หน้าปกนวนิยาย ปราบพยศคุณหนูขาวีน

ปราบพยศคุณหนูขาวีน

9.4 / 10.0
ปราบพยศคุณหนูขาวีน เมื่อปฐพีได้รับภารกิจกำราบคุณหนูจอมดื้ออย่างเอลินอร์ แต่ความใกล้ชิดในฐานะคนดูแลกลับเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนที่แยกกันไม่ออก ร่วมติดตามภารกิจเปลี่ยนความเอาแต่ใจให้เป็นความรักใน romance novel แนว modern novel ที่น่าติดตามที่สุดในบรรดา fiction books
เรื่องย่อ ปราบพยศคุณหนูขาวีน
เมื่อคุณหนูเอลินอร์จอมดื้อรั้นและเอาแต่ใจต้องมาเจอกับปฐพี ชายหนุ่มผู้ได้รับมอบหมายให้มากำราบความพยศของเธอ แต่แทนที่จะขัดแย้งกัน ทั้งคู่กลับมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นจนแทบไม่แยกจากกัน แม้ในเวลาทำงานปฐพีก็ยังหาโอกาสใกล้ชิดและหยอกเย้าจนหญิงสาวทำตัวไม่ถูก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเสน่หา ปฐพีใช้เล่ห์กลอันเร่าร้อนเพื่อมัดใจคุณหนูขาวีนให้ยอมสยบอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขาแต่เพียงผู้เดียวในทุกสถานการณ์
อ่านเพิ่มเติม

ปราบพยศคุณหนูขาวีน ตอนที่ 1

สนามบินสุวรรณภูมิ 06.20 น.

ร่างระหงของหญิงสาวผมทองคนหนึ่งกำลังเข็นรถที่มีกระเป๋าเดินทางวางอยู่ทั้งหมดสี่ใบด้วยความกระฉับกระเฉง พอเห็นว่าบิดามารดามายืนรอรับก็รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดด้วยความคิดถึง โดยทิ้งรถเข็นไว้ทางด้านหลังเพราะรู้ว่ายังไงลูกน้องของบิดาก็จะต้องมาช่วยเข็นอย่างแน่นอน

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่แอลคิดถึงพ่อกับแม่จังเลยค่ะ”

เอลินอร์ เอกประดิษฐ์มณีหรือแอลเป็นหญิงสาววัย 24 ปี เธอไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุ 15 พอจบเกรด 12 ก็เรียนต่อปริญญาตรีบริหารธุรกิจ จากนั้นก็เรียนต่อการออกแบบอัญมณีอีกสองปีเพื่อจะกลับมาช่วยงานของบิดา แต่หลังจากเรียนจบก็เที่ยวกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน จนคุณเอกภพผู้เป็นบิดาต้องโทรศัพท์ตามให้กลับบ้านเพราะถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเขาก็รู้ว่าลูกสาวจะเที่ยวอีกนานแค่ไหน

“เดินทางเหนื่อยไหมลูก” เสียงมารดาถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เลยค่ะแม่ บินตรงแบบนี้แอลหลับยาวเลยค่ะ”

“จะเหนื่อยก็แปลกแล้วล่ะคุณ นั่งเฟิร์สคลาสแบบนั้นแถมบังบินตรงไม่ต้องแวะที่ไหน”

“ก็แอลคิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่นี่คะ ก็เลยเลือกบินตรงจะได้ไม่ต้องแวะที่ไหนให้เสียเวลา” เอลินอร์รีบบอกอีกเหตุผลหนึ่งที่เลือกบินตรงก็เพราะเป็นคนไม่ชอบการรอ ถ้าจะให้เธอลงจากเครื่องแล้วนั่งรออีกเป็นชั่วโมงคงเป็นอะไรที่น่าเบื่อแย่

“คิดถึงแล้วทำไมไม่รีบกลับมาล่ะ นี่ถ้าพ่อไม่โทรไปตามก็คงยังไม่ยอมกลับใช่ไหม” เอกภพเชื่ออย่างที่พูดเพราะเขารู้จักนิสัยของเธอดีกว่าใคร

“โธ่ พ่อคะก็แอลเพิ่งเรียนจบก็อยากจะเที่ยวก่อน ถ้ากลับมาเมืองไทยแล้วแอลก็คงไม่ได้กลับไปอีก” เอลินอร์มักจะหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองแบบนี้ได้ตลอด

“แต่พ่อว่าเที่ยวนานเกินไปแล้วนะ” เอกภพไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินแต่เขาอยากให้ลูกสาวรีบกลับมาเรียนรู้งานในบริษัทเพราะตอนนี้เขามีปัญหาเรื่องสุขภาพที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา แต่ก็ไม่ได้บอกเหตุผลนี้ออกไป

“แม่ขาดูพ่อสิคะ ว่าแอลอีกแล้ว” พอบิดาต่อว่านิดหน่อยหญิงสาวก็หันกลับมาอ้อนมารดา

“คุณเอกคะ ฉันว่าลูกเพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ กลับบ้านกันก่อนดีกว่าค่ะ วันนี้คุณมีประชุมแต่เช้าด้วยนะคะ” เพราะเป็นคนกลางระหว่างสามีและลูกสาวเธอจึงต้องรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้การเจอหน้ากันครั้งแรกในรอบครึ่งปีต้องเสียบรรยากาศ

“นั้นสิ ไหนๆ ก็กลับมาแล้วเช้านี้เข้าประชุมกับพ่อเลยไหม พ่อจะได้แนะนำลูกสาวคนเก่งให้ที่บริษัทได้รู้จัก” เอกภพถามลูกสาวออกไปแบบทั้งที่ตัวเองก็รู้คำตอบอยู่แล้ว

“พ่อขาแอลเพิ่งมาถึงนะคะ ขอพักก่อนได้ไหม ถ้าพร้อมเมื่อไหร่แอลจะไปทำงานกับพ่อนะคะ” หญิงสาวคล้องแขนบิดาและมารดาคนละข้างอย่างประจบ

“ได้สิลูกพักให้เต็มที่ก่อนก็ได้ ส่วนงานที่บริษัทก็ให้พ่อกับลูกน้องช่วยกันทำไปก่อน” คุณแอนเดรียหญิงวัย 52 ปีชาวอังกฤษให้ท้ายลูกสาวคนเล็กที่เธอรักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“แม่แอนเป็นแม่ที่น่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ” พูดจบเธอก็หอมไปที่แก้มทั้งสองข้างของมารดาอย่างประจบ

คุณเอกภพมองลูกสาวช่างอ้อนแล้วก็ส่ายหัวเพราะผู้เป็นภรรยารักและตามใจเธอจนเคยหัว ไม่ว่าเอลินอร์อยากจะได้อะไรหรืออยากจะทำอะไรแอนเดรียก็ตามใจจนเคยตัว ยิ่งลูกสาวจากไปเรียนไกลตัวแต่วัยรุ่นเธอก็ยิ่งตามใจมากขึ้นเพราะกลัวว่าความห่างเหินจะให้ลูกสาวไม่รักตนเอง

“ถ้าจะรีบกลับก็ไปเข็นกระเป๋าได้แล้ว ทิ้งไว้อย่างนั้นเดี๋ยวใครเขาก็นึกว่าเจ้าของไม่เอาขึ้นมามันจะยุ่ง” เอกภพมองไปยังรถเข็นด้านหลังที่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อยู่บนนั้นถึงสี่ใบ

“อ้าว ทำไม่แอลต้องเข็นเองล่ะคะ ลูกน้องพ่อไปไหนทำไมไม่มาช่วยแอลเข็น” หญิงสาวพูดพลางมองหาคนที่จะมาช่วยเข็นแต่บริเวณนี้มีแค่บิดากับมารดาของเธอเพียงเท่านั้น

“ลูกน้องพพ่อจ้างมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาเข็นกระเป๋า”

“มันก็เหมือนนั่นแหละค่ะพ่อ เราจ้างแล้วก็ควรใช้งานให้คุ้มสิคะ” เอลินนอร์พูดอย่างเอาแต่ใจ เพราะเธอรักความสะดวกสบายและไม่ค่อยทำอะไรเอง

แม้จะไปเรียนต่างประเทศแต่เธอก็ยังต้องจ้างแม่บ้านมาคอยทำความสะอาดห้องและซักรีดเสื้อผ้าให้ ในขณะที่นักเรียนไทยคนอื่นๆ ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

“ถ้าแอลไม่เข็นจะทิ้งไว้ตรงนั้นก็ได้นะ พ่อไม่ว่าหรอก ไปกันเถอะแอนเดรียเดี๋ยวดินจะรอนาน”

“คุณก็ น่าจะให้ใครสักคนมาช่วยนะคะ ดูสิกระเป๋าเยอะขนาดนั้นลูกจะเข็นไหวได้ยังไง”

“แล้วเขาเอาขึ้นเครื่องมาได้ยังไงล่ะคุณ” เอกภพพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินนำออกมา เขาอยากจะดัดนิสัยลูกสาวบ้าง เพราะที่ผ่านมานั้นทั้งตนเองและภรรยาตามใจมากจนเอลินอร์แทบจะทำอะไรด้วยตัวเองเป็น จะมีเรื่องเดียวที่ลูกสาวของเขาทำได้ดีก็คือเรื่องเรียนเท่านั้น

“ไม่เป็นไรค่ะมาเดี๋ยวแอลเข็นไปเองก็ได้”

“ให้แม่ช่วยนะ” แอนเดียทำท่าจะเข้ามาช่วยลูกสาว เพราะดูแล้วกระเป๋าคงจะหนักอยู่ไม่น้อย

“อย่าเลยค่ะ อันที่จริงมันก็ไม่หนักอะไรหรอกค่ะ แต่ที่กระเป๋ามันมีหลายใบเพราะของบางอย่างแอลต้องแพ็กมาอย่างดีมันก็เลยใช้พื้นที่เยอะไปนิดค่ะ” หญิงสาวรีบบอก

“งั้นหนูเข็นตามมาช้าๆ นะไม่ต้องรีบ”

“แม่คะ คนที่มารับเราคือนายดินเหรอคะ แอลนึกว่าจะเป็นลุงสมานเสียอีก” ลุงสมานที่เธอพูดถึงก็คือคนขับรถที่ทำงานรับใช้ที่บ้านเธอมานาน

“จ้ะ ลุงสมานต้องรับรถให้พ่อตอนกลางวัน ถ้าให้ตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อออกมารับลูก แม่ก็กลัวจะง่วง ดินเขาเลยอาสามารับ”

อันที่จริงในตอนแรกเธอกับสามีก็จะมารับลูกสาวกันแค่สองคนแต่พอปฐพีหรือดินรู้เขา เขาก็เป็นคนอาสาขับรถมาให้เพราะไม่อยากให้คุณเอกภพที่เขารักเหมือนบิดาต้องขับรถเอง

“อ้อ ดีเหมือนกันนะคะนายดินคนนี้เลี้ยงไว้ไม่เสียข้าวสุกจริง”

หญิงสาวนึกถึงเด็กชายตัวผอมสูงที่เอาแต่เดินตามติดพี่ชายของเธอไปทุกที่เมื่อหลายปีก่อน จากนั้นเธอก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลยถึงแม้ว่าเขาจะไปเรียนที่เมืองเดียวกับเธอและเธอก็มาพาพี่ชายที่หอพักบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยได้เจอกัน

“แอล อย่าพูดแบบนี้ให้พ่อหรือคนอื่นได้ยินนะ” คุณแอนเดรียรีบปราบลูกสาว

“ทำไมล่ะคะแม่”

“มันฟังดูไม่ดี คนอื่นเขาจะหาว่าเราไปดูถูกเขา”

“แอลก็พูดเรื่องจริงพ่อรับเขามาอยู่ที่บ้าน เลี้ยงเขาเหมือนกับเป็นลูกคนหนึ่งเขาก็ควรจะตอบแทนเราบ้าง”

เอลินอร์ไม่เข้าใจว่าทำไมครอบครัวของเธอถึงได้ปฏิบัติกับเขาเหมือนกับเขาเป็นคนสำคัญทั้งๆ ที่เขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอเลยสักนิด

ขณะที่เดินและเข็นรถตามบิดามารดามายังด้านหน้าอาคารรถตู้สีดำคันหรูก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี

“แม่คะ แอลคงไม่ต้องยกกระเป๋าขึ้นรถเองใช่ไหมคะ” เอลินอร์หันมาถามมารดา เพราะเห็นว่าบิดาตนเองยังเปิดประตูขึ้นไปนั่งเองโดยที่คนขับรถไม่มาเปิดให้อย่างที่ควรจะเป็น

“ไม่ขนาดนั้นหรอกลูกเดี๋ยวดินเขาก็ลงมาช่วยเอง หนูขึ้นนั่งรอในรถได้เลย”

หญิงสาวขึ้นไปนั่งในแถวหลังในขณะปฐพีลงมายกกระเป๋าทั้งหมดไปไว้หลังรถ

อ่านต่อ

สารบัญ ปราบพยศคุณหนูขาวีน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ร้ายเล่ห์ลวงรัก
7.9
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรงและคำพูดหยาบคายในบางตอน ธามแสดงความรังเกียจต่อหญิงสาวอย่างชัดเจนด้วยการเตรียมถุงยางอนามัยป้องกัน เขาเมินเฉยต่อเสียงคัดค้านและยัดเยียดความสัมพันธ์ให้อย่างโหดร้ายจนเธอต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าเมื่อเขาล่วงเกินเธอจนสุดทาง ความจริงที่ว่านี่คือครั้งแรกของเธอก็ทำให้เขาต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้พบเห็น ท่ามกลางความร้าวรานและน้ำตาที่ไหลรินในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการกระทำอันป่าเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย หลังขอหย่าก็แพ้ท้อง อดีตสามีผู้เป็นเจ้านายก็ตามจีบแทบบ้า
8.2
ตลอดสองปีในฐานะภรรยา เจียงหนิงถูกเสิ่นซือเหนียนเมินเฉยท่ามกลางข่าวลือฉาวของเขา เธอจึงตัดสินใจขอหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อเธอเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาในคืนที่ตั้งใจจะจากมา มิหนำซ้ำอดีตสามียังปรากฏตัวในฐานะเจ้านายใหม่ที่บริษัท ทำให้เธอต้องคอยปกปิดตัวตนและสู้รบกับเขาในที่ทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าเมื่อความลับเริ่มถูกเปิดเผยและหัวใจเริ่มสั่นคลอน บทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เส้นทางของแฟนเก่า
8.5
ลลินาตัดสินใจทิ้งอดีตอันเจ็บปวดและหนีจากนัยน์ไปเมื่อสามปีก่อน ทว่าโชคชะตากลับเหวี่ยงให้เธอกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งในฐานะลูกน้องใต้บังคับบัญชา ความสัมพันธ์เก่าเริ่มปะทุขึ้นพร้อมคำถามถึงสถานะที่แท้จริง เมื่อเธอรู้ซึ้งว่าสำหรับมหาเศรษฐีหนุ่มอย่างเขา เธออาจเป็นเพียงความบันเทิงชั่วคราวเพื่อคลายเหงาเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ตอกย้ำความต่างชั้น ลลินาต้องเลือกระหว่างการยอมเป็นเพียงของเล่นในกำมือเจ้านาย หรือจะปกป้องหัวใจที่กำลังจะแตกสลายเป็นครั้งที่สอง
หน้าปกนวนิยาย สามีฉัน กับชีวิตลับอันวิปริต
9.4
ทริปรำลึกการตายของน้องสาวสามีที่วิลล่าหรู กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความจริงอันน่าสะพรึง เมื่อฉันพบว่าเธอยังมีชีวิตอยู่พร้อมลูกชายที่มีหน้าตาถอดแบบมาจากสามีของฉัน ครอบครัวของฉันเองก็ร่วมมือในละครตบตาห้าปีนี้เพื่อหลอกใช้ฉันเป็นเครื่องมือบังหน้า ภาคินเยาะเย้ยความซื่อสัตย์ของฉันก่อนเตรียมส่งฉันเข้าโรงพยาบาลบ้าเพื่อกำจัดทิ้ง ฉันจึงตัดสินใจเผาวิลล่าทิ้งและหนีไปขอความช่วยเหลือจากศัตรูทางธุรกิจที่สามีหวาดกลัวที่สุดเพื่อแก้แค้น
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจขุนศึก
9.0
ประโยคบอกเลิกที่แสนเย็นชาจากปากของชายที่เธอรักที่สุดยังคงดังก้องอยู่ในหัวของรมิตา เมื่อความสัมพันธ์ที่เคยหวานซึ้งกลับต้องสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันในวันที่เขาตัดสินใจเดินจากไป เพียงเพราะความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางความสับสนและหัวใจที่แตกสลาย เธอพยายามค้นหาคำตอบถึงสาเหตุเบื้องหลังความห่างเหิน แต่เขากลับมอบคำตอบที่ไร้เยื่อใยเพียงคำเดียวว่าเขารู้สึกเบื่อหน่ายในตัวเธอแล้วเท่านั้น ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดเพียงลำพัง
ตอน
อ่านเลย
แชร์