ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)

เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก (แอลตัน-สายป่าน)

แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 3

เช้าวันนี้สายป่านตื่นมาหุงหาอาหารและใส่บาตรในตอนเช้าเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้แม่เหมือนกับทุก ๆ วัน หลังจากนั้นก็เข้าไปเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เธอได้ยินเสียงรถยนต์ของพ่อแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน

“กลับมาได้สักทีสินะ หายไปตั้งหลายวัน” เธอคิดอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก จากนั้นก็ได้ยินเสียงพ่อเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับเสียงพูดคุยกับใครบางคนดังแว่วมา “พ่อมากับใคร?”เธอจึงเดินออกไปดูต้นเสียงนั้น

“พี่เวชแน่ใจนะคะว่าจะให้วิมาอยู่กับพี่ที่นี่ได้ ลูกสาวพี่จะยอมเหรอ” วิไลรัมภาเอ่ยถามหลังจากเดินตามหลังนายปิยะเวช ที่กำลังถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตของเธอเข้าไปในบ้าน

“ที่นี่มันบ้านพี่นะ พี่มีสิทธิ์จะให้ใครอยู่หรือไม่ให้ใครอยู่ก็ได้” นายปิยะเวชตอบเสียงหนักแน่น ทำให้วิไลรัมภายิ้มอย่างพอใจ

“ทีนี้แหละ.. จะได้เห็นคนอกแตกตายกันบ้าง หึหึ” เธอนึกกระหยิ่มอยู่ในใจ นั่นไง... ยัยตัวร้ายเดินมานั่นแล้ว..

สายป่านเดินออกมา เธอมองด้วยความไม่พอใจทันทีที่เห็นพ่อพาวิไลรัมภาเข้ามาที่บ้าน เมื่อเห็นกระเป๋าสัมภาระเยอะแยะแบบนี้เธอก็พอจะเดาเหตุการณ์ได้

“พ่อ .. นี่มันอะไรกันคะ พาผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบ้านเราทำไม” เธอเอ่ยกับบิดาเสียงแข็ง แสดงความไม่พอใจอย่างเต็มเปี่ยม

“ไม่เอาน่าป่าน แม่เขาก็ตายไปแล้ว วิเขาก็มีสิทธิ์ที่จะมาอยู่ที่นี่ได้ เพราะเขาก็เป็นเมียของพ่อ ป่านก็น่าจะรู้ดี” นายปิยะเวชบอกกับลูกสาวที่ยืนจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง

“แต่แม่เพิ่งจะเสียไปได้ไม่กี่อาทิตย์เองนะพ่อ” สายป่านพูดเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลออกมา

“พ่อจะให้วิอยู่ที่นี่ บ้านเราก็ใหญ่โตกว้างขวาง แกก็อยู่ในส่วนของแก เขาก็อยู่ในส่วนของเขา พ่อไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาตรงไหน อย่าทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่นะป่าน” พ่อดุเธอเสียงเขียว ทำให้ผู้หญิงคนนั้นยิ้มเยาะเย้ย และเบะปากใส่สายป่าน

“ก็ได้ แล้วแต่พ่อเลย ในชีวิตนี้แค่มีผู้หญิงคนนี้อยู่กับพ่อ พ่อก็คงพอใจแล้ว ไม่ว่าจะไม่มีแม่ หรือไม่มีหนู พ่อก็คงจะไม่สนใจหรอก ต่างคนต่างอยู่ อย่ามาล้ำเส้นหนูก็แล้วกัน” สายป่านพูดจบก็เดินกลับเข้าห้องไป

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สายป่านก็ไม่เคยอยู่แบบสงบอีกเลย เพราะอีกฝ่ายชอบทำตัววุ่นวายเจ้ากี้เจ้าการในบ้าน เสมือนเป็นเจ้าของบ้านซะเอง ส่วนเธอก็พยายามหลีกเลี่ยง ต่างคนต่างอยู่ ถึงแม้บางทีจะมีถกเถียงกันบ้าง แต่สายป่านก็พยายามไม่ยุ่ง เพราะอยากมีปัญหาอะไร

วันหนึ่ง ในขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่นเพลิน ๆ อยู่ ก็ได้กลิ่นเหมือนผ้าไหม้ เธอจึงเดินออกไปหาที่มาของกลิ่นนั้น มันมาจากดงกล้วยที่หลังบ้าน มีกลุ่มควันขนาดย่อม ๆ กำลังไหม้อะไรอยู่สักอย่าง สายป่านเดินเข้าไปดู ด้วยคุ้น ๆ กับกองสิ่งของนั้น ... เสื้อผ้า !! .. นั่นเสื้อผ้าของแม่นี่ .. ใครเป็นคนเอามาเผา แล้วสายป่านก็นึกออกในทันที ..เธอกัดริมฝีปากแน่นๆ อีวิไลรัมภา  

เท้าเร็วเท่าความคิด เธอรีบเดินเข้าไปในบ้าน เห็นตัวคนก่อเหตุกำลังนั่งไขว่ห้างดูทีวีอย่างสบายใจอยู่ เมื่อหล่อนเห็นสายป่าน ก็ปรายหางตามองแค่เพียงนิดหน่อย แล้วก็ทำเป็นไม่สนใจ

“แกเอาเสื้อผ้าแม่ฉันไปเผาทำไม แกมีสิทธิ์อะไร .. ห๊า!! ” สายป่านตะคอกเสียงดัง อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนพลางเชิดหน้า

“ก็เสื้อผ้าคนตาย จะเก็บเอาไว้ทำไมให้เป็นเสนียดล่ะ เผาๆ ไปซะให้หมดน่ะดีแล้ว นี่ยังไม่หมดเลยนะ ยังเหลืออีกตู้นึง ฉันว่ากำลังจะไปเอามาเผาอยู่พอดี” วิไลรัมภาพูดจบก็เดินนวยนาดเข้าไปในห้องนอนของนางสายสุนีย์ เธอหยิบเอาเสื้อผ้าที่พับอยู่ในตู้ออกมาแล้วโยนออกมานอกห้อง แล้วเอาเท้าเขี่ย ๆ ให้มากองรวมกัน เพื่อที่จะเอาไปเผา

เท่านั้นเอง .. ฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดลง สายป่านหมดความอดทนอีกต่อไป เธอถลาเขาไปลากวิไลรัมภาออกมาจากห้องของ ฝ่ามือหนัก ๆของเธอตบเข้าที่หน้าของอีกฝ่ายดังฉาดใหญ่ เท่านั้นยังไม่สาแกใจ เธอทั้งต่อย ทั้งเตะ และกระทืบร่างนั้นจนล้มลงไปกองกับพื้น โต๊ะเก้าอี้ล้มเสียงดังสนั่น สายป่านตรงเข้าไปนั่งคร่อมร่างที่ล้มกลิ้งนั้นแล้วตบ ซ้าย ขวา เข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายรัวๆ จนหล่อนร้องวี๊ดว๊ายเสียงดัง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะป่าน แกเป็นบ้าอะไร ไปตบวิเขาทำไมเนี่ย!! ” นายปิยเวชที่ได้ยินเสียงดังโครมครามเลยเดินเข้ามาดู เห็นบุตรสาวนั่งคร่อมเมียของตนและตบซ้ำ ๆ แบบไม่ยั้ง เขารีบจับสายป่านแยกออกจากวิไลรัมภาทันที

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”นายปิยะเวชตะคอกเสียงดังด้วยความโมโห เมื่อเห็นหน้าตาของเมียเด็กของตนปูดบวม ปากแตก และมีเลือดซึมออกมา ผมเผ้ายุ่งเหยิง นั่งกุมท้องตัวเอง เพราะจุกที่โดนทั้งเข่าทั้งศอกของสายป่านไม่ยั้ง

“มันเอาเสื้อผ้าแม่ไปเผาหมดตู้เลย มันมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายในห้องแม่ มาเผาของของแม่” สายป่านพูดไปร้องไห้ไปด้วยความโมโห

“ก็หนูเห็นว่าเป็นของคนตายน่ะพี่ ไม่ควรเอาไว้ในบ้าน ก็เลยเอาไปเผาทิ้ง ไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้ลูกสาวพี่จะทำกับวิขนาดนี้ ถ้าพี่ไม่อยู่ มันไม่ฆ่าวิตายไปเลยเหรอ” วิไลรัมภากอดสามี ร้องไห้สะอึกสะอื้น ... ตอแหลจริงๆ

“คนที่ไม่ควรเอาไว้ในบ้านคือแกนั่นแหละ เป็นแค่คนอาศัย แต่ยุ่งวุ่นวายไม่หยุด บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ต่างคนต่างอยู่ อย่ามาล้ำเส้นกัน ถ้าทำไม่ได้แกก็ไม่ต้องอยู่ ออกไปจากบ้านนี้เลย” สายป่านตะโกนไล่วิไลรัมภาทันที

“แกนั่นแหละออกจากบ้านฉันไปเลย” นายปิยะเวชกล่าวเสียงดังด้วยความโมโห

“อะ .. อะไรนะพ่อ?? นี่พ่อถึงขนาดไล่หนูออกจากบ้านเลยเหรอ พ่อเลือกมัน แต่ไม่เลือกลูกของตัวเองงั้นเหรอคะ” สายป่านพูดพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอไม่คิดว่าคำพูดนี้จะออกจากปากของคนเป็นพ่อ

“พ่อรู้มั้ยที่แม่ต้องตายเพราะพ่อนั่นแหละ พ่อนอกใจแม่ไปมีเมียน้อยทำให้แม่เสียใจจนป่วยตายไง คนอย่างพ่อสักวันเวรกรรมต้องตามทัน ระวังเมียน้อยพ่อจะทำเหมือนที่พ่อทำกับแม่ก็แล้วกัน ” สายป่านตะโกนว่าพ่อด้วยความปวดร้าว

“เพี๊ยะ” เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่น สายป่านหน้าชา หูอื้อเพราะแรงตบ เธอหยุดร้องไห้ จ้องหน้าพ่อด้วยแววตาแข็งกร้าว แล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองทันที

Write Talk : สายป่านมือตบ จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้แม่เลี้ยงตัวเองซะเยินไปเลย ส่วนคนเป็นพ่อนั้นนนน...

เห้อ.. สงสารสายป่านจริง ๆ เลยค่ะ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวพญามาร
9.8
เงื่อนไขมรดกมหาศาลทำให้วรรณรดาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหม่อมราชวงศ์ธีรดนย์ ชายหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามทว่าหัวใจกลับเย็นชาดุจพญามาร เขาตราหน้าเธอและอาว่าเป็นเพียงปลิงที่หวังสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลของเขาเหมือนที่เคยทำกับบิดาจนสิ้นใจ แม้จะเกลียดชังเพียงใดเขากลับยอมจดทะเบียนสมรสเพื่อรอขยี้เธอให้สาสมกับตำแหน่งภรรยาที่เธอได้รับมา ท่ามกลางไฟแค้นที่พร้อมแผดเผา วรรณรดาต้องเผชิญกับสัมผัสอันร้อนแรงและคำดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าบ่าวที่มองเธอเป็นเพียงศัตรูในคราบเจ้าสาว
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักเจ้านายใจร้าย
9.8
เมื่อนพรดาตั้งท้องกับเจ้านายใจร้ายที่ยืนกรานว่าไม่ต้องการมีพันธะหรือรับผิดชอบเธอในฐานะภรรยา ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี แม้เขาจะยื่นข้อเสนอเพียงเรื่องเงินหรือการรับเลี้ยงเด็กโดยปราศจากความรัก แต่เธอกลับประกาศกร้าวว่าจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังและให้เขาตายไปจากใจ หากวันใดที่ลูกต้องการพ่อ เธอพร้อมจะหาคนใหม่มาแทนที่เขา บทเรียนราคาแพงครั้งนี้คนใจดำอย่างเขาจะต้องเป็นฝ่ายเสียดายไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน
9.4
ซ่งเซียงทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวให้เหยียนลี่หาน แต่เขากลับทอดทิ้งเธอไปอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด ทว่าโชคชะตาพลิกผันทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีนีจากการรับมรดกและมีชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์พร้อมหนุ่มๆ รุมล้อม เมื่ออดีตเจ้านายผู้โอหังหวนกลับมาพบเธอในงานเลี้ยงและหลงคิดว่าเธอยังโหยหาเขาอยู่ ซ่งเซียงจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอต้องการอีกต่อไป ชีวิตที่เคยถูกเหยียดหยามบัดนี้กลายเป็นความเหนือกว่าที่เขาไม่อาจเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย เมียลับนายหัว
8.0
................ วินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาว หัวใจเขาเต้นแรงมาก ความรู้สึกหม่นเศร้า เคว้งคว้างท่ามกลางความหนาวเหน็บถูกปัดออกมาจากจิตใจจนสิ้นเมื่อได้พบหน้ากัญญาพัชรด้วยตาตัวเอง หนูน้อยวัยสี่ขวบเดินมาหาชายร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกที่บอกในใจว่า ต้องเดินไปหา “สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ” เสียงหวานใสเหลือเกิน... สิงหนาทพูดอยู่ในใจเมื่อได้ยินเสียงแรกของลูกสาว เขาก้มมองดูเด็กหญิงหน้าตาราวกับตุ๊กตา ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอวบน่าฟัดน่ากอด สวมใส่ชุดคอจีนสีขาวฟ้า ใบหน้าหนูน้อยชวนมองยิ่งนัก ตาโต แก้มป่อง ริมฝีปากแดงอมชมพู เขาย่อตัวลงให้ความสูงอยู่ระดับเดียวกับกัญญาพัชร “ขอกอดหน่อยได้ไหมครับ” สิงหนาทพูดกับลูกเสียงหวานมาก กัญญาภรณ์กับชุติมาสั่งสอนเสมอว่า อย่าเข้าใกล้คนแปลกหน้า ใครที่น้องขนมไม่รู้จักชวนไปไหนอย่าไป ให้กินอะไรก็อย่ากิน ซึ่งหนูน้อยเชื่อฟังมาตลอด ทว่าครั้งนี้กัญญาพัขรกลับละเมิดคำสั่งสอนมารดา “ได้ค่ะ” กัญญาพัชรกางมือออกไปทางด้านข้าง ยิ้มเต็มใบหน้า ราวกับว่าต้องการอ้อมกอดจากเขาเช่นกัน สิงหนาทไม่รอช้ารั้งร่างอวบของลูกสาวไว้ในอ้อมแขน กระชับแน่นประหนึ่งกลัวว่าร่างนี้จะสลายแล้วรู้ตัวว่า เขาอยู่ในความฝัน ไม่ใช่ฝัน...มันคือเรื่องจริง เนื้อนุ่มนิ่มที่เขากอด หัวใจของหนูน้อยที่แนบกับอก สิงหนาทรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ความอุ่นจากเรือนกายตอกย้ำว่า เขาได้พบลูกแล้ว น้ำตาเขาปริ่มขอบตาก่อนปล่อยมันลงมาเคลียแก้มอย่างไม่คิดจะกลั้น เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เป็นความดีใจที่รอคอยมานานสี่ปี คนเป็นพ่อค่อยๆ ดันร่างลูกสาว ลูบหัวหนูน้อยเบามือ “คุณลุนร้อนไห้ทำไมคะ โอ๋ๆ ไม่ร้อนนะคะ” สิงหนาทยิ้มกับคำพูดของลูกสาว แล้วยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อกัญญาพัชรกอดปลอด “ไม่ต้องร้อนนะคะ โอ๋ๆ” “ลุงไม่ร้องแล้วครับ ลุงไม่ร้องแล้ว ขอบใจน้องขนมนะครับที่ปลอบลุง” สิงหนาทปาดน้ำตาทิ้ง ยิ้มให้บุตรสาวสุดน่ารัก “แม่อยู่ไหมครับ แม่แพรน่ะครับ” “แม่ไม่อยู่ค่ะ” “แม่ไปไหนครับ” “แม่ไปหาผัวใหม่” เด็กวัยสี่ขวบตอบเสียงใส ยิ้มแป้น แต่คนได้รับคำตอบกลับยิ้มไม่ออก “ไปไหนนะครับ” สิงหนาทถามซ้ำ “แม่ไปหาผัวใหม่ น้ายูบอกว่าผัวเก่าแม่เฮงซวยค่ะ” น้องขนมตอบตามที่ชุติมาบอก ไม่รู้ความหมายในคำพูดที่เอ่ยออกไป โดยไม่รู้ว่า คำตอบของตนนั้นกำลังทำให้เสือร้ายโมโห “หนอย...ห่างผัวไม่กี่ปี ริอยากมีผัวใหม่ ฝันไปเถอะ” โรมานซ์
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักสีกุหลาบ
8.4
กุมาริกาสาวน้อยในชุดพรางตัวตนต้องมาอยู่ใต้การดูแลของสเตฟาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยชายตาแลเธอ เพราะเขามีเหล่านางแบบล้อมรอบกายเสมอ ทว่าอุบัติเหตุคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนทำให้เธอตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ กุมาริกาตัดสินใจหนีไปพร้อมความลับเพื่อเริ่มต้นใหม่โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ทิ้งให้สเตฟานต้องพลิกแผ่นดินตามหาสาวปริศนาผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งโชคชะตาขีดเขียนให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย วุ่นรักเมียจำเป็น
8.4
เมื่อพราวพิไลต้องสวมรอยเป็นภรรยาจำเป็นให้หิรัญ พ่อเลี้ยงหนุ่มผู้เย็นชาที่สูญเสียความทรงจำจากอุบัติเหตุหลังถูกคนรักทิ้ง เธอต้องคอยปั้นเรื่องโกหกและวางยานอนหลับเพื่อเอาตัวรอดจากเขาในทุกค่ำคืน ขณะเดียวกัน แพรวพิลาส พี่สาวผู้เรียบร้อยกลับต้องเผชิญวิบากกรรมในฐานะเลขาของธรัฐ น้องชายปากร้ายที่คอยตราหน้าว่าเธอไร้ยางอาย สองพี่น้องจะจัดการกับความวุ่นวายและคำลวงที่ถักทอขึ้นท่ามกลางความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้ได้อย่างไร