ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)

เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก (แอลตัน-สายป่าน)

แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 1

“แม่คะ แม่ทำใจดี ๆ ไว้นะคะ แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ ได้ยินเสียงป่านไหมคะแม่ ... ฮือๆๆ” สายป่านสาวน้อยวัย 18 ปี ร้องเรียกนางสายสุนีย์ผู้เป็นมารดา ที่เป็นลมหมดสติอยู่บริเวณห้องโถงของบ้าน หลังจากที่เธอเพิ่งกลับมาจากโรงเรียนเมื่อครู่นี้เอง

“พ่อ!!  .. พ่อคะ พ่ออยู่ไหน ช่วยแม่ด้วยค่ะ”เธอพยายามตะโกนเรียกพ่อของเธอ แต่ไร้เสียงตอบกลับใด ๆ เธอยกศีรษะของมารดาขึ้นหนุนกับตักเล็กของตนเอง แล้วรีบกดโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลในทันที

@ รพ.bkk

“คุณหมอคะ แม่ของหนูอาการเป็นอย่างไรบ้างคะ” เด็กสาวเอ่ยถามทันทีที่เห็นคุณหมอออกมาจากห้องฉุกเฉิน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนคุณหมอเองยังอดสงสารเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้

“คุณแม่ของหนูตอนนี้ปลอดภัยแล้วนะครับ แต่คนไข้มีอาการอ่อนเพลียและความดันขึ้นสูงมาก ตอนนี้หมอขอให้คนไข้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการก่อน เพราะความดันยังไม่ปกติ ยังถือว่าอันตรายอยู่มากครับ” คุณหมอท่าทางใจดี อธิบายให้เด็กสาวได้เข้าใจเกี่ยวกับอาการของนางสายสุนีย์ผู้เป็นมารดา

ขณะนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลก็ได้เข็นเตียงของนางสายสุนีย์ออกมาจากห้องฉุกเฉิน เพื่อพาไปห้องผู้ป่วยหญิง สายป่านจึงกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไป หลังจากแม่ได้เข้ามาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยแล้ว สายป่านก็นั่งลงข้างเตียงผู้เป็นแม่ นางสายสุนีย์กำลังนอนหลับด้วยฤทธิ์ยา และคงเป็นเพราะอาการอ่อนเพลียมากอย่างที่คุณหมอบอก ทำให้แม่เธอหลับไปหลายชั่วโมง

สายป่านเผลอซบหน้าหลับไปที่ข้างเตียงของนางสายสุนีย์ นานเท่าไรไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีตอนได้ยินเสียงเรียกที่ข้างหู พร้อมกับตัวที่ถูกเขย่าเบา ๆ

“ป่าน .. ป่าน ” เธอตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้างัวเงีย ยกมือเล็ก ๆ ขึ้นขยี้ตาเบา ๆ

“พี่ยศ พี่มาได้ไงคะ” สายป่านเอ่ยถามกิตติยศ ชายหนุ่มอายุ 22 ปี ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ เขาเป็นลูกของอากิตติศักดิ์ ซึ่งเป็นน้องของพ่อ สร้างบ้านอยู่บนที่ดินผืนใหญ่ ผืนเดียวกันกับบ้านพ่อของเธอ โดยปู่เป็นคนยกให้อากับพ่อนั่นเอง

“”ตอนที่กลับมาจากมหาลัย พอดีพี่แวะที่ซื้อข้าวที่ร้านป้ามาลี ป้ามาลีบอกพี่ว่าป่านเรียกรถพยาบาลมารับป้านี แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร พี่ก็เลยรีบตามมาที่โรงพยาบาลนี่แหละ แล้วนี่ลุงเวชไปไหนล่ะ พี่ไม่เห็นเลย” กิตติศักดิ์เอ่ยถามถึงนาย ปิยะเวช ซึ่งเป็นลุงของเขา เพราะที่บ้านก็ไม่อยู่ ที่โรงพยาบาลก็ไม่เห็นมี

สายป่านชวนกิตติยศออกมาคุยกันที่ด้านนอก เพราะไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของแม่ และเกรงใจคนไข้คนอื่น เพราะห้องพักฟื้นนี้เป็นห้องรวม เธอยังติดต่อพ่อไม่ได้ เลยไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป

“ป่านยังติดต่อพ่อไม่ได้เลยพี่ยศ โทรไปก็ปิดเครื่องตลอด ป่านว่าคงจะไปกกอยู่กับอีรัมภาตามเคยนั่นแหละ ทำไมพ่อถึงเป็นแบบนี้ล่ะพี่ ทำไมพ่อไม่สงสารแม่บ้างเลย คอยดูนะถ้าป่านเจออีรัมภาเมื่อไหร่จะตบล้างน้ำให้หายโสโครกเลย เป็นคนดี ๆ ไม่ชอบ ชอบเป็นบุ้ง ... บุ้งร่านนนน ร่านได้ร่านดี” สายป่านพูดกับพี่ชาย จนพี่ชายต้องร้องห้าม เพราะไม่อยากให้เธอก้าวร้าวมากเกินไป

สายป่านกัดฟันกรอด เธอสงสารแม่ และเจ็บใจพ่อที่หลงผู้หญิงคราวหลาน ที่ชื่อวิไลรัมภาชนิดหัวปักหัวปำ จนไม่สนใจแม่ของเธออีกเลย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงได้ยอมพ่อทุกอย่างโดยไม่มีปากมีเสียงอะไรสักนิด ทั้งที่พ่อก็ทำให้แม่เจ็บใจอยู่ทุกวัน เธอเคยบอกให้แม่ลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ของตัวเองบ้าง แต่แม่ก็บอกว่าให้ปล่อยเขา ช่างเขา จนบางครั้งเธอเองก็หงุดหงิดในความไม่สู้คนของแม่เหลือเกิน ถ้าเป็นเธอล่ะก็ บ้านได้พังไปนานแล้ว ถ้าต้องทำเฉยๆ แบบแม่เธอล่ะก็นะ ...เธอคงจะอกแตกตาย

วิไลรัมภาเป็นสาวสวยอายุอานามแค่ 28 ปีเท่านั้น ส่วนนายปิยะเวชพ่อของเธออายุ 45 ปี ถือว่ายังเป็นหนุ่มใหญ่ที่ดูดีและแข็งแรงอยู่มาก ทั้งสองเพิ่งจะรู้จักและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเมื่อราว ๆ สามเดือนก่อน ทั้ง ๆ ที่วิไลรัมภาก็รู้ทั้งรู้ว่าพ่อของเธอมีลูกเมียอยู่แล้ว แต่หล่อนก็ยังยอมตกเป็นเมียน้อยของพ่อ แถมยังกล้าไปไหนมาไหนอย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่ได้เกรงกลัวเวรกรรมเลย คงจะเป็นเพราะกลิ่นเงินของพ่อเธอมันหอมหวานนั่นแหละ ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นว่ารัมภาเข้ามาในชีวิตพ่อเพราะหวังอะไร พ่อเป็นเจ้าของสัมปทานปางไม้รายใหญ่ของที่นี่ ไม่แปลกเลยที่ผู้หญิงมักง่ายอย่างวิไลรัมภาจะใช้ความสาวสวยเข้าหาพ่อของเธอก่อน แต่ก็น่าแปลกใจ ตรงที่พ่อของเธอกลับไม่รู้ หรือบางทีอาจจะรู้แต่แกล้งไม่รู้ก็เป็นได้

กิตติยศลูบหัวน้องสาวเบา ๆ และบอกให้สายป่านใจเย็น ๆ  ถึงแม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของลุง แต่เขาเองก็เป็นคนนอก ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องในครอบครัวคนอื่น เขาทำได้แค่เพียงคอยดูแลสายป่าน ซึ่งเป็นน้องสาวคนเดียวของเขาเท่านั้น เพราะทั้งเขาและสายป่าน ต่างก็เป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ทั้งคู่ พวกเขาจึงสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะต่างคนต่างก็ไม่มีเพื่อน สองพี่น้องเลยเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่แปลกเลยที่สายป่านจะมีนิสัยห้าวๆ เหมือนผู้ชายและเป็นคนที่ไม่กลัว และไม่ยอมใคร

“เดี๋ยวพี่อยู่ที่นี่ดูป้านีให้ก่อน ป่านกลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมข้าวของมาเฝ้าแม่แล้วกันนะ” กิตติยศส่งกุญแจรถจักรยานยนต์ของเขาให้น้องสาว ระยะทางจากรพ.กลับไปถึงบ้านไม่ไกลนัก ราว ๆ 5 กม.เท่านั้นเอง

สายป่านขี่รถมาถึงบ้านก็เห็นรถยนต์ของพ่อจอดอยู่ในบ้าน แสดงว่าพ่อคงกลับมาแล้ว เธอรีบเข้าไปในบ้านเพื่อพบกับพ่อทันที พ่อกำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟาโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลย ว่าลูกเมียหายไปไหนกันหมด

“พ่อคะ พ่อไปไหนมา หนูโทรติดต่อพ่อก็เป็นสัญญาณปิดเครื่อง พ่อรู้ไหมว่าแม่เป็นลมหมดสติอยู่ในบ้านตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ หนูกลับมาจากรร.ก็เห็นแม่หมดสติแล้ว ตอนนี้หมอให้นอนที่โรงพยาบาลนะคะ” สายป่านรีบบอกพ่อของเธอ หวังว่าเขาจะมีอาการเป็นห่วงเป็นใยแม่ของเธอบ้าง แต่พ่อกลับพยักหน้ารับรู้เฉย ๆ เท่านั้น จนสายป่านเริ่มจะหมดความอดทน

“นี่พ่อไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ แม่ไม่สบายอยู่รพ.พ่อไม่คิดจะถามไถ่ หรือคิดจะไปเยี่ยมไปหาบ้างเลยหรือไง” สายป่านพูดกับผู้เป็นพ่อ เธอรู้สึกผิดหวังในการกระทำของพ่อที่แสดงต่อแม่เป็นอย่างมาก

“นี่แกอย่ามาขึ้นเสียงกับฉันนะ!!  ฉันก็มีธุระของฉันบ้างสิ แม่แกก็อยู่ที่รพ.แล้วนิ ถึงฉันไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก ฉันไม่ใช่หมอ” สายป่านหู้อื้อ ตกตะลึงกับคำตอบที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินออกมาจากปากของคนเป็นพ่อ เธอกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น ๆ

“ธุระสำคัญ !! อย่านึกว่าหนูไม่รู้นะว่าพ่ออยู่ที่ปางไม้กับอีผู้หญิงโสโครกคนนั้น พ่อใจดำกับแม่มากเกินไปแล้ว ป่านเกลียดพ่อ” สายป่านตะโกนออกมาอย่างสุดทน แล้วเดินปึงปังขึ้นบ้านไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวพญามาร
9.8
เงื่อนไขมรดกมหาศาลทำให้วรรณรดาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหม่อมราชวงศ์ธีรดนย์ ชายหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามทว่าหัวใจกลับเย็นชาดุจพญามาร เขาตราหน้าเธอและอาว่าเป็นเพียงปลิงที่หวังสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลของเขาเหมือนที่เคยทำกับบิดาจนสิ้นใจ แม้จะเกลียดชังเพียงใดเขากลับยอมจดทะเบียนสมรสเพื่อรอขยี้เธอให้สาสมกับตำแหน่งภรรยาที่เธอได้รับมา ท่ามกลางไฟแค้นที่พร้อมแผดเผา วรรณรดาต้องเผชิญกับสัมผัสอันร้อนแรงและคำดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าบ่าวที่มองเธอเป็นเพียงศัตรูในคราบเจ้าสาว
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักเจ้านายใจร้าย
9.8
เมื่อนพรดาตั้งท้องกับเจ้านายใจร้ายที่ยืนกรานว่าไม่ต้องการมีพันธะหรือรับผิดชอบเธอในฐานะภรรยา ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี แม้เขาจะยื่นข้อเสนอเพียงเรื่องเงินหรือการรับเลี้ยงเด็กโดยปราศจากความรัก แต่เธอกลับประกาศกร้าวว่าจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังและให้เขาตายไปจากใจ หากวันใดที่ลูกต้องการพ่อ เธอพร้อมจะหาคนใหม่มาแทนที่เขา บทเรียนราคาแพงครั้งนี้คนใจดำอย่างเขาจะต้องเป็นฝ่ายเสียดายไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน
9.4
ซ่งเซียงทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวให้เหยียนลี่หาน แต่เขากลับทอดทิ้งเธอไปอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด ทว่าโชคชะตาพลิกผันทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีนีจากการรับมรดกและมีชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์พร้อมหนุ่มๆ รุมล้อม เมื่ออดีตเจ้านายผู้โอหังหวนกลับมาพบเธอในงานเลี้ยงและหลงคิดว่าเธอยังโหยหาเขาอยู่ ซ่งเซียงจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอต้องการอีกต่อไป ชีวิตที่เคยถูกเหยียดหยามบัดนี้กลายเป็นความเหนือกว่าที่เขาไม่อาจเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย เมียลับนายหัว
8.0
................ วินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาว หัวใจเขาเต้นแรงมาก ความรู้สึกหม่นเศร้า เคว้งคว้างท่ามกลางความหนาวเหน็บถูกปัดออกมาจากจิตใจจนสิ้นเมื่อได้พบหน้ากัญญาพัชรด้วยตาตัวเอง หนูน้อยวัยสี่ขวบเดินมาหาชายร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกที่บอกในใจว่า ต้องเดินไปหา “สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ” เสียงหวานใสเหลือเกิน... สิงหนาทพูดอยู่ในใจเมื่อได้ยินเสียงแรกของลูกสาว เขาก้มมองดูเด็กหญิงหน้าตาราวกับตุ๊กตา ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอวบน่าฟัดน่ากอด สวมใส่ชุดคอจีนสีขาวฟ้า ใบหน้าหนูน้อยชวนมองยิ่งนัก ตาโต แก้มป่อง ริมฝีปากแดงอมชมพู เขาย่อตัวลงให้ความสูงอยู่ระดับเดียวกับกัญญาพัชร “ขอกอดหน่อยได้ไหมครับ” สิงหนาทพูดกับลูกเสียงหวานมาก กัญญาภรณ์กับชุติมาสั่งสอนเสมอว่า อย่าเข้าใกล้คนแปลกหน้า ใครที่น้องขนมไม่รู้จักชวนไปไหนอย่าไป ให้กินอะไรก็อย่ากิน ซึ่งหนูน้อยเชื่อฟังมาตลอด ทว่าครั้งนี้กัญญาพัขรกลับละเมิดคำสั่งสอนมารดา “ได้ค่ะ” กัญญาพัชรกางมือออกไปทางด้านข้าง ยิ้มเต็มใบหน้า ราวกับว่าต้องการอ้อมกอดจากเขาเช่นกัน สิงหนาทไม่รอช้ารั้งร่างอวบของลูกสาวไว้ในอ้อมแขน กระชับแน่นประหนึ่งกลัวว่าร่างนี้จะสลายแล้วรู้ตัวว่า เขาอยู่ในความฝัน ไม่ใช่ฝัน...มันคือเรื่องจริง เนื้อนุ่มนิ่มที่เขากอด หัวใจของหนูน้อยที่แนบกับอก สิงหนาทรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ความอุ่นจากเรือนกายตอกย้ำว่า เขาได้พบลูกแล้ว น้ำตาเขาปริ่มขอบตาก่อนปล่อยมันลงมาเคลียแก้มอย่างไม่คิดจะกลั้น เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เป็นความดีใจที่รอคอยมานานสี่ปี คนเป็นพ่อค่อยๆ ดันร่างลูกสาว ลูบหัวหนูน้อยเบามือ “คุณลุนร้อนไห้ทำไมคะ โอ๋ๆ ไม่ร้อนนะคะ” สิงหนาทยิ้มกับคำพูดของลูกสาว แล้วยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อกัญญาพัชรกอดปลอด “ไม่ต้องร้อนนะคะ โอ๋ๆ” “ลุงไม่ร้องแล้วครับ ลุงไม่ร้องแล้ว ขอบใจน้องขนมนะครับที่ปลอบลุง” สิงหนาทปาดน้ำตาทิ้ง ยิ้มให้บุตรสาวสุดน่ารัก “แม่อยู่ไหมครับ แม่แพรน่ะครับ” “แม่ไม่อยู่ค่ะ” “แม่ไปไหนครับ” “แม่ไปหาผัวใหม่” เด็กวัยสี่ขวบตอบเสียงใส ยิ้มแป้น แต่คนได้รับคำตอบกลับยิ้มไม่ออก “ไปไหนนะครับ” สิงหนาทถามซ้ำ “แม่ไปหาผัวใหม่ น้ายูบอกว่าผัวเก่าแม่เฮงซวยค่ะ” น้องขนมตอบตามที่ชุติมาบอก ไม่รู้ความหมายในคำพูดที่เอ่ยออกไป โดยไม่รู้ว่า คำตอบของตนนั้นกำลังทำให้เสือร้ายโมโห “หนอย...ห่างผัวไม่กี่ปี ริอยากมีผัวใหม่ ฝันไปเถอะ” โรมานซ์
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักสีกุหลาบ
8.4
กุมาริกาสาวน้อยในชุดพรางตัวตนต้องมาอยู่ใต้การดูแลของสเตฟาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยชายตาแลเธอ เพราะเขามีเหล่านางแบบล้อมรอบกายเสมอ ทว่าอุบัติเหตุคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนทำให้เธอตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ กุมาริกาตัดสินใจหนีไปพร้อมความลับเพื่อเริ่มต้นใหม่โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ทิ้งให้สเตฟานต้องพลิกแผ่นดินตามหาสาวปริศนาผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งโชคชะตาขีดเขียนให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย วุ่นรักเมียจำเป็น
8.4
เมื่อพราวพิไลต้องสวมรอยเป็นภรรยาจำเป็นให้หิรัญ พ่อเลี้ยงหนุ่มผู้เย็นชาที่สูญเสียความทรงจำจากอุบัติเหตุหลังถูกคนรักทิ้ง เธอต้องคอยปั้นเรื่องโกหกและวางยานอนหลับเพื่อเอาตัวรอดจากเขาในทุกค่ำคืน ขณะเดียวกัน แพรวพิลาส พี่สาวผู้เรียบร้อยกลับต้องเผชิญวิบากกรรมในฐานะเลขาของธรัฐ น้องชายปากร้ายที่คอยตราหน้าว่าเธอไร้ยางอาย สองพี่น้องจะจัดการกับความวุ่นวายและคำลวงที่ถักทอขึ้นท่ามกลางความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้ได้อย่างไร