
ป่วนรักเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้
ตอน 2
เสียงบิดาเรียกเธออีกแล้ว ชิงเถาหันมองด้านนอกห้องตรงกลางบ้านก่อนลุกขึ้นแล้วเอากาน้ำชาไปเติมให้บิดาใหม่
ช่างเอาเปรียบสิทธิสตรีเหลือเกิน แต่เอาเถอะถือว่าเป็นบิดา ถ้าเป็นคนอื่นเธอไม่ประเคนถึงที่แน่ ต่อให้ใช้ปืนจ่ออย่าได้หวัง สองเท้าเดินไปยังห้องครัวหลังบ้าน หันมองกาน้ำร้อนก็จับเทใส่กา กำลังจะเอาเสิร์ฟคุณป๊าก็เห็นร่างคนกำลังนอนอยู่ เธอวางกาน้ำชาลงบนโต๊ะหินอ่อนลานบ้าน
ฝีเท้าเดินเข้าไปอย่างเงียบที่สุด หันมองร่างที่นอนสลบจึงใช้มือเขย่าแต่กลับเหนียวมือ ชิงเถายกมือขึ้นมองแต่มองไม่เห็น จึงเดินกลับไปยังแสงไฟเตาในครัว
เลือด! ตายหรือยัง
เมื่อสงสัยก็ต้องพิสูจน์จึงเดินกลับไปหาร่างนั้นใหม่ ใช้มืออังไปยังจมูกลมหายใจยังอุ่นอยู่ ยังไม่ตาย ชิงเถาเปิดเสื้อสูทสีดำยาวออกเห็นด้านหน้าก็ถูกฟันด้วย เรียกได้ว่ารอยดาบถูกฟันไปทั่วร่างมากกว่า ทำให้เสียเลือดมากจนสลบไร้สติอย่างที่เห็น
ต้องเป็นคนชั่วขนาดไหนถึงได้มีคนเกลียดมากจนคิดจะเอาชีวิตให้ได้ เธอกำลังคิดหาวิธีว่าจะทำเช่นไร แต่แล้วเสียงบิดาก็ตะโกนถามหาน้ำชา ชิงเถาจึงต้องเดินกลับไปส่งกาน้ำให้บิดาก่อนจากนั้นก็หยิบตะเกียงในห้องตัวเองออกไปดูอีกครั้ง
“จะไปไหนอีก” เสียงบิดาที่เคารพเอ่ยขัด
“ไปห้องน้ำมาป๊าปวดหนักมากด้วย พูดไม่ทันขาดคำมันมาอีกแล้วอั๊วขอตัวก่อน” ว่าแล้วก็ขอตัวรีบไปดูคนใกล้ตาย
เมื่อออกจากบ้านก็เห็นคนเจ็บยังนอนที่เดิม เธอจึงลากเขาเข้าห้องเก็บฟืน แต่คิดว่าจะลากง่าย ๆ เหมือนในทีวีหรือละครอย่างที่เห็นบ่อย เอาจริง ๆ แล้วโคตรหนักชะมัด คนอะไรตัวหนักยังกับช้าง กว่าจะลากคนสลบมาถึงห้องเก็บฟืนได้ ก็เล่นเอาคนลากเหนื่อยหอบ ต้องบอกว่าจากที่อาการหนักอยู่แล้ว อาการหนักกว่าเดิมอีก
เธอออกไปหยิบตะเกียงมาไว้ในห้องเก็บฟืน ก่อนพยายามถอดเสื้อสูทออกแต่ก็อย่างที่บอกว่าตัวเขาหนักมา หันมองเห็นกรรไกรข้างมือจึงจัดการตัดออกไม่เหลือชิ้นดี ทั้งเสื้อสูท กางเกง เสื้อชั้นใน เหลือไว้แต่กางเกงในก็พอ ยังดีที่ยุคนี้รู้จักคิดค้นกางเกงในแล้ว ไม่อย่างนั้นข้ามภพมาเธออาจโชคดีเห็นของดีของเขา ไม่เอาไม่คิดกรรณิกา ช่วยคนก่อน ว่าแล้วก็ออกไปด้านนอก สองมือล้วงกระเป๋าคิดจะหาเงินเพื่อไปซื้อยาหรือตามหมอแต่ไม่มี
แต่งตัวดีเสียเปล่าแต่ไม่พกเงิน คืออะไรตอบสิพ่อคุณ
ตักน้ำจากบ่อแล้วมาเช็ดเนื้อตัวเพื่อหารอยแผล ตอนที่เธอเช็ดลงไปได้ยินเสียงครางเจ็บจากคนสลบแสดงว่าใกล้ฟื้นแล้ว
แผลแรกที่เจอ คือ บริเวณต้นแขน โชคดีที่ครั้งก่อนเธอบาดเจ็บใกล้ตายนั้น ยังมียาสมุนไพรยังพอเหลืออยู่บาง เมื่อใส่ยาห้ามเลือดแล้วหญิงสาวก็ใช้เสื้อผ้าเก่าของเธอตัดฉีกเป็นเส้นพันลงไปห้ามเลือดไว้ก่อน เพราะจะให้เธอไปเรียกหมอตอนนี้ก็ไม่มีเงินจ้างมา
แผลที่สองอยู่บริเวณแผ่นหลัง เธอต้องผลักเขาขึ้นอย่างสุดแรงก่อนทำแผลให้ กำลังจะพลิกกลับก็เห็นแผลตรงเอวด้านล่าง สรุปจะเป็นมัมมี่ใช่ไหม
เพราะตอนนี้เธอเจอแผลตรงใกล้เจียวน้อย ต้นขาของเขา เอาเถอะคิดว่าช่วยคนอย่าได้คิดเยอะมองไปยังรอยแผลที่ใกล้ลึกเข้าไปเกือบจะถึงกลางขา
ในใจคนทำแผลได้แต่คิดว่าปลอบตัวเองว่า เธอมองไม่เห็น ว่าแล้วก็ก้มลงไปอีก จนกระทั่ง
“เธอทำอะไร” ชิงเถาเงยหน้าคนเจ็บที่ฟื้นแล้ว กำลังจะยกตัวห้ามแต่ขอโทษไม่มีแรงขยับเพราะผ้าที่เธอพันไว้อย่างหนาตราช้างนั่นแหละ
“อย่าขยับ ฉันกำลังทำแผลให้ อ่อแล้วคุณเป็นใคร” เธอมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดกับดิน มองไม่ออกว่าเป็นใคร
คนเจ็บหันมองตัวเองที่ไร้เสื้อผ้า แล้วหันมองเสื้อผ้าที่ถูกตัดไม่เหลือชิ้นดีแต่ก็ไม่มีแรงที่จะลุกหนีคนที่กำลังพันแผลอยู่
“โชคดีมากที่แผลทั้งหมดไม่ได้ลึกไปถึงกระดูก ไม่อย่างนั้นก็ต้องส่งโรงพยาบาลอย่างเดียว แต่ถ้าคุณอยากไปโรงพยาบาล หรือว่าจะให้ฉันไปตามญาติคุณก็บอกนะ” กรรณิกามองรอยแผลที่เลือดเริ่มหยุดเธอก็พูดต่อ “สมุนไพรห้ามเลือดของจีนได้ผลดีจริง ๆ”
ชายหนุ่มหันมองต้นแขนที่มีรอยเลือดซึม ก่อนมองหญิงสาวที่ยังก้มเงยอยู่ตรงกลางลำตัวไม่มีทีท่าเขินอายแต่อย่างไร สำหรับเขาแล้วยังรู้สึกแปลกหากเป็นคนรู้จักหรือสนิทก็คงไม่รู้สึกแบบเธอ ครั้นคิดจะลุกก็ไม่มีแรงจึงวางศีรษะลงแล้วหลับตาไปอีกครั้ง
เมื่อใบหน้านั้นเงยหน้าขึ้นมา ก็ขยับตะเกียงวางไว้กลางห้องเหมือนเดิม ก่อนมองผลงานมัมมี่ของตัวเอง ดูแล้วเหมือนมัมมี่เวอร์ชันจีนที่สุด หญิงสาวเงยหน้ามองคนเจ็บอีกครั้ง
“คุณมีญาติที่ไหนไหม” เงียบไม่มีเสียง หันมองอีกทีเขาก็หลับไปแล้ว เธอยกตะเกียงไปใกล้เขา มองกะละมังน้ำที่เต็มไปด้วยเลือด จึงยกน้ำไปเททิ้งใส่น้ำถังใหม่หยิบผ้าสีขาวข้างกาย แล้วเอามาเช็ดใบหน้าเขา เช็ดไปเช็ดมามือก็สั่นหนักขึ้นเรื่อย ๆ ใจที่ภาวนาว่าไม่ใช่ก็ใช่จนได้
คนที่ชนรถเข็นผักของพ่อเธอ ทำไมโลกกลมจัง วันเดียวเจอกันสองครั้ง
“ชิงเถา ลื้อไปเข้าห้องน้ำนานไปไหม” ได้ยินเสียงบิดาตะโกนถามพี่สาวทั้งสองคนที่บอกว่าไปห้องน้ำเธอจึงรีบหาผ้าห่มให้เขา แล้วหยิบตะเกียงออกจากห้องฟืนจากนั้นจึงรีบเข้าบ้าน
เขาเป็นเจ้าของไนต์คลับหรือว่าเป็นแค่คนมาเที่ยว แต่ถ้าเธอออกไปหาให้คนพวกนั้นมาช่วยตอนนี้แล้วไม่เจอใครก็คงอันตราย อีกทั้งระหว่างทางกลับบ้านก็เปลี่ยวมากด้วย ในเมื่อแผลไม่ได้สาหัสมาก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ค่อยคิดแล้วกัน
พอใกล้รุ่งสาง กรรณิกาก็ตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก เรียกได้ว่าตั้งแต่ที่ฟื้นขึ้นมาครั้งนี้เธอตื่นโดยไม่มีคนปลุก หันมองพี่สาวที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียงก็รีบขยับลงเท้าเบาเพื่อไปยังห้องเก็บฟืนหลังบ้านจะไปดูว่าพ่อมัมมี่เลือดหมดตัวหรือยัง
เสียงประตูไม้ขัดดังขึ้น เธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่มมองร่างที่นอนกระสับกระส่ายไปมา จึงใช้มืออังหน้าผากอีกฝ่าย “เขาตัวร้อนจี๋เลย” ว่าแล้วก็รีบลุกขึ้นไปเอาน้ำมาเช็ดตัวให้คนเจ็บ ต้องโทษที่ตัวเองไม่ได้ออกมาดูตอนดึก จากนั้นก็ได้เวลาเช็ดตัวชายหนุ่ม
ถ้าไม่มีเรื่องเป็นตายเข้ามาขัด เธอจะเคลิ้มกับเนื้อหนังของชายหนุ่มแล้วเชียว แต่เมื่อคิดว่าหากเขาต้องมาตายในบ้าน ก็เท่ากับว่าเธอหาเรื่องใส่ตัว ดีไม่ดีอาจโดนตำรวจจับ โทษฐานที่ไม่แจ้งกับทางการ
ไม่ได้นายจะตายไม่ได้ ฟื้นเดี๋ยวนี้พ่อมัมมี่จีนของเธอ
อาจเพราะสวรรค์เมตตา หลังจากเธอเช็ดเนื้อตัวชายหนุ่มไปสองรอบ ความร้อนในตัวก็ลดลง แต่เสียงอาม่ากำลังตื่น ได้ยินเสียงถามบิดาว่าจะกินอะไร
กินอะไรก็ทำครัว ทำครัวก็ต้องมาเอาฟืน ตายแน่ชิงเถาเธอได้ตายจริง ๆ แน่ ถ้าอาม่ามาพบเขาเข้า ว่าแล้วคนที่อาศัยร่างคนอื่นก็รีบโกยไม้ฟืนออกไปด้านนอก ใช้มือปิดประตูเมื่อหันหลังก็เจอกับอาม่าพอดี
“ลื้อมาทำอะไร”
“มาเอาไม้ฟืนจ๊ะอาม่า นี่ไง ไปนั่งตรงโต๊ะก่อน เดี๋ยวหนูก่อเตาให้เอง อาม่าไปนั่งจิบน้ำชาเถอะ” ว่าแล้วก็ลากอาม่าไปนั่งอยู่บนโต๊ะหินอ่อนกลางบ้าน ก่อนรีบเข้าไปยังครัวเพื่อก่อไฟให้
ว่าด้วยการก่อไฟเตาถ่านตอนแรกก็ทำให้เธอเกือบกลายเป็นไก่ย่างหน้าเตา คิดแล้วก็นึกถึงเตาแก๊ส เมื่อบ่นในใจไปรอบหนึ่งกองไฟที่เธอพยายามฝึกก่อมาหนึ่งเดือนก็ติด “อาม่าลงเตาหุงข้าวเลยไหม”
“ดี ๆ ลื้อต้องขยันหน่อย ๆ ตั้งแต่ตื่นมาก็เอาแต่นอนขี้เกียจหน้าบูดบึ้ง ไม่ว่านอนสอนง่ายเหมือนแต่ก่อนเลย”
ถ้าว่านอนสอนง่ายเธอคงไม่รอดมาถึงทุกวันนี้หรอกอาม่าจ๋า สองมือตักข้าวสารก้นหม้อ ขึ้นมามองในถ้วยข้าวเหลือเพียงครึ่งถ้วย หากหุงลงหม้อแล้วก็คงกินไม่ได้ทั้งครัว สายตาหันมองเผือกที่วางอยู่ จึงจัดการเทน้ำลงหม้อให้เยอะเข้าไว้ รอจนน้ำเดือดจึงใส่เผือกชิ้นเล็กที่เธอปอกเป็นชิ้นเล็กพอคำ เมื่อใส่ลงในหม้อได้ที่ก็ใช้จวักกวนก่อนเติมน้ำเพิ่มไปอีก เพียงเท่านี้ข้าวเพียงกำมือก็มีพอสำหรับคนกินถึงมื้อเย็น
หันไปมองผักในตะกร้าหยิบมาผัดผักกับเกลือไร้หมูเห็ดเป็ดไก่ เพราะเครื่องปรุงรสชนิดอื่นแพงจนเรียกได้ว่าซื้อมาปรุงไม่ได้ ยังดีที่เดือนก่อนบิดาจับปลาตัวเล็กได้ เธอจึงเอามาดองเกลือไว้เพื่อทำน้ำปลาคิดว่าจะได้กินก็อีกครึ่งปี
ดังนั้นตอนนี้จึงจำเป็นต้องกินแบบไร้รสชาติไปก่อน หันมองพี่สาวที่ลุกมาช่วยอีกแรง สายตาพวกพี่สาวที่มองไปยังข้าวผสมเผือกดูหม่นลง
“ข้าวสารหมดอีกแล้วหรือชิงเถา”
เธอพยักหน้าเพราะตอนนี้กำลังผัดผักบุ้งไฟแดงอยู่ หันมองพี่สาวที่เดินไปเปิดถังข้าว เพื่อให้แน่ใจ
“เงินที่ได้จากค่าเสียหายเมื่อวานก็เพียงพอจะซื้อรถเข็นคันใหม่ และเมล็ดพืชสำหรับปลูกรอบใหม่ แต่ก็ไม่พอสำหรับข้าวสารอยู่ดี”
ชิงลี่กับชิงหรูหันมองหน้ากัน ก่อนถอนใจอีกรอบ
“วันก่อนเถ้าแก่เนี้ยไนต์คลับชวนเจ้ ให้ไปทำงานเป็นคนเรียกแขก”
มือที่กำลังผัดกระทะหันมองพี่สาวทั้งสอง ถึงไนต์คลับจะเรียกได้ว่าเป็นลักษณะของผับเหมือนปัจจุบัน แต่ที่แตกต่างคือ แขกสามารถเรียกพนักงานไปบริการถึงโต๊ะได้
หากพี่สาวไปทำงานคงโดนพวกมันจับจนพรุนไม่ต้องสงสัย ด้วยหน้าตาของลูกสาวบ้านนี้หน้าตาดีทุกคน โดยเฉพาะเธอไม่ได้เข้าข้างตัวเองแต่เป็นแบบนั้นจริง ๆ ดังนั้นลูกสาวคนสุดท้องของบ้านนี้ น้อยครั้งที่จะได้ออกไปนอกบ้าน ยกเว้นเมื่อวาน
ตอนนี้ผัดผักบุ้งถูกยกออกไปด้านนอก ได้ยินเสียงบิดาออกมาอาบน้ำล้างตัวพร้อมอาหารมือเช้าเช่นกัน เธออาสาตักข้าวผสมเผือกก่อนเว้นให้คนเจ็บ จากนั้นก็ไปนั่งกินข้าวด้วยกันที่กลางห้องของบ้าน
มือหยิบผักบุ้งใส่จาน มองไปยังพี่สาวชิงลี่ พูดกับบิดา
“ป๊าข้าวสารหมดอีกแล้ว”
มือบิดาชะงัก “กินข้าวเวลากินเขาไม่คุยกัน”
กรรณิกาได้แต่นั่งมองพวกเขากินจนหมด ข้าวที่กลืนลงท้องแทบฝืนกลืนลงไปหันมองบิดาที่วางตะเกียบ
“ว่ามา”
“ลูกคิดว่าจะออกไปทำงานที่ไนต์คลับ”
ปัง! มือบิดาทุบโต๊ะเสียงดัง “เรื่องนี้คุยกันแล้วป๊าไม่อนุญาตพวกลื้อก็อยู่บ้านปลูกผักไป เรื่องข้าวสารป๊าจะจัดการเอง”
กรรณิกาหันมองบิดาที่สะพายกระเป๋าจากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง หันมองพี่สาวทั้งสองแล้วถอนใจ ถึงสมัยนี้จะใช้งานผู้หญิงบริการผู้ชาย แต่บิดาของเธอก็รักลูกสาวมาก จนไม่ยอมให้ออกไปทำงานที่เสียศักดิ์ศรี
เมื่อวงแตกเธอก็อาสาล้างจาน หันมองพี่สาวที่กำลังขุดดินเพื่อพลิกหน้าดินเตรียมพร้อมเพื่อหว่านเมล็ดผักรอบใหม่ หันมองอาม่าที่กำลังเดินเข้าห้องไปเพื่องีบหลับ เธอจึงตักข้าวต้มเผือกไปให้คนไข้ไม่สบายในห้องเก็บฟืน
ตอนนี้คนที่ไข้ลดลงได้สติแล้ว ดังนั้นตอนแรกที่คิดว่าจะทำไงกับข้าวต้มอุ่น จะจับป้อนปากต่อปากดี หรือปลุกให้เขามากิน อันแรกเธอแค่คิด แต่ไม่กล้าทำอยู่ดี
เมื่อเขาขยับเธอก็วางข้าวต้มก่อนช่วยพยุงแขนเขาพิงกับผนังห้อง มือแตะหน้าผากคนป่วยกับหน้าผากตัวเอง สมมุติว่าเป็นปรอทวัดไข้
จางเฟิงหมิงมองไปยังดวงตาของคนตรงหน้า ใบหน้าหญิงสาวเห็นชัดกว่าตอนกลางคืนเสียอีก ทำให้เห็นใบหน้าเรียวเล็ก ถือว่าหน้าตาดีมาก แต่เมื่อมองไปยังเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็กลบความงามลงไปครึ่งหนึ่ง หากเธอได้ใส่เสื้อผ้าดี ๆ เชื่อได้ว่าแม้แต่ลู่ฟางนักร้องประจำคลับก็ยังเทียบไม่ได้
“ไข้ลดแล้ว คุณจะกลับบ้านเลยไหม ถ้าไม่ไหวก็บอกมาว่าบ้านอยู่ไหนฉันจะไปตามคนมาช่วยคุณ”
คนเจ็บหันมองสภาพตัวเอง กลับไปคงจะเป็นเรื่องใหญ่โตไปอีกหากบิดาเห็นสภาพเขาในตอนนี้ เมื่อเขาไม่มีหลักฐาน อีกทั้งตนก็ไม่เคยพลาดท่ามาก่อน หากว่าครั้งนี้คนอื่นรู้เข้า เขาจะเสียหน้ามาก และยิ่งถ้ามีข่าวลือออกไปก็จะทำให้อิทธิพลที่สะสมมาลดน้อยลง ดังนั้นเขายังกลับไปตอนนี้ไม่ได้ คงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน
“ไปพบคนของผม ชื่อว่า ฟางเทียนฉิน ห้ามบอกคนอื่นเด็ดขาดและให้เขาเก็บเป็นความลับด้วย”
ฟางเทียนฉิน หมายถึงคนสนิทที่ให้เงินเธอหรือเปล่า เพื่อความแน่ใจเธอจึงพูดความคิดในใจออกไป “คนที่ให้เงินฉันเมื่อวานหรือเปล่าคะ”
คนป่วยขมวดคิ้วสงสัย ไม่รอให้เขาถามชิงเถาก็เล่าเหตุการณ์อีกรอบ จึงได้เข้าใจ ในเมื่อเคยเห็นหน้าแล้วถือว่าไม่ยากเท่าไหร่
“ได้ คุณอยู่ในนี้ก็กินข้าวไปก่อนแล้วกัน” อืมเอามือไหนกิน หันมองคนป่วยที่ตอนนี้ท้องกำลังร้องเสียงดังให้เธอได้ยิน เอาเถอะถือว่าทำบุญ ตอนเย็นเธอจะได้มีข้าวสารกรอกหม้อ
ว่าแล้วก็นั่งลงเป่าความร้อนของข้าวก่อนป้อนให้คนเจ็บ คำแรกที่จางเฟิงหมิงกินเข้าไปและรับรู้คือ เค็ม
“ไม่ต้องมองเค็มใช่ไหม ไม่ได้ปรุงพลาดแต่ตั้งใจ ในเมื่อมันเค็มก็ทำให้คนกินกินเข้าไปไม่ได้มากและอิ่มเร็ว ข้าวก็จะเหลือมาก พอสำหรับมื้อเย็น วันนี้มีให้กิน กินไปก่อนพรุ่งนี้ถ้าไม่มีข้าวสาร ฉันไปขุดเผือกมาให้กินอีก”
อันนี้เธอพูดเล่นหรือพูดจริง คนอะไรจนเสียยิ่งกว่าจน
“กระเป๋าเงินผม” เธอหันมองกองเสื้อผ้าหันมาเป่าคำต่อไป
“ไม่มีค่ะ ฉันหาดูแล้ว ตอนแรกว่าจะออกไปตามหมอให้ด้วยถ้าหาเงินพบ แต่ค้นจนหมดแล้วไม่มี ฉันก็เลยต้องรักษาคุณอย่างที่เห็น”
คนเจ็บคิดว่ากระเป๋าเงินคงตกลงกลางทาง “ผมอิ่มแล้ว คุณช่วยไปตามคนของผมมาให้หน่อย ห้ามมีพิรุธเด็ดขาด”
จากนั้นเขาก็บอกที่อยู่บ้านของตัวเอง กรรณิกาพยักหน้าวางถ้วยข้าวที่เหลือครึ่งหนึ่งไว้ ก่อนออกไปหาคนของเขา
คุณอาจจะชอบ




![หน้าปกนวนิยาย ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/ffe55cb95001834806830393016/SvGknJe0kBsA.webp!15491.webp)
