ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ป่วนรักเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้

ป่วนรักเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้

ในขณะที่คนอื่นข้ามมิติไปพบรักกับองค์จักรพรรดิผู้สูงส่ง แต่โชคชะตากลับเล่นตลกส่งเธอมาเผชิญหน้ากับเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งมหานครเซี่ยงไฮ้ ชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้มีดีแค่ความหล่อเหลา แต่เขายังขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย โหดเหี้ยม และมีความต้องการที่เร่าร้อนจนยากจะต้านทาน สาวน้อยธรรมดาอย่างเธอจะสามารถรับมือกับแรงอารมณ์และเอาตัวรอดจากกรงเล็บของมาเฟียจอมเผด็จการคนนี้ได้อย่างไร เมื่อทุกย่างก้าวในโลกมืดเต็มไปด้วยอันตรายและบททดสอบหัวใจที่แสนหนักหน่วง
ตอน
แชร์

ตอน 2

เสียงบิดาเรียกเธออีกแล้ว ชิงเถาหันมองด้านนอกห้องตรงกลางบ้านก่อนลุกขึ้นแล้วเอากาน้ำชาไปเติมให้บิดาใหม่

ช่างเอาเปรียบสิทธิสตรีเหลือเกิน แต่เอาเถอะถือว่าเป็นบิดา ถ้าเป็นคนอื่นเธอไม่ประเคนถึงที่แน่ ต่อให้ใช้ปืนจ่ออย่าได้หวัง สองเท้าเดินไปยังห้องครัวหลังบ้าน หันมองกาน้ำร้อนก็จับเทใส่กา กำลังจะเอาเสิร์ฟคุณป๊าก็เห็นร่างคนกำลังนอนอยู่ เธอวางกาน้ำชาลงบนโต๊ะหินอ่อนลานบ้าน

ฝีเท้าเดินเข้าไปอย่างเงียบที่สุด หันมองร่างที่นอนสลบจึงใช้มือเขย่าแต่กลับเหนียวมือ ชิงเถายกมือขึ้นมองแต่มองไม่เห็น จึงเดินกลับไปยังแสงไฟเตาในครัว

เลือด! ตายหรือยัง

เมื่อสงสัยก็ต้องพิสูจน์จึงเดินกลับไปหาร่างนั้นใหม่ ใช้มืออังไปยังจมูกลมหายใจยังอุ่นอยู่ ยังไม่ตาย ชิงเถาเปิดเสื้อสูทสีดำยาวออกเห็นด้านหน้าก็ถูกฟันด้วย เรียกได้ว่ารอยดาบถูกฟันไปทั่วร่างมากกว่า ทำให้เสียเลือดมากจนสลบไร้สติอย่างที่เห็น

ต้องเป็นคนชั่วขนาดไหนถึงได้มีคนเกลียดมากจนคิดจะเอาชีวิตให้ได้ เธอกำลังคิดหาวิธีว่าจะทำเช่นไร แต่แล้วเสียงบิดาก็ตะโกนถามหาน้ำชา ชิงเถาจึงต้องเดินกลับไปส่งกาน้ำให้บิดาก่อนจากนั้นก็หยิบตะเกียงในห้องตัวเองออกไปดูอีกครั้ง

“จะไปไหนอีก” เสียงบิดาที่เคารพเอ่ยขัด

“ไปห้องน้ำมาป๊าปวดหนักมากด้วย พูดไม่ทันขาดคำมันมาอีกแล้วอั๊วขอตัวก่อน” ว่าแล้วก็ขอตัวรีบไปดูคนใกล้ตาย

เมื่อออกจากบ้านก็เห็นคนเจ็บยังนอนที่เดิม เธอจึงลากเขาเข้าห้องเก็บฟืน แต่คิดว่าจะลากง่าย ๆ เหมือนในทีวีหรือละครอย่างที่เห็นบ่อย เอาจริง ๆ แล้วโคตรหนักชะมัด คนอะไรตัวหนักยังกับช้าง กว่าจะลากคนสลบมาถึงห้องเก็บฟืนได้ ก็เล่นเอาคนลากเหนื่อยหอบ ต้องบอกว่าจากที่อาการหนักอยู่แล้ว อาการหนักกว่าเดิมอีก

เธอออกไปหยิบตะเกียงมาไว้ในห้องเก็บฟืน ก่อนพยายามถอดเสื้อสูทออกแต่ก็อย่างที่บอกว่าตัวเขาหนักมา หันมองเห็นกรรไกรข้างมือจึงจัดการตัดออกไม่เหลือชิ้นดี ทั้งเสื้อสูท กางเกง เสื้อชั้นใน เหลือไว้แต่กางเกงในก็พอ ยังดีที่ยุคนี้รู้จักคิดค้นกางเกงในแล้ว ไม่อย่างนั้นข้ามภพมาเธออาจโชคดีเห็นของดีของเขา ไม่เอาไม่คิดกรรณิกา ช่วยคนก่อน ว่าแล้วก็ออกไปด้านนอก สองมือล้วงกระเป๋าคิดจะหาเงินเพื่อไปซื้อยาหรือตามหมอแต่ไม่มี

แต่งตัวดีเสียเปล่าแต่ไม่พกเงิน คืออะไรตอบสิพ่อคุณ

ตักน้ำจากบ่อแล้วมาเช็ดเนื้อตัวเพื่อหารอยแผล ตอนที่เธอเช็ดลงไปได้ยินเสียงครางเจ็บจากคนสลบแสดงว่าใกล้ฟื้นแล้ว

แผลแรกที่เจอ คือ บริเวณต้นแขน โชคดีที่ครั้งก่อนเธอบาดเจ็บใกล้ตายนั้น ยังมียาสมุนไพรยังพอเหลืออยู่บาง เมื่อใส่ยาห้ามเลือดแล้วหญิงสาวก็ใช้เสื้อผ้าเก่าของเธอตัดฉีกเป็นเส้นพันลงไปห้ามเลือดไว้ก่อน เพราะจะให้เธอไปเรียกหมอตอนนี้ก็ไม่มีเงินจ้างมา

แผลที่สองอยู่บริเวณแผ่นหลัง เธอต้องผลักเขาขึ้นอย่างสุดแรงก่อนทำแผลให้ กำลังจะพลิกกลับก็เห็นแผลตรงเอวด้านล่าง สรุปจะเป็นมัมมี่ใช่ไหม

เพราะตอนนี้เธอเจอแผลตรงใกล้เจียวน้อย ต้นขาของเขา เอาเถอะคิดว่าช่วยคนอย่าได้คิดเยอะมองไปยังรอยแผลที่ใกล้ลึกเข้าไปเกือบจะถึงกลางขา

ในใจคนทำแผลได้แต่คิดว่าปลอบตัวเองว่า เธอมองไม่เห็น ว่าแล้วก็ก้มลงไปอีก จนกระทั่ง

“เธอทำอะไร” ชิงเถาเงยหน้าคนเจ็บที่ฟื้นแล้ว กำลังจะยกตัวห้ามแต่ขอโทษไม่มีแรงขยับเพราะผ้าที่เธอพันไว้อย่างหนาตราช้างนั่นแหละ

“อย่าขยับ ฉันกำลังทำแผลให้ อ่อแล้วคุณเป็นใคร” เธอมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดกับดิน มองไม่ออกว่าเป็นใคร

คนเจ็บหันมองตัวเองที่ไร้เสื้อผ้า แล้วหันมองเสื้อผ้าที่ถูกตัดไม่เหลือชิ้นดีแต่ก็ไม่มีแรงที่จะลุกหนีคนที่กำลังพันแผลอยู่

“โชคดีมากที่แผลทั้งหมดไม่ได้ลึกไปถึงกระดูก ไม่อย่างนั้นก็ต้องส่งโรงพยาบาลอย่างเดียว แต่ถ้าคุณอยากไปโรงพยาบาล หรือว่าจะให้ฉันไปตามญาติคุณก็บอกนะ” กรรณิกามองรอยแผลที่เลือดเริ่มหยุดเธอก็พูดต่อ “สมุนไพรห้ามเลือดของจีนได้ผลดีจริง ๆ”

ชายหนุ่มหันมองต้นแขนที่มีรอยเลือดซึม ก่อนมองหญิงสาวที่ยังก้มเงยอยู่ตรงกลางลำตัวไม่มีทีท่าเขินอายแต่อย่างไร สำหรับเขาแล้วยังรู้สึกแปลกหากเป็นคนรู้จักหรือสนิทก็คงไม่รู้สึกแบบเธอ ครั้นคิดจะลุกก็ไม่มีแรงจึงวางศีรษะลงแล้วหลับตาไปอีกครั้ง

เมื่อใบหน้านั้นเงยหน้าขึ้นมา ก็ขยับตะเกียงวางไว้กลางห้องเหมือนเดิม ก่อนมองผลงานมัมมี่ของตัวเอง ดูแล้วเหมือนมัมมี่เวอร์ชันจีนที่สุด หญิงสาวเงยหน้ามองคนเจ็บอีกครั้ง

“คุณมีญาติที่ไหนไหม” เงียบไม่มีเสียง หันมองอีกทีเขาก็หลับไปแล้ว เธอยกตะเกียงไปใกล้เขา มองกะละมังน้ำที่เต็มไปด้วยเลือด จึงยกน้ำไปเททิ้งใส่น้ำถังใหม่หยิบผ้าสีขาวข้างกาย แล้วเอามาเช็ดใบหน้าเขา เช็ดไปเช็ดมามือก็สั่นหนักขึ้นเรื่อย ๆ ใจที่ภาวนาว่าไม่ใช่ก็ใช่จนได้

คนที่ชนรถเข็นผักของพ่อเธอ ทำไมโลกกลมจัง วันเดียวเจอกันสองครั้ง

“ชิงเถา ลื้อไปเข้าห้องน้ำนานไปไหม” ได้ยินเสียงบิดาตะโกนถามพี่สาวทั้งสองคนที่บอกว่าไปห้องน้ำเธอจึงรีบหาผ้าห่มให้เขา แล้วหยิบตะเกียงออกจากห้องฟืนจากนั้นจึงรีบเข้าบ้าน

เขาเป็นเจ้าของไนต์คลับหรือว่าเป็นแค่คนมาเที่ยว แต่ถ้าเธอออกไปหาให้คนพวกนั้นมาช่วยตอนนี้แล้วไม่เจอใครก็คงอันตราย อีกทั้งระหว่างทางกลับบ้านก็เปลี่ยวมากด้วย ในเมื่อแผลไม่ได้สาหัสมาก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ค่อยคิดแล้วกัน

พอใกล้รุ่งสาง กรรณิกาก็ตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก เรียกได้ว่าตั้งแต่ที่ฟื้นขึ้นมาครั้งนี้เธอตื่นโดยไม่มีคนปลุก หันมองพี่สาวที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียงก็รีบขยับลงเท้าเบาเพื่อไปยังห้องเก็บฟืนหลังบ้านจะไปดูว่าพ่อมัมมี่เลือดหมดตัวหรือยัง

เสียงประตูไม้ขัดดังขึ้น เธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่มมองร่างที่นอนกระสับกระส่ายไปมา จึงใช้มืออังหน้าผากอีกฝ่าย “เขาตัวร้อนจี๋เลย” ว่าแล้วก็รีบลุกขึ้นไปเอาน้ำมาเช็ดตัวให้คนเจ็บ ต้องโทษที่ตัวเองไม่ได้ออกมาดูตอนดึก จากนั้นก็ได้เวลาเช็ดตัวชายหนุ่ม

ถ้าไม่มีเรื่องเป็นตายเข้ามาขัด เธอจะเคลิ้มกับเนื้อหนังของชายหนุ่มแล้วเชียว แต่เมื่อคิดว่าหากเขาต้องมาตายในบ้าน ก็เท่ากับว่าเธอหาเรื่องใส่ตัว ดีไม่ดีอาจโดนตำรวจจับ โทษฐานที่ไม่แจ้งกับทางการ

ไม่ได้นายจะตายไม่ได้ ฟื้นเดี๋ยวนี้พ่อมัมมี่จีนของเธอ

อาจเพราะสวรรค์เมตตา หลังจากเธอเช็ดเนื้อตัวชายหนุ่มไปสองรอบ ความร้อนในตัวก็ลดลง แต่เสียงอาม่ากำลังตื่น ได้ยินเสียงถามบิดาว่าจะกินอะไร

กินอะไรก็ทำครัว ทำครัวก็ต้องมาเอาฟืน ตายแน่ชิงเถาเธอได้ตายจริง ๆ แน่ ถ้าอาม่ามาพบเขาเข้า ว่าแล้วคนที่อาศัยร่างคนอื่นก็รีบโกยไม้ฟืนออกไปด้านนอก ใช้มือปิดประตูเมื่อหันหลังก็เจอกับอาม่าพอดี

“ลื้อมาทำอะไร”

“มาเอาไม้ฟืนจ๊ะอาม่า นี่ไง ไปนั่งตรงโต๊ะก่อน เดี๋ยวหนูก่อเตาให้เอง อาม่าไปนั่งจิบน้ำชาเถอะ” ว่าแล้วก็ลากอาม่าไปนั่งอยู่บนโต๊ะหินอ่อนกลางบ้าน ก่อนรีบเข้าไปยังครัวเพื่อก่อไฟให้

ว่าด้วยการก่อไฟเตาถ่านตอนแรกก็ทำให้เธอเกือบกลายเป็นไก่ย่างหน้าเตา คิดแล้วก็นึกถึงเตาแก๊ส เมื่อบ่นในใจไปรอบหนึ่งกองไฟที่เธอพยายามฝึกก่อมาหนึ่งเดือนก็ติด “อาม่าลงเตาหุงข้าวเลยไหม”

“ดี ๆ ลื้อต้องขยันหน่อย ๆ ตั้งแต่ตื่นมาก็เอาแต่นอนขี้เกียจหน้าบูดบึ้ง ไม่ว่านอนสอนง่ายเหมือนแต่ก่อนเลย”

ถ้าว่านอนสอนง่ายเธอคงไม่รอดมาถึงทุกวันนี้หรอกอาม่าจ๋า สองมือตักข้าวสารก้นหม้อ ขึ้นมามองในถ้วยข้าวเหลือเพียงครึ่งถ้วย หากหุงลงหม้อแล้วก็คงกินไม่ได้ทั้งครัว สายตาหันมองเผือกที่วางอยู่ จึงจัดการเทน้ำลงหม้อให้เยอะเข้าไว้ รอจนน้ำเดือดจึงใส่เผือกชิ้นเล็กที่เธอปอกเป็นชิ้นเล็กพอคำ เมื่อใส่ลงในหม้อได้ที่ก็ใช้จวักกวนก่อนเติมน้ำเพิ่มไปอีก เพียงเท่านี้ข้าวเพียงกำมือก็มีพอสำหรับคนกินถึงมื้อเย็น

หันไปมองผักในตะกร้าหยิบมาผัดผักกับเกลือไร้หมูเห็ดเป็ดไก่ เพราะเครื่องปรุงรสชนิดอื่นแพงจนเรียกได้ว่าซื้อมาปรุงไม่ได้ ยังดีที่เดือนก่อนบิดาจับปลาตัวเล็กได้ เธอจึงเอามาดองเกลือไว้เพื่อทำน้ำปลาคิดว่าจะได้กินก็อีกครึ่งปี

ดังนั้นตอนนี้จึงจำเป็นต้องกินแบบไร้รสชาติไปก่อน หันมองพี่สาวที่ลุกมาช่วยอีกแรง สายตาพวกพี่สาวที่มองไปยังข้าวผสมเผือกดูหม่นลง

“ข้าวสารหมดอีกแล้วหรือชิงเถา”

เธอพยักหน้าเพราะตอนนี้กำลังผัดผักบุ้งไฟแดงอยู่ หันมองพี่สาวที่เดินไปเปิดถังข้าว เพื่อให้แน่ใจ

“เงินที่ได้จากค่าเสียหายเมื่อวานก็เพียงพอจะซื้อรถเข็นคันใหม่ และเมล็ดพืชสำหรับปลูกรอบใหม่ แต่ก็ไม่พอสำหรับข้าวสารอยู่ดี”

ชิงลี่กับชิงหรูหันมองหน้ากัน ก่อนถอนใจอีกรอบ

“วันก่อนเถ้าแก่เนี้ยไนต์คลับชวนเจ้ ให้ไปทำงานเป็นคนเรียกแขก”

มือที่กำลังผัดกระทะหันมองพี่สาวทั้งสอง ถึงไนต์คลับจะเรียกได้ว่าเป็นลักษณะของผับเหมือนปัจจุบัน แต่ที่แตกต่างคือ แขกสามารถเรียกพนักงานไปบริการถึงโต๊ะได้

หากพี่สาวไปทำงานคงโดนพวกมันจับจนพรุนไม่ต้องสงสัย ด้วยหน้าตาของลูกสาวบ้านนี้หน้าตาดีทุกคน โดยเฉพาะเธอไม่ได้เข้าข้างตัวเองแต่เป็นแบบนั้นจริง ๆ ดังนั้นลูกสาวคนสุดท้องของบ้านนี้ น้อยครั้งที่จะได้ออกไปนอกบ้าน ยกเว้นเมื่อวาน

ตอนนี้ผัดผักบุ้งถูกยกออกไปด้านนอก ได้ยินเสียงบิดาออกมาอาบน้ำล้างตัวพร้อมอาหารมือเช้าเช่นกัน เธออาสาตักข้าวผสมเผือกก่อนเว้นให้คนเจ็บ จากนั้นก็ไปนั่งกินข้าวด้วยกันที่กลางห้องของบ้าน

มือหยิบผักบุ้งใส่จาน มองไปยังพี่สาวชิงลี่ พูดกับบิดา

“ป๊าข้าวสารหมดอีกแล้ว”

มือบิดาชะงัก “กินข้าวเวลากินเขาไม่คุยกัน”

กรรณิกาได้แต่นั่งมองพวกเขากินจนหมด ข้าวที่กลืนลงท้องแทบฝืนกลืนลงไปหันมองบิดาที่วางตะเกียบ

“ว่ามา”

“ลูกคิดว่าจะออกไปทำงานที่ไนต์คลับ”

ปัง! มือบิดาทุบโต๊ะเสียงดัง “เรื่องนี้คุยกันแล้วป๊าไม่อนุญาตพวกลื้อก็อยู่บ้านปลูกผักไป เรื่องข้าวสารป๊าจะจัดการเอง”

กรรณิกาหันมองบิดาที่สะพายกระเป๋าจากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง หันมองพี่สาวทั้งสองแล้วถอนใจ ถึงสมัยนี้จะใช้งานผู้หญิงบริการผู้ชาย แต่บิดาของเธอก็รักลูกสาวมาก จนไม่ยอมให้ออกไปทำงานที่เสียศักดิ์ศรี

เมื่อวงแตกเธอก็อาสาล้างจาน หันมองพี่สาวที่กำลังขุดดินเพื่อพลิกหน้าดินเตรียมพร้อมเพื่อหว่านเมล็ดผักรอบใหม่ หันมองอาม่าที่กำลังเดินเข้าห้องไปเพื่องีบหลับ เธอจึงตักข้าวต้มเผือกไปให้คนไข้ไม่สบายในห้องเก็บฟืน

ตอนนี้คนที่ไข้ลดลงได้สติแล้ว ดังนั้นตอนแรกที่คิดว่าจะทำไงกับข้าวต้มอุ่น จะจับป้อนปากต่อปากดี หรือปลุกให้เขามากิน อันแรกเธอแค่คิด แต่ไม่กล้าทำอยู่ดี

เมื่อเขาขยับเธอก็วางข้าวต้มก่อนช่วยพยุงแขนเขาพิงกับผนังห้อง มือแตะหน้าผากคนป่วยกับหน้าผากตัวเอง สมมุติว่าเป็นปรอทวัดไข้

จางเฟิงหมิงมองไปยังดวงตาของคนตรงหน้า ใบหน้าหญิงสาวเห็นชัดกว่าตอนกลางคืนเสียอีก ทำให้เห็นใบหน้าเรียวเล็ก ถือว่าหน้าตาดีมาก แต่เมื่อมองไปยังเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็กลบความงามลงไปครึ่งหนึ่ง หากเธอได้ใส่เสื้อผ้าดี ๆ เชื่อได้ว่าแม้แต่ลู่ฟางนักร้องประจำคลับก็ยังเทียบไม่ได้

“ไข้ลดแล้ว คุณจะกลับบ้านเลยไหม ถ้าไม่ไหวก็บอกมาว่าบ้านอยู่ไหนฉันจะไปตามคนมาช่วยคุณ”

คนเจ็บหันมองสภาพตัวเอง กลับไปคงจะเป็นเรื่องใหญ่โตไปอีกหากบิดาเห็นสภาพเขาในตอนนี้ เมื่อเขาไม่มีหลักฐาน อีกทั้งตนก็ไม่เคยพลาดท่ามาก่อน หากว่าครั้งนี้คนอื่นรู้เข้า เขาจะเสียหน้ามาก และยิ่งถ้ามีข่าวลือออกไปก็จะทำให้อิทธิพลที่สะสมมาลดน้อยลง ดังนั้นเขายังกลับไปตอนนี้ไม่ได้ คงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน

“ไปพบคนของผม ชื่อว่า ฟางเทียนฉิน ห้ามบอกคนอื่นเด็ดขาดและให้เขาเก็บเป็นความลับด้วย”

ฟางเทียนฉิน หมายถึงคนสนิทที่ให้เงินเธอหรือเปล่า เพื่อความแน่ใจเธอจึงพูดความคิดในใจออกไป “คนที่ให้เงินฉันเมื่อวานหรือเปล่าคะ”

คนป่วยขมวดคิ้วสงสัย ไม่รอให้เขาถามชิงเถาก็เล่าเหตุการณ์อีกรอบ จึงได้เข้าใจ ในเมื่อเคยเห็นหน้าแล้วถือว่าไม่ยากเท่าไหร่

“ได้ คุณอยู่ในนี้ก็กินข้าวไปก่อนแล้วกัน” อืมเอามือไหนกิน หันมองคนป่วยที่ตอนนี้ท้องกำลังร้องเสียงดังให้เธอได้ยิน เอาเถอะถือว่าทำบุญ ตอนเย็นเธอจะได้มีข้าวสารกรอกหม้อ

ว่าแล้วก็นั่งลงเป่าความร้อนของข้าวก่อนป้อนให้คนเจ็บ คำแรกที่จางเฟิงหมิงกินเข้าไปและรับรู้คือ เค็ม

“ไม่ต้องมองเค็มใช่ไหม ไม่ได้ปรุงพลาดแต่ตั้งใจ ในเมื่อมันเค็มก็ทำให้คนกินกินเข้าไปไม่ได้มากและอิ่มเร็ว ข้าวก็จะเหลือมาก พอสำหรับมื้อเย็น วันนี้มีให้กิน กินไปก่อนพรุ่งนี้ถ้าไม่มีข้าวสาร ฉันไปขุดเผือกมาให้กินอีก”

อันนี้เธอพูดเล่นหรือพูดจริง คนอะไรจนเสียยิ่งกว่าจน

“กระเป๋าเงินผม” เธอหันมองกองเสื้อผ้าหันมาเป่าคำต่อไป

“ไม่มีค่ะ ฉันหาดูแล้ว ตอนแรกว่าจะออกไปตามหมอให้ด้วยถ้าหาเงินพบ แต่ค้นจนหมดแล้วไม่มี ฉันก็เลยต้องรักษาคุณอย่างที่เห็น”

คนเจ็บคิดว่ากระเป๋าเงินคงตกลงกลางทาง “ผมอิ่มแล้ว คุณช่วยไปตามคนของผมมาให้หน่อย ห้ามมีพิรุธเด็ดขาด”

จากนั้นเขาก็บอกที่อยู่บ้านของตัวเอง กรรณิกาพยักหน้าวางถ้วยข้าวที่เหลือครึ่งหนึ่งไว้ ก่อนออกไปหาคนของเขา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ประมูลรักพันธะนายมาเฟีย
8.6
โชคชะตาและสถานการณ์บีบบังคับทำให้ เบลล่า ฟรานเซนโก้ นางแบบสาวพราวเสน่ห์ต้องก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยอันตรายของ ซีนอล ออตโตนี มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งลากูน ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวอย่างที่สุดกลับต้องยอมทำลายกำแพงของตนเองเพื่อยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอ ท่ามกลางความขัดแย้งและอำนาจมืด พันธะรักที่เริ่มต้นจากการประมูลและความจำเป็นจะนำพาคนทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครคาดคิดในโลกของมาเฟียที่แสนดุดัน
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักยากูซ่า
9.0
เมื่อความเมตตาที่เคยมอบให้กลับกลายเป็นบ่วงพันธนาการที่แสนอันตราย หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งจำต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตที่ไม่อาจคาดเดาได้ หลังจากที่เธอตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือชายหนุ่มผู้เป็นถึงนายน้อยผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลยากูซ่าชื่อดัง การก้าวเข้าสู่โลกมืดที่มีทั้งอำนาจและการนองเลือดในครั้งนี้ ทำให้เธอต้องพบกับบททดสอบของหัวใจท่ามกลางความขัดแย้งที่ดุเดือดและเสี่ยงตายในทุกฝีก้าวของชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย รวมเรื่องสั้น_เรื่องราวความรัก อ่านเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ
9.0
สัมผัสรวมเรื่องสั้นหลากรสชาติที่เต็มไปด้วยไฟรักและแรงปรารถนา เริ่มจากมายหญิงสาวผู้ยอมจำนนต่อความต้องการของคุณอาหนุ่มอย่างเร่าร้อนโดยไม่คิดปฏิเสธ ต่อด้วยความสับสนของพี่ชายที่ต้องรับมือเมื่อน้องสาวที่เขาหมายปองกำลังจะไปมีรักกับชายอื่น อีกด้านหนึ่งกานต์เด็กหนุ่มวัยละอ่อนต้องกลายเป็นของกำนัลเพื่อชดเชยหนี้มาเฟียให้แก่เชอร์รี่สาวสวยสุดเซ็กซี่ และปิดท้ายด้วยบทพิสูจน์ใจสามีที่แต่งงานมาห้าปีแต่กลับถูกภรรยาขอให้เขาไปมีสัมพันธ์กับหญิงอื่นเพื่อกำเนิดทายาทแทนเธอ
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์สวาทจอมลวง
8.5
แองเจลโร่ โรเรนโซ่ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งกรุงโรมและหนึ่งในสามขั้วอำนาจใหญ่ของอิตาลี ต้องรับมือกับวินเซ้นต์ ลูกชายวัยห้าขวบที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพ่อมากกว่าการไปโรงเรียน จนกระทั่งเขาได้พบกับมณีริน คุณครูสาวชาวไทยผู้ซ่อนรูปโฉมงดงามไว้ใต้กรอบแว่นหนาเตอะ เธอเดินทางมาทำงานเพื่อสร้างตัวโดยไม่คิดเรื่องความรัก แต่กลับต้องตกปากรับคำหนูน้อยวินเซ้นต์เพื่อช่วยประสานรอยร้าวและกระตุ้นให้มาเฟียหนุ่มหันกลับมาดูแลใส่ใจลูกชายของตนเองให้มากขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]
9.4
Plum, a handsome businessman, is tasked by his mother to drive Ploy-Yok away from his brother's life. However, he soon discovers that he cannot sever ties with her himself. Trapped on an island together, their mutual attraction ignites, leading to an intimate encounter where Plum's initial mission is forgotten. Despite the arrival of help, Plum finds he can no longer live without her, as his professional duty transforms into an uncontrollable and deep-seated passion.
หน้าปกนวนิยาย เสี่ยงรักมาเฟียร้าย
9.5
หญิงสาวผู้ยอมสละสิ้นทุกศักดิ์ศรีและร่างกายเพื่อหาเงินมารักษาพี่ชายเพียงคนเดียว เธอตกปากรับข้อเสนออันแสนอันตรายเพื่อกลายเป็นของเล่นในมือมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความปรานี แม้จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์จะวางอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนของสะสมชิ้นโปรดให้กลายเป็นผู้หญิงที่เขาหวงแหนเกินกว่าจะปล่อยมือ ทว่าในวันที่ความผูกพันกำลังเบ่งบานเป็นความรักที่แสนหวาน เรื่องราวกลับต้องเผชิญกับจุดพลิกผันที่ทำให้ทุกอย่างพังทลายลง