ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)

เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก (แอลตัน-สายป่าน)

แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 2

นางสายสุนีย์ต้องนอนดูอาการอยู่ที่รพ.ถึงสามวัน กว่าหมอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ วันนี้กิตติยศขับรถยนต์มารับป้าสะใภ้และน้องสาวกลับบ้าน เพราะสายป่านติดต่อพ่อไม่ได้อีกตามเคย เธอถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ที่พ่อไม่เคยเห็นแม่อยู่ในสายตาบ้างเลย เมื่อแม่กลับถึงบ้านแล้ว เธอก็ดูแลแม่เป็นอย่างดี ส่วนพ่อเธอ หลังจากกลับมาบ้านก็ไม่ได้ถามไถ่อะไรลูกเมียตัวเองเลยสักคำ เดินขึ้นห้องส่วนตัวที่แยกกันนอนกับแม่ตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน ก่อนที่แม่จะป่วยนั่นแหละ ดังนั้นอาการป่วยของแม่เธอก็คงไม่พ้นจากอาการตรอมใจแบบที่ใคร ๆ เขาพูดกัน เพราะแม่เองก็รู้ดีถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของพ่อกับผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น แต่แม่เลือกที่จะเงียบ และไม่ตอบโต้อะไร สายป่านก็ย้ายไปนอนกับแม่ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

“แม่คะ ตอนนี้หนูปิดเทอมแล้วนะคะ เดี๋ยวก็จะได้เรียนมหาลัยแล้ว หนูจะเรียนคณะบริหารธุรกิจเหมือนแม่ ดีไหมคะ” สายป่านนอนหนุนตักมารดา ในขณะที่นางสายสุนีย์ยิ้ม พลางลูบหัวบุตรสาว สายป่านเป็นเด็กเรียนดี และขยันตั้งแต่เด็ก ๆ ใครๆ ก็เอ็นดูเธอ ปีนี้เธอเป็นสาวเต็มตัวแล้ว แถมรูปร่างหน้าตายังสะสวย สูงโปร่ง อกเอวสะโพกกลมกลึงสมส่วน ผิวขาวอมชมพูเหมือนแม่ เธอยิ้มสวย และเป็นคนพูดเก่ง ใครเห็นใครก็รักทั้งนั้น จะติดอยู่หน่อยก็ตรงนิสัยห้าวหาญ และไม่ยอมใคร จนทำให้นางสายสุนีย์ต้องคอยปรามลูกสาวคนเดียวของเธอบ่อยๆ

วันนี้สายป่านนัดกับเพื่อน ๆ ไว้ว่าจะไปดูมหาลัยที่หมายตากันไว้ว่าจะไปเรียนต่อกันที่นั่น เธอจึงนัดกับกลุ่มเพื่อนไปพร้อมๆ กัน หลังจากที่ดูรายละเอียดคณะที่จะเรียนกันแล้ว เธอก็ขอตัวกลับทันทีเพราะเป็นห่วงแม่ที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว โดยพ่อบอกว่ามีธุระด่วนอีกตามเคย ช่วงหลัง ๆ นี้พ่อเธอมักจะไปค้างที่ปางไม้บ่อย ๆ โดยอ้างว่างานยุ่ง แต่สายป่านเองก็รู้เหตุผลที่แท้จริงนั้นดี เพราะคนที่ปางไม้หูตายังกับสัปปะรด แถมปากยื่นปากยาวเสียยิ่งกว่าอะไรซะอีก ไม่ว่าพ่อจะทำอะไรก็มักจะมีพวกปากสว่างคาบข่าวมาบอกเป็นประจำ แต่เธอก็ยังคงเก็บเงียบไว้ ไม่ได้บอกอะไรให้แม่รับรู้

ในขณะที่เธอกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เธอมองที่หน้าจอเห็นชื่อกิตติยศก็รีบกดรับทันที

“ว่าไงคะพี่ยศ โทรเช็คป่านอีกแล้วนะ กำลังจะกลับแล้วค่ะ ไม่เถลไถลที่ไหนหรอกน่า”สายป่านกรอกเสียงตอบกลับไปยังปลายสาย เพราะวันนี้เธอฝากให้กิตติยศช่วยดูแม่แทนให้ ในระหว่างที่เธอไม่อยู่

“ป่าน .. ป่านอยู่ไหนรีบมารพ. ด่วนเลยนะ ป้าณีอยู่รพ.” กิตติยศบอกกับน้องสาว สายป่านตกใจมาก เธอรีบไปที่รพ.ทันที

ที่หน้าห้องฉุกเฉินของรพ. BKK สายป่านรีบวิ่งเข้ามาหากิตติยศที่นั่งรออย่างกระวนกระวายใจ เธอวิ่งเข้าไปกอดพี่ชายแล้วถามถึงอาการของแม่ทันที

“เมื่อตอนกลางวันพี่เอาข้าวไปให้ป้าณี แกก็กินข้าวปกติ หลังจากนั้นพี่ก็เลยเก็บจานชามไปล้างในครัว อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงป้าณีร้องเรียกเลยวิ่งไปดู เห็นแกนอนอยู่ที่พื้นแล้วก็หมดสติไป พี่เลยรีบพาแกมารพ.นี่แหละป่าน” กิตติยศบอกน้องสาว

ในขณะที่ทั้งสองรออย่างใจจดใจจ่ออยู่นั้น สักพักหนึ่ง คุณหมอก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน สองพี่น้องรีบตรงเข้าไปหาหมอทันที

“ญาติคุณสายสุนีย์ใช่ไหมคะ” สองพี่น้องพยักหน้ารับคำ คุณหมอทำหน้าไม่สู้ดีนัก ทำให้สายป่านถึงกับใจหาย

“หมอไม่อยากต้องมาแจ้งข่าวแบบนี้เลย แต่ก็ต้องบอกญาติตามความเป็นจริงนะคะ คนไข้มีอาการหัวใจวายเฉียบพลันและหยุดหายใจก่อนหน้าที่จะมาถึงรพ.แล้วค่ะ หมอพยายามปั๊มหัวใจและช็อตไฟฟ้าช่วยแล้ว แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตคนไข้ให้กลับมาได้ หมอพยายามจนถึงที่สุดแล้วค่ะ เสียใจด้วยนะคะ ” สายป่านยืนนิ่งไม่ไหวติง หัวสมองรู้สึกมันอื้ออึงและดูงง ๆ จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก รู้แต่ว่าน้ำตาไหลออกมามากมาย สักพักเธอก็ร้องไห้โฮ แล้วล้มตัวลงนั่งร้องไห้อยู่กับพื้นทางเดินนั่น โดยมีกิตติยศกอดปลอบอยู่ไม่ห่าง

สายป่านพยายามติดต่อพ่อเพื่อทำเรื่องรับศพแม่กลับไปบำเพ็ญกุศล แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เธอจึงขอให้กิตติยศขับรถพาเธอไปที่ปางไม้ เพราะมั่นใจเหลือเกินว่าพ่อของเธอจะต้องอยู่ที่นั่นแน่นอน เมื่อรถขับมาจอดยังปางไม้ สายป่านก็เห็นรถของพ่อจอดอยู่ที่นั่นจริง ๆ เธอรีบเปิดประตูรถ และเดินดุ่ม ๆ ไปที่บ้านพักของปางไม้ทันที โดยมีกิตติยศกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไป เมื่อถึงบ้านพัก เธอเห็นพ่อกับวิไลรัมภากำลังนั่งคุยกันอยู่ โดยที่ผู้หญิงหิวเงินคนนั้นกำลังนั่งตักของพ่อเธอ เมื่อหล่อนเห็นสายป่านเดินเข้ามาก็แกล้งทำเป็นไม่เห็น และออดอ้อนพ่อของเธอต่อไป สายป่านเดินเข้าไปกระชากผมของวิไลรัมภาอย่างแรง จนร่างนั้นเซถลาลงพื้น นายปิยะเวชผู้เป็นพ่อรีบถลันเข้าไปช่วยประคองชู้รัก และต่อว่าลูกสาวทันที

“แกเป็นบ้าอะไรฮะ !! ยัยป่าน” พ่อตะคอกเธอเสียงดัง พลางประคองชู้รักยืนขึ้น วิไลรัมภาแกล้งทำเป็นเจ็บเพื่อเรียกร้องความสนใจ จนสายป่านถลันเข้าไปทำท่าจะตบอีกฝ่าย จนกิตติยศต้องเข้าไปรวบตัวน้องสาวเอาไว้

“พ่อ .. พ่อรักมัน ปกป้องมัน พ่อรู้ไหม แม่ตายแล้ว แม่ตายแล้วได้ยินไหม สมใจพ่อรึยัง ฮือๆๆๆ” สายป่านทิ้งตัวลงร้องไห้ที่พื้นอย่างหมดแรง หัวใจเธอเจ็บเหมือนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เธอก้มหน้าร้องไห้สะอื้นไม่หยุด นายปิยะเวชเข้ามากอดปลอบลูกสาวไว้ด้วยความสงสาร โดยมีวิไลรัมภายืนยิ้มอย่างสะใจอยู่ข้าง ๆ

งานศพของนางสายสุนีย์ได้ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สายป่านเองยังคงทำใจไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนี้ เมื่อไม่มีแม่แล้ว เธอก็เหมือนอยู่ตัวเดียว ในช่วงแรกตอนที่แม่เสียใหม่ ๆ พ่อก็ยังอยู่ที่บ้านกับเธอทุกวัน และนอนที่บ้านทุกคืน แต่พอเวลาผ่านไปได้ราว ๆ สักสองสัปดาห์ พ่อก็เริ่มไม่กลับบ้าน แต่สายป่านไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังมีกิตติยศ ที่ยังคอยมาดูแลเธออยู่เสมอ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวพญามาร
9.8
เงื่อนไขมรดกมหาศาลทำให้วรรณรดาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหม่อมราชวงศ์ธีรดนย์ ชายหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามทว่าหัวใจกลับเย็นชาดุจพญามาร เขาตราหน้าเธอและอาว่าเป็นเพียงปลิงที่หวังสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลของเขาเหมือนที่เคยทำกับบิดาจนสิ้นใจ แม้จะเกลียดชังเพียงใดเขากลับยอมจดทะเบียนสมรสเพื่อรอขยี้เธอให้สาสมกับตำแหน่งภรรยาที่เธอได้รับมา ท่ามกลางไฟแค้นที่พร้อมแผดเผา วรรณรดาต้องเผชิญกับสัมผัสอันร้อนแรงและคำดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าบ่าวที่มองเธอเป็นเพียงศัตรูในคราบเจ้าสาว
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักเจ้านายใจร้าย
9.8
เมื่อนพรดาตั้งท้องกับเจ้านายใจร้ายที่ยืนกรานว่าไม่ต้องการมีพันธะหรือรับผิดชอบเธอในฐานะภรรยา ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี แม้เขาจะยื่นข้อเสนอเพียงเรื่องเงินหรือการรับเลี้ยงเด็กโดยปราศจากความรัก แต่เธอกลับประกาศกร้าวว่าจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังและให้เขาตายไปจากใจ หากวันใดที่ลูกต้องการพ่อ เธอพร้อมจะหาคนใหม่มาแทนที่เขา บทเรียนราคาแพงครั้งนี้คนใจดำอย่างเขาจะต้องเป็นฝ่ายเสียดายไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน
9.4
ซ่งเซียงทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวให้เหยียนลี่หาน แต่เขากลับทอดทิ้งเธอไปอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด ทว่าโชคชะตาพลิกผันทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีนีจากการรับมรดกและมีชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์พร้อมหนุ่มๆ รุมล้อม เมื่ออดีตเจ้านายผู้โอหังหวนกลับมาพบเธอในงานเลี้ยงและหลงคิดว่าเธอยังโหยหาเขาอยู่ ซ่งเซียงจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอต้องการอีกต่อไป ชีวิตที่เคยถูกเหยียดหยามบัดนี้กลายเป็นความเหนือกว่าที่เขาไม่อาจเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย เมียลับนายหัว
8.0
................ วินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาว หัวใจเขาเต้นแรงมาก ความรู้สึกหม่นเศร้า เคว้งคว้างท่ามกลางความหนาวเหน็บถูกปัดออกมาจากจิตใจจนสิ้นเมื่อได้พบหน้ากัญญาพัชรด้วยตาตัวเอง หนูน้อยวัยสี่ขวบเดินมาหาชายร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกที่บอกในใจว่า ต้องเดินไปหา “สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ” เสียงหวานใสเหลือเกิน... สิงหนาทพูดอยู่ในใจเมื่อได้ยินเสียงแรกของลูกสาว เขาก้มมองดูเด็กหญิงหน้าตาราวกับตุ๊กตา ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอวบน่าฟัดน่ากอด สวมใส่ชุดคอจีนสีขาวฟ้า ใบหน้าหนูน้อยชวนมองยิ่งนัก ตาโต แก้มป่อง ริมฝีปากแดงอมชมพู เขาย่อตัวลงให้ความสูงอยู่ระดับเดียวกับกัญญาพัชร “ขอกอดหน่อยได้ไหมครับ” สิงหนาทพูดกับลูกเสียงหวานมาก กัญญาภรณ์กับชุติมาสั่งสอนเสมอว่า อย่าเข้าใกล้คนแปลกหน้า ใครที่น้องขนมไม่รู้จักชวนไปไหนอย่าไป ให้กินอะไรก็อย่ากิน ซึ่งหนูน้อยเชื่อฟังมาตลอด ทว่าครั้งนี้กัญญาพัขรกลับละเมิดคำสั่งสอนมารดา “ได้ค่ะ” กัญญาพัชรกางมือออกไปทางด้านข้าง ยิ้มเต็มใบหน้า ราวกับว่าต้องการอ้อมกอดจากเขาเช่นกัน สิงหนาทไม่รอช้ารั้งร่างอวบของลูกสาวไว้ในอ้อมแขน กระชับแน่นประหนึ่งกลัวว่าร่างนี้จะสลายแล้วรู้ตัวว่า เขาอยู่ในความฝัน ไม่ใช่ฝัน...มันคือเรื่องจริง เนื้อนุ่มนิ่มที่เขากอด หัวใจของหนูน้อยที่แนบกับอก สิงหนาทรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ความอุ่นจากเรือนกายตอกย้ำว่า เขาได้พบลูกแล้ว น้ำตาเขาปริ่มขอบตาก่อนปล่อยมันลงมาเคลียแก้มอย่างไม่คิดจะกลั้น เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เป็นความดีใจที่รอคอยมานานสี่ปี คนเป็นพ่อค่อยๆ ดันร่างลูกสาว ลูบหัวหนูน้อยเบามือ “คุณลุนร้อนไห้ทำไมคะ โอ๋ๆ ไม่ร้อนนะคะ” สิงหนาทยิ้มกับคำพูดของลูกสาว แล้วยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อกัญญาพัชรกอดปลอด “ไม่ต้องร้อนนะคะ โอ๋ๆ” “ลุงไม่ร้องแล้วครับ ลุงไม่ร้องแล้ว ขอบใจน้องขนมนะครับที่ปลอบลุง” สิงหนาทปาดน้ำตาทิ้ง ยิ้มให้บุตรสาวสุดน่ารัก “แม่อยู่ไหมครับ แม่แพรน่ะครับ” “แม่ไม่อยู่ค่ะ” “แม่ไปไหนครับ” “แม่ไปหาผัวใหม่” เด็กวัยสี่ขวบตอบเสียงใส ยิ้มแป้น แต่คนได้รับคำตอบกลับยิ้มไม่ออก “ไปไหนนะครับ” สิงหนาทถามซ้ำ “แม่ไปหาผัวใหม่ น้ายูบอกว่าผัวเก่าแม่เฮงซวยค่ะ” น้องขนมตอบตามที่ชุติมาบอก ไม่รู้ความหมายในคำพูดที่เอ่ยออกไป โดยไม่รู้ว่า คำตอบของตนนั้นกำลังทำให้เสือร้ายโมโห “หนอย...ห่างผัวไม่กี่ปี ริอยากมีผัวใหม่ ฝันไปเถอะ” โรมานซ์
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักสีกุหลาบ
8.4
กุมาริกาสาวน้อยในชุดพรางตัวตนต้องมาอยู่ใต้การดูแลของสเตฟาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยชายตาแลเธอ เพราะเขามีเหล่านางแบบล้อมรอบกายเสมอ ทว่าอุบัติเหตุคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนทำให้เธอตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ กุมาริกาตัดสินใจหนีไปพร้อมความลับเพื่อเริ่มต้นใหม่โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ทิ้งให้สเตฟานต้องพลิกแผ่นดินตามหาสาวปริศนาผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งโชคชะตาขีดเขียนให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย วุ่นรักเมียจำเป็น
8.4
เมื่อพราวพิไลต้องสวมรอยเป็นภรรยาจำเป็นให้หิรัญ พ่อเลี้ยงหนุ่มผู้เย็นชาที่สูญเสียความทรงจำจากอุบัติเหตุหลังถูกคนรักทิ้ง เธอต้องคอยปั้นเรื่องโกหกและวางยานอนหลับเพื่อเอาตัวรอดจากเขาในทุกค่ำคืน ขณะเดียวกัน แพรวพิลาส พี่สาวผู้เรียบร้อยกลับต้องเผชิญวิบากกรรมในฐานะเลขาของธรัฐ น้องชายปากร้ายที่คอยตราหน้าว่าเธอไร้ยางอาย สองพี่น้องจะจัดการกับความวุ่นวายและคำลวงที่ถักทอขึ้นท่ามกลางความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้ได้อย่างไร