
สัญญา(ยั่ว)สวาท
ตอน 3
“ยังไง”
“ถ้าแกไปหว่านล้อมคนคนนี้จนสามารถควงไปงานแต่งงานไอ้พี่นนท์ได้ล่ะก็ รับรองว่าต้องมีคนอกแตกตายแน่” ศิริมายิ้มเหี้ยมออกมาแต่ทว่าสีหน้าของกรวีย์เวลานี้ยังคงงุนงงอยู่ ก่อนที่ใบหน้าของคนคนนั้นจะปรากฎขึ้นในความคิดของกรวีย์เช่นกัน
“ใคร”
“คุณอคิน” คำตอบของศิริมาทำเอาคนฟังทำตาปริบๆ ก่อนที่เจ้าของความคิดจะพูดเสริม “เพราะในสายตาของไอ้พี่นนท์คุณอคินคือคู่แข่งอันดับหนึ่งมาตลอด” เอ่ยจบศิริมาส่ายหน้าให้อดีตคนรักของเพื่อนสนิทที่ชอบก็อปปี้ความคิดหรือแม้กระทั่งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนอื่นดีแล้วที่กรวีย์เลิกราด้วย
“แต่เท่าที่รู้ตอนนี้เหมือนไอ้พี่นนท์จะเปลี่ยนคู่แข่งไปเป็นคนอื่นแล้วนะ” กรวีย์เอ่ยบอก ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจความคิดของชานนท์เหมือนกันว่าทำไมต้องเอาคนนั้นคนนี้มาเปรียบเทียบกับตัวเอง
“ไม่เป็นไร อย่างน้อยคุณอคินก็ยังเป็นอันดับหนึ่ง จริงไหม”
“ก็จริง แต่คุณอคินกับไอ้พี่นนท์เป็นญาติห่างๆ กัน เขาจะช่วยฉันเหรอ” นั่นคือสิ่งที่กรวีย์กังวล ขืนเดินดุ่มๆ ไปขอให้เขาช่วยแล้วเขาหัวเราะเยาะกลับมาทำไง
“ไม่ลองไม่รู้ แต่ฉันว่าวิธีนี้เวิร์คสุดหรือแกมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้”
“ไม่มี เอาจริงคือตอนนี้คิดอะไรไม่ออกเลยด้วยซ้ำ” เพราะตั้งแต่เกิดมากรวีย์ไม่เคยต้องคิดหาวิธีแก้แค้นใครแบบนี้มาก่อนจริงๆ พอจบกันก็ต่างคนต่างอยู่ อาจเพราะสาเหตุการเลิกรามันไม่ได้ห่วยแตกจนเธออยากเอาคืนเท่าครั้งล่าสุด
“งั้นก็ลองวิธีของฉันดูก่อน”
“ถ้าคุณอคินรู้เขาจะหัวเราะฉันไหมอะแก”
“ไม่หรอก ฉันว่าดีไม่ดีคุณอคินจะเข้าใจแกด้วยซ้ำไป แต่ถ้าวิธีนี้มันไม่เวิร์คจริงๆ ค่อยกลับมาตั้งหลักแล้วคิดหาวิธีอื่นกัน”
“อือ”
“ชนแก้วเพื่อฉลองให้กับความสำเร็จในการแก้แค้นครั้งนี้ของแก” เอ่ยบอกเสร็จศิริมาก็หยิบแก้วไวน์ของตัวเองขึ้นมาชนกับแก้วไวน์ของกรวีย์จนเกิดเสียงดังแกร๊ง
ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มแต่การฉลองก็เกิดขึ้นเสียแล้ว นั่นเพราะศิริมาคิดว่าวิธีนี้คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะเอาคืนชานนท์ ในขณะที่กรวีย์ก็นั่งจิบไวน์เพื่อใช้ความคิดเงียบๆ และดูเหมือนแผนการของเพื่อนรักจะเข้าที นั่นทำให้เธอตกลงที่จะทำตามอย่างไม่ลังเล
เมื่อตัดสินใจแบบนั้นกรวีย์ก็สลัดอารมณ์หม่นๆ ออกไปจากหัวแล้วเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับอคินอย่างจริงๆ จังๆ โดยมีศิริมาคอยช่วยอีกแรง เมื่อก่อนกรวีย์ได้ยินชื่อชายหนุ่มจากชานนท์บ่อยๆ บ่อยจนเธอก็พลอยแอบปลื้มเขาตามไปด้วย แต่หลักๆ ก็ปลื้มแค่เรื่องงานเท่านั้น
“คนอะไรจะเก่งไปซะทุกอย่างแบบนี้ แถมยังจบมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลกอย่างฮาร์วาร์ดอีก” นั่นคือข้อมูลเชิงลึกของอคินที่กรวีย์หามาได้ อคินกับเธออายุไม่ได้ห่างกันมากแต่ลุ๊คเขานั้นดูโตเป็นผู้ใหญ่อาจด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทำให้เขาเป็นแบบนั้น
“นั่นสิ ไม่แปลกใจเลยจริงๆ ว่าทำไมสาวๆ ถึงโหวตให้คุณอคินเป็นสามีในฝัน” ศิริมาเอ่ยเสริมคำพูดของกรวีย์ ยิ่งค้นข้อมูลส่วนตัวของอคินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทึ่งและอึ้งมากเท่านั้น ก่อนที่กรวีย์จะพูดเสริมขึ้น
“หยิบจับอะไรก็ประสบความสำเร็จไปเสียหมด หล่อ รวย เพอร์เฟคขนาดนี้ไม่แปลกหรอกที่ผ่านมาไอ้พี่นนท์จะอิจฉาแล้วอยากเอาชนะ”
“ยิ่งอายุเท่ากันแถมยังเป็นญาติกันอีก ข้อเปรียบเทียบมันต้องมีอยู่แล้ว” สีหน้าของศิริมาเวลานี้ดูจริงจังไม่แพ้กรวีย์เลยแม้แต่น้อย
“ฉันจะทำให้คุณอคินยอมช่วยให้ได้” กรวีย์เอ่ออย่างมาดมั่นแต่ก็ไม่วายถอนหายใจออกมาเล็กน้อยนั่นเพราะลึกๆ ก็กังวล แต่ถ้าเปลี่ยนเป้าหมายเป็นคนอื่นก็ไม่ได้อีก เธอนั่งอ่านบทสัมภาษณ์ของอคินรวมถึงนั่งดูคลิปที่ชายหนุ่มเคยไปออกรายการโทรทัศน์
“ผมค่อนข้างชอบอยู่คนเดียวครับ ง่ายๆ คือไม่ค่อยชอบเข้าสังคมเท่าไหร่เลยเจอตัวผมยากสักหน่อย”
เจอประโยคนี้ของชายหนุ่มเข้าไปกรวีย์ถึงกับพ่นลมหายใจออกปากหนักๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีทางยอมแพ้โดยศิริมาตบบ่าให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
กระทั่งกรวีย์ได้ทางออก ในเมื่อเจอตัวเขาตามสถานที่อื่นๆ ได้ยากเธอจึงตัดสินใจไปดักรอพบอคินที่หน้าบริษัทเสียเลย อย่างน้อยตอนคบกับชานนท์อยู่เธอก็เคยเจอและทักทายอคินมาแล้วบ้างแม้จะผ่านๆ ก็ตามที หวังว่าชายหนุ่มจะจำเธอได้และสงสารผู้หญิงตาดำๆ แบบเธอ เมื่อคิดแผนได้กรวีย์ก็เริ่มลงมือในวันรุ่งขึ้นนั่นเพราะเส้นตายคืองานแต่งงานของชานนท์ที่ใกล้เข้ามาทุกทีเช่นกัน
เช้าวันนั้นก่อนจะเดินออกจากบ้านกรวีย์ก็ยืนสำรวจเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย ซึ่งวันนี้เธอแต่งตัวสวยเป็นพิเศษแถมยังเลื่อนประชุมช่วงเช้าออกไปอีกด้วย ระยะนี้เจ้านายอย่างเธออาจต้องเกงานสักระยะเพื่อจัดการเรื่องคับแค้นใจให้ลุล่วง หวังว่าลูกน้องจะเข้าใจและให้อภัยเธอแล้วเธอจะตอบแทนเป็นโบนัสช่วงปลายปี
“ขอให้เขาจำเราได้แล้วก็ช่วยเราทีเถอะ สาธุ” กรวีย์ถึงกับยกมือไหว้ท่วมศีรษะ แต่วันนี้ดูเหมือนเธอจะมาเก้อนั่นเพราะไม่เห็นชายหนุ่มแม้แต่เงา จึงลองเข้าไปถามที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
“วันนี้คุณชานนท์ไม่เข้าออฟฟิศค่ะ ไม่ทราบว่าคุณได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าไหมคะ”
“ไม่ได้นัดค่ะ”
“ถ้าไม่ได้นัดล่วงหน้าเกรงว่าคุณอคินจะไม่อนุญาตให้เข้าพบนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก” กรวีย์ส่งยิ้มหวานให้ประชาสัมพันธ์สาวสวยก่อนจะเดินกลับออกไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ดูเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของเธอเสียแล้ว เมื่อไม่มีจังหวะได้เจออคินกรวีย์จึงกลับเข้าออฟฟิศแล้วเรียกทุกคนกลับเข้าประชุม พนักงานต่างงุนงงแต่ก็ไม่มีใครกล้าถาม
วันต่อมากรวีย์ก็ยังคงไปดักรอพบอคินอีกเช่นเคย พอมาถึงสายตาก็เหมือนจะมองเห็นชายหนุ่มซึ่งขณะนั้นเขากำลังก้าวเข้าลิฟต์ เธอจึงรีบก้าวเท้ายาวๆ หวังจะตามไปให้ทันแต่กลับถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลากตัวออกมาเสียก่อน กรวีย์ร้องโวยวายเพื่อให้อคินหันมามองแต่ทว่ากลับไม่เป็นผล เธอจึงต้องกลับไปมือเปล่าเป็นวันที่สอง
คุณอาจจะชอบ





