
หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2
ตอน 2
10 ปีก่อน ณ สวนสาธารณะ
เรย์ในวัยเก้าขวบ เขาเป็นเด็กชายที่มีดวงตาสีน้ำเงินเช่นเดียวกับแม่ของเขา เด็กน้อยวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ในสนามเด็กเล่นแต่เพื่อน ๆ กลับวิ่งหนีพร้อมท่าทีที่คล้ายกับว่ากลัวเขา เพราะสีดวงตาของเขามันดูประหลาด แต่เด็กน้อยยังคงพยายามเข้าหาเด็กเหล่านั้นอย่างไม่ท้อแท้แม้จะถูกรังเกียจมากเพียงใด
กรุ๊งกริ๊ง ๆ
เสียงกระดิ่งรถไอศกรีมขับผ่านหน้าของเรย์ไป เขาหยุดนิ่งมองเพื่อน ๆ กำลังวิ่งกรูไปที่รถคันนั้น ด้วยความสนใจเขาหันไปมองไอติมซึ่งแปะทับอยู่ระหว่างขนมปังชิ้นใหญ่ด้วยดวงตาลุกวาว
“แม่ครับ ผมอยากกินแบบใส่ขนมปังเหมือนพี่คนนั้น” เรย์วิ่งเข้าไปหาคุณแม่คนสวย ผมของเธอมีสีดำขลับยาวสวยตัดกับผิวขาวเนียน เด็กน้อยทำท่าทางน่าสงสารพร้อมส่งสายตาออดอ้อนมองมาที่เธอ มือเรียวสวยวางลงบนศีรษะของลูกชายอย่างเอ็นดู
“ไปซื้อกัน” เรย์ยิ้มร่าเริงเมื่อคุณแม่ตอบรับ เธอจูงมือลูกชายมาที่รถขายไอศกรีม
“ไอศกรีมวานิลลาใส่ขนมปังค่ะ” หญิงสาวหันไปบอกกับคุณลุงคนขาย เขาสบตากับเธอก็มีท่าทียึกยักก่อนจะรีบตักไอติมส่งให้
"มีอะไรหรือเปล่าคะ" หญิงสาวยื่นเงินให้คุณลุง เห็นสายตาของเขามองจ้องเธอและลูกไม่หยุด คล้ายกำลังให้ความสนใจบางอย่างแต่เป็นสายตาที่ดูสุภาพ ไม่เย้ยหยันเหมือนกับมนุษย์คนอื่น
"ดวงตาของพวกคุณงดงามมาก มันคงพบเจอได้น้อย" พ่อค้ากล่าวชมถึงดวงตาของทั้งคู่
"ขอบคุณ ความพิเศษนี้มีเพียงสามคนบนโลกใบนี้เท่านั้น" โรร่าตอบเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง
"หมายความว่ายังไงเหรอครับ" เรย์ถามด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินคำพูดของแม่
"ดูสิ เรากับแม่เหมือนกันมากแค่ไหน" หญิงสาวนั่งลงข้างลูกของเธอ พร้อมชี้ไปที่ดวงตาสีน้ำเงินดั่งทะเลลึกคู่นั้นของเธอ
"ครับ" เรย์สบตากับคุณแม่พยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะหันไปสนใจไอศกรีมบนมือเรียวสวย
"ผะ...ผมกินได้หรือยังครับ มันจะละลายแล้ว" เด็กน้อยพยายามเอื้อมมือหยิบมันจากมือของแม่
พึ่บ!!! แม่ขยับของกินรสหวานหลบออก เด็กชายตัวน้อยล้มเข้าหาแม่ ปากเล็กจูบลงบนแก้มขาวนวลของเธอ
“แม่แกล้งผม” เด็กน้อยเขินอายที่ตัวเองหอมลงบนแก้มของแม่ หญิงสาวคนสวยฉีกยิ้มหวานให้ลูกชาย จูบลงบนหน้าผากเล็กนั้นอย่างอ่อนโยนก่อนจะยื่นไอติมให้ เด็กน้อยรับไอติมมากัดชิมคำเล็ก ๆ ก่อนที่แม่จะจูงมือเขาเดินเล่น
"แม่ครับ" เรย์มองหน้าแม่ของเขาตลอดทาง เมื่อเห็นใบหน้าที่เคร่งขรึมอีกครั้งก็รู้สึกไม่สบายใจ
"แม่...ไม่มีความสุขงั้นเหรอครับ" เรย์ถามเสียงเรียบมองสบตาของแม่
"ทำไม...ถามแบบนั้นล่ะ" เธอหันมาตอบรับลูกชาย
"แม่ไม่ยิ้ม ผมอยากให้แม่ยิ้มให้ผมเยอะ ๆ ครับ" เด็กน้อยฉีกยิ้มหวานให้กับคุณแม่ ทำเอาคนเป็นแม่อดเอ็นดูความช่างพูดช่างจาของเขาไม่ได้
"แม่จะพยายามจ้ะ" ว่าแล้วเธอก็ส่งยิ้มหวานให้ลูกชายพร้อมลูบหัวน้อย ๆ นั้น
"แม่ยิ้มสวยที่สุดเลย ผมรักแม่นะครับ” ดวงตาสีน้ำเงินที่บริสุทธิ์มองจ้องแม่ของเขาด้วยความภาคภูมิใจ
“แม่ก็รักลูก ๆ จ้ะ” เธอตอบรับเรย์
“แม่ครับผมมีคำถาม...ทำไมเพื่อนไม่อยากเล่นกับผม” เด็กน้อยพูดออกมาเบา ๆ คล้ายกับกำลังน้อยใจ
“แม่เชื่อว่าเด็กดีจะต้องมีเพื่อนเยอะ”
“ครับ งั้นผมจะเป็นเด็กดีตลอดไปเลย ผมจะได้มีเพื่อนเยอะ ๆ” ความสุขเล็ก ๆ ของเด็กน้อย เพียงแค่มีไอศกรีมในมือและคุณแม่ที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ยิ้มได้หน้าบาน
“คุณมาแล้วเหรอ” โรร่าหันไปทักทายเมสันที่เดินก้าวยาวเข้ามาหาทั้งคู่
“เย่ พ่อมาแล้ว” เรย์หันไปมองตามแม่ วิ่งไปกระโดดกอดพ่อในทันที
“ไหนใครบอกอยากถ่ายรูปนะ” เมสันอุ้มลูกชายขึ้นบนแขนแกร่งพร้อมเอ่ยถามลูกชายอย่างรู้ใจ
“ผมครับ ไปกันเลย ๆ” เรย์ดีใจมากชูไอศกรีมขึ้นสูง เขาอมยิ้มเมื่อมองพ่อกับแม่เดินข้าง ๆ กัน
พวกเรามาถึงร้านถ่ายรูป ในตอนนั้นผมรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการถ่ายภาพครอบครัวครั้งแรก ผมจับมือใหญ่ของพ่อให้กุมมือของคุณแม่ไว้ และไปนั่งอยู่บนตักของพ่อ แต่ทั้งคู่แกล้งผม...เมื่อช่างกล้องกดปุ่มถ่ายภาพ รูปที่ออกมาน่ะกลายเป็นผมที่ถูกพ่อและแม่พร้อมใจกันหอมแก้มผม หน้าตาของผมทั้งตลกปนความตกใจพร้อมรอยยิ้มที่เผยออกมาอย่างสดใส
ข้างกายของผมมีคุณพ่อเมสันและคุณแม่โรร่า พวกเรามีความสุขกันมาก คุณพ่อของผมขยันกว่าใคร ๆ เขาออกไปทำงานและกลับเข้าบ้านพร้อมกับอาหารที่น่ากินเสมอ คุณแม่โรร่าจะอยู่กับผมเสมอ เธอมักจะปลูกดอกกุหลาบสีน้ำเงินอยู่ในสวนหลังบ้าน รอยยิ้มของเธอสดใส เธอใจดีและตามใจผมเสมอ จนผมนึกไปว่าพวกเราจะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป แต่แล้ว...
3 ปีต่อมา
“พ่อครับ! แม่ครับ! ผมกลับมาแล้ว” เรย์ที่เพิ่งลงจากรถรับส่งของโรงเรียน เดินกลับเข้ามาในบ้านร้องหาพ่อแม่ของเขาด้วยความดีใจ แต่ภาพตรงหน้าทำเอาเรย์ต้องตกใจแทบช็อก
“พะ…พ่อ เป็นอะไรครับ ฮือ พ่อ!!!” เด็กน้อยทำตัวไม่ถูก พ่อของเขาได้รับบาดเจ็บ หน้าท้องของเขาถูกแทงด้วยบางสิ่งจนเป็นแผลขนาดใหญ่เหวอะลึก และมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด
“เรียกรถพยาบาล” พ่อพูดขึ้นมาอย่างอิดโรย เรย์ตั้งสติได้ก็รีบวิ่งหาโทรศัพท์แล้วกดโทรออก
“ฮะ...ฮัลโหลครับ ช…ช่วยพ่อของผมด้วยครับ ฮือ” เรย์ร้องไห้เสียงสั่นพูดกับเจ้าหน้าที่
โรงพยาบาล
“พ่อครับ ทำไมผมไม่เห็นแม่เลย แม่ไปไหนงั้นเหรอ ทำไมเธอไม่มาเยี่ยมพ่อ” ผมยืนอยู่ข้างเตียงของพ่อที่ได้รับการช่วยเหลือได้ทันท่วงทีและอยู่ในความปลอดภัย เขามองประตูสักพักแล้วแต่ยังไม่เห็นแม่เปิดเข้ามาสักที
‘เวลาสำคัญแบบนี้ทำไมผมไม่เห็นแม่’
“เธอตายแล้ว” ช็อกยิ่งกว่าคือการที่พ่อพูดประโยคนี้ออกมา
“ฮือ พ่อพูดอะไรครับ พ่อโกหกผม แม่จะตายได้ยังไง”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฟังพ่อ” พ่อบีบแขนของผมแน่น ผมร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจโดยไม่สามารถอดกลั้นได้ ผมไม่มีทางยอมรับได้
“ฮืออ พ่อครับ พาผมไปหาแม่ก่อน ไปดูเธอก่อน” พ่อได้แต่ส่ายหัวก่อนจะดึงผมเข้ากอด แม้ตัวเขาจะเจ็บหนัก
“ต่อไปนี้เรย์อยู่กับพ่อ เราจะไม่พูดถึงเธออีก”
“ทำไมล่ะครับ ทำไมล่ะ ผมไม่เข้าใจ ฮือ” เรย์ยังคงโอดครวญร้องไห้หาแม่อยู่เสมอ
พ่อครับ...ช่วยพาผมไปหาแม่ได้หรือเปล่า ฮึก ๆ นะครับ
พ่อโกหกผมใช่ไหม ทำไมไม่พาผมไปล่ะ
ทำไมเราต้องย้ายอีกแล้ว ไม่ต้องย้ายโรงเรียนแล้วได้หรือเปล่า
พ่อครับ!
“ถ้ายังจะเอาแต่ร้องไห้ แล้วถามถึงแต่โรร่าก็ไม่ต้องมาคุยกับฉัน”
ผมไม่มีสิทธิ์พูดถึงแม่อย่างนั้นเหรอ บอกผมสิ
“เธอ...ไม่ได้รักลูก”
หมายความว่ายังไง แม่บอกว่าแม่รักผม ๆ ฮืออ พ่อโกหก ๆ ๆ
“ไปสงบสติซะ อ่อนแอต่อไปเธอก็ไม่กลับมา”
แล้วถ้าผมเข้มแข็ง เธอจะกลับมางั้นเหรอ ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจที ฮือ
“เลิกพูดถึงเธอซะ นี่คือคำสั่ง จำไว้!”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พ่อของผมเก็บภาพถ่ายครอบครัวไปซ่อนไว้ทั้งหมด ไม่มีภาพไหนที่มีใบหน้าของแม่อีก และไม่มีครั้งไหนที่ผมพูดถึงเธอ หรือแสดงความอ่อนแอ...แล้วผมจะไม่ถูกพ่อดุด่า ยิ่งพ่อตั้งใจทำแบบนี้ ผมยิ่งเชื่อปักใจว่าแม่ของผมยังไม่ตาย แม้ตอนนี้มันจะผ่านมาเนิ่นนานแต่ผมก็ยังเชื่อว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
ณ ห้องเก็บของ
“เข้ามาทำอะไร ออกไปซะ” พ่อของผมกระชากดึงตัวของผมให้ออกไปจากห้องเก็บของ
“พ่อครับ ผมขอเวลาก่อน ผมแค่ขอดูหน้าเธอ ผมสัญญาผมจะไม่เข้ามาในห้องนี้อีก”
“ดูพอหรือยัง” เมสันหยิบรูปถ่ายของแม่ไปจากมือของผม เขาหยิบไฟแช็กขึ้นมา ดวงตาของผมเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“พ่อจะทำอะไร หยุดนะครับ!”
“ออกไป!” เขาผลักให้ผมออกมาจากบ้านหลังนั้นอย่างแรง จนผมล้มลงแต่ก็ยังพยายามคลานไปเกาะขาของพ่อ
“ไม่ พ่ออย่าทำแบบนี้ ผมขอร้อง ฮือ ผมแค่อยากเก็บความทรงจำของแม่ไว้ พ่ออย่าทำลายมันนะครับ” ผมจำได้ดี ในตอนนั้นผมร้องไห้แทบขาดใจ แต่เสียงของผมยังคงส่งไปไม่ถึงพ่ออยู่ทุกที ตั้งแต่เสียแม่ไป พ่อของผมเขาก็เปลี่ยนไปมาก
เขาราดน้ำมันท่วมห้องนั้น จุดไฟแช็กเผาภาพที่อยู่บนมือโยนภาพใบนั้นเข้าไปด้านในห้องที่มีความทรงจำของผมทุกอย่าง ภาพถ่ายครอบครัวเป็นรูปถ่ายเดียวที่ผมมี รูปถ่ายเดียวที่ผมไม่สามารถเก็บมันเอาไว้ได้ มันค่อย ๆ ไหม้สลายหายไปต่อหน้าต่อตาของผม ก่อนจะปิดประตูลง เพลิงไหม้ก็ท่วมบ้านเก็บของหลังเล็กอย่างรวดเร็ว
“แม่ครับบบ!” วินาทีที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต นั่นคือช่วงเวลาที่ผมไม่สามารถกล่าวลาคนที่รัก ผมไม่สามารถรักษาสิ่งที่รักได้ ผมอ่อนแอและทำได้เพียงร้องไห้คร่ำครวญอยู่ที่ตรงนั้นไม่ไปไหน มองดูความทรงจำเหล่านั้นพังทลายลงตรงหน้า
ผมเคยคิดว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ผมสัญญากับแม่แล้วว่าผมจะเป็นเด็กดีของแม่ตลอดไป ผมยังไม่ได้ทำมันเลยนะครับ ถ้าผมมีโอกาสเจอแม่อีกครั้ง ผมจะกอดเธอ ผมจะบอกรักเธอ ผมอยากได้ยินเสียงของเธอ...แม้จะเป็นเพียงห้วงความฝันผมก็ดีใจ
“พ่อขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ เราทั้งคู่...ลืมเธอไปเถอะนะ ไปใช้ชีวิตใหม่ พ่อสัญญาจะไม่มีวันทิ้งเรย์ไป” พ่อโน้มตัวเข้ากอดผม พร้อมพูดประโยคหนึ่ง ผมโกรธพ่อมาก แต่เพราะน้ำเสียงของพ่อกำลังสั่นเครือ ผมเลยรู้ว่า...แท้จริงแล้วพ่อเองก็เสียใจ
“มะ...แม่ครับ ฮึก ฮึก” ผมคิดถึงแม่มากเลยนะครับ ผมอยากจะกอด อยากจะเจอแม่อีกสักครั้ง ผมในตอนนี้...เหนื่อยมากเลยครับแม่ ช่วยอยู่ข้าง ๆ ผมก่อนได้หรือเปล่า ได้โปรด...อย่าทิ้งผมไป
คุณอาจจะชอบ





