
ดื้อรัก (เด็กดื้อ)
ตอน 3
“ยัยนิ่มเป็นยังไงบ้าง หมอบอกว่ายังไง”
นนท์เปลี่ยนเรื่องถามถึงลูกสาวอีกคน เมื่อมองออกไปยังหน้าบ้านผ่านช่องหน้าต่าง เห็นร่างเล็กผอมได้สัดส่วนแต่ติดจะมีเนื้อหนังมังสาเต็มตึงแต่ไม่ถึงขั้นอวบอ้วน สูงราวหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแปลงดอกคุณนายตื่นสายที่เจ้าตัวชอบพรวนดินเล่นอยู่เป็นประจำ
“ก็ปกติดีค่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพียงแต่ต้องให้กินยาสม่ำเสมอเพื่อระวังอาการเหม่อลอยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ”
“อืม ดีแล้วล่ะ…เหนื่อยหรือเปล่า”
มือหนาเอื้อมไปจับมือบางที่ประสานกันอยู่บนตักขึ้นมาแนบกับใบหน้าที่ยังคงหล่อคมไม่เสื่อมคลาย แม้วัยจะล่วงเลยมาจนสี่สิบสี่ปีแล้วก็ตาม
โชคดีที่ทั้งคู่มีลูกทันทีหลังแต่งงาน เรียกได้ว่ามีลูกทันใช้ แต่บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าจะได้ใช้ลูกจริงๆ หรือเปล่า คนที่เพิ่งเป็นประเด็นก็ดื้อเกินใคร อีกคนที่อยู่หน้าบ้านก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องรู้ราว ไม่ต่างจากเด็กเล็กๆ สักเท่าไหร่
“ทำไมนนท์ถามแบบนี้ล่ะคะ นิดไม่เคยเหนื่อยเลย แค่มีคุณกับลูก นิดก็มีความสุขที่สุดแล้วค่ะ” ใบหน้าสวยผ่องซึ่งเป็นต้นแบบของความงามอ่อนหวานของบุตรสาวทั้งสอง บอกสามีด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ที่ไม่ว่าจะผ่านทุกข์ผ่านสุขมามากแค่ไหน เธอก็ยังคงมีรอยยิ้มและกำลังใจให้เขาไม่เปลี่ยนแปลง
“ผมก็เหมือนกัน”
ชายหนุ่มดึงแขนเล็กเข้ามาใกล้ ก่อนจะกดศีรษะเล็กให้แนบอยู่กับอกด้วยความตื้นตันใจ เช่นเดียวกับภรรยาที่เต็มใจซุกซบลงซึมซับความอบอุ่นจากกายเขา เหมือนอย่างที่เคยได้รับตลอดมา
ท่ามกลางวันเวลาที่เปลี่ยนไป แต่หัวใจและความรักของคนทั้งคู่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้ชีวิตต้องเจอกับโชคชะตาฟ้าลิขิตที่ถาโถมเข้ามาพิสูจน์ และถูกลมพายุพัดกระหน่ำไม่ต่างจากต้นไม้ใบหญ้าที่ชูก้านท้าแรงลมจนไหวเอน แต่ทั้งสองก็จับจูงฝ่าฟันกันมาได้ และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป…
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูที่ดังอยู่ด้านนอก ทำให้ร่างเล็กดีดผึงขึ้นจากที่นอนด้วยความหงุดหงิด
ใครอีกล่ะ
เสียงเล็กๆ คิดอยู่ภายในใจ แต่ครั้นคิดได้ว่าไม่ไปดูก็ไม่รู้ เท้าเรียวเล็กจึงก้าวลงจากเตียง แล้วก้าวอาดๆ ไปยังประตู
นิรดาถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพบกับใบหน้าสวยใสมองเผินๆ ราวพิมพ์เดียวกันกับเธอ ไม่ต่างจากฝาแฝด แต่แท้ที่จริงแล้ว คนตรงหน้าเป็นพี่สาวที่อายุแก่กว่าหนึ่งปี กระนั้นทั้งคู่ก็สนิทสนมกันแบบเพื่อนมากกว่าจะเป็นพี่น้องกัน
“หนูนุ่มทำไมไม่เปลี่ยนชุดลงไปข้างล่างล่ะ จะได้ไปเล่นด้วยกัน”
นิรดาถอนหายใจกับความคิดของพี่สาว ที่ไม่ว่ายังไงก็ห่วงเล่นไม่ต่างจากเด็กเล็กๆ โหยหาความสนุกซนๆ เมื่อไหร่ นางสาวนิรตา สิริลดาวงศ์ จะคิดได้บ้างว่าตัวเองอายุเท่าไหร่แล้ว
“หนูนิ่มไปเล่นคนเดียวเหอะ นุ่มไม่มีอารมณ์”
“ทำไมอะ แล้วพี่จะเล่นกับใคร ถ้าหนูนุ่มไม่เล่นด้วย” ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจ และท่าทางจะซักไซ้ไล่เรียงคนไม่มีอารมณ์ไปอีกยาว
“เซ็ง” นิรดาตอบ พลางถอนหายใจอย่างเบื่อๆ โดยไม่เก็บอาการสักนิด
“เซ็งอะไรเหรอ”
“โอ๊ย หนูนิ่มอย่าเพิ่งมาถามอะไรนุ่มตอนนี้ได้มั้ย นุ่มบอกว่าเซ็งก็เซ็งสิ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่”
“โอเคๆ พี่ไม่กวนแล้วก็ได้ แต่หนูนุ่มต้องลงไปข้างล่างกับพี่นะ เราจะได้ตีแบดกัน”
คนบอกว่าไม่กวนแล้ว แต่กลับเชิญชวนในสิ่งที่อีกคนไม่ได้อยากจะทำกิจกรรมด้วยเลยสักนิด
ตกลงว่าพี่สาวสมองนิ่มสมชื่อเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดจริงๆ มั้ยเนี่ย!
“ไว้พรุ่งนี้ละกัน นุ่มเล่นไม่ไหวแล้ววันนี้ เจ็บก้นไปหมดแล้ว”
นิรดาอธิบายพลางลูบก้นตัวเองป้อยๆ ยังแสบร้อนไม่หายแม้จะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม
คิดแล้วก็น้อยใจคนลงโทษเธอยิ่งนัก คุณพ่อใจร้าย แค่นี้ก็ต้องตีกันจนสุดแรงด้วย เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย ยัยคนนั้นมันปากไม่ดีเองที่มาดูถูกหาว่าเธอไปอ่อยพี่ชายตัวเอง
คุณอาจจะชอบ





