
สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
ตอน 3
“หมายความว่าอย่างไร”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ฟังจากโทนเสียงคล้ายกับเป็นเสียงคำรามในลำคอเสียมากกว่า ส่วนเจ้าของคำถามบัดนี้จับจ้องสตรีตรงหน้าด้วยความโกรธจัดจนแทบอยากจะกระโจนเข้ามาบีบคอ
“ปัดโธ่ ท่านมีทางเลือกมากนักหรือ นี่เป็นวิธีเดียวที่ข้าคิดได้แล้ว หากอยากหนีออกไปโดยไม่ถูกจับได้ก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น” แม้ปากจะกล่าวไปเช่นนั้น แต่ใบหน้ากลับหดเล็กยิ่งกว่าฝ่ามือ
ลู่ซิงเหยียนเหลือบมองร่างสูงสลับกับถังไม้ขนาดใหญ่บนรถเข็นที่เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลเน่าเหม็น ยามนี้เมื่อเปิดฝาที่ปิดอยู่ออกก็ยิ่งส่งกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนจนรู้สึกคลื่นเหียนจนท้องใส่ปั่นป่วนไปหมด
นางเห็นร่างสูงยืนแข็งค้างอยู่ในเงามืดหลังพุ่มไม้หนาทึบ มือข้างที่จับมีดกำแน่นขึ้นกว่าเดิมจนน่าหวาดหวั่น ท่าทางโกรธจัดของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต คาดว่าภายในใจของเขาตอนนี้คงอยากปาดคอนางแล้วจับหมกลงไปในถังอาจมเป็นแน่
“ท่านรีบซ่อนเร็วเข้าเถิด อีกเดี๋ยวข้าจะต้องเข็นถังนี่ออกไปประตูท้ายจวน หากไม่มีอะไรผิดพลาดพอถึงนอกเมืองท่านก็จะหนีออกไปอย่างปลอดภัยไร้กังวลแล้ว” หญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น
หากเป็นโจรขโมยทั่วไปที่รักตัวกลัวตาย แน่นอนว่าวิธีนี้ก็คงไม่เลวนัก อดทนเพียงนิดก็จะสามารถมีชีวิตรอด ทว่าโจรผู้นี้กลับต่างออกไป แผ่นหลังของเขายืดตรง ท่วงท่าทะนงตน ท่าทางจะเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีไม่หวาดเกรงความตาย การบังคับให้เขากระทำเรื่องเช่นนี้ย่อมไม่ต่างจากการดูถูกเหยียดหยามอย่างร้ายแรง
“ข้าจะฆ่าเจ้าซะ” เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน
ร่างในเงามืดทำท่าจะกระโจนเข้าใส่ลู่ซิงเหยียนจริง ๆ หญิงสาวรีบหลับตาลงรอรับความเจ็บปวด นางเข้าใจดีว่าการให้เขาแอบซ่อนอยู่ในถังอาจมนั้นไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกนึกแค้น ทว่านี่เป็นวิธีเดียวที่นางจะช่วยเหลือให้เขาหลบหนีออกไปจากจวนเจ้าเมืองได้
โชคดีที่มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นด้านหน้าจวน ทำให้ร่างสูงรีบหลบเข้าไปซ่อนด้านหลังพุ่มไม้ตามเดิม ได้ยินเสียงทหารยามตะโกนไล่ตามผู้บุกรุกไปอีกฝั่งหนึ่งของจวน จากนั้นไม่นานในบริเวณจุดซักล้างด้านหลังเรือนนอนบ่าวรับใช้ก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบ ยามนี้บ่าวในเรือนถูกสั่งให้หลบอยู่ด้านในห้ามออกมาข้างนอก มีเพียงลู่ซิงเหยียนคนเดียวที่พ่อบ้านเหอยกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษ
“พรรคพวกของท่านหรือไม่” คำถามของสาวใช้ทำให้ร่างสูงตวัดดวงตาคมกลับมามองนางอย่างนึกสงสัย
“หากท่านไม่อยากใช้วิธีการของข้าหลบหนีออกไปก็ช่างเถิด รอให้พรรคพวกของท่านถูกจับได้ ท่านก็ไปรับโทษพร้อมกับพวกเขาก็แล้วกัน” หญิงสาวกล่าวอย่างจนใจ ก่อนจะเดินไปปิดฝาถังไม้เตรียมตัวเข็นรถไปประตูด้านหลังจวนตามหน้าที่
“ช้าก่อน...”
ลู่ซิงเหยียนหยุดการกระทำก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่อยู่หลังพุ่มไม้ สายตาดุดันอ่อนลงเล็กน้อย เขามองซ้ายขวาอย่างระมัดระวังก่อนจะค่อย ๆ เผยตัวออกมาจากที่ซ่อน
“ทำตามวิธีของเจ้าซะ” เขาออกคำสั่งเสียงแข็ง
ลู่ซิงเหยียนถอนหายใจ ก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างฝืดเฝื่อน จากนั้นจึงเปิดฝาถังอาจมออกและกระโดดขึ้นไปบนรถลาก ถังไม้นี้ใหญ่พอให้คนผู้หนึ่งซ่อนตัวอยู่ได้สบาย ๆ ทว่าด้านในบรรจุของเหลวน่าสะอิดสะเอียนไว้เกือบเต็ม เหลือที่ว่างอยู่นิดหน่อยให้พอหายใจได้เท่านั้น
มือเล็กกวักเรียกให้อีกคนขึ้นมาบนรถลาก ร่างสูงหายใจแรงอย่างหงุดหงิดก่อนกระโดดตามขึ้นไป ในใจรู้สึกขมฝาด ทั้งเดือดดาลทั้งขบขัน ชีวิตนี้ไหนเลยจะคาดคิดว่าบุคคลสูงส่งมากอำนาจเช่นตนเองต้องมากระทำการหลบซ่อนอย่างน่าอดสูเช่นนี้
“ท่านกลั้นใจแล้วรีบลงไปเสียเถิด” นางกล่าวหน้ายี้ขณะจ้องมองลงไปภายในถัง
เห็นท่าทางเช่นนั้นของสาวใช้แปลกประหลาดยิ่งทำให้รู้สึกอัปยศอดสูมากขึ้นไปอีก สุดท้ายจึงกลั้นใจปีนลงไปในถังไม้ เมื่อร่างกายสัมผัสของเหลวพร้อมกับกลิ่นคลื่นเหียนตีขึ้นจมูก ขนทั้งร่างลุกชัน รู้สึกเกินจะอดทนคิดโก่งคออาเจียนออกมา
ขณะจะดึงผ้าคลุมหน้าออกมือเรียวเล็กก็รีบยกขึ้นปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ผู้บุกรุกพยายามดิ้นรนแต่กลับถูกกดศีรษะลงไปในถังแทน จากนั้นหญิงสาวก็รีบเอาฝามาปิดปากถังไว้โดยไม่ให้โอกาสได้ขัดขืน
“เตรียมตัวเสร็จแล้วหรือไม่” เสียงของพ่อบ้านเหอดังขึ้น ก่อนที่ร่างอ้วนท้วนจะปรากฏตัว
“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
ลู่ซิงเหยียนยิ้มจาง ๆ ก่อนจะตบเบา ๆ ลงบนถังไม้สองสามทีคล้ายกับจะส่งสัญญาณให้คนด้านใน จากนั้นจึงกระโดดลงมาจากรถลากเตรียมพร้อมติดตามพ่อบ้านเหอออกนอกจวน
“ท่านหญิงสั่งให้ข้าไปส่งเจ้าออกนอกจวนด้วยตนเอง หากมิใช่เพราะท่านหญิงเห็นแก่ความกตัญญูของเจ้าก็คงไม่อนุญาตให้เจ้าออกไปอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้”
“ท่านหญิงงดงามจิตใจเมตตาเสียจริง ๆ แต่อย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณพ่อบ้านเหอที่ช่วยออกหน้าแทนข้า หากมิใช่เพราะท่านช่วยพูด ท่านหญิงก็คงไม่อนุญาตใช่หรือไม่” ลู่ซิงเหยียนเอ่ยพลางยิ้มหวาน
“เจ้าไม่ต้องมาประจบประแจงเอาใจข้า เดี๋ยวอีกครู่หากยามเฝ้าประตูต้องการตรวจค้น เจ้าก็อย่าทำตัวมีพิรุธใดไปเล่า”
“ขะ ข้า ข้าจะทำตัวมีพิรุธอันใดกัน ตรวจก็ตรวจสิ ข้าก็แค่กลับบ้านไปดูแลมารดาเหมือนทุกที ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูล้วนเป็นคนคุ้นเคยกันทั้งสิ้น” ลู่ซิงเหยียนแสร้งพูดเสียงดังขึ้น ไม่รู้คนในถังไม้จะได้ยินเรื่องการตรวจค้นก่อนออกนอกจวนหรือไม่
“โจรที่บุกเข้ามาขโมยของในจวนวันนี้ฝีมีร้ายกาจนัก จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวเอาไว้ได้แม้แต่คนเดียว ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูล้วนเป็นคนของหัวหน้าเจี้ยนคังหาใช่ทหารยามที่เจ้าคุ้นเคยไม่”
ได้ยินพ่อบ้านเหอที่เดินนำหน้ากล่าวเช่นนั้น ลู่ซิงเหยียนรู้สึกน้ำลายเหนียวฝืดคอ มือสองข้างที่เคยลากรถอย่างสบาย ๆ ครั้งนี้บรรทุกน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยแถมในใจยังหวาดหวั่นพรั่นพรึงจึงออกแรงได้ไม่เต็มที่นัก นางส่งเสียงรับคำเบา ๆ ไม่กล้ากล่าวสืบต่อ
คุณอาจจะชอบ





