากเขาจะมีความสามารถในการเขียนนิยายแล้ว ภาพปกของผลงานทุกชิ้นก็ยังถูกสร้างขึ้นจากมืออันมีพรสวรรค์ของเขา มันเลยจำเป็นที่จะต้องเห็นภาพของตัวละครชัดเจนภายในหัว เพื่อที่จะวาดออกมาให้สมจริง

“เด็กนั่นหน้าตาเป็นยังไงวะ ไม่ได้ตั้งใจมองซะด้วย” และการที่เขาสงสัยในใบหน้าของน้องสาวก็ทำให้เขามีไอเดียดีๆ ผุดขึ้นในหัวไม่หยุด…

ห้องนอนนิต้า…

ก๊อกๆ

“…!” สาวน้อยเปิดประตูออกก็ต้องตกใจที่เห็นว่าคนน่าบึ้งที่เธอกลัวมาเคาะประตูห้องของเธอ ซึ่งท่าทางของเขาดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย

“สูงเท่าไหร่?” คนที่ยืนอยู่หน้าประตูเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นหน้าน้องสาว

“คะ?” 

“…” จ้องหน้านิ่งรอคำตอบ

“สะสูงร้อยห้าสิบเก้าค่ะ” 

“น้ำหนัก?” 

“เอ่อ น้ำหนักเหรอคะ? สี่สิบสองมั้งคะ” 

“แล้วสัดส่วนเท่าไหร่” เลิฟยังคงตั้งหน้าตั้งตาถาม และให้ความสนใจกับใบหน้าของเธออย่างไม่ละสายตา เพราะเขาต้องใช้มันเพื่อจินตนาการในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน

“สัดส่วนคือ อะไรเหรอคะ?” สาวน้อยเอ่ยถามด้วยท่าทางที่ไม่เข้าใจ ถึงแม้เธอจะได้รับการศึกษามาถึงระดับมอสาม แต่ความรู้ที่เรียนมาเมื่อสามปีก่อนเธอก็คืนมันให้กับโรงเรียนเก่าไปหมดแล้ว ด้วยความเป็นเด็กหัวไม่ดีและความจำสั้น 

“อก เอว สะโพก?” เลิฟวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของร่างเล็กตรงหน้า ใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กสาวที่สวมใส่เสื้อผ้าเก่าๆ นั้น ทำให้เขาเริ่มสนใจในตัวเธอมากขึ้น และในขณะเดียวกันนั้น ในหัวของเขาก็คิดเรื่องมากมายเกี่ยวกับเธอ ผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจในพอตนิยายเรื่องใหม่นี้

“หนูไม่รู้ค่ะ..” สาวน้อยตอบด้วยท่าทางหวาดกลัว

เลิฟทำหน้าเซ็งๆ เมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่ได้ตั้งใจเดินมาฟัง แต่เขาก็ไม่อาจที่จะเลิกค้นหาคำตอบได้ “…งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน” 

คนตัวสูงยื่นมือไปจับเอวบางของเด็กสาวอย่างตั้งใจ เพื่อที่จะวัดขนาดส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายเธอ 

“จะ จะทำอะไรคะ?” เจ้าของเสียงหวานพูดอย่างสั่นกลัว แต่ก็ไม่กล้าที่จะผลักร่างของเขาออก เพราะกลัวว่าจะทำคนหน้ากลัวอารมณ์เสีย เลยได้แต่ยืนเกร็ง และปล่อยให้เขาได้ลูบคลำร่างกายของเธอเพื่อตอบคำถามกับความสงสัยนั้น

“ผอมจัง” ความผอมบางของสาวน้อยทำให้คนหน้าบึ้งต้องพูดมันออกมา “เอวน่าจะสักยี่สิบเอ็ด หรือยี่สิบสองล่ะมั้ง” เมื่อได้คำตอบ มือหนาก็ลากลงต่ำเพื่อวัดในส่วนต่อไป

หมับ!

“…!” 

“สะโพกนี่วัดยากจัง? .. แต่ก็น่าจะสักสามสามแหละ หรือสามสี่?” เลิฟเอ่ยถามกับตัวเอง ก่อนที่มือจะลากขึ้นบนแต่ก็ต้องหยุดมือไว้เพราะเห็นว่าสาวน้อยผู้อ่อนแอนั้นกำลังร่ำไห้ให้กับการกระทำของตนอยู่

“ฮึกๆ” 

เลิฟเลือกที่จะเอ่ยถามเธออีกครั้ง เพื่อให้เธอตอบคำถามนั้นโดยที่เขาไม่ต้องสำรวจมันด้วยตนเอง เพราะเห็นว่าสาวน้อยกำลังหวาดกลัว “ใส่เสื้อในคัพอะไร” 

“คัพ คืออะไรคะ? ฮึกๆ” 

“ขนาด สามสอง สามสี่ หรือสามหก หรือใหญ่กว่านั้น?” เขาพยายามลงรายละเอียดและพูดให้เธอเข้าใจในคำถามมากขึ้น

“สะ สามสี่ค่ะ ฮึกๆ” 

และเมื่อได้คำตอบจากสาวน้อยเขาก็ผลักเธอเข้าห้องและดึงประตูปิดทันที เพราะสิ่งที่เขาต้องการรู้นั้น เขาได้รู้มันจนหมดแล้ว ส่วนใบหน้าของเธอเขาก็โฟกัสมันอยู่ตลอดในช่วงที่ยืนอยู่หน้าห้องจนจดจำได้ทุกรายละเอียด…

ผลั๊ก! ปึ้ง!

“ฮึกๆ น่ากลัวจัง” 

ห้องทานอาหารมื้อค่ำ…

นี่เป็นอาหารค่ำมื้อแรกที่สองแม่ลูกได้นั่งทานร่วมโต๊ะกับครอบครัวใหม่อย่างเป็นทางการ “แล้วไอเลิฟไม่มากินข้าวหรือไง?” เสียงผู้เป็นพ่อเอ่ยถามกับเลอแปง

“มันเคยออกจากห้องที่ไหนล่ะป๊า เดี๋ยวดึกๆ ก็คงออกมาหาอะไรกินเองนั่นแหละ” เลอแปงตอบพ่อของเขาอย่างรู้ใจคู่แฝดของตน

“งั้นก็ตักข้าวได้เลย…” เสียงเข้มของชายเจ้าของบ้านพูดบอกกับสาวใช้ทั้งสองคนที่คอยอยู่ประจำและคอยดูแลความเรียบร้อยที่เพนท์เฮ้าส์หรูแห่งนี้

“กินเยอะๆ นะ^^” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างสาวน้อย พูดบอกกับเธออย่างตื่นเต้น และยิ้มให้เธออยู่ตลอดเวลา ซึ่งคนเป็นพ่อที่ได้เห็นแบบนั้นก็โล่งใจที่ลูกชายของตนนั้นเปิดใจรับน้องสาวต่างพ่อต่างแม่นี้ แถมยังดูจะเอ็นดูเธอมากอีกด้วย

“กินเยอะๆ นะนิต้า หนูผอมมากเลย” คนเป็นพ่อพูดขึ้น

“ค่ะ..” สาวน้อยยังคงตอบรับเสียงอ่อย ด้วยท่าทางที่ยังเกร็งๆ ต่อคนแปลกหน้าทั้งสอง

“ที่นี่มีสระว่ายน้ำ แล้วก็สวนบนดาดฟ้าตึกด้วยนะ เผื่อหนูอยากจะออกไปรับลมด้านนอก” ป๊าคนใจดีพูดบอกกับเด็กสาว เพราะคิดว่าเธอน่าจะอยากเห็นและชอบสิ่งสวยงามนั้น

“อยากไปดูไหม เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วเฮียพาไปดู” เลอแปงพูดขึ้นเพื่อรับอาสา แต่กลับโดนสาวน้อยส่ายหัวปฏิเสธในทันที ซึ่งท่าทางของเธอที่เขาเห็นนั้น มันยิ่งทำให้เขาเอ็นดูเธอมากขึ้น “ไม่เป็นไร งั้นถ้าอยากไปแล้วค่อยบอกเฮียแล้วกันนะ” 

“ค่ะ..” สาวน้อยแปลกใจกับความใจดีนั้นของเลอแปงที่กำลังแสดงออกต่อเธออยู่ แต่ท่าทางของเขานั้นก็ทำให้เธอผ่อนคลายลงได้บ้าง และก็เผลอคิดไปว่าเขาดูเป็นมิตรกว่าพี่ชายของเธออีกคน ทั้งที่ความจริงแล้วนั้น ทั้งคู่ร้ายไม่ต่างกันเลย เพียงแค่แสดงออกกันคนละแบบก็เท่านั้น

“^^” (น่ารักจังวะ) เลอแปงยิ้มไม่หยุดกับเสียงหวานของน้องสาวที่พูดตอบกลับเพียงแค่สั้นๆ

ห้องนอนเลิฟในเวลาเดียวกัน…

กึก กึก กึก กึก!

เสียงกดแป้นพิมพ์ดังอยู่ในห้องอย่างไม่ขาดสายเพราะตอนนี้ไอเดียการสร้างสรรค์ผลงานของเลิฟกำลังหลั่งไหลเข้าหัวไม่หยุด “เรื่องนี้ต้องดังอีกแน่…” 

เลิฟพูดชื่นชมกับผลงานของตัวเอง เมื่อเขียนพอตเรื่องมาได้เกินครึ่งเรื่อง เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อยืดเส้นยืดสายก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนเพื่อใช้จินตนาการ ในการคิดงานและฉากรักที่จะใส่ไปในนิยายเรื่องนี้ 

“ให้ชื่อเรื่องว่าอะไรดีวะ …น้องสาวที่รัก น้องสาว… เอ่อ น้องสาวคนโปรด หรือ… ห้ามรัก น้องสาวคนโปรด เหี้ย! อันนี้ได้..” 

เลิฟเด้งตัวขึ้นจากเตียงเพื่อจดไอเดียชื่อนั้นไว้ เพราะสิ่งที่เขาคิดได้เป็นไอเดียที่บันเจิดมากๆ “หนูนิต้า นางเอกคนใหม่ของเฮีย” 

เลิฟพูดขึ้นถึงตัวละครนางเอกคนใหม่ ที่เขากำลังจะสร้างเธอขึ้นในจินตนาการ ซึ่งนิยายทุกเรื่องที่เขาเขียนนางเอกแต่และเรื่องจะต้องอยู่ในหัวและจินตนาการของเขาเป็นเวลายาวนานเกือบครึ่งปีหรืออาจยาวกว่านั้นขึ้นอยู่กับว่านิยายจะมีภาคต่อหรือเปล่า และที่ผ่านๆ มาเขาเองก็รู้สึกรักและผูกพันตัวละครทุกตัวที่เขาสร้างขึ้น ไม่ว่าเรื่องนั้นจะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งหรือไม่ก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยอยากให้แต่ละเรื่องนั้นจบลงเลย สิ่งนั้นมันทำให้เขายิ่งอยากที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไม่ทำให้สมองของตัวเองนั้นว่าง

เขาเป็นนักเขียนมายาวนานถึงห้าปี โดยที่เก็บตัวตนที่แท้จริงไว้ และสร้างนามปากกานักเขียนที่มีชื่อว่า (•คุงฮะ• / หรือนักเขียนคุง) ขึ้นมา ซึ่งเขาก็เป็นนักเขียนนิยายอีโรติกที่โด่งดังมากๆ และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ทำงานทำการ เขาก็มีเงินใช้ไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว เพราะฐานะที่บ้านที่ป๊าของเขาปูทางไว้ให้ แต่นั่นก็เป็นงานที่เขารักเขาเลยทำมันโดยที่ไม่ได้หวังค่าตอบแทนสูง เพียงแค่อยากจะระบายสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาเป็นตัวหนังสือก็เท่านั้น แต่นั่นกลับสร้างรายได้ให้กับเขาอย่างมหาศาล

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GND” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GND
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย วานรักวันชัง
9.2
หญิงสาวผู้มอบหัวใจและมวลความรู้สึกให้ชายคนหนึ่งด้วยความซื่อสัตย์และถ่อมตัวเสมอมา ทว่าฝ่ายชายกลับมองความรักนั้นเป็นเพียงเครื่องมือในการแก้แค้น เขาจงใจวางแผนล่อลวงให้เธอตกหลุมรักเพื่อหวังทำลายชีวิตเธอให้พังทลายลง ท้ายที่สุดความภักดีที่เธอมีให้กลับถูกตอบแทนด้วยการดูถูกเหยียดหยามอย่างเลือดเย็น เมื่อเขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายอย่างไร้ความปรานี โดยไม่เหลือเยื่อใยหรือความสงสารให้แก่กันแม้แต่นิดเดียว
หน้าปกนวนิยาย อวบอยู่ไหนจ๊ะ
9.7
อาทิตยาหลงรักคำเรียกขานว่าอวบจากคิง ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยฐานะแต่ติดดินอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เธออยากเปลี่ยนตัวเองให้ผอมเพรียวเพื่อความสวยงาม แต่เขากลับแสดงความโกรธเกรี้ยวและสั่งห้ามไม่ให้เธอลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาด เพราะเขาหลงใหลในตัวตนที่เธอเป็น ความสัมพันธ์ยิ่งลึกซึ้งเมื่อคิงยอมขัดใจครอบครัวและฝ่าความเหนื่อยล้าจากการรับแขกเพื่อมาหาเธอในยามดึก เพียงเพราะอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความอบอุ่นละมุนหัวใจที่เขาคอยเติมเต็มให้สาวอวบอย่างเธอเสมอมา
หน้าปกนวนิยาย พี่ชายขาอย่าหื่นกับหนูนักเลย
8.2
ยิ้มใสตัดสินใจรวบรวมความกล้าเพื่อถามความในใจกับธีรวัชร ชายหนุ่มผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือชีวิตเธอไว้ ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับทำร้ายความรู้สึกอย่างรุนแรงจนเธอแทบหมดหวัง ก่อนที่จะต้องแยกทางกันไป เธอจึงเลือกมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดอย่างพรหมจรรย์ให้แก่เขาเพื่อเป็นความทรงจำสุดท้าย แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างไม่คาดฝัน เมื่อเธอกับเขาต้องกลับมาพบกันอีกครั้งในสถานะใหม่ที่กลายเป็นพี่ชายกับน้องสาวซึ่งยากจะหลบหนีความจริงนี้พ้น
หน้าปกนวนิยาย ฤาจะไร้ใจ
9.0
การหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกันอีกครั้งอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหัวใจที่บอบช้ำ เพราะการเผชิญหน้ามีแต่จะสร้างความทรงจำใหม่ๆ ที่ตอกย้ำความรู้สึกเดิมให้ยิ่งฝังลึก ในความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้วนั้น ดูเหมือนว่าคนที่ยังคงติดอยู่ในวังวนของอดีตและไม่สามารถลบเลือนภาพความทรงจำเก่าๆ ออกไปได้ จะต้องเป็นฝ่ายที่แบกรับความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เพียงลำพังเสมอ การเลือกที่จะหันหลังให้กันจึงเป็นวิธีเดียวที่ช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลในใจต้องเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ปารีสพิศวาสหวาม
9.3
เมื่อเอริค มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยถูกปฏิเสธ ต้องมาเผชิญหน้ากับอลิชชา หญิงสาวธรรมดาที่แสนพยศและไม่ยอมศิโรราบให้แก่เขาโดยง่าย เขาจึงงัดเล่ห์เหลี่ยมและเสน่หาอันเจนจัดมาล่อลวงเพื่อดึงเธอเข้าสู่กรงพิศวาส แม้เขาจะปั้นดินให้เป็นดาวและมอบความหรูหราให้เพียงใด แต่อลิชชากลับพยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดของอสูรร้ายในร่างเทพบุตร เพราะเธอไม่อาจยอมเป็นเพียงทาสสวาทท่ามกลางผู้หญิงมากมายที่รายล้อมเขา ท้ายที่สุดเล่ห์กลของเขาจะสามารถสยบหัวใจที่แข็งกร้าวของเธอได้หรือไม่