
เพื่อนพ่อหนูขอนะคะ
ตอน 2
ดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกๆ อย่างรอบตัวของสาวน้อยล้วนน่าตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด
“ยัยหนู… มาเร็วๆ… ”
เสียงเรียกของบิดา ทำให้ผู้เป็นลูกสาวเร่งฝีเท้าตามมาจนทัน
“ยัยฝ้าย… นี่ลุงวัฒน์เพื่อนรักของพ่อ”
เรืองฤทธิ์แนะนำเจ้าของฟาร์มรูปหล่อ สาวน้อยยกมือไหว้ ตะลึงมองในความหล่อเหลา
“สวัสดีค่ะคุณลุง”
ปุยฝ้ายกระพุ่มมือไหว้ สิ่งแรกที่เกิดขึ้นเมื่อสบตากับเขาก็คือความรู้สึกคุ้น เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง เพียงแต่ยังนึกไม่ออก
“สวัสดีครับหนูปุยฝ้าย”
เรวัฒน์ไม่อาจละสายตาจากใบหน้าสะสวย ทั้งสองตะลึงงัน! ตาจ้องตา ความรู้สึกบางอย่างหลั่งไหลพรั่งพรูมาสู่กัน
เรวัฒน์สั่นศีรษะเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าภาพในความทรงจำกับความจริงกำลังทับซ้อนกัน รู้สึกเหมือนอาการที่เรียกว่า ‘เดจาวู’ ราวกับว่าความทรงจำที่เคยเกิดขึ้นเมื่อในอดีตได้ย้อนคืนกลับมาเกิดซํ้าอีก ‘ปุยฝ้าย’ คือผู้หญิงปริศนาที่ปรากฏกายขึ้นในความฝันของเขาบ่อยๆ ในยามค่ำคืน
“ช่างบังเอิญ… ”
เรวัฒน์พึมพำ
“บังเอิญอะไรวะ?”
หัวคิ้วของเรืองฤทธิ์ชิดเข้าหากัน ไม่รู้ว่าเพื่อนรักกำลังจะบอกอะไร? เพราะว่าเรวัฒน์หยุดก่อน
ซึ่งก็ดีแล้ว เพราะถ้าเรวัฒน์กล่าวออกมาว่าเขา ‘ได้เจอผู้หญิงที่อยู่ในความฝัน’ คงจะต้องจับเข่านั่งคุยกันอีกยาวถึงสิ่งเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นในตอนนี้
“ไอ้วัฒน์… กูฝากลูกสาวด้วยนะโว้ย… ”
เรืองฤธิ์กล่าวพร้อมกับยกหลังมือขึ้นมองนาฬิกา ท่าทางรีบร้อน
“อ้าว… นี่มึงจะไม่ค้างกับกูสักคืนหรือวะไอ้เหี้ย… มึงอย่าบอกนะว่าจะกลับเลย”
“ใช่… พรุ่งนี้กูต้องบินแล้ว ขอโทษนะโว้ยที่อยู่ค้างคืนด้วยไม่ได้ อีกเดือนเจอกันตอนกูกลับมารับลูกสาว”
เรืองฤทธิ์ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายขายรถยนต์ญี่ปุ่นแบรนด์ดัง กำลังจะย้ายไปรับตำแหน่งผู้จัดการสาขาที่ประเทศเวียดนาม
“เออ… เดินทางปลอดภัยนะเพื่อน… ”
“กูฝากลูกสาวด้วยนะ”
เรืองฤทธิ์กล่าว สาเหตุที่ต้องพาลูกสาวมาฝากไว้กับเพื่อนรักก็เพราะว่าหลังจากภรรยาหนีตามชายชู้ไปเมื่อเจ็ดปีก่อน เรืองฤทธิ์ก็กลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี๋ยวที่ต้องเลี้ยงลูกเองมาตลอด ตอนที่ภรรยาหนีไปปุยฝ้ายเพิ่งอายุได้สิบสองขวบ ถึงตอนนี้ก็สิบเก้าปีบริบูรณ์
“ไม่ต้องห่วง… กูจะดูแลให้อย่างดี”
เรวัฒน์เอื้อมมือมาตบไหล่เพื่อนรัก นั่งคุยกันต่อมาอีกครู่สั้นๆ เรืองฤทธิ์ก็ขับรถออกไปจากฟาร์ม
ในเวลาต่อมา
หลังจากสาวใช้พาปุยฝ้ายเข้ามาชมห้องพักที่เรวัฒน์สั่งให้จัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า เมื่อรู้ว่าลูกสาวของเพื่อนจะมาอาศัยอยู่ด้วย
สาวใช้พาปุยฝ้ายเดินดูส่วนต่างๆ ของบ้านเพื่อให้หญิงสาวคุ้นเคยกับที่อยู่ใหม่ จากนั้นเวลาก็ล่วงเลยมาถึงตอนเย็น
“ดูอะไรอยู่คะหนูฝ้าย”
ที่เทอเรสหน้าบ้าน เรวัฒน์ร้องถามขณะหญิงสาวยืนอยู่ท่ามกลางสนามหญ้า ทอดสายตามองดูพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน
“ชมวิวค่ะคุณลุง… ที่นี่อากาศดี๊ดีนะคะ”
หญิงสาวหันมามอง สะดุดตากับเรือนร่างกำยำของเรวัฒน์ที่อาบไปด้วยเหงื่อเลื่อมพราว ปั้นไหล่แน่นนูนไปด้วยมัดเนื้อ วงแขนกล้ามเป็นมัดๆ
สาเหตุที่เรวัฒน์เปลือยอกท่อนบนก็เพราะว่าเพิ่งเดินออกมาจากยิมเล็กๆ ที่หลังบ้าน เป็นสถานที่ซึ่งเขาใช้ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำทุกเย็น
“ที่นี่มีวิวสวยๆ เยอะมาก… ทั้งน้ำตกทั้งทุ่งดอกไม้ อยากเห็นไหมคะเดี๋ยวลุงจะพาไปดู”
เรวัฒน์รีบบอก
“อยากสิคะ… คุณลุงจะพาไปใช่ไหมคะ”
น้ำเสียงของสาวน้อยมีความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่จ้ะ… ลุงจะพาไปดู แต่ลุงขอตัวอาบน้ำก่อนนะจ๊ะ… ถ้าไปในสภาพนี้เดี๋ยวหนูเหม็นเหงื่อลุงแย่”
“ยังไม่ต้องอาบน้ำหรอกค่ะคุณลุง… ไหนๆ ก็กำลังจะไปเที่ยวน้ำตก เราไปเล่นน้ำตกกันนะคะ”
หญิงสาวรีบออกความเห็น
“เอางั้นนะ… ”
น่าแปลกที่คำพูดของหล่อนทำให้เรวัฒน์รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างประหลาด เมื่อนึกถึงตอนที่เขากับหล่อนจะต้องลงแหวกว่ายเล่นน้ำตกกันสองต่อสอง
“ค่ะ… ไปเลยนะคะ”
หญิงสาวตอบอย่างไม่ลังเล ในเวลาต่อมา
“งั้นไปเลยนะครับ... ชักช้าเดี๋ยวมืด”
เรวัฒน์กล่าว ดวงตะวันสีแดงกลมโตกำลังคล้อยต่ำลงทุกขณะ
ร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นมานั่งในตำแหน่งคนขับของรถกอล์ฟคันเล็ก ที่ต้องเลือกใช้รถกอล์ฟก็เพราะว่าสะดวกที่จะวิ่งเข้าไปตามเส้นทางที่เป็นถนนดินสายเล็กๆ รถใหญ่ไม่สามารถเข้าไปถึงจุดที่สวยที่สุดของน้ำตก
“เกาะแขนลุงนะคะ… ”
หนุ่มใหญ่ยื่นแขนข้างหนึ่งออกมาให้หญิงสาวอายุรุ่นราวคราวลูกเกาะ ปุยฝ้ายชอบที่เรวัฒน์ใช้คำว่า ‘นะคะ’ เพราะว่ามันให้ความรู้สึกอบอุ่น ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี
“ค่ะ... ”
สายน้อยยิ้มในหน้า รีบเกาะแขนกำยำ
ไม่รู้สิ… ปุยฝ้ายรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด ในตอนที่ได้สัมผัสท่อนแขนซึ่งเต็มไปด้วยเส้นขนสีดำของเรวัฒน์ มีเส้นเลือดผุดนูนอยู่ใต้ผิวหนัง ความหยาบกร้านของมือช่างสมกับวัยที่ผ่านการใช้ชีวิตในฟาร์มมาอย่างโชกโชน
คุณอาจจะชอบ





