
ดื้อรัก (เด็กดื้อ)
ตอน 2
เสียงไม้เรียวดังสนั่นยามกระทบกับกระโปรงนักเรียนมัธยมติดกันสามครั้งซ้อน จากหลักฐานเป็นน้ำใสๆ ที่ไหลเปื้อนแก้มขาว คงเป็นคำตอบได้ดีว่าแรงทั้งหมดที่มีของบิดาใส่มาไม่ยั้ง
นนท์อยากจะลงโทษมากกว่านั้น แต่ครั้นเห็นร่างน้อยยืนนิ่ง ไม่มีกระทั่งเสียงสะอื้นหรืออ้อนวอนแม้น้ำตาจะไหลบ่าไม่หยุด ก็สงสารจับใจ
นานแล้วที่เขาไม่ได้ออกแรงตีนิรดาจนสุดกำลังแบบนี้ ทุกๆ ครั้งที่เคยลงโทษ ก็ตีเบาะๆ เพียงทีสองที แค่นั้นแม่ตัวดีก็ร้องจ้า บีบน้ำตาเสียงอ่อนเสียงหวาน และนั่นก็ทำให้คนเป็นพ่ออย่างเขาใจอ่อนไปเสียทุกรอบ
แต่ครั้งนี้สาวน้อยควรจะได้เรียนรู้ความเจ็บปวดบ้าง จากการกระทำที่ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สมควรแล้วที่ต้องโดนลงโทษ ซึ่งแค่นี้ยังน้อยไป เห็นทีเขาต้องหาวิธีกำราบให้อยู่หมัดเสียแล้ว…
ยิ่งได้รับฟังคำพูดที่บอกเล่าออกจากปากหนาหยักของสามีสุดที่รักเท่าไหร่ นางนิตยา สิริลดาวงศ์ ก็ยิ่งหน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ เท่านั้น ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกสาวที่รักปานแก้วตาดวงใจจะร้ายกาจขนาดนี้
ที่ผ่านมาทั้งเธอและสามีคอยอบรมเลี้ยงดูฟูมฟักด้วยความทะนุถนอม ลิ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม อะไรดีอะไรผิดก็ค่อยๆ บอก ค่อยๆ สอนมาโดยตลอด
ไม่นึกว่าแม่หนูนิรดา ที่ฉากหน้าแสนเรียบร้อย นิ่งเฉย และอ่อนหวาน จะกลายเป็นสาวห้าว ทโมน หัวแข็ง ไม่ยอมใคร จนถึงขั้นลงไม้ลงมือไปเสียได้
“แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้างคะนนท์” นิตยาถามสามีถึงนักเรียนหญิงคู่อริกับนิรดา ที่มีปัญหากันจนฝ่ายนั้นโดนนิรดาต่อยคว่ำเสียแก้มช้ำ
“เขาก็ไปฟ้องพ่อแม่เขาให้มาเอาผิดกับลูกเราน่ะสิ อาจารย์ประจำชั้นเพิ่งโทรมาบอก พรุ่งนี้คุณกับผมก็ต้องไปที่โรงเรียนเพื่อไปตกลงกับเขาให้เรียบร้อย พายัยตัวดีไปขอโทษเขาซะ เรื่องจะได้จบๆ แล้วเดี๋ยวก็ต้องช่วยค่ารักษาพยาบาลให้น้องคนนั้นด้วย เห็นอาจารย์เขาบอกว่าหน้าบวมเขียวเลย ดีที่ลูกเขาไม่ฟันหักหรือเป็นอะไรไปมากกว่านั้น”
“โธ่ ไม่น่าเลยนะคะ ทำไมหนูนุ่มถึงได้เกเรแบบนี้ไปได้”
แม้ไม่ได้เห็นด้วยสายตา แต่ก็เชื่อว่าคงไม่มีใครกุเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้นมาใส่ร้ายลูกสาวเธอหรอก
ลองว่าอาจารย์ประจำชั้นโทรศัพท์มาต่อว่าเองแบบนี้ คงเข้าขั้นความผิดร้ายแรงเลยทีเดียว โทษฐานทะเลาะวิวาทในสถานศึกษา ทั้งยังเป็นผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่ งามหน้านักเชียว เฮ้อ นี่ล่ะนะที่โบราณเขาว่า มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน
ซ้ำร้ายกว่านั้น ยังมีเรื่องกันในวันสอบวันสุดท้ายอีกต่างหาก ฟังจากที่สามีเล่าก่อนหน้า เหมือนว่านิรดาและเพื่อนนักเรียนหญิงร่วมห้องคนนี้จะไม่ค่อยลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไร เป็นคู่แข่งกันทั้งเรื่องเรียนและกีฬามาตั้งแต่มัธยมต้น
แต่จุดแตกหักและกลายเป็นรอยร้าวที่สร้างความเป็นศัตรูถาวรให้แก่คนทั้งคู่ เกิดจากการที่พี่ชายของนักเรียนหญิงคนนั้นมีท่าทีชอบพอในตัวของนิรดา ซึ่งเขาแสดงออกชัดเจนมากเมื่อตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก และตอนนั้นนิรดาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า
นั่นสร้างความไม่พอใจให้แก่เพื่อนนักเรียนหญิงร่วมห้องที่หวงพี่ชายคนเดียวมาแต่ไหนแต่ไร เจ้าหล่อนต่อว่าต่อขานอะไรนิรดาในวันสอบวันสุดท้ายก็ไม่ทราบ ถึงทำให้นิรดาฟิวส์ขาดจนลงไม้ลงมือ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มีการปะทะคารมกันเป็นประจำ แต่ไม่เห็นว่าจะลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ ออกแนวต่อล้อต่อเถียงกันตามประสาเด็กมากกว่า
แต่ปัญหาจากที่ไปที่มาทั้งหมด มันก็กลายมาเป็นเรื่องที่ทำให้พ่อกับแม่ของนิรดาต้องมานั่งปวดหัวอยู่ตอนนี้ คิดไม่ตกว่าฝ่ายตรงข้ามจะเอาเรื่องอย่างไร อีกทั้งลูกสาวตัวน้อยที่โดนทำโทษไปนั่นเล่า ตอนนี้ยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องคนเดียวนับชั่วโมงแล้ว
“แต่จริงๆ แล้ว นนท์ไม่น่าตีลูกแรงขนาดนั้นเลยนะคะ บางทีลูกอาจจะมีเหตุผลหรือไม่ได้ตั้งใจให้มีเรื่องแบบนั้นก็ได้”
“นิด…เอาอีกแล้วนะ” ผู้เป็นสามีท้วงเสียงต่ำ ทำให้อีกฝ่ายรีบก้มหน้าก้มตาหลบอย่างหงอยๆ
แต่ไหนแต่ไรมา ผู้เป็นภรรยาก็รักลูกมาก แม้ต่อหน้าลูก เธอจะไม่ได้แสดงออกถึงอาการตามใจ แต่พอมีเรื่องมีราวอะไรขึ้นมาเมื่อไหร่ เป็นได้แย้งเขาเรื่องลงโทษลูกทุกที
แต่กระนั้นก็ไม่สามารถห้ามผู้เป็นสามีอย่างนนท์ได้ เพราะเขาถือคติว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี จะได้ไม่มีใครมาด่าว่าลูกเขาเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่สั่งสอน
เหมือนอย่างตอนนี้ ใครที่ได้รู้กิตติศัพท์ของนิรดาจากเรื่องที่เกิดขึ้น คงกำลังคิดด่าเขาหรือภรรยาอยู่บ้างแล้วล่ะ ว่าสอนลูกยังไงถึงได้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
คุณอาจจะชอบ





