ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ

เมีย..ซาตานไร้หัวใจ

ตอน
แชร์

ตอน 2

ตำรวจสายตรวจเพิ่งมาถึง และไม่กี่อึดใจรถยนต์ของมูลนิธิก็วิ่งเข้ามา ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มเคลื่อนย้ายตัวไผทไปโรงพยาบาลโดยมีข้าวผัดนั่งเป็นเพื่อนไปด้วย เธอกระวนกระวายใจอยู่ในห้องฉุกเฉิน จนพยาบาลไล่ออกมาให้ยืนรอข้างนอก

ดรุณีก็ชะแง้ตาคอยมองเข้าไปในห้องนั้นด้วยน้ำตาที่ไหลริน

“เกิดอะไรขึ้น” สารวัตรเริ่มสอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็ไม่มีใครที่ให้คำตอบได้อย่างชัดเจน

ข้าวโพดรีบโทรหาคุณพ่อ สิงขรพอรู้เรื่องก็รีบมารับตัวลูกชายกับหลานสาวตัวน้อย ให้ภรรยาพาสองคนนั้นกลับบ้าน แต่ตัวเขาเองรีบไปโรงพยาบาลเพื่อดูอาการของไผท

“ปล่อยผม ปล่อยผม ผมจะไปตามหาเมีย... เหมย...” เขาร้องลั่นเมื่อได้สติ ทำเหมือนคนคลุ้มคลั่ง คุณหมอจึงสั่งให้ฉีดยางับประสาท เขาจึงสงบลงแล้วก็หลับไป

ร่างกายของไผทถูกทำความสะอาดและเย็บปากแผลที่แตก รวมถึงพาไปเอกซเรย์ว่ามีส่วนใดในร่างกายแตกหักบ้าง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ สิงขรทำเรื่องขอห้องพิเศษให้กับเขา เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยร่างของไผทก็ถูกส่งไปนอนพักที่ห้องพิเศษนั้น

ตอนนี้สิงขรรู้ความจริงหมดแล้วจากปากคำของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เขาได้แต่สะท้อนในหัวอก ดีแค่ไหนที่เจ้าสัวสินชัยไม่ยิงหัวของไผทกระจุย คงเห็นว่ามีลูกสาวตาดำอยู่ด้วย อย่างน้อยก็ยังเห็นว่ามีหลานสาว

สิงขรก็ได้แต่เห็นใจและสงสารในโชคชะตาของรุ่นน้องที่เขารักมากเหมือนน้องชายแท้ ๆ คนหนึ่ง ต่อไปคงต้องให้ไผทเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิต สิงขรรู้ดีว่า เจ้าสัวสินชัยคงเก็บลูกสาวคนเดียวของเขาให้พ้นจากไผทนับตั้งแต่บัดนี้

สายของอีกวันต่อมา

“เหมย... เหมย... เหมยอยู่ไหน” เขายังคงเรียกหาแต่เมีย

ข้าวผัดที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ ๆ รีบลุกขึ้นไปดูอาไผ่ของเธอ เขาจับข้อมือของข้าวผัดเอาไว้แน่น

“อาเหมยกลับมาหรือยัง...หื้อ...ข้าวผัด อาเหมยกลับมาหาอาหรือยัง แล้วน้องล่ะ ผิงผิงไปไหน” เขาใช้สายตาสอดส่ายมองไปทั่วห้อง แต่ก็ไม่เห็นคนที่เขาต้องการจะเห็น

“ผิงผิงอยู่บ้านกับคุณแม่ค่ะอาไผ่ที่บ้าน ส่วนอาเหมย...” เธอบอกเขา ยกมือของตัวเองกุมจับมือเขาที่บีบแน่นอยู่กับมือของเธอ นัยน์ตาคู่นั้นของไผ่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ

“เหมย... เหมย...” เขาครวญครางชื่อของเมียออกมาไม่ขาดปาก ไผทรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังคาดหวังว่าเรื่องจะไม่เป็นไปแบบนั้น

“อาเหมยไม่อยู่แล้วค่ะ คุณพ่อของอาเหมยเอาตัวอาเหมยกลับไปแล้วค่ะ อาไผ่คะ... ทำใจเย็นเอาไว้ก่อนนะคะ” ข้าวผัดรู้สึกสงสารอาไผ่ของเธอสุดหัวใจ เธอเกรงกลัวเหมือนกันว่าอาไผ่จะโวยวายเหมือนดังเมื่อวาน แต่เขากลับหลับตานิ่ง แล้วทิ้งหัวลงไปบนหมอนแบบหมดแรง นอนน้ำตาไหลพรากๆ

มันเป็นภาพที่น่าสงสารมากที่สุดเท่าที่ข้าวผัดเคยเห็นมา เธอพลอยน้ำตาไหลไปกับชายหนุ่มด้วย เธอรู้เรื่องความรักของอาไผ่และอาเหมยดี คิดว่าห้าปีที่ผ่านมาคงทำให้ครอบครัวของอาเหมยถอดใจไม่ตามหาพวกเขาแล้ว แต่มันไม่เป็นแบบนั้นเลย ทุกอย่างเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ พอเกิดขึ้นมาแล้วทุกอย่างก็ล่มสลายหายไปในพริบตา ความสุขของคนที่รักกันและอยากสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ด้วยกัน อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ต่อไปนี้ก็คงไม่มีให้เห็นอีกแล้ว

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... พยาบาลเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามาพร้อมรถเข็น

“คนไข้ฟื้นแล้วหรือคะ ขอวัดไข้ วัดความดันด้วยนะคะ” นางพยาบาลบอกกับข้าวผัด เธอจึงปล่อยมืออาไผ่แล้วมายืนมองอยู่ใกล้ ๆ ดรุณียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองป้อย ๆ

นางพยาบาลวัดไข้ และวัดความดันให้กับไผท ก่อนจะเอากุญแจเปิดตู้เก็บยาที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วฉีดยาให้อาไผ่ของเธอที่แขนหนึ่งเข็ม แล้วเดินกลับออกไป

“คุณหมอให้คนไข้พักเยอะ ๆ นะคะ” ข้าวผัดพยักหน้ารับทราบ

นายแพทย์เจ้าของไข้ได้รู้เรื่องราวจากปากของสิงขร จึงรับปากจะให้ไผทอยู่ในอาการที่สงบที่สุด ตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล เขาจึงจัดยาฉีดสำหรับระงับประสาทให้กับไผทด้วย

เพียงครู่ไผทก็เงียบเสียงไป เขาหลับสนิทด้วยฤทธิ์ของยา ลมหายใจเขาเริ่มสม่ำเสมอ ดรุณีเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก่อนจะหยิบทิชชูที่อยู่ใกล้ ๆ ขึ้นซับน้ำตาให้กับอาไผ่ของเธอ

“อาไผ่ขา อย่าเสียใจไปเลยนะคะ ข้าวผัดสงสารอาไผ่จังเลยค่ะ” เธอกุมมือเขาแล้วนั่งลงใกล้ ๆ ด้วยความรู้สึกสงสารเขาสุดหัวใจ เธอใช้สายตามองใบหน้าของเขาในแววตาไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากวัยเด็ก เด็กสาวเคยมองอาไผ่แบบไหน เธอก็ยังคงมองเขาแบบนั้นไม่เคยเปลี่ยนไป

เมื่อคราวเด็กหญิงดรุณีอายุได้สิบสามปี

เสียงวิ่งตึง ๆ ดังขึ้นมาตามขั้นบันได พร้อมกับเจ้าของฝีเท้าที่แหกปากร้องดังลั่นมาแต่ไกล เรียกชื่ออาของเธอด้วยความดีใจ

“อาไผ่... อาไผ่คะ” เธอตรงเข้าไปสวมกอดเขาในทันที ไม่ได้มองว่ามีใครที่นั่งอยู่ตรงนั้นบ้าง

“อาไผ่มาเมื่อไหร่ ข้าวผัดดีใจจังเลยค่ะ คิดถึงอาไผ่ที่สุดเลย” เธอพูดเจื้อยแจ้วซุกหน้าลงกับหน้าอกกว้างของอาหนุ่ม รุ่นน้องของคุณพ่อที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ อาไผ่มาช่วยงานคุณพ่อที่ไร่ทุก ๆ ปิดภาคเรียน แล้วมักจะกินนอนอยู่ที่นี่ เหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของเขา

“เป็นไงเรา ฮึ... ข้าวผัดตั้งใจเรียนเหมือนที่อาไผ่บอกหรือเปล่าครับ” เขายังใจดีกับเธอเสมอ

“อาไผ่ขา อาไผ่ไม่รู้อะไร ข้าวผัดสอบได้ที่หนึ่งด้วยค่ะ ทุกเทอมเลยนะ ไหนอาไผ่สัญญากับข้าวผัดว่า ถ้าข้าวผัดตั้งใจเรียน สอบได้ที่ดี ๆ อาไผ่จะให้รางวัลหนู ไหนของรางวัลคะ” เธอดันตัวเองออกห่าง แบมือยื่นไปตรงหน้าคุณอาที่รักและคิดถึงมาก

“มีสิ แต่เดี๋ยวก่อนได้ไหมมันอยู่ในกระเป๋าท้ายรถกระบะของคุณพ่อโน้น”

“จริง ๆ นะคะ” เธอทำท่าดีใจจนออกนอกหน้า

พลันสายตาก็จ้องสบกับผู้หญิงสวยมากคนหนึ่งที่นั่งเคียงข้างอยู่กับอาไผ่ ผู้หญิงคนนั้นส่งยิ้มมาให้เธอแบบเป็นมิตร เด็กสาวถึงกลับทำหน้าเอ๋อไปเลยที่เห็นคนแปลกหน้าและไม่รู้จัก และตอนนี้สิ่งที่เธอเห็น คือ อาไผ่ของเธอจับกระชับมือของผู้หญิงคนนั้นเอาไว้แน่น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี
9.3
ชาวี นายหัวหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสัมพันธ์ชั่วคราวที่ไม่เคยสร้างความพึงพอใจให้เขาได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งโชคชะตาพาให้เขาได้พบกับชมจันทร์ หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายลวงมาขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ความจริงเกี่ยวกับมารดาที่ถูกปิดบังไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง ชมจันทร์ต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตในบ่วงเสน่หาที่ไม่ได้ตั้งใจ ท่ามกลางความขัดแย้งและการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำลวงของครอบครัวที่เธอเคยไว้ใจ
หน้าปกนวนิยาย ผัว..บ้านนอก
8.5
เมื่อความไว้ใจถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของเพื่อนรักและคนรักที่ร่วมกันทรยศ เธอจึงตัดสินใจละทิ้งชีวิตเดิมเพื่อหนีไปกับชายแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ แม้ลึกๆ จะเต็มไปด้วยความระแวงและหวาดกลัวต่ออนาคตที่ไม่แน่นอน แต่เธอก็ยืนหยัดที่จะไม่หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังซ้ำสองอีกต่อไป การเริ่มต้นใหม่ในชนบทกับชายหนุ่มลึกลับจึงกลายเป็นทางเลือกเดียวที่เธอมีเพื่อเยียวยาแผลใจในใจ
หน้าปกนวนิยาย ร้าวใจร้ายเปลี่ยนใจรัก
8.3
เมื่อชายที่แอบรักมานานประกาศแต่งงานกะทันหัน หญิงสาวผู้บอบช้ำจึงตัดสินใจหลบไปรักษาแผลใจ ณ บ้านเพื่อนแม่ในป่าทางภาคเหนือ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องมาอาศัยใต้ชายคาเดียวกับชายหนุ่มคู่กัดที่ไม่ลงรอยกันอย่างที่สุด ความใกล้ชิดและความผิดพลาดเพียงชั่วข้ามคืนนำไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่กลายเป็นบ่วงผูกมัดทั้งคู่ไว้ด้วยกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากความบาดหมางท่ามกลางขุนเขาจะลงเอยอย่างไรในรูปแบบใด
หน้าปกนวนิยาย พี่น้องต้องกระแทก
9.8
ไอรัก สาวสวยวัย 19 ปี ผู้มีเสน่ห์เย้ายวนและผิวขาวนวลเนียน เธอเติบโตในฐานะลูกบุญธรรมของครอบครัวมหาเศรษฐีท่ามกลางพี่ชายสี่คนอย่างไออุ่น พี่คนโตมาดเข้มผู้เป็นผู้นำ ไอเย็น หนุ่มสุขุมมาดนิ่ง ไอคิว นักศึกษาเรียนดีผู้เฉลียวฉลาด และไอน้ำ นักกีฬารักบี้สุดฮอต เมื่อน้องสาวคนเล็กเริ่มเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง แรงดึงดูดที่แสนอันตรายจึงเริ่มต้นขึ้นในคฤหาสน์หลังใหญ่ เหล่าพี่ชายต่างสายเลือดจะสามารถควบคุมความปรารถนาที่มีต่อเธอได้หรือไม่ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เกินเลยคำว่าพี่น้อง
หน้าปกนวนิยาย ท่านประธานขาอย่าดุ
8.5
ตฤณ ประธานหนุ่มวัย 37 ปีผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพล พร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ปรารถนา เมื่อเขาถูกตาต้องใจเลขาสาวสวยอย่างปั้นหยา แผนการอันแยบยลและร้ายกาจจึงถูกนำมาใช้เพื่อผูกมัดเธอไว้ในตำแหน่งเลขาฯ แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่เขากลับแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย ทั้งขู่จะไปรับส่งถึงบ้านและประกาศความสัมพันธ์ให้คนทั้งบริษัทรับรู้ ท่ามกลางความเอาแต่ใจและท่าทีคุกคามที่แฝงไปด้วยความเสน่หา ปั้นหยาจะรับมือกับบอสหนุ่มสายเปย์ผู้คลั่งรักคนนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เสน่หาหญ้าอ่อน
9.3
อีวาน ชายหนุ่มผู้เจนโลกกลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับ ขิง สาวน้อยไร้เดียงสาที่กุมหัวใจเขาไว้เพียงผู้เดียว เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาเสนอจ้างเธอต่อในฐานะผู้หญิงส่วนตัวจนนำไปสู่การปะทะอารมณ์อย่างรุนแรง แม้เธอจะพยายามขัดขืนและยืนยันว่าตนเองมาทำงานไม่ใช่มาขายตัว แต่ในอ้อมกอดบนเกาะที่ห่างไกลนี้ อีวานที่สูญเสียการมองเห็นชั่วคราวกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เขายืนหยัดที่จะใช้สัมผัสส่วนอื่นพิสูจน์อำนาจเหนือร่างกายเธอ แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนขออิสรภาพมากเพียงใดก็ตาม