ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณอาขา (อัญญาณี)

คุณอาขา (อัญญาณี)

ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ ณัฏฐลักษณ์ สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีพยายามเบียดกายเข้าหาโจนาธาน ผู้ปกครองหนุ่มเพื่อขอไออุ่น แม้เธอจะสวมเสื้อโค้ทหนาเตอะแต่ความเย็นก็ยังทำให้ขนลุกชัน การใกล้ชิดอย่างไม่เดียงสาของเด็กในปกครองกลับกลายเป็นการจุดไฟราคะในตัวชายหนุ่มให้ร้อนรุ่มจนแทบคลั่ง ยิ่งสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นเบียดเสียดแขนกำยำ โจนาธานยิ่งต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบอย่างหนักหน่วง เขาเฝ้าถามตัวเองว่าจะทนต่อความปรารถนาที่มีต่อสาวน้อยผู้นี้ได้นานแค่ไหนก่อนที่ตบะจะแตกซ่าน
ตอน
แชร์

ตอน 1

1

สวัสดีค่ะคุณอา

คุณอาเป็นยังไงบ้างคะ สบายดีหรือเปล่า กุ๊กสบายดีค่ะ ต้องขอโทษคุณอาด้วยนะคะที่ไม่ได้เขียนจดหมายมาหาคุณอาหลายเดือน ช่วงนี้กุ๊กยุ่งๆ ค่ะ ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องการทำหนังสือเดินทาง แต่ดีหน่อยที่คุณอาช่วยเหลือเรื่องวีซ่า ไม่อย่างนั้นกุ๊กคงไม่ได้ไปหาคุณอาแน่ๆ เลยค่ะ

กุ๊กตื่นเต้นที่สุด เดือนหน้ากุ๊กก็จะได้เจอคุณอาแล้ว ไม่รู้ว่าคุณอายังจำกุ๊กได้หรือเปล่า เพราะครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน ตอนนั้นกุ๊กเรียนอยู่ม.6 มันก็สี่ปีแล้วนะคะที่เราไม่ได้เจอกัน กุ๊กคิดถึงคุณอามากๆ เลยค่ะ ทั้งตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอคุณอาและได้ไปเมืองนอกเป็นครั้งแรกในชีวิต

กุ๊กมีเรื่องยินดีจะบอกคุณอาด้วยนะคะ กุ๊กได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งค่ะ กุ๊กเก่งหรือเปล่าคะคุณอา กุ๊กเรียนเก่งอย่างนี้แล้วคุณอาจะให้อะไรเป็นของขวัญคะ อ้อ...อีกอย่างนึงที่กุ๊กจะอวดคุณอา ตอนนี้กุ๊กพูดภาษาอังกฤษเก่งขึ้นมากแล้วนะคะ อาจารย์ยังบอกเลยว่าฉายเดี่ยวได้แล้ว ทีนี้กุ๊กก็จะได้คุยกับคุณอาได้เสียที

กุ๊กรบกวนคุณอาแค่นี้นะคะ เดือนหน้าเจอกันค่ะคุณอา

รักคุณอาค่ะ

น้องกุ๊ก

โจนาธานอ่านเนื้อความในกระดาษจดหมายสีชมพูด้วยรอยยิ้ม จดหมายฉบับนี้ทิ้งห่างจากฉบับที่แล้วร่วมสามเดือน จะมีใครรู้หรือไม่ว่าคนอย่าง โจนาธาน แมคเคนซีจะเฝ้ารอจดหมายของสาวน้อยวัยละอ่อนนามว่า ณัฏฐลักษณ์ อัศวนันท์ หรือน้องกุ๊กทุกวัน ครั้นจะเขียนจดหมายไปหาเองก็ไม่ถนัดนัก เพราะโจนาธานไม่ถนัดเขียน ถนัดพูดซะมากกว่า

เขายกกระดาษจดหมายฉบับนั้นขึ้นสูง ก่อนจะมาแนบตรงปลายจมูกแล้วสูดดมกลิ่นหอมจากแป้งเด็กที่เธอเทใส่ไว้ในซองจดหมายอย่างเช่นทุกครั้ง มันช่างชื่นใจเหลือเกิน กลิ่นแป้งยี่ห้อนี้ติดจมูก ติดอยู่ในจิตใจและความรู้สึกของเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สูดดม ประหนึ่งว่าเขากำลังจุมพิตแก้มหอมๆ ของเจ้าของจดหมายก็ไม่ปาน

จดหมาย คือการสื่อสารระหว่างคนที่อยู่สหรัฐอเมริกากับคนที่อยู่เมืองไทย ณัฏฐลักษณ์ในเวลานั้นพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง ไม่คล่องหรือจะพูดได้ว่า สื่อสารกับชาวต่างชาติไม่ได้เลย แม้ว่ามารดาของเธอจะได้สามีใหม่เป็นชาวอเมริกัน ทว่าแมทธิวพูดภาษาไทยได้ดีมาก จึงสื่อสารกับเธอเป็นภาษาไทยทุกคำ ณัฏฐลักษณ์จึงไม่ใส่ใจเรียนภาษาอังกฤษเท่าใดนัก

จนกระทั่งมารดากับพ่อเลี้ยงประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ในวันที่เดินทางไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด โจนาธานน้องชายแมทธิวรีบรุดมาเมืองไทยหลังจากทราบข่าวว่าพี่ชายได้รับอุบัติเหตุอาการสาหัส พอมาถึงคนที่กำลังใกล้จะเสียชีวิตพูดฝากฝังณัฏฐลักษณ์ที่แมทธิวรักไม่ต่างกับลูกไว้กับโจนาธาน พอน้องชายรับปากแมทธิวก็หมดลมหายใจ จากโลกนี้ไปอย่างไร้ความกังวล

ในเวลานั้นณัฏฐลักษณ์ในวัย 12 ปีเหมือนเรือที่ลอยคว้างกลางทะเล หาที่พึ่งไม่ได้ ทว่ายังดีที่เธอยังมีโจนาธาน อาหนุ่มที่เข้ามาดูแลทั้งเรื่องความเป็นอยู่และการเรียน แรกๆ ทั้งคู่แทบจะไม่คุยกันเลย เพราะสื่อสารกันคนละภาษา สนทนาผ่านล่ามเท่านั้น และในอีกหนึ่งเดือนต่อมา โจนาธานได้เดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากจัดการเรื่องหลานสาวนอกไส้เสร็จสิ้น

โจนาธานจะมาเยี่ยมณัฏฐลักษณ์ปีละสองครั้งนานหกปี เขาจึงมีความคิดว่า สมควรที่จะให้หญิงสาวเรียนภาษาอังกฤษได้แล้ว เขาจึงจ้างครูสอนภาษามาสอนเธอเป็นการส่วนตัว และนับตั้งแต่นั้น ณัฏฐลักษณ์เริ่มเขียนจดหมายมาหาตน เพราะถือว่าเป็นการฝึกปรือเรื่องการเขียนอ่านไปในตัว

“ชื่นใจจัง” คนที่สูดดมจดหมายพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะพับจดหมายให้อยู่ในรูปเดิม สอดเก็บเข้าไปในซองจดหมายที่มีแป้งฝุ่นโรยอยู่ด้านใน จากนั้นก็ไปรวมเก็บไว้ในกล่องไม้ใต้โต๊ะทำงานที่มีจดหมายหลายสิบซองซ้อนทับในนั้น แล้วยังมีดอกกุหลาบแห้งหลายสิบดอกวางอยู่ในกล่องไม้กล่องนั้นด้วย เป็นดอกกุหลาบที่เขาและเธอช่วยกันปลูก

จากนี้ก็รอเวลาที่เขาและเธอจะได้พบกันครั้งแรกในรอบสี่ปี...

หนึ่งเดือนต่อมา

“จอนคะ จอน” เสียงร้องปานขาดใจดังลอดผ่านปากของสาวร้อนแรงแห่งปี โมนิก้า ฟรองซัวส์ นางแบบสาวลูกครึ่งอเมริกัน-ฝรั่งเศสที่นอนร่างสั่นสะเทือนอยู่ใต้ร่างหนาที่เคลื่อนไหวอย่างดุดัน ไม่ปรานีร่างสาวที่บิดเร้า ร้องเรียกหาความสุขไม่ขาดปาก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้ง ส่งผลให้พายุอารมณ์ของโจนาธานสะดุดลงกลางคัน แต่ทว่าเขายังควบขี่เหนือร่างระหงเร็วรี่ หวังว่าตนเองจะเดินทางไปยังสวรรค์เบื้องบนเร็วๆ ทว่า...

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูยังคงดังไม่หยุด

“โธ่โว้ย!...อะไรนักหนาวะ”

เจ้าของห้องสบถออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อตนเองตกสวรรค์เอาดื้อๆ ดึงร่างของตนเองออกห่างร่างอ่อนระทวยของคู่ขาสาว ก้าวลงจากเตียงก่อนจะคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับร่างล่อนจ้อนของตัวเอง

“มีอะไรไซลัส ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนมึงเจ็บตัวแน่”

โจนาธานพูดใส่หน้าเจ้าของมือที่เคาะประตู ส่งสายตาดุๆ ไม่พอใจให้ไซลัส แต่คนที่อยู่นอกห้องหาได้เกรงกลัว เพราะคิดว่าเรื่องที่ตนจะบอกเจ้านายขี้โมโหของตนนั้นนั้น สำคัญกับโจนาธานมาก

“คุณจอนต้องไปรับคุณกุ๊กที่สนามบินนะครับ ลืมหรือเปล่าครับคุณจอน” ไซลัสตอบเจ้านายหนุ่มสุดหล่อ

“ตายห่า...ลืมไปเลย” โจนาธานอุทานเสียงดัง หน้าตาตื่นตกใจ “นายไปรอข้างล่าง อีกยี่สิบนาทีฉันจะลงไป” เขารีบปิดประตูทันทีที่สั่งลูกน้องเสร็จ

“มีอะไรคะจอน” โมนิก้าลุกขึ้นนั่ง คว้าผ้าห่มมาปกปิดร่างกาย มองดูท่าทางรีบร้อนของเขาด้วยความสงสัย

“ฉันมีธุระด่วน เธอใส่เสื้อผ้าแล้วกลับบ้านไปได้เลย” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ เดินเข้าไปในห้องน้ำรีบอาบน้ำแล้วออกมาแต่งตัวกะจะให้เสร็จภายในสิบห้านาที

“คุณจะไปไหนคะจอน” เธอเอ่ยถามเมื่อเห็นโจนาธานแต่งตัวอย่างเร่งรีบ ซึ่งไม่ใช่นิสัยของเขาเลย

“ฉันต้องไปรับกุ๊กที่สนามบิน”

เขาตอบไปแต่งตัวไป เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นในสมองของเธอทันที กุ๊กคือใคร มีความสำคัญอะไรที่โจนาธาน แมคเคนซีต้องไปรับด้วยตัวเอง

“ใครคะกุ๊ก” โมนิก้าย้อนถาม

“ไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะต้องรู้ เธอแต่งตัวเสร็จแล้วก็กลับอพาร์ตเม้นต์ของเธอซะ” คนที่กำลังง่วนกับการแต่งตัวสั่งอีกครั้ง

หลังจากที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เจ้าของห้องก็เร่งฝีเท้าไปยังประตูห้อง เปิดออกกว้างแล้วเดินออกไปทันที ปล่อยให้คนที่อยู่ในห้องจมอยู่กับความสงสัยเพียงลำพัง

“ใครนะกุ๊ก” โมนิก้าพูดเหมือนถามตัวเอง กุ๊กเป็นใครกัน อาจจะเป็นลูกค้าคนสำคัญที่โจนาธานต้องดูแล หรืออาจจะเป็นหญิงคนใหม่ของเขาก็เป็นได้ เพราะเขาเปลี่ยนคู่ควง คู่นอนเป็นว่าเล่น ความอยากรู้บวกกับไม่ต้องการให้ตนเองกระเด็นออกมาจากตำแหน่งคู่ควงคนใหม่ของชายผู้โด่งดัง คิดได้ดังนั้นนางแบบสาวรีบเด้งตัวลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเร็วๆ ออกไปจากห้อง ตามหลังโจนาธานไปติดๆ งานนี้เธอต้องรู้ให้ได้ว่า กุ๊กคือใคร

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คนนี้...พ่อเลี้ยงขอ
8.0
ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา พ่อเลี้ยงดูแลฟูมฟักลูกพุทราประดุจสมบัติล้ำค่า ทว่าเมื่อเด็กสาวเติบโตขึ้น เขากลับเลือกที่จะหนีไปเพื่อซ่อนความรู้สึกลึกซึ้ง แต่แล้วความใจเย็นก็มอดไหม้เป็นไฟโทสะ เมื่อได้รับข่าวว่านกน้อยในกรงทองกำลังจะย้ายไปอยู่กับชายอื่นในฐานะคนรัก ความรักที่เปรียบดั่งสายน้ำที่ขาดไม่ได้กำลังทำให้เขาคลั่ง พ่อเลี้ยงจึงไม่อาจทนอยู่เฉยและพร้อมจะทำทุกทางเพื่อทวงคืนลูกบุญธรรมสาวที่เขาแอบรักมาเนิ่นนานไม่ให้ตกเป็นของใครหน้าไหนทั้งนั้น
หน้าปกนวนิยาย ชิงรัก
9.8
ชเนตตีวางแผนแย่งชิงไอศูรย์มาจากน้องสาวต่างมารดาด้วยความอิจฉา เธอตั้งใจวางยานอนหลับเพื่อจัดฉากว่ามีความสัมพันธ์กัน ทว่าความผิดพลาดทำให้ยาที่ใช้กลายเป็นยาปลุกกำหนัดแทน จนเกิดความสัมพันธ์ทางกายขึ้นจริง แม้เธอจะได้แต่งงานกับเขาตามที่หวัง แต่ชีวิตคู่กลับไม่ได้เป็นอย่างที่ฝัน เมื่อไอศูรย์สงสัยในพฤติกรรมและคาดคั้นความจริงจากเธอด้วยความโกรธแค้น ท่ามกลางความกดดัน ชเนตตีพยายามปฏิเสธและปกปิดความลับนี้เอาไว้อย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาตำแหน่งภรรยาของเขา
หน้าปกนวนิยาย ลวงรักแม่สาวจอมเฉิ่ม
9.5
จากสาวโสดที่เคยอยู่อย่างโดดเดี่ยว พาขวัญกลับต้องมารับบทคุณแม่จำเป็นเพื่อปกป้องเด็กหญิงตัวน้อยตามคำขอของพี่สาวคนสนิท ทว่าภารกิจนี้กลับพาเธอเข้าสู่การแต่งงานกำมะลอกับชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสองต้องร่วมมือกันสืบหาตัวคนร้ายที่ทำลายครอบครัวของหนูน้อยท่ามกลางอันตรายที่ซ่อนเร้น แต่ยิ่งใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ สามีที่เคยเป็นเพียงคนในนามกลับเริ่มแสดงออกว่าอยากครอบครองหัวใจของเธอให้กลายเป็นภรรยาที่แท้จริงขึ้นมาเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ลืมใจสายใยรัก
8.7
หญิงสาวคนหนึ่งช่วยชีวิตชายแปลกหน้าบาดเจ็บสาหัสข้างทางท่ามกลางสายฝน แต่เมื่อเขาฟื้นขึ้นกลับจำอะไรไม่ได้ ทั้งสองจึงใช้ชีวิตร่วมกันจนเกิดเป็นความรัก ทว่าจู่ๆ เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลายเดือนต่อมาเธอได้พบเขาอีกครั้งในฐานะประธานโรงแรมผู้ร่ำรวยซึ่งจำเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ในขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ความแตกต่างของฐานะและสายตาที่เย็นชาทำให้เธอต้องตัดสินใจว่าจะจัดการกับความสัมพันธ์ที่ถูกลืมเลือนนี้อย่างไรในวันที่ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย โอกาสแก้ตัวของฉัน, ความสำนึกผิดของเขา
8.9
หลังความตายของพ่อ พริ้มถูกพันธสัญญาบังคับให้แต่งงานกับภัทร กิจอนันต์ ทายาทมหาเศรษฐีเพื่อมอบตำแหน่งซีอีโอให้เขา เธอเคยรักเขาจนยอมทนถูกเหยียดหยาม แม้เห็นเขาเอาของขวัญตัวเองไปให้จูน น้องสาวต่างแม่ หรือถูกทำร้ายอย่างรุนแรงในวันแต่งงาน ชาติก่อนเธอถูกเขาวางยาจนตายอย่างโดดเดี่ยวขณะที่เขาสุขสมกับชู้รัก แต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาในงานเลี้ยงวันเกิดอีกครั้งก่อนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย พริ้มที่ล่วงรู้ความจริงอันโหดร้ายทั้งหมดจึงขอเลือกเดินหันหลังและไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายสารเลวคนนี้อีกต่อไป