ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปราบพยศคุณหนูขาวีน

ปราบพยศคุณหนูขาวีน

เมื่อคุณหนูเอลินอร์จอมดื้อรั้นและเอาแต่ใจต้องมาเจอกับปฐพี ชายหนุ่มผู้ได้รับมอบหมายให้มากำราบความพยศของเธอ แต่แทนที่จะขัดแย้งกัน ทั้งคู่กลับมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นจนแทบไม่แยกจากกัน แม้ในเวลาทำงานปฐพีก็ยังหาโอกาสใกล้ชิดและหยอกเย้าจนหญิงสาวทำตัวไม่ถูก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเสน่หา ปฐพีใช้เล่ห์กลอันเร่าร้อนเพื่อมัดใจคุณหนูขาวีนให้ยอมสยบอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขาแต่เพียงผู้เดียวในทุกสถานการณ์
ตอน
แชร์

ตอน 3

บ้านเอกประดิษฐ์มณี

“น้องแอลไม่อยู่เมืองไทยนาน ไม่รู้ว่าจะทานอาหารเผ็ดได้หรือเปล่า พี่เลยใส่พริกไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นะคะ ไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกปากหรือเปล่า” พรลภัสบอกกับน้องสามี เพราะอาหารมื้อนี้เธอกับป้านวลช่วยกันทำตั้งแต่บ่าย

“อร่อยมากค่ะพี่เนย ฝีมือทำอาหารของพี่เนยอร่อยมากค่ะ แอลไม่แปลกใจเลยที่พี่ชายของแอลเริ่มจะมีพุงแล้ว” เอลินอร์เอ่ยชมจากใจจริงหลังจากที่ตักแกงเขียวหวานเนื้อเข้าปากติดๆ กันไปหลายคำ

“พุงนี้ไหนกันยัยแอล กล้ามเนื้อทั้งนั้น” อลันเอามือลูบท้องตนเองที่ตอนนี้ดูจะมีเนื้อมากกว่าแต่ก่อน

“ถ้าพี่อลันหลอกตัวเองแล้วก็มีความสุขก็เชิญตามสบายเลยค่ะ แต่แอลมองยังก็ไงเห็นว่ามันเป็นพุงอยู่ดี” เธอพูดพลางยักไหล่อย่างยียวน

“พูดแบบนี้ขอให้ได้แฟนอ้วนลงพุงทีเถอะ พี่จะหัวเราะให้ฟันร่วงไปเลย” อลันพูดจบก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

“พี่อลัน อย่ามาแช่งน้องแบบนี้นะ คอยดูเถอะแอลจะหาแฟนหล่อรวยหุ่นนายแบบมาควงให้ดู”

“จ้ะพี่จะคอยดู แต่ขอร้องนะแอลขอคนที่มีสมองด้วยนะ อย่างแฟนคนล่าสุดของเราพี่ว่ามันไม่มีสมอง”

“มีสิทธิ์อะไรมาว่าจอห์นแบบนั้น เขาน่ะขวัญใจสาวทั้งยูเลยนะ แล้วแอลก็คว้าเขามาเป็นแฟนได้” เอลินอร์ตอบอย่างมั่นใจ

จอห์นที่เธอพูดถึงนั้นเป็นหนุ่มหล่อขวัญใจสาวในมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่ซึ่งครั้งล่าสุดที่พี่ชายบินไปเยี่ยมเธอนัดให้ทั้งสองได้ทานข้าวด้วยกัน แต่หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือนเธอกับจอห์นก็เลิกกันเพราะชายหนุ่มบอกว่าอยากจะเอาเวลาไปทุ่มกับการเรียนและคงไม่ค่อยสะดวกถ้ายังคบกันอยู่ เอลินอร์ร้องไห้เสียใจอยู่หนึ่งวันจากนั้นก็กลับมาร่าเริงอีกครั้งเพราะถึงแม้จะเลิกกันไปแล้วแต่จอห์นก็กับเธอยังคงสนิทสนมกันอย่างเคยในฐานะเพื่อน

“ก็เพราะมันยอมเป็นแฟนแอลไงพี่ถึงคิดว่ามันไม่มีสมอง”

“พี่อลัน” เอลินอร์เริ่มโมโห แต่เธอก็ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะตอนทั้งสองคนนั่งอยู่กันคนละฝั่งของโต๊ะอาหาร

หญิงสาวนั่งติดกับมารดา ส่วนพี่ชายนั่งตรงข้ามกับเธอ โดยมีพรลภัสนั่งอยู่ด้านข้างและถัดจากภรรยาของพี่ชายก็เป็นปฐพีที่นั่งเงียบมาตั้งแต่เริ่มทาน แต่พอพี่ชายเธอพูดประโยคเมื่อครู่เขาก็ก้มหน้าและแอบหัวเราะ

“หยุดเลยนะนายดิน ฉันได้เห็นนะว่านายแอบหัวเราะ”

“ผมเปล่า” ชายหนุ่มรีบปฏิเสธ

“พอแล้วแอล พ่อว่ารีบทานกันเถอะอาหารจะเย็นหมดแล้ว” คุณเอกภพรีบห้ามเพราะถ้าเอลินอร์เริ่มพาลไปถึงปฐพีแล้วเรื่องนี้คงจะจบยาก

“พ่อต้องจัดการทั้งพี่อลันและนายดินนะคะพ่อ สองคนนี้หัวเราะเยาะแอล”

“เอาเถอะน่าเรื่องมันเล็กน้อยแอลอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะลูกพี่เขาก็แค่แหย่เล่นเท่านั้นเอง” แอนเดรียช่วยห้ามทัพอีกคน

“ก็ได้ค่ะ แต่แอลบอกก่อนเลยนะคะ ถ้ายังว่าแอลแบบนี้อีกแอลไม่เอาไว้แน่” เอลินอร์คาดโทษทั้งพี่ชายตัวเองและปฐพีที่บังอาจมาหัวเราะคนรักของเธอ

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วเอลินอร์ก็เอาของฝากให้พี่ชายและพี่สะใภ้ ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวกลับเพราะพรุ่งนี้อลันจะต้องบินไปตรวจงานที่เชียงใหม่ตั้งแต่เช้า

“ผมก็ขอตัวกลับก่อนนะครับคุณลุงคุณป้า”

“ดึกแล้วไม่ค้างที่นี่เหรอดิน” เอกภพเอ่ยชวน

“ไม่เป็นไรครับ คอนโดผมไม่ไกลมากขับรถแป๊บเดียวก็ถึงครับ”

แต่ก่อนปฐพีก็เคยอาศัยอยู่ที่นี่ แต่พอชายหนุ่มทำงานเขาก็เก็บเงินซื้อคอนโดไว้หนึ่งห้องซึ่งเป็นคอนโดในโครงการของเอกภพ เขาเลยซื้อได้ในราคาถูก แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เขาจะมาค้างที่บ้านหลังนี้เพราะถึงจะย้ายออกไปแล้วแต่ห้องนอนของเขาก็ยังอยู่เหมือนเดิม

“ถ้างั้นลุงขอบใจนะที่วันนี้อุตส่าห์ตื่นตั้งแต่ตีสี่ ถ้าไม่ได้ดินก็คงแย่เพราะลุงก็หูตาไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” เอกภพนั้นสุขภาพไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อนจึงขับรถในเวลากลางคืนได้ไม่ดีนัก

“ไม่เป็นไรครับ”

ปฐพียังไม่ทันจะลุกจากเก้าอี้เอลินอร์ก็ยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาตรงหน้ามันใกล้จนแทบจะทิ่มตาเขาอยู่แล้ว

“แอลทำอะไรน่ะ” แอนเดรียดุลูกสาวเพราะมองจากมุมที่เธอนั่งอยู่ถึงใยนั้นเฉียดหน้าปฐพีไปแค่นิดเดียว

“ก็ของฝากไงคะ แอลซื้อมาให้นายดิน เดี๋ยวเขาจะหาว่าแอลมามีน้ำใจ” เอลินอร์ตั้งใจซื้อของฝากมาให้กับทุกคนอยู่แล้วถึงแม้เธอจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่ แต่ก็รู้มาจากมารดาว่าตลอดเวลาที่เธอไปเรียน ปฐพีก็คอยช่วยงานบิดาของตัวเองตลอด

“แล้วทำไมให้พี่เขาดีๆ ละแอล” เอกภพไม่ชอบกิริยาของลูกสาวที่ทำกับปฐพีเลยแต่ถ้าจะดุไปมากกว่านี้ก็ไม่แน่ว่าเอลินอร์จะแอบไปทำอะไรชายหนุ่มลับหลังหรือเปล่า

“ขอบคุณครับคุณหนู” ปฐพีรับของฝากจากเธอแล้วก็หันมากล่าวลาเจ้าของบ้านก่อนจะเดินไปที่รถยุโรปคันหรูซึ่งคุณเอกภพบอกเขาว่าเป็นรถประจำตำแหน่งผู้ช่วยฝีมือดี ปฐพีไม่อยากรับไว้แต่เพราะเขาต้องไปติดต่องานในฐานะตัวแทนของบริษัทก็เลยต้องยอมรับไว้เพื่อภาพลักษณ์ของบริษัท

ชายหนุ่มเดินมาถึงตัวรถแต่ยังไม่ทันได้เปิดประตูเสียงคุณหนูเจ้าของบ้านก็ดังขึ้น

“นายจะไม่เปิดดูหน่อยเหรอ”

เอลินอร์เดินตามเขาออกมาตอนไหน ชายหนุ่มเองก็ไม่ทันได้สังเกต รู้อีกทีเธอก็เดินตามเขามาที่รถแล้ว

“ผมไปเปิดที่คอนโดก็ได้ครับ”

“นายต้องเปิดตรงนี้ ฉันจะได้รู้ว่านายชอบของฝากที่ฉันซื้อมาไหม เผื่อนายเดินออกไปแล้วแอบทิ้งเพราะไม่ชอบ ฉันเสียดายตัง ถึงแม้ว่าจะซื้อแบบหนึ่งแถมหนึ่ง”

“ครับ” ปฐพีเปิดถุงและหยิบขวดน้ำหอมขึ้นมาดูแล้วยิ้ม

“เป็นไงชอบไหม”

“ครับ”

“ถ้างั้นนายก็เปิดดูสิกลิ่นหอมไหม”

เอลินอร์รู้จากพี่ชายว่าปฐพีเป็นคนเรียบง่าย ไม่ชอบใช้ของเหล่านี้เธอถึงได้ซื้อมาฝากเพราะอะไรที่ทำให้เขาขุ่นเคืองใจเธอก็จะทำเพราะเธอมีความแค้นกับเขาในอดีตและไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่เธอก็ไม่เคยลืม

“ผมคิดว่าชอบครับ”

“ยังไม่ได้เปิดดมเลยจะรู้ได้ยังไงว่าชอบจริงหรือเปล่า มันน่าน้อยใจชะมัดฉันอุตส่าห์เลือกซื้อกลิ่นนี้มาให้นายโดยเฉพาะเลยนะ แต่เหมือนนายจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ถ้างั้นฉันขอคืนแล้วกันนะ จะได้เอาไปให้คนอื่น”

เอลินอร์แบมือมาตรงหน้าเพื่อจะขอน้ำหอมคืน ปฐพีเลยต้องเปิดขวดออกแล้วน้ำหอมใส่หลังมือของตนก่อนจะยกขึ้นดม

“เป็นไงหอมไหม”

“ครับ”

“งั้นต่อไปนายก็ต้องใช้ทุกวัน ถ้าหมดมาบอกเดี๋ยวฉันสั่งซื้อขวดใหม่ให้”

“ขอบคุณครับ ผมกลับได้หรือยัง”

“อยากจะกลับก็กลับสิใครรั้งนายไว้ล่ะ อย่าลืมนะ ถ้าเจอกันครั้งหน้าฉันไม่ได้กลิ่นน้ำหอมนายตายแน่” พูดจบเอลินอร์ก็เดินเข้าบ้านส่วนปฐพีก็ขับรถกลับคอนโดของตนเองซึ่งใช้เวลาขับรถเพียงแค่สิบนาที

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักสามปี จบสิ้นในวันเดียว
8.8
สวี่หว่านหนิงเคยถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด เพราะชายผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองจิงตกหลุมรักและยอมแต่งงานกับเธอแม้ว่าเธอจะพิการ ทว่าหลังจากมอบใจให้เขาทั้งดวง เธอกลับค้นพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่าสามีที่แสนดีคนนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุที่พรากขาของเธอไป เมื่อความรักกลายเป็นความแค้น เธอจึงตัดสินใจละทิ้งความอ่อนแอในอดีตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทวงคืนความยุติธรรมและยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองอีกครั้งอย่างแข็งแกร่ง
หน้าปกนวนิยาย ทอแสงจันทร์
9.7
หากพี่ชายของจันทร์เจ้าขาไม่พาคนรักซึ่งเป็นน้องสาวของคมเพชรหนีไป ชีวิตเธอคงไม่ต้องกลับมาพัวพันกับอดีตคนรักที่จบกันไม่สวยอีกครั้ง ความบาดหมางในอดีตจากการที่เธอเป็นฝ่ายบอกเลิกและหนุนหลังให้น้องสาวเขาหนีการแต่งงาน กลายเป็นเชื้อไฟให้คมเพชรกลับมาทวงแค้นอย่างสาสม แม้ลึกๆ ทั้งคู่จะยังรักกัน แต่ความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกกลับเปลี่ยนเป็นสงครามที่ต่างฝ่ายต่างพร้อมฟาดฟันกันให้พังทลายลงไปข้างหนึ่ง ท่ามกลางคำดูถูกที่คอยตอกย้ำว่าหยดน้ำตาของเธอไม่มีค่าพอให้เขาเห็นใจ
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงปรารถนา (ภาคต่อรักร้อนเพลิงริษยา)
8.0
กัญติญาถูกจองจำในพันธนาการเพื่อรับบทลงโทษทัณฑ์อันป่าเถื่อนจากรัฐศาสตร์ ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและแรงหึงหวง เขาใช้กำลังขืนใจเธออย่างไร้ความปรานีเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ พร้อมทั้งใช้ชีวิตของเคนจิโร่และบิดาเป็นเครื่องมือข่มขู่ไม่ให้เธอคิดหนี แม้กัญติญาจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจจนแทบขาดใจ แต่เธอก็จำต้องอดทนต่อสู้กับชะตากรรมที่โหดร้ายนี้ ท่ามกลางความสับสนในใจของรัฐศาสตร์ที่ทวีความหวงแหนในตัวเธออย่างรุนแรงจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักซ่อนร้าย Bad Romance
8.2
ภากรจำใจเข้าพิธีวิวาห์เพื่อทวงสมบัติคืนตามเงื่อนไขล้างหนี้ แม้จะเต็มไปด้วยความแค้นจากการถูกว่าที่พ่อตาจัดฉากมัดมือชกด้วยการนำเขาไปพัวพันกับนาตาลีจนกลายเป็นข่าวดัง ท่ามกลางเกมชิงไหวชิงพริบระหว่างลูกเขยกับพ่อตา นาตาลีกลับต้องกลายเป็นเพียงเบี้ยบนกระดานที่ถูกคนในครอบครัวปั่นหัว กว่าเธอจะรู้ตัวว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้คือแผนการซ้อนแผน เธอก็เผลอมอบหัวใจให้สามีที่จ้องจะแก้แค้นไปเสียแล้ว บทสรุปของรักซ่อนร้ายครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย Kissing U : จูบปรารถนา
8.1
เมื่อสาวอกหัก ยอมมาเป็นเพียงแค่มดแดงแฝงพวงมะม่วง ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ชายที่รัก จนกว่าเขาจะแต่งงาน แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการเปิดประตูพรหมลิขิตเข้าอย่างจัง ตึกๆ ตักๆ ตึกๆๆ ตักๆๆ จังหวะการเต้นของหัวใจนาราชานั้นถี่กระชั้นขึ้นจนเธอเหมือนจะเป็นลม ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมองธามด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้มองแต่เพราะตอนนี้อยู่ใกล้กันมากเกินไป ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของธามได้ “โอ๊ย! ใจจ๋า อย่าเต้นดังไป เดี๋ยวเขาได้ยินหมด” นาราชาที่ยังคงหลับตาเอ่ยบอกหัวใจที่ตอนนี้เต้นรัวยิ่งกว่ากลองเพลยามออกรบ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่นักและพอรับรู้ว่าปลายนิ้วของธามกำลังขยับ นาราชาก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป “เอ่อ…ขะ…คุณธามคะ มันจำเป็นต้องจับตรงนั้นด้วยหรือคะ” “ตรงนั้นรู้เหรอว่าคือตรงไหน” “ก็ตรงที่คุณธามหยุดปลายนิ้วไว้น่ะค่ะ” เพราะยังคงหลับตา จึงไม่รู้ว่าตอนนี้มือธามอยู่ที่ไหน นั่นทำให้ธามอยากแกล้งคนรู้ดี “หึหึ…ถ้าไม่จับ แล้วฉันจะรู้ขนาดไหม” “หุ่นที่ปั้นนี่มันต้องรู้ขนาดของคนที่มาเป็นแบบ แบบเป๊ะๆ เลยเหรอคะ” “ใช่…ฉันชอบความเป๊ะ….” -------------------------------------------------------------------------------- “เสื้อเชิ้ตก็หอม เสื้อยืดก็หอม กางเกงยีนส์ก็ยังหอม โอ๊ย! เสื้อผ้าผู้ชายอะไรใส่แล้วยังหอมเหมือนยังไม่ได้ใส่ นี่ก็หอม เอ๊ย!” นี่ก็หอมที่ว่าคือบ็อกเซอร์สีขาวที่ตอนนี้อยู่ในมือเธอ แล้วเมื่อครู่เธอก็เอาเจ้านี่ขึ้นมาหอม มาดมไปตั้งหลายครั้ง หึหึ นาราชาเพ่งมองเจ้าบ็อกเซอร์สีขาวในมือ จินตนาการบางสิ่งบางอย่างก็โลดแล่นอยู่ในสมองอย่างไม่อาจห้ามได้ นั่นพลอยทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าวๆ กับความคิดเชิงสิบแปดบวกของตัวเองในขณะนี้ “ยัยจิ้งบ้า คิดอะไรของหล่อน หล่อนเป็นผู้หญิงยิงเรือนะยะ” นาราชายิ้มเขิน แต่อยู่ๆ เสียงออดหน้าบ้านที่ดังขึ้นก็ทำให้คนที่กำลังเพ้อฝันถึงกับสะดุ้ง แล้วรีบออกไปดูทันที แต่พอเห็นว่าในมือกำลังถืออะไรติดมาด้วย ก็รีบเหน็บไว้กับขอบกางเกงพร้อมกับดึงเสื้อยืดตัวยาวที่สวมอยู่ลงมาปิด
หน้าปกนวนิยาย รักต้องห้าม  โทสะของผู้ปกครอง
8.7
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เอวาแอบรักภาคิน ผู้ปกครองที่รับเลี้ยงเธอหลังครอบครัวล้มละลาย แต่เมื่อเธอสารภาพรักในวันเกิดปีที่สิบแปด เขากลับระเบิดโทสะใส่และทำลายของขวัญที่เธอตั้งใจทำให้อย่างไม่ใยดี ซ้ำร้ายเขายังพาคู่หมั้นเข้ามาในบ้าน ทำลายสัญญาใจที่เคยมีให้กันอย่างสิ้นเชิง เมื่อคนที่เคยเป็นโลกทั้งใบกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายเธอที่สุด เอวาจึงตัดสินใจหนีความเจ็บปวดนี้ด้วยการเข้าเรียนที่จุฬาฯ และย้ายไปอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ เพื่อลบเขาออกไปจากใจให้พ้นจากหัวใจ