
กุมหัวใจคามินทร์
ตอน 2
ผับหรูแห่งนี้คามินทร์มาบ่อยจนแทบจะเป็นบ้านหลังที่สอง ผู้จัดการผับรู้จักเขาเป็นอย่างดีและยังให้ความเกรงใจ โต๊ะประจำมักจะว่างสำหรับเขาอยู่เสมอ ต่อให้คามินทร์จะไม่ได้บอกเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะเข้ามา แต่มาถึงทีไรเขาก็จะได้โต๊ะประจำตรงชั้นสองของผับที่ไม่ค่อยวุ่นวายนักทุกครั้ง
ชายหนุ่มนั่งลงที่โต๊ะ ยกขาขึ้นมาไขว่ห้างด้วยท่าทางผ่อนคลาย แสงสี เสียงเพลง ควันบุหรี่ รวมไปถึงกลิ่นน้ำหอมที่ลอยคลุ้งทำให้คามินทร์รู้สึกดีอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมาหลายเดือน จากตรงนี้มองลงไปเห็นชั้นล่าง สาวๆ ส่งสายตามาทางเขา บ้างก็ยิ้มให้ โบกมือทักทาย บ้างก็ยกแก้วขึ้นมาเชิญชวน แต่คืนนี้เขาเลือกได้แล้วว่าจะอยู่กับใคร
ไม่รอช้ามือหนาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาใครบางคน รอสายอยู่ไม่นานปลายสายก็กดรับ
“ปริม ออกมาหาผมหน่อย ที่เดิม” คามินทร์ไม่รอให้อีกฝั่งได้พูดอะไร เขาบอกความต้องการของตนเองจากนั้นกดวางสาย ไม่ได้สนใจด้วยว่าฝ่ายนั้นจะได้ยินที่เขาพูดผ่านเสียงเพลงดังๆ รอบข้างนี่หรือเปล่า แต่ทุกครั้งที่คามินทร์ติดต่อหญิงสาวไปมันก็มีแค่เรื่องเดียวเท่านั้น
ระหว่างรอเขาก็สั่งเหล้ามาดื่มไปพลางๆ ความสุขของเขามันก็แค่นี้ ถึงพ่อจะบ่นปนด่าอยู่ตลอดว่าให้หาเมียเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว ไม่ใช่สับรางไปทั่วระวังรถไฟจะชนกันโครมเข้าสักวัน แต่คามินทร์ก็ไม่สนใจเพราะเขายังไม่คิดที่จะจริงจังกับใครตอนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังไม่มีใครที่ดีพอจะทำให้เขาหยุดรักสนุกได้ และอีกหนึ่งส่วนคือเขาสบายใจที่จะคบใครอย่างไม่จริงจัง พอเบื่อก็เลิก เปลี่ยนคนไปเรื่อยๆ
ทำแบบนี้มาตั้งหลายปีแล้วก็ไม่เห็นจะเคยมีรถไฟชนกันอะไรอย่างที่ว่าสักที ระดับคามินทร์เสียอย่างไม่พลาดง่ายๆ หรอก ไม่ถึงสิบห้านาทีต่อมาชายหนุ่มก็ได้กลิ่นน้ำหอมแสนยั่วยวนลอยมาเตะจมูก ตามมาด้วยร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดเดรสเกาะอกเข้ารูปสีดำ อวดผิวขาวผ่องเดินเข้ามาหา
“คุณมินทร์ หายไปตั้งนานจนปริมคิดว่าจะลืมกันไปแล้วเสียอีกค่ะ” สาวเจ้าเดินเข้ามานั่งเบียดลงบนโซฟานุ่มตัวเดียวกัน นั่งแนบชิดจนแทบจะเกยตัก งัดเอาจริตออกมาออดอ้อนทำให้ชายหนุ่มพอใจ
“ช่วงนี้ผมยุ่งๆ ว่าแต่คุณมาเร็วดีนะ” คามินทร์ม้วนเส้นผมที่ดัดลอนคลายๆ ของเธอเล่น จากนั้นเปลี่ยนมาเชยคางสวยขึ้น ไล่สายตามองใบหน้าสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง ตำแหน่งกิ๊กหมายเลขหนึ่งของปริมไม่ได้มาแค่เพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะคามินทร์ถูกใจเธอมากที่สุดก็แค่นั้น
“ปริมกำลังจะออกจากห้องพอดี ก็คุณเล่นไม่มาหากันเลย ปริมก็เหงาน่ะสิคะ” ปรมพูดและจูบที่ปลายคางของชายหนุ่ม พูดเสียงหวานออเซาะ
“คิดถึงคุณมินทร์จังเลยค่ะ”
คามินทร์กระตุกยิ้มมุมปาก แขนแกร่งโอบเอวของเธอเอาไว้และโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ หญิงสาวหลับตาพริ้มรอรับจูบจากเขา แต่ในตอนที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะสัมผัสกัน ปริมก็ต้องร้องกรี๊ดออกมาเสียงดังเมื่อโดนกระชากผมจากข้างหลังจนหน้าหงาย
“กรี๊ด! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!” หญิงสาวกรี๊ดเสียงดังลั่นจนคนทั้งร้านตกใจรวมไปถึงคามินทร์เองด้วยเช่นกัน แรงกระชากผมอย่างแรงทำให้เธอเซจนตัวปลิว หนังศีรษะเจ็บจี๊ดราวกับว่าผมจะหลุดออกมาทั้งหัว พอหันไปมองคนทำก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอเองก็ไม่รู้จัก
ปริมถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างโกรธจัด มือบางกุมศีรษะตนเองที่ยังเจ็บอยู่เลย
“เธอเป็นใคร กล้าดียังไงมาทำร้ายฉัน! สติดีหรือเปล่าหล่อน!”
“อีหน้าด้าน! แค่นี้ยังน้อยไปสำหรับคนร่านชอบแย่งผัวชาวบ้านอย่างแก ฉันอยากจะฆ่าแกเลยด้วยซ้ำ!” คนมาใหม่ด่ากลับอย่างไม่ยอมแพ้ เธอเป็นหญิงสาวรูปร่างสมส่วนหุ่นนางแบบ ย้อมผมสีบลอนด์ทองแต่งตัวด้วยกางเกงขายาวสีดำพอดีตัว เข้าคู่กับบอดี้สูทสีครีมเน้นรูปร่าง
ใบหน้าสวยเฉี่ยวแสดงถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่าผู้ชายของตนเองอยู่กับผู้หญิงคนอื่น นั่งเบียดกันจนแทบจะสิงร่าง อีกนิดเดียวปากจะแตะโดนกันอยู่แล้ว อลิซเลยไม่รอช้าที่จะเข้ามาจัดการนังหน้าด้านคนนี้ให้สาสมกับความร่านของมัน
“ผัวชาวบ้านอะไรของเธอ อย่ามาพูดมั่วๆ ฉันกับคุณมินทร์คบกันมาตั้งนานแล้ว! อีนังบ้านี่ หลอนยาหรือไง! เมายาก็ไปนอนไป๊!” ปริมทำเสียงสูง ด่ากราดออกไปเท่าที่จะนึกคำด่าออก พร้อมเดินเข้าไปผลักไหล่อีกฝ่ายอย่างแรง ปรี๊ดแตกพอโดนนังบ้าที่ไหนก็ไม่รู้มาด่าว่าแย่งผัวมัน ไม่พอยังโดนกระชากผมจนผมสวยๆ ที่เธอบรรจงทำลอนอย่างดีเสียทรงอีก
“แกสิหลอนยา! อีป้าแก่แล้วไม่ดูสารรูปตัวเองเสียบ้าง คิดจะอ่อยคุณมินทร์ใช่ไหม ถ้าคันมากก็เอาไปถูกับเสานู่นจะได้หายคัน!”
“กรี๊ดดดด อีบ้า!!!”
เสียงกรี๊ดของสองสาวดังไปทั่วบริเวณเมื่อต่างคนต่างพุ่งเข้าหากัน เกิดความชุลมุนขนาดย่อมๆ ขึ้น หญิงสาวทั้งสองคนด่ากันด้วยถ้อยคำหยาบคายและยังผลัดกันตบกันจนสภาพดูแทบไม่ได้ ส่วนตัวต้นเหตุอย่างคามินทร์ได้แต่ยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตนเอง
“เวรเอ๊ย...” เขาเพิ่งจะพูดไปหยกๆ ว่าสับรางเก่ง รถไฟไม่เคยชนกันเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้รถไฟกำลังตบกันอุตลุดจนคนอื่นๆ ในร้านพากันมายืนมุงหมดแล้ว
“ปริม อลิซ หยุดได้แล้ว! ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง” คามินทร์พยายามเข้าไปห้าม อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะไม่ทนยืนมองผู้หญิงตบกันเฉยๆ มือหนาดึงแขนปริมที่อยู่ข้างบนเอาไว้ลากให้เธอลุกขึ้นมา ส่วนการ์ดของร้านก็ช่วยกันเข้ามาจับอลิซแยกออกมาด้วยอีกคน
หญิงสาวทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่พอเริ่มสงบสติอารมณ์ได้แล้วสายตาทั้งสองคู่ก็ตวัดมองมาทางคามินทร์แทน
“คุณมินทร์ นี่มันหมายความว่ายังไงกันคะ นังนี่มันเป็นใคร ไหนคุณบอกว่าคุณมีแค่ปริมคนเดียวไง!” ปริมถามและยังพยายามสะบัดแขนมาทุบตีเขา คามินทร์เลยต้องยอมปล่อยเธอเพราะไม่อย่างนั้นเขาได้เจ็บตัวไปด้วยแน่
“คุณมินทร์บอกอลิซว่าคุณโสด แต่อิป้านี่มันอ้างตัวว่าเป็นเมียคุณ ว่ายังไงล่ะคะ อลิซอยากได้คำตอบ” มาถึงตรงนี้อลิซก็เอาด้วยอีกคน มือเรียวสวยที่แต่งแต้มด้วยเล็บเจลผลักไหล่กว้างเต็มแรง ก่อนที่พวกเธอจะพากันเข้ามาทุบตีเขาเป็นพัลวัน ขนาดการ์ดตัวใหญ่ๆ ยังเอาไม่อยู่
“อย่ามาทำเงียบนะคุณมินทร์! ปริมถามว่ามันเป็นใคร!”
“อลิซไม่ยอมนะ คุณบอกมาเลยว่าจะเลือกใคร อลิซหรือว่านังป้านี่!”
คามินทร์ทำอะไรไม่ถูกเพราะเขาไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ทุกอย่างมันน่ากลัวอย่างกับวันโลกแตก ให้ตายเถอะ พอสองสาวร้องกรี๊ดและเริ่มหันมาร่วมใจกันทำร้ายเขาแทนคามินทร์เลยตัดสินใจหนีออกมาจากตรงนั้นก่อน
“อย่าหนีนะคุณคามินทร์!”
ขืนยังอยู่ต่อคามินทร์กลัวว่าเขาจะเผลอหงุดหงิดจนทำอะไรไม่ดีออกไป เขาไม่อยากทำร้ายผู้หญิงและก็ไม่อยากจะตอบคำถามอะไรใครทั้งนั้นด้วย สถานการณ์มันดูจะเกินควบคุมไปแล้วเพราะฉะนั้นเขาจึงต้องหนีเอาตัวรอดออกมาก่อน
หมดกันวันดีๆ ที่คาดหวัง ใครจะไปคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ร้อยวันพันปีผู้หญิงของเขาเคยมาจ๊ะเอ๋กันแบบนี้เสียที่ไหน ไม่มีคำไหนจะอธิบายสถานการณ์ของคามินทร์ในตอนนี้ได้ดีมากไปกว่าคำว่าซวยอีกแล้ว
คุณอาจจะชอบ





