
เจ้าหัวใจแดนเถื่อน
ตอน 3
“เดี๋ยวเถอะ เมื่อกี้ยังเถียงกันคอเป็นเอ็น ทีอย่างนี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ”
“ก็คนใหญ่ที่สุดในบ้านลงมติแล้ว เราสองคนก็ต้องสมานฉันท์กันนะสิคะ ใครจะกล้าขัด”
“ดีมากจ้ะ แล้วตกลงวันนี้ไม่มีใครไปไหนใช่ไหมเนี่ย” นางศวิตาถามขึ้น
“พ่อขออยู่บ้านหนึ่งวันจ้ะ”
“ตอนแรกว่าจะไม่ไปไหน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ศิขอออกไปหาเพื่อนๆ นะคะ” หญิงสาวพูดเสียงอ้อนเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่อย่างประจบ
“ไปเถอะจ้ะ แต่อย่ากลับดึกนักละ”
“ค่ะ งั้นศิขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วกันนะคะ” พูดจบร่างสมส่วนก็วิ่งขึ้นบนห้อง ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและโทรนัดเพื่อนสนิทอย่างรุจิกาและพิมพ์ดาว รวมไปถึงคนรักอย่างเดชาธรให้ออกไปเจอกันที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ
นายทัดเทพกับนางศวิตามองตามหลังของลูกสาวไปจนลับสายตา ก่อนจะหันมามองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาหนักๆ
“หวังว่าสิ่งที่พวกเราลงทุนทำไปมันจะได้ผลนะแม่”
“เรื่องนั้นเรายังฟันธงไม่ได้หรอก เรามีหน้าที่ทำให้คนสองคนมาพบกัน แต่เมื่อพบกันแล้วมันจะเป็นไปตามที่เรามุ่งหวังหรือเปล่านั้นมันก็สุดแท้แต่เวรแต่กรรมก็แล้วกันนะคะ” คำเอ่ยเหมือนกับไม่อยากหวังอะไรมากของภรรยา ทำให้นายทัดเทพยื่นมือไปบีบมือบางของภรรยาเอาไว้คล้ายให้กำลังใจ ส่วนตัวเขาเองนั้นอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่หวัง ทรรศิกาจะได้หลุดพ้นจากคนเลวๆ นี้เสียที
ทรรศิกาออกจากบ้านมานั่งรอเพื่อน ตามที่ได้นัดกันเอาไว้ เวลาผ่านไปไม่นานคนตรงต่อเวลาที่สุดในกลุ่มอย่างรุจิราก็โผล่มาเป็นคนแรกตามคาด
“ยัยแพมทางนี้ ทางนี้” รุจิกาหันไปตามเสียงเรียกแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะทันที
“เฮ้อ...ร้อนๆ ขอน้ำดื่มหน่อยได้เปล่า” คนขอไม่ได้คิดจะรอคนถูกขออนุญาต ยื่นมือไปยกแก้วน้ำหวานของทรรศิกาขึ้นดื่มอย่างกระหาย
“ชื่นใจ…เธอสั่งมาไว้อีกแก้วเลยนะ ฉันว่าพอยัยดาวมาถึงมันต้องร้องหาน้ำเหมือนกับฉันแน่ๆ” ทรรศิกาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเรียกพนักงานมาสั่งน้ำหวานและขนมมารอ เพราะคนที่จะมาคนต่อไปคงไม่ร้องหาแค่น้ำแน่
“ว่าแต่แกมีเรื่องอะไรถึงนัดพวกฉันมากะทันหันอย่างนี้” รุจิราถามพลางขยับตัวนั่งให้เข้าที่
“เอาไว้มาครบกันทุกคนก่อนฉันจะบอกทีเดียว ขี้เกียจเล่าหลายรอบ เมื่อย”
“แล้วเธอได้นัดอีตาพี่ธรมาด้วยหรือเปล่า”
“ก็แหงละ เพราะเรื่องนี้มันปัจจุบันทันด่วนจริงๆ แม้แต่ฉันยังเพิ่งรู้ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเอง ว่าแต่ถามถึงนี่อยากเจอหรือว่าไม่อยากเจอล่ะ” ทรรศิกาถามพลางอมยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้าเหมือนกินยาขมของรุจิรา
เธอเองก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเพื่อนของเธอคนนี้ไปจงเกลียดจงชังเดชาธรอะไรนักหนา เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องหน้าบึ้งใส่ราวกับโกรธกันมาเป็นชาติทุกที
“ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากจะเจอนักหรอก แต่ก็เอาเถอะไหนๆ ก็นัดมาแล้ว คิดซะว่าจะได้เจอหน้าเพื่อนเก่า หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน...แต่คนที่ดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้เห็นหน้านายนั่น คงจะหนีไม่พ้นยัยพิมพ์ดาวหรอก”
“นินทาอะไรฉันยะยัยรุจิรา”
“ว๊าย! ตาเถรหกตกเก้าอี้ตาย” เสียงกระซิบที่ดังขึ้นข้างหู ทำให้รุจิราถึงกับอุทานออกมาอย่างตกใจ ส่วนคนที่ได้แกล้งอย่างพิมพ์ดาวและทรรศิกาถึงกับหัวเราะชอบใจ กับท่าพิลึกพิลั่นของรุจิรา
“ฮ่าๆๆ คนที่จะตกเก้าอี้ตาย โทษฐานที่นินทาคนอื่นก็คือเธอนั่นแหละยัยแพม เอ๊ย” พิมพ์ดาวสาปแช่งเสียงกลั้วหัวเราะอย่างถูกใจ ก่อนจะพาร่างอวบๆ ของตัวเองนั่งลงข้างๆ ทรรศิกา และไม่ต้องรอให้ใครอนุญาตหรือขออนุญาตใคร พิมพ์ดาวก็จัดการดื่มน้ำหวานแล้วหยิบขนมที่เพิ่งมาวางตรงหน้ามาทานอย่างเอร็ดอร่อย
“ไม่มีมารยาทเลยแกนี่ มาถึงก็กินเอากินเอา เคยอ่านไหมหนังสือมารยาทผู้ดีน่ะ ถ้าไม่เคยฉันจะซื้อให้อ่าน”
“ถ้าจะซื้อจริงๆ ขอสักลังนะ เพราะฉันซื้อต้มกินไปสามเล่มแล้ว ยังไม่รู้สึกว่ามารยาทของฉันมันจะดีขึ้นสักกะติ๊ด”
“ยัยบ้า เขาให้อ่านไม่ได้เอาไว้ต้มกิน” รุจิราบอกกลั้วหัวเราะ
“กินไปเถอะ ศิสั่งมาเพื่อดาวอยู่แล้ว”
คุณอาจจะชอบ





